email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 13 การกระทำที่ไร้เหตุผล

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 การกระทำที่ไร้เหตุผล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2564 04:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 การกระทำที่ไร้เหตุผล
แบบอักษร

ตอนที่ 13 

โดย แยมขนมปัง 

 

 

 

 

#FHANDEE 

"เยส! ในที่สุดก็เสร็จสักที" เปเปอร์พูดด้วยน้ำเสียงดีใจหลังจากที่รายงานของอาจารย์สินชัยที่เรานั่งปั่นกันมาทั้งวันตั้งแต่เช้าเสร็จพร้อมส่งเสียที "โห นี่มันเกือบห้าโมงครึ่งแล้วอะ โทษทีนะฝันดี เพราะเจ้าแสบมากวน เลยทำให้งานเสร็จช้าเลย"  

"น้าเปอร์ แทนรักไม่ได้กวนนะ แทนคุณต่างหากที่กวน" เด็กชายตัวน้อยที่นั่งเกาะแขนข้างขวาของผมพูดด้วยน้ำเสียงและหน้าตาน่ารักจนผมอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม 

"มะจริง ๆ" เด็กชายตัวน้อยทางซ้ายมือของผมที่รูปร่างหน้าตาไม่ต่างกับเด็กชายอีกคนเป๊ะ ๆ พูดปฏิเสธพร้อมส่ายใบหน้าเล็ก ๆ ไปมา "แทนรักนั่นแหละกวนพี่ฝันดี แทนคุณไม่ได้กวนเลย แทนคุณเป็นเด็กดี" 

"ไม่ต้องมาโยนให้กันเลย ทั้งสองคนนั่นแหละกวนพี่ฝันดีจนพี่เขาไม่ได้ทำงานเลยเห็นไหม เอาแต่ชวนพี่เขาเล่น แถมยังนั่งเกาะพี่เขาไม่ปล่อยอีก" เปเปอร์ได้ทีพูดบ่นหลานชายทั้งสอง 

"ก็พี่ฝันดีสวย แทนรักชอบคนสวย" 

"ใช่ ๆ แทนคุณก็ชอบคนสวย พี่ฝันดีเป็งพี่สาวคงสวย แล้วก็ใจดีด้วย"  

"น้าบอกแล้วใช่ไหมว่าพี่ฝันดีเป็นผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิง เด็กพวกนี้นี่" 

ผมได้แต่ยิ้มแห้งให้เด็กทั้งสองที่เอาแต่คิดว่าผมเป็นผู้หญิงตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้ากัน แม้ทั้งผมทั้งเปเปอร์จะพูดบอกว่าผมเป็นผู้ชาย แต่เด็กน้อยทั้งสองก็ยังเอาแต่เรียกผมว่าพี่สาว 

หลังจากที่เปเปอร์ซื้อข้าวมาให้ ก็เป็นเวลาที่เด็กแฝดทั้งสองตื่นนอนและลงมาทานข้าวพร้อมกับผม ถึงตอนนั้นอารมณ์ผมจะไม่ค่อยคงที่นัก เพราะชายใจร้ายที่พูดทำร้ายจิตใจผมไว้แล้วหนีกลับไป แต่เพราะมีเด็ก ๆ ที่เข้ามาชวนผมเล่นชวนผมคุย เลยทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง ถึงกระนั้นภายในใจลึก ๆ ผมก็ยังรู้สึกหน่วงแปลก ๆ เหมือนมีอะไรจุกอยู่ภายใน แต่ผมก็พยายามไม่สนใจความรู้สึกแปลกปลอมที่เกิดขึ้นในใจผม 

"ฝันดีนี่เก่งนะ ปกติเจ้าแสบทั้งสองกลัวคนแปลกหน้าจะตาย แต่ดูสิ ติดฝันดีแจเลย"  

"เราว่าเด็ก ๆ อัธยาศัยดีเองมากกว่า" ผมพูดตามสิ่งที่คิด ก่อนสายตาของผมจะหันไปเห็นรูปภาพรูปหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้โทรทัศน์ รูปภาพของเด็กหน้าสวยตัวน้อยที่เหมือนกำลังร้องไห้กับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่น่าตาจัดว่าดีมากเลยล่ะ "นอกจากพี่สาวนี่ เปอร์ยังมีพี่น้องอีกเหรอ" ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัย  

"ไม่นะ เรามีแค่พี่สาว มีอะไรหรือเปล่า" 

"แล้วนั่นรูปใครเหรอ หรือว่าลูกพี่ลูกน้อง แต่น่าตาดีทั้งคู่เลยนะ" ผมพูดพลางชี้นิ้วไปที่รูปนั้น เปเปอร์จึงหันไปมองก่อนที่เขาจะนิ่งไป 

"...นั่นรูปเรากับ...พี่ชายที่เคยอยู่ข้างบ้านเราน่ะ ตอนนั้นเราสนิทกับพี่เขามากเลย" เปเปอร์พูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเศร้า ๆ อย่างบอกไม่ถูก  

"แล้วตอนนี้พี่เขาอยู่ไหนเหรอ" 

"เขาย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ หลายปีแล้ว นั่นก็เป็นรูปสุดท้ายที่เราถ่ายกับพี่เขา ก่อนที่พี่เขาจะย้ายบ้านไปน่ะ" 

ผมเลิกคิ้วขึ้น 

"เดี๋ยวนะ เด็กในรูปนั่น...เปเปอร์เหรอ" ผมถามด้วยสีหน้าอึ้ง ๆ เพราะแวบแรกที่ผมเห็นผมคิดว่านั่นเป็นเด็กผู้หญิงเสียอีก 

"อื้ม ตอนเด็ก ๆ เราตัวเล็กมากเลยอะ แถมหน้าหวานจนมีแต่คนคิดว่าเราเป็นเด็กผู้หญิง" ผมยังคงนิ่งอ้าปากค้างพลางหันมองรูปถ่ายสลับกับชายร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงหน้าผม ดูยังไงก็แทบไม่หลงเหลือเค้าโครงเดิมเลยแม้แต่น้อย เพราะเปเปอร์ที่อยู่ตรงหน้าผมเป็นชายหนุ่มรูปร่างและโครงสร้างร่างกายสูงใหญ่แทบไม่ต่างจากทะเลเลยด้วยซ้ำ ไม่น่าเชื่อว่าตอนเด็ก ๆ จะเป็นเด็กน้อยน่ารักตัวเล็กขนาดนั้น ถึงแม้จะยังสวมใส่แว่นหนาเหมือนกับตอนเด็ก ๆ ก็เถอะ 

"แล้วนี่ฝันดีจะกลับไงเนี่ย" 

"เราว่าจะนั่งวินมอเตอร์ไซค์กลับน่ะ ตอนมาเราเห็นมีวินที่หน้าปากซอยบ้านเปอร์ใช่ไหม" 

"อื้ม แต่เอาจริงมันจะมืดแล้วอะ เราไม่อยากให้ฝันดีกลับวินเลย เราเป็นห่วง...หรือลองโทรให้ทะเลมารับดีไหม"  

"มะ...ไม่ต้อง!" ผมรีบตอบเสียงดังอย่างลืมตัว จนเปเปอร์ชะงักไป "อะ...เอ่อ เรากลับเองได้จริง ๆ" 

"อืม ๆ งั้นเดี๋ยวเราปั่นจักรยานไปส่งที่วินหน้าปากซอยนะ" 

"ไม่เป็นไร เปอร์อยู่กับเด็ก ๆ เถอะ เดี๋ยวเราเดินไปเอง" 

"จะเดินไปได้ไง จากบ้านเราไปปากซอยมันไม่ใช่ใกล้ ๆ เลยนะ" 

"เราไปเองได้จริง ๆ" 

"แต่ว่า..."  

แอด 

เปเปอร์ไม่ทันพูดจบ เสียงประตูบ้านของเปเปอร์ก็เปิดออกเรียกสายตาของพวกเราให้หันไปมองก็พบว่ามีหญิงวัยกลางคนกับหญิงสาวที่ผมคิดว่าละม้ายคล้ายเด็กแฝดมาก เดินเข้ามาในบ้าน 

"คุงยาย แม่ปัน!!" เด็กน้อยทั้งสองวิ่งกระโจนเข้าไปกอดผู้มาเยือนด้วยสีหน้าและน้ำเสียงดีใจและนั่นก็ทำให้ผมได้คำตอบว่าผู้หญิงทั้งสองคนคือใคร 

"พี่ปัน ทำไมกลับมาเร็วล่ะ หมอว่าไงบ้าง" เปเปอร์ลุกขึ้นไปช่วยพยุงหญิงสาวที่คงจะเป็นพี่สาวของเขา ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าขาข้างขวาของเธอจะได้รับบาดเจ็บ จึงต้องใส่เฝือกและใช้ไม้พยุงในการช่วยเดิน 

"ความจริงหมออยากให้อยู่ต่อ แต่พี่สาวลูกน่ะรั้นจะกลับท่าเดียว" หญิงวัยกลางคนเป็นคนเอ่ยตอบ 

"ก็พี่เป็นห่วงนี่ เดี๋ยวเปอร์จะเหนื่อยที่ต้องเลี้ยงเจ้าแสบทั้งสอง" พี่สาวพูดบอกเปเปอร์ก่อนที่เธอจะหันมามองผมรวมถึงแม่ของเปเปอร์ด้วย "อยู่กับเพื่อนเหรอ"  

"อ๋อครับ พอดีนัดมาทำรายงานน่ะ นี่ฝันดีเพื่อนใหม่ที่พึ่งย้ายมาเรียนห้องเปอร์น่ะครับ" เปเปอร์พูดแนะนำ ผมจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหาผู้ใหญ่ทั้งสอง "ส่วนนี่แม่กับพี่ปันพี่สาวเราเองนะฝันดี" 

"สวัสดีครับคุณป้า สวัสดีครับพี่ปัน" ผมยกมือไหว้ทักทายคนทั้งสอง แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะนิ่งไปก่อนจะหันมองหน้ากันแล้วจึงหันกลับมามองหน้าผม 

"ตายจริง นี่ป้าคิดว่าเป็นเด็กผู้หญิงซะอีก" 

"นั่นสิ นี่ปันก็คิดเหมือนแม่เลย...โทษทีนะ เราหน้าหวานมากเลย นี่ก็แอบคิดว่าเจ้าเปอร์แอบพาสาวเข้าบ้านเสียอีก" ผมเพียงแค่ยิ้มแห้ง ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจอะไรที่โดนทักว่าเป็นผู้หญิง เพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก 

"เปอร์จะไปพาสาวที่ไหนเข้าบ้านได้ล่ะ พี่ก็พูดไป" 

"จ้า ฉันก็ลืมไปว่าแกมันคนรักเดียวใจเดียว..." เหมือนเปเปอร์จะชะงักไปกับคำพูดของพี่สาว พี่ปันเองก็ดูจะชะงักไปเช่นกัน 

"รักเดียวใจเดียวอะไร เปอร์มีแฟนแล้วไม่ยอมบอกแม่เหรอลูก หรือมีคนที่ชอบแล้ว" แม่ของเปเปอร์เอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย ผมเองก็หันไปมองเปเปอร์ จะว่าไปผมก็ไม่ยักกะรู้ว่าเปเปอร์มีแฟนแล้ว 

"ฟะ...ฟงแฟนอะไรล่ะแม่ ไม่มีสักหน่อย คนที่ชะ...ชอบก็ไม่มี พี่ปันก็พูดมั่วไปเรื่อย" เปเปอร์พูดปฏิเสธเสียงตะกุกตะกัก ก่อนจะหันไปทำตาดุใส่พี่สาว 

"อะ...เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะแม่...ว่าแต่นี่ฝันดีกินข้าวหรือยัง อยู่ทานข้าวเย็นก่อนไหมนี่พี่กับแม่ซื้อกับข้าวมาเพียบเลย" พี่ปันหันมาพูดถามผมราวกับจงใจเปลี่ยนเรื่อง แต่ผมคงจะคิดไปเอง 

"ไม่เป็นไรดีกว่าครับ เดี๋ยวมันจะดึกแล้วไม่มีวินมอเตอร์ไซค์กลับบ้านน่ะครับ" 

"หืม ทำไมกลับวินล่ะ ป่านนี้มันอันตรายนะ เดี๋ยวให้เจ้าเปอร์ขับรถไปส่งก็ได้...เปอร์เอารถยนตร์พี่ไปส่งฝันดีสิ" พี่ปันพูดกับผมก่อนจะหันไปส่งกุญแจรถให้เปเปอร์ 

"ไม่เป็นไรครับ ผมเกรงใจ เดี๋ยวผมกลับเองได้จริง ๆ" ผมพูดปฏิเสธ เพราะแค่มาอยู่ทำงานบ้านเปเปอร์ทั้งวันผมก็รบกวนเขามากพอแล้ว 

"ไม่ต้องเกรงใจหรอกจ้ะ ให้เปอร์ไปส่งเถอะ ถือว่าป้าขอ" เมื่อแม่ของเปเปอร์เป็นคนเอ่ยปากเอง ผมก็หมดหนทางที่จะปฏิเสธ 

"เอาน่าเดี๋ยวเราไปส่งเอง ขืนฝันดียังปฏิเสธอีก แม่กับพี่สาวเราคงไม่ให้ฝันดีกลับแน่" เปเปอร์พูดขึ้นอีกคน 

"เอ่อ เอางั้นก็ได้ครับ ขอบคุณมากนะครับ"  

"จ้ะ ไว้วันหลังว่าง ๆ ก็มากินข้าวที่บ้านป้าได้นะ" 

"ครับ งั้นผมลานะครับ" ผมยกมือไหว้ลาผู้ใหญ่ทั้งสองที่รับไหว้ผม 

"พี่ฝันดีจะกลับแล้วเหรอฮะ" แทนรักถามขึ้นด้วยสีหน้าหงอย ๆ แลน่าเอ็นดู ก่อนจะเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับแทนคุณ ผมย่อตัวลงตรงหน้าเด็กแฝดทั้งสอง ก่อนจะจับมือเล็กของทั้งสองคนเบา ๆ 

"ครับ ไว้เดี๋ยวพี่มาเล่นด้วยอีกนะ" 

"สัญญานะฮะ" แทนคุณพูดพลางยกนิ้วก้อยมาตรงหน้าผมพร้อมกับแทนรัก ผมมองเด็กน้อยทั้งสองยิ้ม ๆ หากเป็นไปได้ผมเองก็อยากมีน้องไม่ก็หลานตัวเล็กแบบนี้เหมือนกัน ผมยื่นนิ้วก้อยทั้งสองข้างไปเกี่ยวนิ้วก้อยเล็ก ๆ ของเด็กทั้งสอง 

"ครับ พี่สัญญา" 

หลังจากบอกลาเด็กแฝดกับแม่และพี่สาวของเปเปอร์เสร็จ ผมก็เดินตามเปเปอร์มาขึ้นรถยนตร์คันสีเงินในตำแหน่งที่นั่งข้างคนขับ โดยที่เปเปอร์รับหน้าที่เป็นคนขับไป แม้จะแอบหวั่น ๆ เพราะเปเปอร์ยังไม่มีใบขับขี่แต่เขาบอกว่าเชื่อใจเขาได้ เขาขับมาบ่อยครั้งแล้ว ผมก็พอจะวางใจ เปเปอร์ขับรถออกมาจากบ้านเขาโดยมีผมเป็นคนบอกทางไปบ้านของผม  

ตลอดทางที่รถขับเคลื่อนไปตามท้องถนน ผมจับจ้องทอดอารมณ์ออกไปนอกหน้าต่างรถ ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไม่ได้ฟุ้งซ่านเหมือนที่เป็นมาทั้งวัน บรรยากาศยามเย็นที่ท้องฟ้ากลายเป็นสีทองประกายแสดเพราะพระอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้า ห้วงจังหวะหนึ่งทุกสิ่งอย่างพลันเงียบสงัดเป็นสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่าความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามาปกคลุมอีกหนึ่งชั่วคืน แม้มันจะเป็นภาพที่สวยงามมาก แต่ในทางกลับกัน ผมกลับรู้สึกเหงา อ้างว้างและห่อเหี่ยวไม่ชื่นบานอย่างบอกไม่ถูก 

"จริงด้วย วันนี้มีถนนคนเดินนี่" เปเปอร์ที่นั่งเงียบมาตลอดทางไม่ต่างจากผมพูดขึ้น ผมจึงละสายตาจากท้องฟ้าที่กำลังจะมืดหันมองถนนตรงหน้าก็เจอกับแสงไฟจากร้านค้าที่เรียงรายใกล้กับถนนที่เปเปอร์กำลังขับผ่านดึงความสนใจจากผมได้อย่างมาก 

"ที่นี่มีถนนคนเดินด้วยเหรอ" ผมถามเปเปอร์ 

"อื้ม นั่นเป็นถนนคนเดินในย่านตลาดเก่าโคยกี๊น่ะ" 

"ชื่อแปลกจัง" 

"ฝันดีเคยมาเดินหรือเปล่า มีของขายเยอะเลยนะ บรรยากาศก็ดีติดแม่น้ำแม่กลองด้วย" ยิ่งได้ยินที่เปเปอร์บอก ผมก็ยิ่งสนใจที่นี่เข้าไปอีก 

"ยังเลย เราพึ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานน่ะ นอกจากโรงเรียนเราก็ไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนเลย" 

"งั้นแวะหน่อยไหม เผื่อจะเดินเล่นหาอะไรกินด้วย" 

ผมพยักหน้าระรัวทันทีเป็นคำตอบ 

"แต่เดี๋ยวเราขอโทรบอกแม่ก่อนนะ"  

"ได้สิ" 

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาแม่ไม่นานท่านก็กดรับ ผมบอกท่านไปว่าขอมาเดินเที่ยวที่ถนนคนเดินกับเพื่อนซึ่งท่านก็อนุญาต หลังจากวางสายจากแม่ เปเปอร์ก็หาที่จอดรถได้พอดี เราทั้งสองจึงพากันลงจากรถ 

เพียงแค่เท้าของผมแตะพื้นถนนบรรยากาศเรียบง่ายในยามพลบค่ำของที่นี่ก็ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด ผมยืนหันซ้ายมองขวาแทบเริ่มต้นไม่ถูกว่าควรเดินไปทางไหนก่อนดี แม้ผมจะเคยไปถนนคนเดินในกรุงเทพฯ อยู่บ้างแต่ที่นี่ค่อนข้างให้ความรู้สึกแตกต่างจากถนนคนเดินที่ผมเคยไป ด้วยเพราะบ้านเรือนที่เป็นชุมชนชาวจีน เรียงรายไปด้วยตึกแถวรูปทรงคลาสสิกแบบสมัยเก่า ฉาบทาด้วยสีเหลืองนวลแลดูสบายตา ยิ่งได้ลมเย็นๆ พัดผ่านมาจากแม่น้ำแม่กลองเข้ามาปะทะใบหน้าและลำตัวเบาๆ ก็ยิ่งให้ความสบายและทำให้ผมสดชื่นมาก 

"ไปกันเถอะ ป่านนี้คนยังไม่ค่อยเยอะ แต่อีกเดี๋ยวคนคงเพียบแล้ว" 

"อื้ม" ผมพยักหน้ารับก่อนจะเดินเข้าไปพร้อมกับเปเปอร์ผู้เป็นเจ้าถิ่นที่คอยเดินแนะนำร้านต่าง ๆ ให้ผมฟังตลอดทางเดินที่เราเดินเข้ามา  

สายตาของผมแทบไม่หยุดนิ่ง หันมองซ้ายเหลียวมองขวาอย่างตื่นตาตื่นใจ บรรดาร้านค้าร้านขายมากมายวางเรียงรายตลอดแนวถนน ซึ่งส่วนมากจะเป็นสินค้าจำพวกของเล่นของใช้และของฝากเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่ผมชอบมากก็คงจะเป็นร้านอาหารที่มันละลานตาเรียกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารของผมให้ทำงานหนัก กลืนน้ำลายแล้วกลืนน้ำลายอีก 

"ฝันดีหิวหรือยัง" เปเปอร์หันมาถามผม 

"ตอนแรกก็ไม่ค่อยหิวหรอก แต่พอมาเจอกลิ่นอาหารหอม ๆ เตะจมูกมาตลอดทางแบบนี้ก็ทำเอาท้องร้องเหมือนกันแฮะ ฮ่า ๆ" 

"งั้นแวะหาอะไรกินก่อนไหม เรามีร้านเด็ดแนะนำ สนใจเปล่า" เมื่อพูดถึงเรื่องของกินผมก็พยักหน้าทันทีแทบไม่ต้อยคิด "ฮ่า ๆ งั้นตามเรามาเลย" 

ผมยิ้มรับก่อนจะเดินตามคนร่างสูงไป ทว่าในเวลานี้ผู้คนเริ่มหนาตามากขึ้น จนแทบจะเดินชนไหล่เบียดเสียดกันไปมา ผมพยายามเร่งฝีเท้าชะเง้อคอมองคนร่างสูงที่เดินนำผมไปไกล แม้ผมจะพยายามสับเท้าเดินตามเขาให้ทันแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และเหมือนว่าเปเปอร์จะสังเกตเห็นแล้วว่าผมเดินตามเขาไม่ทัน เปเปอร์จึงเดินฝ่าผู้คนกลับมาหาผม 

"โทษทีนะเราเดินเร็วไปหน่อย" 

"ไม่หรอก เราเดินช้าเองแหละ คนมากแล้วด้วย" 

"เอางี้ งั้นเราขอจับมือฝันดีนะ เดี๋ยวเราพาเดินเอง ไม่งั้นเราได้พลัดหลงกันแน่"  

"อื้ม ได้สิ" ผมตอบรับ มือหนาของเปเปอร์ก็เอื้อมมาจับมือผมไว้หลวม ๆ ก่อนที่เขาจะจูงมือผมพาเดินฝ่าคนที่เดินผ่านไปมา นี่สินะข้อดีของคนตัวสูง รู้แบบนี้ผมดื่มนมเยอะ ๆ ตั้งแต่เด็ก ๆ ก็คงจะดี  

เปเปอร์จับมือผมเดินมาจนถึงร้านก๋วยเตี๋ยวปลาร้านหนึ่ง ซึ่งดูจากจำนวนคนที่ยืนต่อแถวรอซื้อแล้ว ที่นี่คงอร่อยและดังมากแน่ ๆ  

"เข้าไปนั่งในร้านกัน นั่นมีโต๊ะว่างพอดีเลย" เปเปอร์พูดบอกก่อนจะจูงผมเข้ามานั่งในร้าน  

ผมมองบรรยากาศในร้านอย่างสนใจ ไม่บ่อยครั้งนักที่ผมจะได้มานั่งทานอาหารที่ถนนคนเดินแบบนี้ ปกติก็จะซื้อของจุกจิกแล้วเดินกินตลอดทางมากกว่า 

"ฝันดีอยากทานอะไร ดูในเมนูได้เลย" เปเปอร์พูดบอกพลางส่งเมนูให้ผม 

"เราเลือกไม่ถูกอะ กินแบบเปอร์เลยแล้วกัน" 

"โอเค" เปเปอร์ตอบรับก่อนหันไปหาพนักงาน "สั่งก๋วยเตี๋ยวหน่อยครับ" 

พนักงานผู้หญิงคนหนึ่งเดินมา เปเปอร์ก็จัดการสั่งก๋วยเตี๋ยวทั้งของตัวเองและของผม พอพนักงานจดรายการไปเรียบร้อย เปเปอร์ก็เดินไปตักน้ำแข็งมาสองแก้วก่อนจะกลับมาที่โต๊ะ 

"เดี๋ยวเรารินน้ำให้" เปเปอร์พยักหน้า ผมจึงยกเหยือกน้ำเปล่ารินใส่แก้วน้ำทั้งสองใบ 

"ร้านนี้ร้านประจำของเราเลยนะ ก๋วยเตี๋ยวเจ๊เขาอร่อยมาก เขาทำเกี๊ยวกับลูกชิ้นปลาเองเลยด้วย แถมน้ำซุปนี่เด็ดสุด ๆ เห็นเจ๊แกเคยบอกว่าแกใช้ก้างปลาทำน้ำซุปน่ะ" 

"โห ช่วยเจ้าของร้านโฆษณาแบบนี้ได้ส่วนแบ่งอะไรปะเนี่ย" ผมพูดเย้าหยอกคนตรงหน้าขำ ๆ 

"ฮ่า ๆ เปล่า เราแค่จะบอกว่ามันอร่อยมากจนต้องเบิ้ลเลยล่ะ ไม่เชื่อฝันดีต้องลอง" 

เราสองคนนั่งรออาหารอยู่นานด้วยเพราะลูกค้าค่อนข้างเยอะ แต่ในที่สุดก๋วยเตี๋ยวเกี๊ยวปลาที่สั่งไปก็ถูกนำมาเสิร์ฟตรงหน้าพวกผมสองคน ซึ่งเพียงแค่กลิ่นจากชามก๋วยเตี๋ยวลอยฟุ้งขึ้นมาเตะจมูกผม ก็ทำเอาผมน้ำลายแทบหก เราสองคนไม่รอช้า จัดการก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าทันที 

"ฮื้มม อร่อยมากจริง ๆ ด้วย" เพียงแค่ได้ลิ้มรสชาติของน้ำซุปเข้าไปในปาก ก็สัมผัสได้ถึงความหอมหวานและกลมกล่อมละมุนลิ้นจนไม่ต้องปรุงรสเลยด้วยซ้ำ 

"เห็นไหมล่ะ เรื่องกินน่ะเชื่อปากเราได้ ถึงเราจะทำอาหารไม่เป็น แต่เราเป็นนักกินมือหนึ่งเลยนะ" เปเปอร์ พูดยิ้ม ๆ พลางยักคิ้วให้ผมราวกับภูมิใจในตัวเองมาก 

"ฮ่า ๆ โอเค ๆ เราเชื่อแล้ว พ่อนักกิน"  

เปเปอร์ยักไหล่อย่างยอมรับในคำเอ่ยชมของผม ทำเอาผมส่ายหน้ายิ้มขำ ไม่คิดเลยว่าหัวหน้าห้องอย่างเปเปอร์ที่ภายนอกดูเหมือนเด็กเรียนมาก แต่ความจริงแล้วเขาก็เป็นคนธรรมดาทั่วไปไม่ต่างจากผมหรือผู้ชายคนอื่นในห้องเลย 

"เปอร์สายตาสั้นมากเลยเหรอ ถึงใส่แว่นหนาเชียว" ผมชวนอีกฝ่ายคุยพลางกินก๋วยเตี๋ยวไปด้วย 

"ก็ระดับหนึ่งอะ ทำไมเหรอ" 

"เราว่าถ้าเปอร์ถอดแว่นแล้วเปลี่ยนมาใส่คอนแทคเลนส์ ตัดผมหน้าม้าที่ปิดหน้าอยู่ออกสักหน่อยต้องหล่อระเบิดระเบ้อเลยแน่ ๆ" 

"หึหึ ขนาดนั้นเลยเหรอ" 

ผมพยักหน้ารัว ๆ 

"งั้นไว้เราลองเปลี่ยนตามที่ฝันดีบอกแล้วกัน แต่ถ้าไม่หล่อระเบิดระเบ้อนี่ ฝันดีต้องรับผิดชอบด้วยนะ"  

"ฮ่า ๆ ได้เลย"  

เราสองคนคุยไปกินไปหัวเราะไปด้วย ผมรู้สึกโชคดีมากเลยที่ได้มารู้จักกับเปเปอร์แบบนี้ คงต้องขอบคุณครูสินชัยสินะ ที่ทำให้ผมได้เพื่อนใหม่อีกคน ถึงเราจะพึ่งรู้จักกันแต่ผมก็ไม่รู้สึกอึดอัดใจกับเปเปอร์เลยสักนิด ผมรับรู้ได้ว่าเขาเป็นคนดีและอัธยาศัยดีมาก แถมยังดูเป็นคนที่ใส่ใจคนอื่นมากด้วย 

"มีความสุขกันมากสินะ" 

กึก! 

เสียงทุ้มต่ำที่ทำเอาผมชะงักนิ่งเสียวสันหลังวาบ ไม่แม้แต่อยากจะหันไปมองด้วยซ้ำเพราะรู้ดีว่าเขาคือใคร 

"เอ้าทะเล มาเดินเที่ยวเหมือนกันเหรอ" เปเปอร์เป็นคนเอ่ยทัก อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรแต่กลับเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ผม ส่วนผมก็ทำได้เพียงนั่งก้มหน้าลอบมองเขา 

"ไหนว่าทำรายงาน แต่ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่กันได้ล่ะ" ทะเลถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง  

"รายงานเสร็จแล้วน่ะ กูเลยจะไปส่งฝันดีที่บ้านแล้วเห็นว่าวันนี้มีถนนคนเดินเลยแวะพาฝันดีมาเปิดหูเปิดตาหน่อย"  

"เหรอ...คงเปิดกันจนสนุกเลยสินะ" ผมเม้มปากแน่น ถึงจะไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง แต่ผมก็รับรู้ได้ถึงสายตาวาวโรจน์ของคนน่ากลัวที่จ้องมองมาที่ผมอยู่แทบไม่ละสายตา ทะเลมาอยู่ที่นี่ได้ไง ทำไมต้องมาเจอกันด้วย 

"เอ่อ...มึงกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกันไหม"  

"ไม่ล่ะ พอดีกูมารับไอ้ฝันดีกลับบ้านน่ะ" ผมชะงักเงยหน้าขึ้นมาส่งสายตาให้เปเปอร์และได้แต่หวังว่าเขาจะเข้าใจสายตาที่ผมกำลังสื่อให้เขารับรู้ว่าผมไม่อยากกลับไปกับทะเล เปเปอร์มองผม ก่อนจะหันไปมองทะเล 

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวกินเสร็จกูก็จะแวะไปส่งฝันดีอยู่แล้ว" 

"กูไม่ได้มาขออนุญาตหรือความคิดเห็นจากมึงไอ้เปอร์ เผื่อมึงจะเข้าใจผิด" เปเปอร์นิ่งไป 

"กูว่าคนที่ต้องตัดสินใจควรจะเป็นฝันดีไหมว่าจะให้ใครไปส่ง" ทันทีที่เปเปอร์พูดแบบนั้น ดวงตาคู่ดุดันก็หันกลับมามองผมในทันที สายตาที่จ้องมองนั้นคล้ายจะบีบรัดตัวผมจนผมผวาเฮือกใจสั่นรัวไม่ต่างจากมือทั้งสองข้าง 

"ฝันดี" ทะเลกดเสียงต่ำเรียกชื่อผม ผมบีบมือตัวเองแน่นเพียงแค่มีเขาเข้ามา ความสนุกและสบายใจของผมก่อนหน้านี้ก็พลันหายไป 

"เอ่อ...คะ...คือ ยังไงระ...เราก็ออกมาพร้อมกับเปอร์แล้ว ดะ...เดี๋ยวเราให้เปอร์ไปส่งก็ได้" ผมพูดพลางแอบมองอีกฝ่าย ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมต้องก้มหน้าหลบสายตาวาวโรจน์อีกครั้ง เมื่อเห็นสันกรามของทะเลขยับเคลื่อนบ่งบอกให้รู้ว่าเขาคงกำลังไม่พอใจในคำตอบของผม  

"มึงได้ยินแล้วนะทะเล" 

"หึ มึงจะเอาอย่างนี้ใช่ไหมไอ้ฝันดี" เหมือนว่าทะเลจะไม่ฟังสิ่งที่เปเปอร์พูดเลย แต่ขอเถอะ ขอให้เขายอมปล่อยผมไปเถอะ 

หมับ! 

มือหนาคว้าจับมาที่ต้นแขนของผมแล้วบีบมันอย่างแรงจนผมเบ้หน้าเพราะเจ็บร้าวไปทั่วทั้งแขน ไม่เพียงเท่านั้นทะเลยังฉุดแขนของผมดึงให้ผมต้องลุกจากเก้าอี้ ก่อนที่เขาจะกระชากตัวผมให้เดินออกจากร้านตามเขาไปทำเอาคนทั้งร้านและคนที่เดินผ่านหน้าร้านต่างหันมามอง 

"ทะ...ทะเลปล่อยเรา อึ้ก...ระ...เราเจ็บ" ผมนิ่วหน้าพูดบอกอีกฝ่ายพร้อมทั้งใช้มือเล็ก ๆ ของตัวเองแกะมือแกร่งแต่ก็เป็นเช่นทุกครั้ง ผมไม่สามารถสู้แรงเขาได้เลย 

"เฮ้ยทะเล! มึงต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ มึงปล่อยฝันดีก่อน" เปเปอร์ที่นั่งอึ้งกับการกระทำสุดป่าเถื่อนของทะเลก่อนหน้านี้ได้สติแล้ววิ่งตามผมกับทะเลออกมาหน้าร้าน ทะเลหยุดเดินก่อนหันกลับไปหาเปเปอร์โดยที่มือยังจับแขนผมไว้ไม่ปล่อย 

"ถ้ามึงไม่อยากโดนกูกระทืบ ก็อย่าเสือกมายุ่งกับไอ้ฝันดีอีก อย่าหาว่ากูไม่เตือน" ทะเลชี้หน้าพูดเสียงแข็งใส่เปเปอร์ เหมือนว่าตอนนี้ทะเลโกรธมากและเขากำลังเอาความโกรธมาลงที่ผมโดยการบีบแขนผมแรงขึ้น แรงขึ้นจนผมเจ็บไปทั้งกล้ามเนื้อแขน เปเปอร์นิ่งไป ทะเลก็ไม่รอฟังว่าเปเปอร์จะพูดอะไร เขาเริ่มเดินต่อพร้อมทั้งฉุดกระชากตัวผมตามไปด้วย 

"ทะเลเดี๋ยว!" 

"พ่อหนุ่ม จ่ายตังค์ค่าก๋วยเตี๋ยวก่อน!"  

เปเปอร์ที่กำลังจะวิ่งตามมาก็โดนแม่ค้าเจ้าของร้านเรียกตัวไว้เสียก่อน แม้ผมจะพยายามชะเง้อมองหาหวังให้เปเปอร์เดินตามมาช่วยทัน แต่เพราะร่างแกร่งที่ลากตัวผมอยู่เดินเร็วมากจนผมแทบก้าวเท้าเดินไม่ทัน เขาลากผมเข้ามาในฝูงชนทำให้เปเปอร์ไม่สามารถตามเรามาได้ 

"ขึ้นมา" ทะลลากผมออกมาจากถนนคนเดินจนมาถึงรถมอเตอร์ไซค์ของเขาที่จอดอยู่ ทะเลปล่อยแขนผมก่อนจะขึ้นไปนั่งบนรถแล้วหันกลับมามองดุผมแต่ผมก็ยังคงยืนนิ่ง "กูบอกให้ขึ้นรถ!" ผมสะดุ้งยืนตัวสั่นนิด ๆ เมื่อโดนทะเลตะคอกเสียงใส่ดังลั่นจนคนที่เดินอยู่แถวนี้หันมามอง และเพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นไปมากกว่านี้ ผมจึงต้องขึ้นไปซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ของทะเลอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

------------ 

"ทะ...ทะเลพาเรามาที่นี่ทำไม ระ...เราอยากกลับบ้าน" ผมพูดเสียงสั่นเมื่อที่ที่ทะเลขับรถพาผมมาไม่ใช่บ้านผมแต่กลับเป็นบ้านของบีกัน บ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำเลวร้ายสำหรับผม 

หมับ! 

ทะเลไม่พูดตอบอะไรผมสักคำใช้เพียงกำลังฉุดกระชากตัวผมให้เดินตามเขาเข้ามาในบ้านของบีกัน ภายในบ้านเงียบสงัด ไม่มีใครอยู่เลยสักคน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกไว้วางใจที่นี่ได้เลย 

กึก 

"ทะ...ทะเลปล่อยเรา! ปล่อยสิ ปล่อยเรานะ ระ...เราไม่อยากเข้าไป!" ผมตาเบิกกว้างตั้งท่าดิ้นตัวหนีทันทีเมื่ออีกฝ่ายพาผมเดินตรงมายังห้องนอนที่ไม่ต่างจากขุมนรกที่เคยแผดเผาจิตใจและร่างกายของผม  

"มึงจะดิ้นทำเหี้ยอะไร!" ทะเลหันมาตะหวาดเสียงใส่ผมแล้วบีบข้อมือผมแน่นขึ้นจนผมเบ้หน้าด้วยความเจ็บ 

"ทะเล...อึ้ก...ปล่อยเราไปเถอะ ระ...เราไม่อยากเข้าไปในห้อง เราอยากกลับบ้าน" ผมอ้อนวอนทะเลแต่เขากลับแสยะยิ้มให้ผม 

"ทีตอนนี้ล่ะอยากกลับบ้าน แต่ก่อนหน้านี้ไปเดินแรดให้ผู้ชายจับมือทั่วตลาด แถมยังไปกินกันอย่างเริงร่าอีก" ผมชะงักไปนิดที่ทะเลรู้เรื่องที่เปเปอร์เดินจูงมือผมในตลาด นั่นหมายความว่าเขาเดินตามผมกับเปเปอร์มาโดยตลอดเลยเหรอ 

"ระ...เรากับเปอร์ก็แค่แวะกินข้าวเฉย ๆ" 

"เหอะ มึงกินข้าวเสร็จแล้วเดี๋ยวมึงก็จะไปกินกันต่อใช่ไหมฮะ! มึงคิดว่ากูโง่เหรอ!!" ทะเลตะคอกเสียงเข้มจนผมสะดุ้งเฮือก ดวงตาทั้งสองข้างของผมเริ่มร้อนผ่าว แต่ก็พยายามอดกลั้นไว้ไม่ให้มีอะไรไหลออกมาได้ 

ผมที่กำลังตื่นกลัวคนตรงหน้าก็ถูกเขากระชากแขนเข้ามาในห้องนอนจนได้ มือแกร่งจัดการปิดประตู ก่อนจะลากตัวผมมาถึงเตียงนอน เตียงที่เต็มไปด้วยความทรงจำเลวร้ายที่เพียงแค่ผมได้เห็นก็ทำเอาผมสั่นระริกไปทั้งตัว แทบไม่มีแรงที่จะยืน 

พรึ่บ! 

"อึ้ก!" ผมนิ่วหน้าตัวคู้งอด้วยความจุกเมื่อถูกมือแกร่งเหวี่ยงร่างของผมขึ้นมาบนเตียงอย่างแรงตามมาด้วยร่างกำยำที่ขึ้นมาคร่อมทับตัวผมไว้ทันที 

"กูทั้งพูดทั้งเตือนมึงกี่ครั้งแล้วว่าอย่าร่านไปหาคนอื่น แต่ทำไมมึงยังไม่เชื่อฟังกูฮะ! มึงอยากเจ็บตัวจริง ๆ ใช่ไหมฝันดี มึงไม่กลัวกูแล้วใช่ไหมฮะ!!" ผมหลับตาแน่นสะดุ้งตัวโหยงกับเสียงตะคอกลั่นของชายน่ากลัวที่กำลังสาดแรงโทสะปะทะใส่ผมจนทำเอาผมหายใจผิดจังหวะหัวใจแทบหยุดเต้น สายตาของทะเลที่จ้องมองผมราวกับจะฉีกเนื้อผมออกเป็นชิ้น ๆ น้ำตาที่อดกลั้นไว้ก็พลันไหลออกมาเพราะความกลัว 

"ฮึ่ก...ทะ...ทะเล ระ...เรามะ...ไม่ได้ทำอะไรกับเปเปอร์อย่างที่ทะเลคิด ฮึ่ก จริง ๆ นะ ระ...เราจะกลับบ้าน ระ...เราบอกเปอร์แล้วว่าเรา ฮึ่ก จะกลับเอง ตะ...แต่เปอร์ก็จะมาส่ง ฮึ่ก ฮื้ออ" ผมร้องไห้ออกมาอย่างหนักเพราะความกลัวที่สะสมมาตั้งแต่ที่ถนนคนเดินถูกปล่อยออกมาจนผมเจ็บเบ้าตาไปหมด ทะเลนิ่งเงียบไป แต่ยังคงจับตรึงข้อมือผมไว้ไม่ปล่อย  

