facebook-icon

ยินดีต้อนรับสู่วังวนของขุนศึกกับคับฟ้าคร้าบบบบบ

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 86.8k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ต.ค. 2564 03:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

บทนำ 

 

             ท่ามกลางเสียงหัวเราะของบรรดาเหล่าอากงอาม่าสองครอบครัวใหญ่ ต่างพากันมาเจอะเจอในวันสำคัญที่สุดเท่าที่สองครอบครัวนี้มีมา ญาติผู้ใหญ่นับสิบคนนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารตัวกลมหนึ่งในนั้นกำลังหมุนแผ่นกระเบื้องใสที่ถูกรายล้อมด้วยอาหารมากมายราวกับกำลังเลี้ยงฉลองข่าวดีที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า รอยยิ้มแห่งความสุขฉายแววไปทั่วห้องอาหารสี่เหลี่ยมของภัตตาคารหรู พนักงานของร้านเดินเข้ามาเสิร์ฟอาหารเรื่อย ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะว่างเว้นช่วงจังหวะให้หายใจ  

 

             เสียงหัวเราะที่มีความสุข… 

 

             เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวด้วยรอยยิ้ม… 

 

             ทุกคนมีความสุข… 

 

             แต่ผม ไม่เห็นจะเป็นอย่างนั้นเลย... 

 

             “เฮีย ๆ ตักผัดโป๊ยเซียนให้หมวยหน่อย” 

 

             หมวยน้องสุดที่รักของผมยื่นหน้ากลม ๆ เข้ามาหาด้วยแววตาเป็นประกายเมื่อเห็นของโปรดตัวเองที่ถูกพนักงานยกมาเสิร์ฟไม่ถึงนาที ด้วยความที่จานโปรดของน้องสาวมันไกลเกินกว่ามืออวบ ๆ นั้นจะยื่นถึง ผมจึงอาสาทำหน้าที่ของพี่ชายด้วยการเอื้อมแขนหวังไปตักสิ่งที่น้องสาวผมปรารถนา แต่ดูเหมือนแขนผมก็จะสั้นไม่ต่างไปกับน้องสาวจึงทำให้เอื้อมไปตักไม่ถึงเสียที 

 

             เสียงถอนหายใจเบา ๆ ของใครบางคนที่กำลังใช้ท่อนแขนยาวของตัวเองคีบตะเกียบเอื้อมไปคีบอาหารที่ผมหมายปองให้ ร่างสูงหน้าตาคุ้นชินกันบนสื่อออนไลน์หากใครเดินผ่านมาเจอก็ต้องขอถ่ายรูปทั้งนั้น 

 

 เพราะอะไรน่ะหรือ… 

 

เพราะชายรูปงามมาดนิ่งคนนี้เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่กำลังโด่งดังอยู่บนโลกโซเชียลเพียงข้ามคืน ดีกรีเป็นถึงเจ้าของร้านอาหารทั่วประเทศและขยายสาขาไปฝั่งแผ่นดินใหญ่อย่างประเทศจีนเมื่อไม่นานมานี้ 

 

             ผมลอบมองชายหนุ่มที่กำลังตักผัดโป๊ยเซียนมาวางไว้ในถ้วยตรงหน้าให้ สีหน้าไร้อารมณ์ของผู้ชายคนนี้ทำให้ผมเกิดความรู้สึกประหม่าไม่น้อย น้องสาวผมเมื่อเห็นอาหารจานโปรดถูกวางลงในถ้วยก็รีบเอื้อมแขนมาคีบใส่จานตัวเองด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข แต่ทำไมมันช่างแตกต่างกับผมอย่างสิ้นเชิง  

 

ไม่มีความสุข… 

  

แถมอึดอัดอีกต่างหาก… 

 

             “ขอบคุณค่ะเฮียขุนศึก หมวยดีใจจังที่จะมีพี่เขยแบบเฮีย” 

 

             น้ำเสียงตื่นเต้นปนดีใจไปในขณะเดียวกันทำเอาผมหน้าซีดเกือบจะเป็นลมเมื่อน้องสาวพูดประโยคนั้นออกมา ใครหนอใครทำไมถึงทำกับชีวิตคับฟ้าได้เพียงนี้ ผมนั่งน้ำตาตกในหยิบตะเกียบคีบเศษผักในถ้วยเข้าปากด้วยความอัดอั้นตันใจไม่น้อย เกิดมาอายุยี่สิบสามปีได้สามวันแถมเพิ่งเรียนจบมาไม่กี่เดือนทำไมผมต้องมาเจอเหตุการณ์บ้าบอคอแตกแบบนี้ด้วยล่ะวะ 

 

             มึงกำลังจะหมั้นกับผู้ชาย…. 

  

ผู้ชาย… 

 

             “ไม่ได้เจอกันนมนาน หลานชายลื้อนี่หล่อไม่เบาเลยนะฮุ่ยเหมย” 

 

             จังหวะการพูดของอาม่าที่พูดคล่องแคล่วกว่าที่ใครต่อใครไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าหญิงชราคนนี้อายุปาไปแปดสิบแต่ร่างกายยังแข็งแรงดีไม่มีตก เสียงหัวเราะชอบพอของอีกฟากหนึ่งดังขึ้นทันทีเมื่อได้ยินหลานชายตัวเองถูกชมกลางวงถึงกับพูดประโยคถัดมาจนน้ำส้มที่อยู่ในปากผมแทบพุ่ง 

 

             “หล่อพอที่จะหมั้นกับหลานชายลื้อแหละน่าเจียวฝาง” 

 

             อาม่าทั้งสองครอบครัวใหญ่พากันหัวเราะอย่างขบขันและคนอื่นก็พาลเป็นไปตามอาม่ากันหมด ตอนที่ผมโดนบอกว่าจะถูกหมั้นกับหลานชายเพื่อนสนิทของอากงอาม่า ตอนแรกผมไม่เชื่อด้วยซ้ำ…ใครจะเชื่อ เรื่องแบบนี้มันมีแต่ในนิยายเท่านั้น แต่พอมาถึงวันนี้ตัวผมอยากจะลาออกจากการเป็นคับฟ้าให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเสีย 

 

             “หลังจากนี้ครอบครัวเราคงต้องมาเจอกันบ่อยขึ้นแล้วนะคะ” 

 

             ฝั่งแม่ของชายร่างสูงหน้านิ่งไร้ความรู้สึกจู่ ๆ ก็พูดขึ้นและส่งสายตาเอ็นดูมาให้ผมอีกต่างหาก ความรู้สึกอึดอัดถึงแม้จะมีมากแค่ไหนแต่คับฟ้าคนนี้ก็ทำได้เพียงปั้นยิ้มส่งให้ว่าที่แม่สามีในอนาคตแทนและผมก็ไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมคนข้างกายถึงหล่อเอาการ  

 

ก็แม่สวยซะขนาดนั้น… 

  

ลูกจะไม่หล่อได้อย่างไร… 

 

             “ยินดีเลยค่ะ จะว่าไปทางเราก็อดที่จะรองานหมั้นไม่ไหวแล้วเหมือนกันนะคะ” 

 

             เสียงม๊าของผมเอ่ยออกมาอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนแถมสีหน้าดูมีความสุขมากเสียอีก แต่ถ้าม๊าหันมาสังเกตผมสักนิดก็คงจะได้เห็นแววตาอันเศร้าสร้อยของลูกชายคนนี้ไม่น้อย 

 

 ผมที่ควรจะมีความสุขในช่วงหลังเรียนจบ…  

  

ผมที่ควรจะได้เที่ยวพักผ่อนแบบเพื่อนคนอื่น… 

  

 แต่ทุกอย่างกลับพังลงเมื่อผมต้องมานั่งฟังว่าตัวเองกำลังจะถูกหมั้นกับผู้ชาย…  

  

           บ้ากันไปใหญ่!... 

 

             “คราวนี้เห็นหลานชายเป็นฝั่งเป็นฝา ไอ้คนอย่างอั๊วก็ตายตาหลับแล้ว” 

 

             อากงที่นั่งข้างอาม่ายกแก้วน้ำชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้าโดยมีป๊าผมคอยเอื้อมมือคว้าแก้วใบเล็กลงมาวางบนโต๊ะให้อากงอย่างรู้หน้าที่ 

 

เมื่ออากงเอ่ยออกมาก็พาลทำให้ผมนึกถึงคำพูดของม๊าเสียไม่ได้ คำบอกเล่าของม๊าเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นการหมั้นบ้าบอนี้…มันเริ่มต้นจากที่อากงกับอาม่ามีเพื่อนที่สนิทกันมากแต่ไม่รู้เป็นโชคชะตาหรือเวรกรรมของผมที่ทำให้เพื่อนสนิทในกลุ่มคบกันเอง ด้วยความที่สนิทกันมากจนสัญญากันไว้ว่าหากใครได้หลานคนแรกจะต้องมาหมั้นกับหลานคนแรกของอีกฝ่ายด้วยเช่นเดียวกัน  

  

สุดท้ายความฉิบหายก็มาจบลงที่คับฟ้าคนนี้ไง… 

 

             “ลื้อก็พูดไปน่า เกิดมาทั้งทีอยู่ให้มันได้อุ้มหลานก่อนสิวะ” 

 

             แก่แต่รูปแต่คำพูดเฟี้ยวฟ้าวของอากงบ้านนั้นเอ่ยประโยคที่ว่ารอให้อุ้มหลานมันหมายความว่าอย่างไร ความตกใจมีไม่น้อยและผมก็รู้สึกได้ว่าทั้งผมกับผู้ชายข้างกายถึงกับสำลักเม็ดข้าวที่อยู่ในลำพร้อมกันเมื่อได้ยินคำว่าหลาน 

 

             มีหลาน… 

  

             ผู้ชายบนโลกไหนเขามีลูกได้ครับอากง... 

 

             “คับฟ้ารู้ไหมจ๊ะ ว่าที่เจ้าบ่าวหนูเขาเพิ่งไปเอาโฉนดบ้านมาเมื่อวาน เตรียมเอาไว้เป็นเรือนหอให้คับฟ้าเลยนะ” 

 

ผมนั่งตัวแข็งทื่อเมื่อทุกสายตาต่างจับจ้องมองมาที่ผม ยกเว้นคนข้างกายที่ยังคงนั่งก้มหน้ากินข้าวโดยไม่ใส่ใจใครนอกจากอาหารที่อยู่บนโต๊ะ ผมยิ้มอย่างเจื่อน ๆ กลับไปให้ว่าที่แม่สามีโดยไม่ตอบกลับเป็นคำพูด…ผมจะทำอะไรได้ตอนนี้คงต้องตามน้ำไปก่อนแล้วค่อยคิดหาวิธีจัดการเรื่องเลิกทีหลัง  

 

“หยกรอวันที่ซ้อจะมาเป็นพี่สะใภ้ไม่ไหวแล้วนะคะ” 

 

หญิงสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับหมวยน้องสาวผมโผล่หน้ามายิ้มให้และพูดด้วยน้ำเสียงดีอกดีใจก่อนจะหันไปคุยเล่นกับหมวยต่อ เมื่อทุกอย่างดูจะรุมเร้าเข้ามาจนไมเกรนผมเริ่มพุ่งขึ้นสมองจึงหันหน้าไปคีบขนมจีบกุ้งเข้าปากพร้อมกับน้ำตาที่ตกใน ทุกคนต่างยินดีให้กับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น วันที่ผมจะถูกยกเป็นสะใภ้ใหญ่ของบ้านเพื่อนสนิทอากงอาม่า 

 

จากที่เป็นเฮียผมดันกลายเป็นซ้อซะงั้น…. 

 

           

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว