จะออกตอนต่อไปก่อนสิ้นปี2018 ฮ่าฮ่าฮ่า

ชื่อตอน : 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.1k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ธ.ค. 2559 14:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5
แบบอักษร

2016-06-30_11:40:35

เจิ้งซ่านหยวน

ข้าพาหรงเอ๋อมาเดินเล่นในเมือง เขาดูตื่นตาตื่นใจไปกับทุกสิ่งทุกอย่าง และยังแวะซื้อขนมรายทางแบ่งมาป้อนข้าทุกอย่าง ชาวบ้านมีบ้างที่แอบมองเราแต่ข้าไม่สนใจ จนเรามาถึงร้านจำหน่ายสมุนไพร

หรงเอ๋อคุยกับเถ้าแก่อย่างถูกคอจนข้ารู้สึกหงุดหงิด เขาหอบสมุนไพรถุงโตออกจากร้าน โดยที่ข้าแย่งเขาจ่ายเงินข้าก็พาเขากลับโรงเตี๊ยมทันที

"ข้ายังอยากเดินต่อ" หรงเอ๋อพยายามบิดมือออกไม่ให้ข้าจับ

"พรุ่งนี้ตอนเช้าค่อยมาเดินเถอะ นี่ก็เย็นมากแล้ว เรากลับไปกินข้าวเย็นแล้วเจ้าจะได้แช่น้ำไม่ดีหรือ" ข้าหว่านล้อม

"ข้าอยากกินนกพิราบตุ๋นบัวหิมะ" หรงเอ๋อทำหน้าเคลิ้ม

"ข้าสั่งปลาเจี๋ยนน้ำแดงกับเป็ดร่อนให้เจ้าด้วยก็ได้" เพียงแค่นี้หรงเอ๋อก็เต็มใจตามข้ากลับโรงเตี๊ยมแต่โดยดี

เราได้โต๊ะริมระเบียง หรงเอ๋อมองไปทั่วด้วยสายตาซุกซน ข้าเงี่ยหูฟังโต๊ะข้างๆสนทนากัน

"น่ากลัวจริงๆ เมืองของเราไม่เคยมีคดีสะเทือนขวัญแบบนี้มาก่อน"

"เจ้าเปิดร้านขายโลง มีรายได้คราวนี้คราวเดียวตั้งมาก ไม่ดีใจรึ"

"ข้าเห็นศพมามากแต่ศพที่โดนฆ่าตายพร้อมกันในคราเดียวเยอะแบบนี้ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งสามสิบคนของตระกูลจางโดนเชือดคออย่างเหี้ยมโหด เลือดนองเต็มพื้นไม่มีคนรอดแม้แต่คนเดียว"

"ตระกูลจางมีคนในบ้านแค่เพียงสามสิบเองหรือ ข้าคิดว่ามีมากกว่านั้นเสียอีก"

" มีมากกว่านี้ บางส่วนติดตามคุณชายใหญ่เดินทางไปค้าขายที่เมืองหลวง ตอนนี้ทางการได้ส่งม้าเร็วไปแจ้งแล้ว กำลังเดินทางกลับมา"

ข้ามองด้วยหางตาเห็นชายวัยกลางคนสองคน คนหนึ่งคงเป็นพ่อค้าขายโลง

"ท่านว่าตระกูลจางรวยมากหรือไม่"จู่ๆหรงเอ๋อก็ถามขึ้นมา

"ก็คงรวยมั้ง" ข้าไม่แน่ใจ

"เถ้าแก่ ข้าเดินทางมาจากต่างเมือง ได้ยินว่าตระกูลจางโดนฆ่าล้างตระกูล ท่านพอจะเล่าให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาหรือไม่" หรงเอ๋อยกจอกไปทางเถ้าแก่ร้านขายโลงเสียแล้ว

"น้องชายท่านนี้ถามถูกคนแล้ว ข้าเป็นคนเข้าไปเก็บศพในบ้านนั้นเองแหละ" 

"ถ้าเช่นนั้น ข้าขอเชิญท่านและเพื่อนของท่านมาสนทนาทางด้านนี้ดีหรือไม่" หรงเอ๋อยิ้มนุ่มนวล

เถ้าแก่และเพื่อนย้ายมาตามคำเชิญ

"ข้าเพิ่งเข้าเมืองมา ไปทำบัตรผ่านแดนไม่ทัน พรุ่งนี้คงต้องติดอยู่ในเมืองนี้อีกวันหนึ่ง จึงอยากจะรู้สาเหตุไว้บ้าง เถ้าแก่พอจะเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่" หรงเอ๋อพูดยกยอ เถ้าแก่ก็คายสิ่งที่รู้มาจนหมด

"จะบอกว่าปล้นทรัพย์ ภาพวาดราคาแพงในห้องนอนและเครื่องประดับบนตัวของฮูหยินกลับไม่ถูกแตะต้อง ทั้งบ้านถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย แม้แต่ช่องลับก็ไม่สามารถอำพรางพวกมัน คงต้องรอคุณชายใหญ่กลับมาจึงสามารถระบุได้ว่ามีสิ่งใดหายไปบ้าง"

เราช่วยกันมอมเหล้าเถ้าแก่และเพื่อนจนหมดสภาพ ข้าจ้างผู้รับใช้ในโรงแรมให้ไปส่งเถ้าแก่ที่บ้าน แล้วกลับเข้าห้อง

"เจ้าคิดอะไรหรือหรงเอ๋อ" ข้าเห็นเขาคิ้วขมวดเป็นปมไม่พูดสิ่งใดตั้งแต่เรากลับเข้าห้องมา

"ถ้าคนร้ายไม่มุ่งทรัพย์สินแล้วมันต้องการอะไร ถึงกับฆ่าปิดปากทั้งบ้าน"

"เจ้าอยากรู้" ข้าพูดเสียงนุ่ม

"ข้าเกรงว่าคนร้ายจะหาสิ่งที่ข้ากำลังสงสัยอยู่ และถ้าคนร้ายไม่เจอสิ่งที่มันต้องการ ตอนนี้คุณชายจางก็กำลังตกอยู่ในอันตราย ข้าไปอาบน้ำก่อนนะ" หรงเอ๋อหยิบเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนจะเดินออกจากห้อง 

"เจ้าจะไปไหน" 

"ไปอาบน้ำไง ข้าถามมาแล้วว่ามีห้องน้ำอยู่ที่ด้านหลัง" หรงเอ๋อมองมือข้าที่จับไหล่เขาอยู่จนข้าต้องปล่อย

"เจ้าไม่ต้องลงไปหรอก ข้าจะเรียกให้ผู้รับใช้ยกอ่างน้ำมาให้ในห้อง" 

"ทำอย่างนั้นได้ด้วยเหรอ" หรงเอ๋อตาวาว

"ข้าจะไปสั่งให้เดี๋ยวนี้แหละ" ข้าสั่งผู้รับใช้ ไม่นานอ่างไม้บรรจุน้ำร้อนสองอ่างก็มาตั้งคู่กันอยู่ในห้อง

"ข้าใส่สมุนไพรให้ท่านนะ มันจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น" หรงเอ๋อเทสมุนไพรบางส่วนที่ซื้อมาวันนี้ลงในอ่าง 

"ถอดเสื้อผ้าลงไปแช่ซะก่อนที่น้ำจะหายเย็น" หรงเอ๋อใส่สมุนไพรลงในอ่างของตัวเองบ้าง มีกลิ่นหอมสดชื่นต่างกับของข้า

"เจ้าใส่อะไรลงในน้ำของเจ้า" ข้าชะโงกดู

"ดอกไม้ที่ช่วยทำให้ผ่อนคลายน่ะ" หรงเอ๋อหันหลังให้ข้าแล้วถอดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว ข้ารีบหันหลังให้

"หรงเอ๋อเจ้าถอดเสื้อผ้าต่อหน้าข้าแบบนี้ได้อย่างไร" ข้าเอ็ดเขา

"ก็ท่านสั่งให้คนยกมาเองใช่หรือไม่ ผู้ชายเหมือนกัน ข้าไม่ถือหรอก" หรงเอ๋อโบกมือ แต่ข้าอยากจับเขามาตีให้ก้นลาย ร่างกายงามล้ำแบบนั้นจะไปเปลื้องผ้าให้คนอื่นดูง่ายๆได้อย่างไร

ข้าถอดเสื้อผ้าลงไปแช่น้ำบ้าง สมุนไพรที่หรงเอ๋อใส่ให้ช่วยให้ข้ารู้สึกสบายขึ้น มองไปที่หรงเอ๋อกำลังหลับตาพิงอ่างอย่างสบาย ในมือมีถุงผ้าถูแขนตัวเองอยู่

"ข้าขัดหลังให้เจ้าดีหรือไม่" ข้าถามหรงเอ๋อ

"เอาสิ ใช้นี่นะ" หรงเอ๋อยื่นถุงผ้าในมือให้ แล้วหันหลังให้ข้าหัวเกยไว้ที่ขอบอ่าง

"เจ้าบรรจุอะไรไว้ในถุงนี้หรือ" ข้าถามขณะที่ถูหลังเขาไปด้วย นอกจากปานแดงรูปร่างคล้ายใบไม้ที่เหนือสะโพกแล้ว ผิวของหรงเอ๋อช่างเรียบเนียนละเอียดเป็นที่สุด

"ผงถั่วเขียวน่ะ ใช้ทำความสะอาดร่างกายได้ดีนะ ข้าหยดน้ำมันหอมไปหน่อยนึงด้วยใช้บำรุงผิว" หรงเอ๋อเจ้าเป็นผู้ชายจริงๆใช่หรือไม่

"ข้าถูหลังให้ท่านบ้าง"หลงเอ๋อหันกลับมาข้าไม่กล้าสบตาเข้าเมื่อลดสายตาลงต่ำกลับเจอเม็ดทับทิมสีสวย ข้ากลืนน้ำลายรีบหันหลังให้หรงเอ๋อก่อนที่เขาจะรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายข้า

หรงเอ๋อถูหลังให้ข้าปากก็พูด "กล้ามเนื้อของท่านสวยยิ่งนัก ข้าพยายามฝึกฝนให้มีกล้ามเนื้อแบบนี้บ้างแต่ไม่สำเร็จ"

"หรงเอ๋อ เห็นแก่สวรรค์เจ้าห้ามฝึกวิชานั้นอีกนะ!"

ข้าให้หรงเอ๋อไปอยู่บนเตียงปิดม่านไว้เรียบร้อยก่อนที่จะเรียกผู้รับใช้ให้มายกอ่างน้ำออกไป ข้าเลิกม่านขึ้นไปนอนข้างๆหรงเอ๋อที่นอนมองข้าตาแป๋ว

"เจ้ายังไม่ง่วงหรือ" ข้าลูบผมเงาสวยนั่น

"ตอนแรกข้าง่วงตอนนี้กลับตาสว่าง สงสัยเพราะนอนในที่ไม่คุ้นเคย"

"ข้าเล่านิทานให้เจ้าฟังดีหรือไม่" หรงเอ๋อได้ฟังก็ยู่ปาก

"ข้าไม่ใช่เด็กนะ แต่ถ้าเจ้าเล่าเรื่องราวในยุทธจักรข้าก็อยากฟัง" ข้าเกลี่ยผมที่ผ่านมาปรกหน้าผากหรงเอ๋ออย่างอ่อนโยน นางบำเรอของข้าไม่เคยมีใครได้ร่วมเตียงกับข้าซักคน ข้าใช้พวกนางเพียงเพื่อระบายความอัดอั้นของคนหนุ่ม ไม่แม้แต่จะยกพวกนางเป็นสนม ข้าให้เพียงอยู่ในตึกของพวกนางเท่านั้น

"เจ้าอยากฟังเรื่องอะไรล่ะ วีรบุรุษกับหญิงงามไหม" 

"ข้าฟังมาเยอะแล้ว ข้านี่แหละจะเป็นวีรบุรุษไปช่วยหญิงงาม" หรงเอ๋อ เจ้าช่างกล้าพูด ข้าอยากจะหัวเราะแต่เกรงว่าเขาจะโกรธข้า หน้าตาแบบเขาคงมีแต่คนอาสาเป็นวีรบุรุษเสียมากกว่า

"ข้ารู้มาว่าตอนนี้มีแผนที่ขุมทรัพย์ระบาดอยู่ในยุทธจักร ท่านทราบบ้างหรือไม่" หรงเอ๋อถามต่อ

"เจ้าทราบเรื่องนี้ได้อย่างไร" ข้าเกร็งตัวขึ้น เจ้าอย่าเป็นคนโลภพวกนั้นนะ

"ข้าได้ยินที่ตอนลงจากเขามาน่ะ ท่านว่าสมบัติมีจริงหรือไม่"

"ข้าเองก็ไม่รู้" ข้าไม่สบายใจเลยที่ต้องโกหกหรงเอ๋อ

"งั้นหรือ แต่ข้ารู้อย่างนึงนะว่าข่าวลือนี้เกิดขึ้นเพราะมีคนต้องการสร้างความปั่นป่วนในยุทธจักร อย่างหนักท่านอาจเสียแคว้นเลยก็ได้"

"เจ้ารู้ได้อย่างไร"  ข้าเผลอตัวบีบแขนของหรงเอ๋อแน่น

"ข้ารู้แบบเดียวกับที่ท่านรู้นั้นแหละ องค์ชายสี่ เจิ้งซ่านหยวน" หรงเอ๋อจี้จุดข้าอีกแล้ว ข้าได้แต่นอนกรอกตา

"อ้อ ข้าจะคลายจุดให้ท่านนะ แต่ถ้าท่านโวยวายข้าก็จะจี้จุดท่านอีก" หรงเอ๋อตบคลายจุดให้ข้าแล้วจี้จุดใหม่อย่างต่อเนื่อง

"เจ้าเป็นใครกันแน่" ข้าเพียงแต่ตกใจ ไม่ได้คิดว่าหรงเอ๋อจะมีเจตนาร้าย เพราะไม่มีจิตสังหารจากเขาแม้แต่น้อย

"ข้าคือเซี่ยอี้หรง ที่อยากจะทำเรื่องสะท้านฟ้าสะเทือนดินซักครั้งในชีวิต" หรงเอ๋อยิ้ม

"ด้วยการหาสมบัติ" ข้าถามต่อ

"ถูกต้อง แต่จุดมุ่งหมายของข้าต่างจากคนพวกนั้น" หรงเอ๋อยิ้มพราย ข้ารู้สึกเหมือนโดนมนต์ของเขาสะกดให้หลงใหล

"จุดมุ่งหมายของเจ้าคืออะไร" ข้าหวั่นใจในคำตอบนัก

"หาสมบัติให้พบแล้วทำลายทิ้งซะ" 

"เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าเจ้าพูดอะไรออกมา" ข้าตวาดหรงเอ๋ออย่างลืมตัว

"รู้สิ สมบัตินี้ปฐมกษัตริย์ของท่านเก็บซ่อนไว้เผื่อให้ท่านกู้ชาติ แต่ผ่านกาลเวลามาสี่ร้อยปี ข้าว่าท้องพระคลังในวังของท่านก็น่าจะสะสมจนอ้วนแล้ว ท่านก็น่าจะทราบดีว่าแผนที่นี้สร้างเภทภัยขึ้นมากเพียงไหน ดูตระกูลจางเป็นตัวอย่าง เพียงแค่ข่าวลือว่ามีแผนที่ยังโดนฆ่าล้างตระกูล"

ฟังหรงเอ๋อพูดแล้วข้าก็เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการ

"เจ้าต้องการให้ข้าช่วยเจ้า"

"ถูกต้อง"

"ที่เจ้าช่วยข้าคือการหว่านพืขหวังผลงั้นหรือ"

"นั่นย่อมมิใช่ ข้าตั้งใจจะไปหาท่านที่เมืองหลวง เกลี้ยกล่อมให้ท่านช่วยข้า ที่ข้าไปเจอท่านโดนตามฆ่านั้นเป็นเรื่องบังเอิญ ถ้าท่านไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่ท่าน ข้าแบหมากให้ท่านดูทั้งกระดานแล้ว ท่านมีความเห็นเช่นไร" หรงเอ๋อรอคอยคำตอบของข้า ที่จริงข้าเชื่อที่เขาพูด แต่ด้านมืดในจิตใจก็บอกว่าถ้าข้าจะฉวยโอกาสจากสถานการณ์นี้ซักหน่อยก็คงจะดี

"เจ้าต้องการสืบเรื่องนี้" ข้าถาม

"ถูกต้อง" หรงเอ๋อรับคำหนักแน่น

"เจ้ารู้หรือไม่ว่าแผนที่อยู่ที่ไหนบ้าง"

"แผนที่อยู่ในท้องพระคลัง กุญแจอยู่กับฮ่องเต้" ข้าขมวดคิ้ว หรงเอ๋อรู้ได้อย่างไรว่าต้องใช้กุญแจด้วย ข่าวลือที่ระบาดอยู่ในยุทธจักรเพียงต้องหาแผนที่ไม่มีใครพูดถึงกุญแจ

"เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าต้องใช้กุญแจด้วย"

"ข้ารู้ก็แล้วกัน และข้ายังรู้อีกว่ามีคนในวังลอบสืบเรื่องนี้อย่างลับๆโดยร่วมมือกับแคว้นใกล้เคียงของท่าน พวกเขาร่วมมือกับชาวยุทธที่มักใหญ่ใฝ่สูง" หรงเอ๋อพูดตรงกับที่ข้าคาดไว้ทุกอย่าง

"เจ้ารู้ไหมว่ามันเป็นใคร"

"ข้าไม่รู้แต่ข้าจะหาตัวมันมาให้ได้เพื่อยับยั้งสงครามระหว่างแคว้น" ถ้าข้าขยับตัวได้ข้าอยากจะกอดเขาไว้จริงๆ

"ข้าอยากให้เจ้ากลับวังกับข้า เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงผู้คนมากมาย เราต้องดำเนินการอย่างรอบคอบที่สุด" ข้าสบตาหรงเอ๋อ

"ถึงเจ้าไม่ชวน ข้าก็คิดจะไปหาฮ่องเต้อยู่แล้ว ข้าตกลง" หรงเอ๋อยักไหล่ ช่างน่าตีนัก

"แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าแผนที่อีกสามชิ้นอยู่กับใคร" ข้าถามต่อ

"ชิ้นหนึ่งอยู่กับท่าน ฮองเฮาเป็นคนตระกูลหยางที่มีแผนที่และกุญแจ" หรงเอ๋อพูดอย่างมั่นใจ

"แล้วอีกสองชิ้นล่ะ" 

"นั่นยังเป็นปัญหาอยู่ เสนาซูเป็นคนซื่อสัตย์แต่คนรุ่นหลังกลับมิใช่ ร่วมมือท่านอ๋องสามก่อกบฏแต่ไม่สำเร็จถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรตั้งแต่สองร้อยปีก่อน สมบัติถูกยึดเข้าท้องพระคลังหลวง ข้าไม่รู้ว่ามันรวมอยู่ในนั้นหรือถูกใครขโมยไป อีกชิ้นอยู่ในตระกูลรุ่ยซึ่งขาดผู้สืบทอดสายหลักเหลือแต่สายรองที่กำลังเสื่อมในเมืองชายแดน ข้าไม่รู้ว่าชิ้นไหนที่หลุดออกสู่ยุทธจักร"

"เจ้าสืบมาได้อย่างไร ข้าเองใช้คนแกะรอยเป็นปียังไม่รู้ละเอียดเท่าเจ้า" ข้าทึ่งในความสามารถของหรงเอ๋อนัก

"ความลับของฟ้าไม่อาจแพร่งพราย" หรงเอ๋อยยิ้มซุกซน

"มัวแต่คุยกับท่าน นี่ก็ดึกมากแล้ว เรานอนกันเถอะ" หรงเอ๋อตลบผ้าห่มมาคลุมข้า

"เจ้าคลายจุดให้ข้าก่อนสิ " ข้าโอดครวญ

"ข้าไม่ไว้ใจโจรราคะเช่นท่าน" หรงเอ๋อเริ่มตาปรือ

"เจ้าบอกเองว่าเป็นผู้ชายเหมือนกัน" ข้าแย้ง

"นั่นในยามที่ข้ามีสติครบถ้วน ข้าไม่อยากระวังท่านจนไม่ได้นอนทั้งคืนหรอกนะ ถ้าท่านไม่หุบปากข้าจะจี้จุดใบ้ของท่านด้วย" หรงเอ๋อหาวน้อยๆแล้วหลับตาลง ข้านอนฟังลมหายใจสม่ำเสมอของเขา ขณะที่กำลังเคลิ้มจะหลับก็รู้สึกว่าหรงเอ๋อขยับเข้ามาซุกอกข้า คงเพราะกลางคืนอากาศเย็นสินะ จึงขยับมาหาที่อุ่นๆ ข้านอนดมกลิ่นกายหอมๆของหรงเอ๋อแล้วบางส่วนในกายข้าก็ตื่นขึ้นมา มารดามันเถอะ มันควรจะโดนจี้จุดด้วยไม่ใช่หรือไง ข้าลองโคจรลมปราณคลายจุด แต่หรงเอ๋อใช้ฝีมือที่ข้าเองก็คลายไม่ได้แต่ข้าก็ไม่ละความพยายาม โคจรพลังพยายามคลายจุดอย่างไม่ย่อท้อ เป้าหมายคือร่างหอมๆที่นอนแนบชิดอยู่

โอ้สวรรค์ หลังจากการโคจรพลังอย่างไม่ย่อท้อในที่สุดข้าก็คลายจุดได้สำเร็จ

"อ้าว คลายจุดได้แล้วเหรอ ข้าล้างหน้าก่อนนะ เราจะได้ออกเดินทางกัน"

หรงเอ๋อพับผ้าห่มไว้ที่ปลายเตียงทิ้งให้ข้านอนหมดแรงด้วยความช้ำใจ

 

ความคิดเห็น