email-icon facebook-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิล ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

ตอนที่ 1 ยุยงส่งเสริม

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 ยุยงส่งเสริม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 638

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2564 15:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 ยุยงส่งเสริม
แบบอักษร

ตอนที่ 1 ยุยงส่งเสริม 

ร่างบางในชุดนักศึกษารัดรูปพอดีตัวก้มหน้างุด ๆ หลบสายตาที่เมียงมองมาด้วยความสนใจระคนสงสัย กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาใต้ตึกคณะ 

โชคดีที่เวลานี้ยังค่อนข้างเช้าอยู่ ผู้คนในบริเวณนี้จึงไม่พลุกพล่านเท่าไหร่นัก อีกทั้งบรรดาแก๊งเพื่อนก็ยังมาไม่ถึง บริ้งค์จึงหย่อนสะโพกลงนั่งบนม้านั่งหินอ่อนในตำแหน่งที่คิดว่าเงียบสงบที่สุดแทนที่จะเป็นโต๊ะประจำกลุ่มอย่างทุกวัน 

มือเรียวล้วงเข้าไปหยิบกระจกขนาดพกพาขึ้นมาเช็กความเรียบร้อย ใบหน้าง้ำงอลงหลายส่วนขณะใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามผิวหนังใต้ตาด้วยความเป็นกังวล 

แม้จะพยายามโบกทับด้วยคอนซีลเลอร์ไปหลายตลบ ทว่ามันก็ยังคงปรากฏร่องรอยบอบช้ำซึ่งเป็นผลพวงมาจากการทำสงครามกับน้ำตาอย่างหนักหน่วงกว่าครึ่งค่อนคืนให้เห็นจาง ๆ อยู่ดี 

"เพราะแกคนเดียวเลย ไอ้ผู้ชายเฮงซวย!"  

บริ้งค์โยนกระจกพอพาเก็บลงกระเป๋าอย่างไม่สบอารมณ์ เพียงแค่หวนนึกถึงต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพยับเยินก็หลุดสบถออกมาเสียงขุ่น 

เสียดายที่เธอมัวแต่ตะลึงกับภาพอุจาดตาจนหลงลืมถ่ายรูปมาเสียสนิท ไม่อย่างงั้นคงมีของขวัญติดไม้ติดมือมาช่วยป่าวประกาศความรักใคร่ของคนทั้งคู่ให้คนทั้งมอช่วยอวยพรสักหน่อย คิดแล้วก็ฟาดมือลงบนโต๊ะฉาดใหญ่ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความคับแค้นใจ 

ครืดครืด ครืดครืด 

แรงสั่นเตือนสั้น ๆ ดึงให้บริ้งค์หลุดออกจากห้วงของความคิด ตวัดสายตามามองโทรศัพท์ซึ่งวางทิ้งไว้บนโต๊ะใกล้มือ พลันรอยยิ้มเยาะก็ผุดขึ้นที่มุมปากหลังมองเห็นข้อความที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ 

( พี่ไปป์ : บี๋อยู่ไหนแล้วคะ ถึงมอหรือยังคะ ) 

"ยังจะกล้าเสแสร้งทำตัวเป็นแฟนที่ดีอยู่ได้อีกเหรอ เหอะ!"  

บริ้งค์ทำหน้าเหลือเชื่อกับความไร้จิตสำนึกของอดีตแฟนหนุ่มที่ยังคงทำตัวเหมือนเดิม ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำราวกับตัวเองไม่ได้แอบทำอะไรผิด  

สายตาขุ่นขวางปรายมองหน้าจอที่สว่างวาบในทุกครั้งยามมีข้อความเด้งเข้าเพียงนิดก่อนจับมันคว่ำหน้าลง โดยไม่คิดจะเปิดมันออกอ่านเลยแม้ครึ่งคำ 

ใบหน้าหงิกงอฟุบลงบนท่อนแขนของตัวเองหวังใช้เวลาที่เหลืออยู่ราว ๆ ครึ่งชั่วโมงก่อนถึงเวลานัดส่งงานในการจัดการกับความหงุดหงิดนี้ ทว่าเพียงแค่หลับตาลงภาพสองร่างที่กำลังเคลื่อนไหวเข้าหากันอย่างเร่าร้อนก็หวนกลับเข้ามารบกวนโสตประสาทอีกหนจนเธอไม่อาจข่มตาให้หลับได้ 

สองมือกำเข้าหากันแน่นจนสั่นเทา ความรู้สึกมากมายปั่นป่วนอยู่ในช่องอก ตอนที่เขากำลังเสพสุขกับผู้หญิงคนนั้น ตอนที่เขาร่วมมือกันหักหลังและทำลายความรักที่เธอมอบให้ มันมีสักเสี้ยววินาทีไหมนะที่จะนึกสงสารเธอบ้าง 

ทั้งที่ตลอดเวลาที่คบกันเธอก็ทุ่มเทให้เขาทุกอย่าง ให้ทั้งหมดที่มี แต่ทำไมเขาถึงไม่รู้จักพอเสียที ทำไมเขาถึงยังคอยยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นอยู่ร่ำไป ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ 

ครืดครืด ครืดครืด 

เจ้าเครื่องสีดำยังคงสั่นเตือนไม่หยุดจนสุดท้ายบริ้งค์ก็ทนรำคาญไม่ไหว ดีดกายลุกขึ้นมานั่งตัวตรงพลางหยิบมันมาหมายจะกดปิดเสียงปิดสั่น พลันเสียงริงโทนมาตรฐานซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโทรศัพท์ค่ายยักษ์ใหญ่ก็ดังแทรกขึ้นมา 

คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความฉงนหลังมองเห็นเบอร์ที่ขึ้นโชว์บนหน้าจอ ประสบการณ์จากการถูกขายตรงบ่อย ๆ ทำไมบริ้งค์ค่อนข้างขยาดที่จะกดรับเบอร์แปลก หากแต่ครั้งนี้กลับไม่ปรากฏข้อความระบุประเภทของปลายสาย  

เอาไงดี รับหรือไม่รับ? ครุ่นคิดลังเลอยู่ชั่วครู่กระทั่งในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่สายจะตัดไป เธอก็ตัดสินใจลองเสี่ยงจรดปลายนิ้วเรียวลงบนปุ่มสีเขียวก่อนยกมันขึ้นแนบหูในที่สุด 

"ฮัลโหล" 

( คิกคิก ) 

คิ้วเรียวถึงกับขมวดมุ่นเข้าหากันแน่นด้วยความฉงนเมื่อมีเสียงหัวเราะคิกคักชอบใจของหญิงสาวดังลอยออกมา แทนที่จะเป็นประโยคทักทายอย่างที่ควรจะเป็น 

มือเรียวดึงโทรศัพท์ออกมาเพ่งมองตัวเลขทั้งสิบหลักก่อนยกมันขึ้นแนบหูอีกหน ปากเล็กอ้าขึ้นหมายจะเอ่ยถาม 

"ฮะ..." 

ทว่ายังไม่ทันจะพูดอะไร เสียงหวานก็หลุบหายไปในลำคอหลังได้ยินน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นมา 

( ฮืมมม ทำไมวันนี้หนูร้อนแรงจังคะ ... แล้วพี่ไปป์ชอบไหมคะ .... ชอบสิคะ ชอบที่สุดเลย อาส์ ) 

ไม่ต้องถามก็พอเดาได้แล้วว่าอีกฟากกำลังทำอะไร! บริ้งค์กัดฟันกรอด สายตาวาวโรจน์จับจ้องที่หน้าจอตาเขม็งพลางกำโทรศัพท์มือถือแน่นจนมันแทบแหลกคามือ  

ถึงขนาดกดโทรมาให้เธอฟังด้วยแบบนี้ คงอยากเปิดตัวกับหลัวชาวบ้านจนตัวสั่นสินะ ได้! ในเมื่ออยากได้นักก็เอาไป เธอจะยกให้พร้อมคำอวยพรด้วย 

"นรกมันก็แค่ชื่อน้ำพริกสินะ! ไปตายซะไอ้พวกเวรตะไล!" 