"แล้วทำไมมึงถึงไม่ตรงกลับบ้านเลย ไปเดินเที่ยวจับมือกับมันทำไม" เสียงของทะเลฟังดูเบาลงกว่าเดิม แต่ก็ยังคงแข็งกร้าวอยู่ 

"กะ...ก็ระหว่างทางมันผ่านถนนคนเดิน...ฮึ่ก...เราก็แค่อยากไปเดินเที่ยวบ้าง...ฮึ่ก...ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เรายังไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย...ฮึ่ก...แล้วคนมันเยอะ ระ...เราเดินตามเปอร์ไม่ทัน...ฮึ่ก...เปอร์ก็เลยต้องเดินจูงมือเราจะได้ไม่คลาดกัน...ฮึ่ก...ก็แค่นั้น...ฮึ่ก...แค่นั้นจริง ๆ นะทะเล...ฮึ่ก...ฮื้อออ" ยิ่งพูดผมก็ยิ่งร้องไห้ออกมาอย่างหนัก แล้วได้แต่ถามตัวเองในใจว่าทำไมผมต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ด้วย ผมเจ็บหน่วงร้อนวูบไปทั้งหัวใจที่ไม่รู้ว่าจะแตกสลายไปวันไหน 

ทะเลนิ่งเงียบ ไม่พูดอะไรสักคำก่อนที่เขาจะยอมลุกออกไปจากตัวผม แต่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงไม่ได้ไปไหนไกล ผมรู้ว่าเขายังหงุดหงิดผมอยู่ ฟังจากเสียงถอนหายใจแรงเฮือกใหญ่ของเขา 

"ทะเล...ฮึ่ก...เราทำผิดอะไรนักเหรอ...ฮึ่ก...ทำไมทะเลต้องทำกับเราแบบนี้ด้วย...ฮึ่ก...ปล่อยเราไปไม่ได้หรือไง" ผมพูดทั้งน้ำตาและเสียงที่สั่นสะอื้น ร่างแกร่งไม่ได้เอ่ยตอบอะไรกลับมาในทันที เขาเพียงแค่หันหน้ามามองผมนิ่ง ๆ  

"ปล่อยมึงไปงั้นเหรอ...ไม่มีทาง ตราบใดที่กูยังไม่ได้ทำให้ไอ้ท้องฟ้ามันเจ็บปวด กูไม่มีทางปล่อยมึงไปเด็ดขาด" คำพูดที่ออกมาอย่างเยือกเย็นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความแค้นของอีกฝ่ายทำเอาผมไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยในสิ่งที่เขาพูดว่าผมเกี่ยวอะไรกับการที่จะทำให้พี่ท้องฟ้าเจ็บปวดด้วย แต่ทำไมกันนะ แม้สีหน้าของเขาจะเต็มไปด้วยความแค้นเคืองและเกลียดชังทุกครั้งที่เอ่ยถึงพี่ท้องฟ้า แต่แววตาคู่คมกลับสะท้อนความเจ็บปวดและโดดเดี่ยวเคว้งคว้างบางอย่างออกมาจากดวงตาของทะเล 

ผมไม่ได้พูดหรือถามอะไรกลับไปเพราะแม้มีเรื่องที่สงสัยแค่ไหนแต่ก็รู้ดีว่าคนอย่างทะเลไม่มีทางตอบผม เขาเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ทะเลลุกขึ้นยืนก่อนที่เขาจะเดินไปยังประตูห้อง 

"ทะ...ทะเลจะไปไหน" ใบหน้าคมหันมามองผม 

"กลับบ้านไง หรือมึงอยากจะนอนอยู่ที่นี่ก็ได้นะ"  

พรึ่บ 

ผมรีบลุกจากเตียงนอนพลางยกหลังมือขึ้นเช็ดสองข้างแก้มที่มีแต่น้ำตาแล้วเดินตามทะเลออกไปเงียบ ๆ จนมาถึงรถของเขา ซึ่งก็ทำให้เจอกับบีกันที่เดินออกมาจากบ้านใหญ่พอดี บีกันหันมามองหน้าผมก่อนจะหันกลับไปหาทะเล 

"มึงจะกลับแล้วเหรอ"  

"อืม" 

"มีเรื่องอะไรหรือเปล่า" บีกันถามทะเลแล้วชำเลืองมองผม 

"ไม่มีอะไร กูกลับก่อนนะ" 

ทะเลเดินออกมาทันทีโดยไม่ได้อยู่คุยกับบีกันต่อ ผมจึงรีบเดินตามทะเลไปเพราะหวั่นเกรงกับสายตาของบีกันที่มองมาที่ผม หลังจากขึ้นรถ ทะเลก็พาผมกลับบ้านตามที่เขาพูดบอกไว้จริง ๆ ระหว่างทางที่ขับรถมาทะเลไม่พูดอะไรกับผมสักคำ พอส่งผมเสร็จเขาก็กลับเข้าบ้านของเขาทันที ผมเดินขึ้นมาบนห้องนอน ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มของตัวเองพลางคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับทะเล 

ผมไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้จริง ๆ และก็คงไม่มีวันเข้าใจด้วย 

. 

. 

. 

. 

ตามอารมณ์คุณเขาไม่ทันจริง ๆ สงสารก็แต่ฝันดีตัวน้อย T^T นี่แต่งเองจะประสาทตามทะเลเองแล้วเนี่ยง่าาา 

1 คอมเมนต์ดี ๆ = ร้อยกำลังใจ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว