จะออกตอนต่อไปก่อนสิ้นปี2018 ฮ่าฮ่าฮ่า

ชื่อตอน : 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.4k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ธ.ค. 2559 14:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4
แบบอักษร

เจิ้งซ่านหยวน

ข้ากำลังหลบหนีจากนักฆ่าด้วยความยากลำบาก มิทราบว่าข่าวรั่วได้อย่างไรว่าข้าจะมาแถวนี้ ครั้งนี้ข้าออกจากวังเพื่อมาสืบเรื่องแผนที่ขุมทรัพย์ที่กำลังเป็นที่สนใจอยู่ในยุทธจักรตอนนี้ ทั้งที่มีแค่ข้ากับท่านพี่และท่านพ่อเท่านั้นที่รู้ความลับ ข้าคาดการณ์ว่าต้องมีผู้ไม่ประสงค์ดีต้องการก่อหวอดการฆ่าฟันสร้างเภทภัยขึ้นในยุทธจักรและอาจมีคนในวังเกี่ยวข้อง ข้าจึงลอบออกมาสืบโดยนำองครักษ์มือดีออกมาเพียงสองคนเท่านั้นเพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต แต่กลับมีคนคิดสังหารข้า มันอาศัยตอนที่ข้าเผลอซัดเข็มพิษใส่ข้า ถึงแม้ข้าจะดึงเข็มออกไปแล้วแต่พิษยังคงเข้าสู่ร่างกาย ทำให้การเคลื่อนไหวช้าลงจนถูกพวกมันฟันเอาหลายแผล

องครักษ์ของข้าออกหน้าขวางคนร้ายให้ข้าหลบหนี ข้าไม่อยากกระทำเยี่ยงคนขลาดแต่เมื่อนึกถึงงานใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าและชะตาของแผ่นดินข้าจะตายตอนนี้ไม่ได้ จึงจำเป็นต้องทิ้งองครักษ์ให้ต่อสู้กับกลุ่มนักฆ่า จากการที่กลุ่มนักฆ่าตามมาทันข้าคาดว่าองครักษ์ทั้งสองคงประสบเภทภัยมากกว่าวาสนา

ข้าหลบหนีมาล้มลงที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมลำธาร มีคนร่างเล็กปรากฏตัวมาช่วยข้า เขาตัวเล็กจนข้าเกือบคิดว่าเขาเป็นผู้หญิงก่อนที่ข้าจะได้ยินเสียงพูด ยังไม่ทันที่ข้าจะได้พูดอะไร เขาก็จี้สกัดจุดข้าแล้วอุ้มข้ากระโดดขึ้นไปซ่อนอยู่บนต้นไม้

ดูจากวิชาตัวเบาแล้วคนผู้นี้คงมีฝีมือมิใช่ชั่วแต่คงขาดประสบการณ์ในการต่อสู้ เพราะข้าสัมผัสถึงการเต้นของหัวใจของเขา มันเต้นถี่เร็วเมื่อพวกนักฆ่ามายืนอยู่ใต้ต้นไม้ที่เราซ่อนตัวอยู่ ข้าได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากร่างของเขา ข้าอธิบายไม่ถูกว่ามันคือกลิ่นอะไรแต่มันช่วยให้ข้าจิตใจสงบ สมองปลอดโปร่งขึ้น

เขาลูบคลำร่างกายของข้า มือของเขาเล็กและนุ่มนิ่มประดุจมือของอิสตรี ถึงข้าจะรู้ว่าเขาหวังดีจะช่วยแต่ข้าก็อดที่จะหน้าแดงหัวใจเต้นแรงมิได้ โอ ช่างน่าละอายยิ่งนักที่ข้าบังเกิดความรู้สึกเช่นนั้นขึ้นมาเสียได้ ดีที่เราอยู่นั้นมืด มิเช่นนั้นแล้วข้าคงต้องฆ่าตัวตายด้วยความอับอายเป็นแน่

หลังจากนักฆ่าจากไป เขาให้ข้าขี่หลังพามายังถ้ำแห่งหนึ่ง เขาบอกว่าสามารถรักษาข้าได้ ข้าดีใจมากเสนอเงินทองให้เขาแต่เขากลับไม่ต้องการ เพียงขอให้ข้าไม่นำเรื่องนี้ไปบอกผู้ใด

ข้าเก็บซ่อนความสงสัยแต่ยังคงรับปากเขา ข้าแบ่งแยกบุญคุณความแค้นชัดเจนเสมอมา

สิ่งที่เขานำมาให้ข้ากินเพื่อถอนพิษนั้นคือเลือดของเขาเอง ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นเรื่องจริง หลังจากข้าโคจรพลังข้ารู้สึกว่าพลังฝีมือของข้ากลับมาเกือบเป็นปกติ ช่างมหัศจรรย์ยิ่ง

จากการพูดคุยข้าได้รู้ว่าเขาชื่ออี้หรงกำลังจะเดินทางไปเมืองอึ้งเจียะติ่งจึงได้มาเจอข้าโดยบังเอิญแต่ข้ารู้สึกว่าเขายังมีอะไรปิดบังข้าอยู่และข้าจะต้องรู้ให้ได้

อี้หรงแบ่งเสบียงให้ข้าซึ่งมันอร่อยมาก หลังจากเรากินหมดเขาก็ชวนข้าเข้านอนแต่ข้ากลับได้ยินเสียงเขานอนพลิกตัวไปมา เพียงครู่เดียว เขาก็ลุกมายืนตรงหน้า ข้าผ่อนลมหายใจให้เหมือนคนหลับอี้หรงร้องเพลงอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินออกจากถ้ำไป

ข้ารอซักพักแล้วก็สะกดรอยตามอี้หลง นี่ก็ดึกแล้ว เขาแอบนัดกับพวกนักฆ่าหรือไม่ ข้าอดระแวงไม่ได้

ข้าสะกดรอยตามอี้หรงมาถึงลำธาร คืนนี้แสงจันทร์สว่างนวลตา มองเห็นได้พอสมควร อี้หรงปักท่อนฟืนไว้ที่ริมลำธารแล้วเริ่มเปลื้องเสื้อผ้า ข้าอยากหลับตาลงด้วยไม่ต้องการจะกลายเป็นพวกถ้ำมอง แต่ยังมีสิ่งที่น่าสนใจเกิดขึ้น

ข้าเห็นอี้หรงนวดใบหน้าแล้วหน้าก็หลุดออกมาทั้งแผ่น

อี้หรงใส่หน้ากากปลอมแปลงโฉม!

ในที่สุดข้าก็รู้ว่าความรู้สึกเวลาข้ามองหน้าอี้หรงแล้วรู้สึกว่ามีอะไรเพี้ยนไปนั่นคือเรื่องนี้นี่เอง ใครใช้ให้คนหน้าตาธรรมดามีดวงตาสุกใสเยี่ยงนั้น ทันใดนั้นอี้หรงก็เปลื้องชุดยาวสีขาวออกเปลือยแผ่นหลังขาวเนียนอวดเอวคอดจนข้าคิดว่าข้าสามารถกำมันได้รอบด้วยมือเดียว ผมยาวดำสลวยประดุจขนนกกาน้ำทิ้งตัวยาวถึงสะโพกผายงอน อี้หรงหันมามองทางที่ข้าซ่อนอยู่เหมือนเห็นข้าทำให้ข้าเห็นใบหน้าจริงของเขา

งามล่มเมืองคือคำที่ผุดขึ้นมาในหัวข้าเมื่อเห็นอี้หรง ข้าเผลอจ้องมองเขาจนแทบลืมหายใจ หัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดกับใครมาก่อน บังเกิดความหวงแหนขึ้นในจิตใจ ถ้าเขามีใบหน้าแบบนี้ข้าก็พอจะเข้าใจว่าทำไมเขาจึงต้องปลอมตัว เพราะถ้าเขาเดินทางด้วยใบหน้าจริงคงจะเกิดอันตรายแก่ตัวเขาเป็นแน่ ข้าอยู่เฝ้าจนอี้หรงอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ จึงถอยกลับถ้ำ 

"รอกลับพร้อมกันก็ได้ซ่านหยวน"  ข้าตัวแข็งทื่อ ไม่คิดว่าอี้หรงจะรู้ว่าข้าแอบอยู่ตรงนี้

"เจ้าโจรราคะ มีอะไรจะอธิบายให้ข้าฟังหรือไม่" อี้หรงยืนเท้าเอวถามข้า

ชื่อเสียงข้ามิได้ดีพร้อมแต่ไม่เคยมีใครด่าข้าว่าโจรราคะมาก่อน ข้ารู้สึกหัวร่อมิออกร้องไห้มิได้

"ดูพอแล้วหรือไม่ ข้าก็มีทุกสิ่งเหมือนกับเจ้า พอใจหรือยัง" อี้หรงยืนอยู่ตรงหน้าข้าแม้นว่าเขาใส่เสื้อผ้าครบแล้วยังคงมีความเย้ายวนอยู่หลายส่วน

"ขะ ข้า ไม่ได้ตั้งใจแอบดูเจ้าอาบน้ำ" ข้าพูดไม่ออก

"ไม่ได้ตั้งใจ แต่แอบตามข้ามา ดูตั้งแต่ต้นจนจบนี่น่ะนะ" อี้หรงต้อนข้า สายตาวาววับบ่งบอกว่าเขาเริ่มมีโทสะบ้างแล้ว

"เจ้าอย่าโกรธข้าเลยนะอี้หรง ข้าขอโทษ คราแรกข้ายอมรับว่าข้ายังระแวงเจ้า แต่เมื่อข้าเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเจ้าแล้วข้าก็คิดว่าข้าพอจะเข้าใจเหตุผลการปลอมตัวของเจ้า แล้วข้าก็เป็นห่วง" ข้าลดเสียงแผ่วลง

"เจ้าเป็นห่วงข้าทำไม" อี้หรงเหมือนจะยอมฟังข้า

"คนงามเช่นเจ้ามาอาบน้ำคนเดียวกลางป่ายามนี้ ข้ากลัวว่าจะมีโจรราคะผ่านมาทำร้ายเจ้า" ข้ารีบพูดออกไปก่อนที่อี้หรงจะมีโทสะขึ้นมาอีก

"ที่นี่จึงมีแต่เจ้าเป็นโจรราคะ ข้าเป็นผู้ชายมีใดต้องกลัวด้วย" อี้หรงกลับมีโทสะขึ้นมาจริงๆไม่ทราบว่าข้าพูดเรื่องใดไม่ถูกใจเขา

"อี้หรงเจ้าอย่าเพิ่งมีโทสะไป ดึกแล้วน้ำค้างแรง เรากลับไปคุยต่อที่ถ้ำดีหรือไม่ ข้าไม่อยากเห็นเจ้าป่วย" เขายู่ปากอย่างน่ารักน่าเอ็นดู แต่ยอมเดินกลับถ้ำแต่โดยดี

"เจ้ามาถือท่อนฟืนเลย ข้าจะได้ไม่ต้องมือเลอะ" ถ้าเป็นคนอื่นมาพูดกับข้าเยี่ยงนี้ ข้ารับรองว่ามันจะต้องถูกสั่งโบยเป็นแน่แท้ แต่เมื่อเป็นอี้หรง ข้ากลับอยากให้เขาสั่งข้ามากๆ

 เราทรุดตัวลงนั่งในถ้ำ ข้าโยนฟืนใส่กองไฟที่ใกล้มอด ทำให้แสงไฟสว่างขึ้นส่องใบหน้าของอี้หรงให้ดูงามจับตา

"เจ้ามีอะไรก็ว่ามา"อี้หรงพูดโดยที่ไม่มองหน้าข้า

"ข้าวิงวอนขอเจ้าอย่ามีโทสะได้หรือไม่ ข้าขอโทษที่คิดระแวงเจ้า" ข้าไม่อยากให้อี้หรงเมินข้าเช่นนี้

"ข้าเข้าใจท่าน ไม่เป็นไรหรอก พรุ่งนี้เราก็แยกทางกันแล้ว ท่านจะคิดเยี่ยงไรก็เป็นเรื่องของท่าน" อี้หรงสะบัดหน้าไปนอนไม่สนใจข้าอีก 

ทำไมข้าจึงรู้สึกปวดใจกับท่าทางเย็นชาของอี้หรงนัก ข้านั่งครุ่นคิดอยู่จนเช้า เมื่อตะวันทอแสงข้าก็ได้มีคำตอบให้กับตัวเอง ข้าชอบอี้หรง ข้าไม่สนใจว่าเขาจะเป็นชาย พฤติกรรมรักชอบเพศเดียวกันมีให้เห็นได้ทั่วไปในวัง แล้วข้าจะมีชายาเป็นชายใครจะทำไมข้าได้ นางบำเรอที่มีคนเอามาถวายเหมือนก้อนกรวดด้อยค่าเมื่อเทียบกับอี้หรง จิตใจที่กล้าหาญและงดงามของเขา รวมถึงใบหน้างามเรือนร่างเย้ายวนนั้นอีก

เมื่อข้ารู้ใจตัวเอง จิตใจก็ปลอดโปร่งขึ้นมา จากนี้ไปข้าจะไม่ปล่อยให้หรงเอ๋อคลาดสายตาข้าตลอดไป

"ท่านยิ้มอะไรอยู่คนเดียว ดูแล้วน่าขนลุกยิ่ง" อี้หรงตื่นมายืนข้างข้าตั้งแต่เมื่อไหร่

"หรงเอ๋อ เจ้าหิวหรือไม่ว่า ข้าจะลองไปดูในลำธารจับปลามาให้เจ้ากินดีหรือไม่" 

"อย่ามาเรียกข้าว่าหรงเอ๋อนะ แล้วยังมาทำเสียงแบบนี้อีกข้าขนลุก" หรงเอ๋อลูบแขนตัวเองแล้วมุ่งหน้าไปที่ลำธาร

"เจ้าอย่าพูดกับข้าแบบนี้สิหรงเอ๋อ" ข้ารีบเดินตามเขาไปที่ลำธาร 

หรงเอ๋อใช้มีดสั้นตัดไม้ไผ่แถวนั้นเหลาปลายให้แหลมมาสี่อัน แล้วไปยืนเล็งบนโขดหินริมลำธาร ข้าจึงได้สติว่าเขาจะจับปลา

"ให้ข้าจับปลาให้เจ้าเถอะ" ข้าเอื้อมมือจะไปดึงไม้จากมือหรงเอ๋อแต่เขากลับถอยหนีข้า

"ไปนั่งรอเฉยๆเลย เดี๋ยวแผลก็ฉีกหรอก ข้าไม่ว่างรักษาท่านหรอกนะ" หรงเอ๋อดุข้าแต่ทำไมปากข้ามันคอยแต่จะยกยิ้ม

เพียงครู่เดียวหรงเอ๋อก็เสียบปลามาได้สี่ตัว เขาเปลื้องชุดยาวออกแล้วลงไปยืนในน้ำ

"เจ้าจะทำอะไร"  ข้าถาม

"อาบน้ำไงล่ะ เจ้าจะนั่งดูข้าอีกนานไหมจนกว่าจะคิดได้ว่าควรกลับไปย่างปลา" หรงเอ๋อว่า

ข้าจำต้องหิ้วปลากลับไปย่างที่ถ้ำ ไม่ลืมตัดกระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำกลับมาด้วย

ข้าย่างปลาเริ่มจะสุกส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว หรงเอ๋อก็กลับมา ใบหน้าสดใสดูอารมณ์ดีขึ้น

"สุกหรือยัง" เขาถามข้า ดวงตาสุกใสจ้องไปที่ปลาย่าง

"เกือบแล้ว อีกไม่ถึงหนึ่งเค่อก็จะรับประทานได้" 

"งั้นเจ้าถอดเสื้อมาให้ข้าดูบาดแผลหน่อยซิ" เขาสั่งข้าโดยหน้าไม่เปลี่ยนสี ตัวข้ากลับเป็นฝ่ายหน้าแดงเสียเองแต่ก็ยอมเปลื้องเสื้อออกให้เขาดูแผลแต่โดยดี

"ดูดีขึ้นมาก ท่านรู้สึกระบมเหมือนจะเป็นไข้หรือไม่" หรงเอ๋อใช้หลังมือสองแตะหน้าผากข้าโดยไม่รอคำตอบ

"ตัวอุ่นๆ เดี๋ยวข้าเช็ดตัวทำความสะอาดแผลและทายาให้ท่านก่อน" หลงเอ๋อใช้ผ้าฝ้ายผืนเล็กชุบน้ำเช็ดตัวข้าอย่างพิถีพิถัน ข้ารู้สึกดีมากๆเมื่อมือเล็กนั้นลากผ้าผ่านไปทั่วตัวของข้า 

"เสร็จแล้ว" เสียงของหรงเอ๋อปลุกข้าจากความเคลิบเคลิ้ม

"เสื้อท่านขาดจนใช้การไม่ได้แล้ว เอาเสื้อข้าไปใส่ก่อนก็แล้วกัน" เขาค้นห่อผ้าแล้วส่งเสื้อมาให้

ข้ารับเสื้อมากใส่ เพียงคลุมตัวข้าได้เท่านั้นขนาดตัวของข้ากับเขาต่างกันเกินไป หรงเอ๋อหัวเราะคิก

"ท่านใส่คลุมไว้ก่อนแล้วกัน ถึงตัวเมืองข้างหน้าค่อยหาซื้อเสื้อผ้าให้ท่าน"

เราลงมือรับประทานปลาย่าง หรงเอ๋อยื่นห่อเล็กๆให้ข้า

"ลองกินดูไหม กินกับปลาย่างอร่อยนะ" ข้ารับห่อนั้นมาพิจารณา ดมดูแล้วพบว่ามีกลิ่นพริกกับกระเทียม ข้าลองแบ่งมานิดหน่อยแล้วกินตามที่หรงเอ๋อบอก

"เผ็ดแต่อร่อย" ข้าบอกหลังจากกลืนอาหารในปากแล้ว

"ฝีมือข้าย่อมอร่อยอยู่แล้ว" หรงเอ๋อยืดอกด้วยความภูมิใจ เจ้ายังมีอีกกี่อย่างให้ข้าแปลกใจหนอ

"จากนี้ไปเจ้าจะเดินทางไปไหนต่อข้าแบ่งแผ่นทองให้เจ้าดีหรือไม่ ข้าว่าตอนนี้เจ้าคงไม่มีเงินติดตัว" หรงเอ๋อถามข้าหลังจากเรารับประทานปลาเสร็จ

"ข้ายังมีถุงเงินติดตัว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ว่าแต่จุดหมายปลายทางของเจ้าคือเมืองอึ้งเจียะติ่งงั้นหรือ" 

"ย่อมมิใช่ ข้าจะเดินทางไปเมืองหลวงจำต้องผ่านอึ้งเจียะติ่งก่อน" หรงเอ๋อเติมน้ำใส่ถุงหนังแล้วราดน้ำที่เหลือดับไฟ

"เจ้าพูดเหมือนไม่รู้จักทาง" ข้าช่วยกลบกองไฟ ให้เหมือนไม่เคยมีใครมาใช้ถ้ำนี้

"ข้าอยู่บนเขากับท่านตาตลอด เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก" หรงเอ๋อยอมรับ

"งั้นเจ้าก็ร่วมทางไปกับข้าสิ ข้าก็กำลังจะไปเมืองหลวงเหมือนกัน" ถึงเขาไม่ไปข้าก็จะหาวิธีให้เขาไปอยู่ดี หึ

"จะลำบากเจ้าหรือไม่" หรงเอ๋อสบตาข้า

"ไม่ลำบากหรอก เจ้าก็เห็นว่าข้าบาดเจ็บ ข้าจึงคิดจะเช่ารถม้าจากเมืองข้างหน้าเดินทางไปเมืองหลวงอยู่แล้ว เจ้าก็ร่วมทางกับข้านั่นแหละดีแล้ว"หรงเอ๋อทำตาวาว

"ข้าอยากนั่งรถม้า ข้าไม่เคยนั่งมาก่อนเลย" 

ข้าอดไม่ได้ที่จะลูบหัวเขาอย่างเอ็นดู หรงเอ๋อสูงแค่บ่าของข้าเท่านั้น

"ข้าจะให้เจ้านั่งจนเบื่อเลยละ" 

เราชักชวนกันออกเดินทาง หรงเอ๋อขอเดินเลียบลำธาร เขากระโดดไปมาตามก้อนหิน สนุกเองอยู่คนเดียว

"เจ้าชอบหรือ" ข้าถาม เขาช่างร่าเริงเหมือนนกน้อยๆ

"ข้าวฝันมานานแล้วว่าอยากจะทำอะไรแบบนี้" หรงเอ๋อหันกลับมายิ้มให้ข้า จนเขาเองสะดุดเกือบจะหงายหลังตกน้ำแต่ข้าที่คอยสังเกตอยู่พุ่งตัวเข้ามารับไว้ได้มัน

ข้ารวบเอวของหรงเอ๋อมาประชิดตัวแล้วใช้ท่าเท้าแมลงปอเหยียบคลื่นพาหลงเอ๋อขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย ข้าสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงของเขา

"ตกใจหรือไม่" ข้ากระชับเอวเขาอย่างหวงแหน

"นิดหน่อย ท่านปล่อยข้าเถอะ" หรงเอ๋อผลักข้าออก ข้าจำต้องปล่อยมือด้วยความเสียดาย

"อีกไม่นานก็จะถึงตัวเมืองแล้ว เจ้าเอาหน้ากากมาใส่เสียเถิด" ข้าบอกหรงเอ๋อ ใครจะอยากให้คนอื่นมาเห็นใบหน้างามนั่น

"ก็ดีเหมือนกัน" หรงเอ๋อค้นย่ามได้หน้ากากหนังมาติดเข้ากับใบหน้า เขาชะโงกมองน้ำในลำธารแทนกระจก ข้าช่วยเขาดูความเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยดีแล้วก็ชักชวนหรงเอ๋อเดินทางต่อ

"เรากลับไปเดินบนทางหลวงกันเถอะ" หรงเอ๋อพยักหน้าตกลงแล้วเดินตามข้ามา

เราเสียเวลาตรงประตูเมือง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวดจนโดยเฉพาะคนที่จะออกจากเมือง ข้าสงสัยจึงอดไม่ได้ที่จะถามทหารที่หน้าประตู

"ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือท่าน"

"เมื่อคืนมีการปล้นฆ่าทั้งตระกูลบ้านเศรษฐีจาง ทางการเข้มงวดคนออกจากเมือง ถ้าไม่มีใบอนุญาตก็ออกจากเมืองมิได้" 

"ข้ากับสหายเพียงแค่เดินทางผ่านมา ข้าควรจะทำเช่นไร" บัตรเบ่งนั้นมีอยู่แต่ข้าไม่อยากให้ตกเป็นข่าว

"ท่านนำใบนี้ไปที่ศาลาว่าการว่าเจ้าเพิ่งเข้าเมืองมาคงไม่มีปัญหาอะไร นักเดินทางแบบเจ้ามีไม่น้อย" ทหารผู้นั้นชี้ไปทางด้านหลัง ข้ามองตามก็เห็นกลุ่มคนหลากหลายอายุยืนต่อแถวอยู่

ข้าเดินนำหรงเอ๋อไปที่ศาลาว่าการ มีคนเข้าแถวยาวไม่น้อยจนข้าถอนใจ

"เจ้าหิวหรือไม่ ไปดื่มน้ำชารอข้าที่เพิงน้ำชาตรงนั้นก่อนไหม ข้าจะไปต่อแถวให้เอง" ข้าไม่อยากให้หรงเอ๋อเหนื่อย

"ท่านไม่ต้องปฏิบัติต่อข้าเหมือนเป็นผู้หญิงหรอกนะ" หรงเอ๋อทำแก้มป่อง 

"ข้าเพียงแต่กลัวเจ้าจะเหนื่อย" ข้าทอดเสียงอ่อน

"ไปต่อแถวด้วยกันนี่แหละ หลังจากนั้นข้าอยากจะแช่น้ำอุ่นกินอาหารอร่อยๆ" หรงเอ๋อเดินนำข้าไปต่อแถว โชคดีที่ใช้เวลาไม่นานเราก็ได้ใบผ่านทางมา

"ข้าหิวแล้ว"  หรงเอ๋อยืนลูบท้อง 

"ตามข้ามา" ข้าพาหรงเอ๋อมาที่โรงเตี๊ยมระดับกลางในเมือง เพื่อเลี่ยงความยุ่งยากที่อาจจะเจอคนรู้จักในโรงเตี๊ยมของชนชั้นสูง

"เราไปซื้อเสื้อผ้ากันก่อนดีหรือไม่" หรงเอ๋อดึงแขนเสื้อข้าไว้พร้อมกับชี้มือไปทางฝั่งตรงข้าม เมื่อข้าก้มดูตัวเองก็เห็นด้วย

"ก็ดีเหมือนกัน"

ข้าพาหรงเอ๋อเดินข้ามถนนมายังร้านเสื้อ เลือกเสื้อผ้าที่รัดกุมแบบเรียบมาคนละสองชุด 

เรากลับมาที่โรงเตี๊ยม เลือกพักห้องเดียวกัน หรงเอ๋อก็ไม่ได้ว่าอะไร เราสั่งอาหารมากินกันในห้อง หรงเอ๋อดูตื่นใจและมีความสุขกับการกินมาก

หลังจากกินเสร็จ หรงเอ๋อก็บอกว่าจะไปร้านสมุนไพร

"ข้าว่าจะไปซื้อยามาต้มให้เจ้าซักหน่อย ข้าไปข้างนอกหน่อยนะ"

"ให้เด็กรับใช้ไปซื้อให้ก็ได้" ข้าบอก

"ยี้ เจ้านี่ไม่เข้าใจอะไรเลย ข้าจะออกไปเดินเล่นต่างหากล่ะ" หรงเอ๋อทำปากยื่นจนข้าอยากจะดึงนัก

"งั้นข้าจะพาเจ้าไปเอง" ข้าไม่มีทางให้หรงเอ๋อไปคนเดียวแน่

 

 ตัดมันดื้อๆตรงนี้เลย แหะ

ความคิดเห็น