เสียงหวานตะเบ็งลั่นทำเอานักศึกษาอีกหลายชีวิตซึ่งนั่งอยู่ในละแวกใกล้เคียงถึงกับสะดุ้งโหยง หันมามองเธอเป็นตาเดียว ทว่าคนที่กำลังเดือดดาลนั้นไม่ได้นึกสนใจเลยแม้แต่น้อย 

ปากเล็กยังคงขมุบขมิบพ่นคำก่นด่ายาวเหยียดแม้จะกดตัดสายไปตั้งแต่เมื่อครู่ก็ตาม กว่าจะได้สติก็ตอนที่เงยขึ้นมาสบเข้ากับสายตาตกตะลึงของคนที่เพิ่งหย่อนสะโพกลงนั่งทั้งสอง 

"บุญหูของนังขวัญข้าวจริงจริ้งงง" 

ขวัญข้าวกะพริบตาปริบ ๆ ยังคงอึ้งกับประโยคที่ลอยมากระแทกหน้าเมื่อครู่ไม่หาย เพราะน้อยครั้งนักที่จะได้เห็นเพื่อนสาวในมุมนี้  

แต่ที่น่าสนใจมากกว่าพฤติกรรมแปลกประหลาด คือสาเหตุที่ทำให้เพื่อนสาวผู้มีบุคลิกนุ่มนิ่มอ่อนหวานนั้นฟิวขาดต่างหาก 

"แกด่าใครยะ"  

ขวัญข้าวเอ่ยถามพลางขยับเข้าไปบดเบียด ในขณะที่เคทเองก็เอียงคอมองด้วยสายตาไม่เข้าใจไม่ต่างกัน ก่อนที่ในวินาทีต่อมาดวงตาจะเบิกกว้าง  

"นี่อย่านะว่า ...." 

"อืม อย่างที่พวกแกคิดนั่นแหละ" 

บริ้งค์ครางตอบเสียงแผ่ว พยักหน้ารับอย่างไม่ปิดบัง เนื่องจากนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอประสบพบเจอกับปัญหาทำนองนี้ และถึงเธอจะไม่ได้เล่าทุกเหตุการณ์ เพื่อนที่คบกันมาเกือบสี่ปีอย่างขวัญข้าวและเคทก็พอมองออกอยู่ดี 

แววตาวูบไหวช้อนขึ้นมามองสีหน้าแปลกใจระคนสงสัยของเพื่อนทั้งสอง นึกชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มต้นเล่าในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ฟัง 

 

ปึก! 

กำปั้นน้อย ๆ ทุบลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนเต็มแรงทันทีที่ฟังจบ แม้จะพอคาดเดาได้ว่าต้นเรื่องจะเป็นใคร ทว่าเมื่อได้รับรู้ในรายละเอียดเชิงลึก ความร้อนก็พลุ่งพล่านไปทั่วร่างจนอดไม่อยู่ 

"ว่าแล้วเชียวว่าต้องเลี้ยงไม่เชื่อง! แม่งเอ้ย ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้หาหลัวใหม่ จะได้ลืมไอ้หน้าหม้อนั่นสักที!" 

"แกนี่ทำไมชอบสอนอะไรไม่ดีให้ยัยบริ้งค์อยู่เรื่อยเลย" 

เคทปรามเสียงเข้มพร้อมฟาดมือเข้าที่ท่อนแขนของคนข้างกายดังเพี้ยะเมื่อเจ้าหล่อนเอาแต่ยุยงส่งเสริมในสิ่งที่ผิดวิสัยเพื่อนอย่างสิ้นเชิง ทำเอาคนถูกตีหน้าหงิก ตวัดสายตามองค้อน 

"ก็แล้วทำไมต้องจมปลักอยู่คนเห้ ๆ ด้วยอ่ะ แกก็เห็นนี่ว่าเพื่อนเราให้อภัย ใจดีกับมันจนแม่งจะเป็นแม่ชีนุ่งขาวห่มขาวอยู่ละ" 

"มันก็เป็นเรื่องของคนสองคนไหมยะ" 

"แล้วตอนนี้มันแค่สองคนที่ไหนล่ะ สามหรืออาจจะสี่ห้าคนแล้วมั้งเนี้ย" 

"ยัยขวัญ!" 

เคทถลึงตาดุ กระโจนเข้ามาตะครุบปิดปากหวังให้ขวัญข้าวสงบปากสงบคำ หากแต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ ซ้ำยังโยนราดน้ำมันลงบนกองไฟขนาดย่อมที่กำลังก่อตัวขึ้นอีกด้วย 

"กี่ครั้งแล้วที่แกจับได้ว่ามันคุยกับคนอื่น กี่ครั้งแล้วที่แกให้อภัยแล้วกลับไปคบกับมัน ฉันรู้นะว่าพูดแบบนี้แล้วมันทำให้แกเจ็บ แต่แกต้องเปิดหูเปิดตาได้แล้วเว้ย!" 

"ขวัญ พอได้แล้วน่า" 

"คนที่แกควรจะบอกให้พอคือคนนู้นค่ะ คนนู้น!" 

ขวัญข้าวพยักพเยิดไปทางคนที่นั่งคอตกก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทางด้วยกลัวว่าจะได้เห็นน้ำตาของใครบางคนเข้าอีก ทั้งสงสารทั้งระอาใจที่ไม่ว่าจะตักเตือนสักกี่หน เพื่อนผู้แสนดีก็มักจะใจอ่อนแล้วยอมให้คนไม่รู้จักพอหวนกลับมาทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

ทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาของร่างเล็กที่ก้มหน้างุด ๆ เธอก็ถอนหายใจพรืด หันกลับมาหาพร้อมตวัดแขนโอบ รั้งเพื่อนเข้ามาพิงซบที่หน้าอก 

"แกบ่นฉัน ฮึก"  

เสียงอู้อี้พึมพำบ่นปนสะอื้นแล้วเหวี่ยงกำปั้นเข้าใส่เบา ๆ ด้วยท่าทีน้อยใจ เรียกรอยยิ้มเอ็นดูให้ผุดขึ้นบนใบหน้าของสองสาว 

"เออ ๆ ไม่บ่นแล้ว ไม่ต้องร้อง ตาบวมหมดแล้วเนี้ย" 

มือตบหัวไหล่มนเบา ๆ อย่างปลอบประโลมขณะที่สายตาก็ส่งไปขอความช่วยเหลือจากคนข้าง ๆ ทว่าเจ้าหล่อนกลับอมยิ้มแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้ ทำให้ขวัญข้าวต้องคิดหาหนทางง้องอนเอาเอง  

"ผู้ชายไม่ได้มีแค่คนเดียวบนโลกน่า เอางี้ไหม เดี๋ยวพี่ขวัญพาไปหาใหม่ เอาแบบแซ่บซี้ดถึงใจเลย ดีไหม?" 

เพราะอยากให้เพื่อนกลับมาสดใสร่าเริงอย่างที่เคยเป็นขวัญข้าวจึงแกล้งยื่นข้อเสนอไปให้เล่น ๆ แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้คนฟังจะไม่ได้คิดเช่นนั้น 

บริ้งค์ดันกายออกจากอ้อมแขนอบอุ่น ยกมือขึ้นปาดหยาดน้ำตาที่เปรอะตามพวงแก้มออกอย่างลวก ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง 

"เอาสิ ... ไปคืนนี้เลย" 

 

*********** 

นุงขวัญผู้เป็นมือชงในทุกสถานการณ์ 5555 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว