facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Let me be yours : Part 15 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2564 11:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Let me be yours : Part 15 [100%]
แบบอักษร

Let me be yours 15 

 

นาธานออกจากบ้านแรนดี้ก่อนเพื่อล่อให้คนของวินเซนต์ตามเขาไป หลังจากนั้นดีแลนและโจเซฟค่อยหลบออกไปทางด้านหลังโดยมีทอมผู้ซึ่งคอยตรวจตราสังเกตการณ์อยู่ข้างนอกขับรถมาจอดเทียบรอรับ 

ตามแผนการ นาธานต้องเป็นฝ่ายตามง้อโจเซฟด้วยตัวเองเพื่อหาทางเข้าหาโจเซฟอีกครั้ง เด็กแสบเก็บเสื้อผ้าสองสามชุดใส่กระเป๋าสะพายหลัง เตรียมของใช้ส่วนตัวสำหรับย้ายที่พักชั่วคราว ว่ากันตามจริงเขาควรตื่นเต้นดีใจมาก หากเป็นนาธานในยามปกติคงกระตือรือร้นวิ่งรอบห้อง ร้องเพลงไปพลางเก็บของอย่างมีความสุขแล้ว ทว่าตอนนี้นาธานกลับหูอื้ออึงไปด้วยความว่างเปล่าเงียบสงัด ข้าวของที่จับยัดลงกระเป๋ายังไม่ทันดูให้ดีด้วยซ้ำว่าคืออะไร เหมือนรีบทำให้มันจบไปอย่างนั้นเอง ทุกการเคลื่อนไหวล่องลอยราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกป้อนชุดคำสั่งทำงานอัตโนมัติ ไม่ใช่คนที่มีชีวิตจิตใจ 

รู้สึกตัวอีกทีรถก็มาจอดอยู่หน้าบ้านเดี่ยวชั้นเดียวหลังคุ้นตาแล้ว ทั้งที่เคยมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง วันนี้นาธานกลับรู้สึกแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง 

โจเซฟบอกว่าเขาแสดงละครเก่ง? 

คนบ้านั่นยังไม่รู้จริงๆ ด้วยซ้ำว่าเขาทำอะไรได้บ้าง นาธานแบบแรกที่เขาเห็นคือนาธานในแบบที่คนทั่วไปคิดว่าเขาเป็น ใช้ความไม่รู้ตัดสินจากภายนอก ส่วนแบบที่สองคือนาธานในแบบที่ตัวเขาอยากให้โจเซฟประทับใจ ว่านอนสอนง่ายเป็นบางเรื่อง ดื้อบ้างรั้นบ้างเป็นบางเวลาซึ่งนิสัยส่วนนี้คงจะยากเกินกว่าแก้ไขในระยะเวลาสั้นๆ แต่มันก็ใกล้เคียงกับตัวตนของนาธานมากที่สุด ....เขากลับไม่เชื่อ 

ดังนั้นวันนี้โจเซฟจะได้พบกับนาธานอีกคนหนึ่ง คนที่เขาจะต้องนึกเสียใจที่ได้เจอ 

ในเมื่ออยากเห็นเป็นคนไม่ดีนัก นาธานก็จะแสดงให้เขาดูว่าร้ายจริงๆ เป็นอย่างไร 

 

ร่างโปร่งหยุดนิ่งอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง หางตาเหลือบมองไปด้านหลัง แม้จะมองไม่เห็นหนูสกปรกของวินเซนต์แต่นาธานมั่นใจว่ามันต้องอยู่แถวนี้แน่ คอยจับตาดูพฤติกรรมของเขาคาบข่าวไปรายงานเจ้านาย 

เพราะมีกุญแจสำรองอยู่กับตัวนาธานจึงสามารถปลดล็อกประตูเดินเข้าสู่ตัวบ้านได้โดยง่าย แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่โจเซฟเคยมีให้เขา ก้าวแรกเหยียบย่ำลงบนพื้นบ้านที่คุ้นเคย ทว่าครั้งนี้กลับไม่ใช่ความอบอุ่นปลอดภัยโอบล้อมเขาไว้อีกแล้ว มีเพียงความอึดอัดหายใจไม่ออกเหมือนปอดถูกบีบรัดด้วยน้ำมือของใครสักคน 

....อาจเป็นคนที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้องนั่งเล่นในตอนนี้ 

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มว่างเปล่า มือข้างหนึ่งค่อยๆ วางกระเป๋าสะพายลงบนพื้น ก่อนริมฝีปากจะแย้มรอยยิ้ม....ชืดชา 

ตัวบ้านมีหน้าต่างฝั่งถนนอยู่สี่บาน แขวนผ้าม่านผืนบางคลุมไว้ชั้นหนึ่ง หากคนด้านนอกตั้งใจเพ่งสมาธิมองมากพอก็จะสามารถเห็นความเคลื่อนไหวภายในบ้านได้เลือนราง 

"สีหน้านายไม่เหมือนคนกำลังโกรธอยู่เลยนะ นักแสดงที่ดีจะเล่นได้สมบทบาทก็ต่อเมื่อฝ่ายตรงข้ามส่งอารมณ์ที่ถูกต้องมาให้ ทำหน้าที่ของนายให้ดีหน่อยสิโจเซฟ" 

คนควรโกรธเพียงกดหัวคิ้วเงียบขรึม เฝ้ามองท่าทีของนาธานด้วยความระมัดระวัง สีหน้าและแววตาของเขา ....ไม่เหมือน นี่ไม่ใช่เจ้าเม่นแคระคนเดิมที่เขารู้จัก 

เห็นอีกฝ่ายไม่ตอบสนองนาธานก็เพียงยักไหล่ สาวเท้าเดินตรงเข้าไปหาคนที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางบ้าน ระยะห่างลดลงเสียจนร่างกายแทบเบียดชิดกัน เป็นนาธานยกสองแขนขึ้นคล้องคอคนสูงกว่าโน้มลำคอเขาลงมาพลางเขย่งปลายเท้าขึ้นหา ทว่าครั้งนี้โจเซฟกลับมีปฏิกิริยาตอบสนองฉับไว เขาขืนแรงไว้ 

นาธานกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน 

ดวงตากลมโตสั่นเครือคลอหยาดน้ำ ใบหน้าออดอ้อนในแบบที่เจ้าเม่นน้อยของเขาเป็น "ยังไม่หายโกรธอีกเหรอ ฉันอธิบายทุกอย่างให้นายฟังหมดแล้วไง ยังไม่เชื่อฉันตรงไหนอีก ที่ทำไปก็เพื่อนายนะ หายโกรธได้แล้ว" 

นาธานยืดตัวขึ้นไล้ปลายจมูกโด่งรั้นถูไถคลอเคลีย นิ้วมือบีบนวดต้นคอคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อจนโจเซฟคล้อยตาม ค่อยๆ ลดระดับใบหน้าลงดั่งใจหวัง กระทั่งริมฝีปากเย็นชืดสัมผัสกับความอ่อนนุ่ม ปราการหินผาก็พลันพังทลาย 

ร่างสูงก้าวถอยหลังตามแรงดันของเจ้าเม่นแคระจนชนเข้ากับโซฟา เด็กแสบออกแรงผลักโจเซฟให้ล้มตัวลงนั่งก่อนจะขึ้นคร่อมทับบนตักแข็งแรง แนบริมฝีปากมอบจุมพิตเผ็ดร้อน ทั้งปากลิ้นฟันพัวพันกันยุ่งเหยิงแทบแยกไม่ออกว่าของใครเป็นของใคร 

ท่อนแขนใหญ่โอบรัดเอวเล็กเข้าหาลำตัวแนบแน่น ซึมซับอุณหภูมิอุ่นร้อนจากผิวกายอ่อนนุ่มที่เขาแสนคิดถึง นึกว่าจะเสียไปแล้ว.... คิดว่าจะไม่ได้เจ้าเม่นแคระของเขาคืน ความโหยหาทำให้ตักตวงหนักหน่วงยิ่งขึ้น แทบจะกลืนกินเจ้าเด็กแสบเข้าไปทั้งตัว ความต้องการแผดเผาสติเสียจนร้อนรนไปหมด อยากครอบครองเพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าเม่นตัวนี้จะไม่กระโดดหนีไปไหน 

ทว่าทุกอย่างกลับจบลงรวดเร็วเหมือนตอนที่มันเริ่ม ยามนาธานถอนริมฝีปากออก เกิดเส้นใยบางเบาสีเงินยวงยืดยาวตามไปด้วย โจเซฟเคลื่อนใบหน้าตามไปหวังแนบริมฝีปากกับปากบวกแดงอีกครั้ง ทว่ากลับต้องชะงักเพราะดวงตาสีตาลเย็นชืด ....ว่างเปล่าไร้แวว 

มุมปากบิดขึ้นเป็นรอยยิ้ม แต่กลับส่งไปไม่ถึงดวงตา 

"แบบนี้สิค่อยสมบทบาทหน่อย ผู้ชมจะได้เชื่อว่านายยังคงหลงฉันหัวปักหัวปำ" หางตาเหล่มองไปทางหน้าต่างที่หวังว่าเป้าหมายจะอยู่ตรงนั้น แต่แน่นอนว่านาธานไม่เห็น ผิดกันกับโจเซฟที่หูตาไวมองเห็นเงาตะคุ่มหลังต้นไม้ไม่ไกลจากตัวบ้าน 

ดวงตาแข็งทื่อเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเลื่อนกลับมาสบกับคนในอ้อมแขน 

"นี่มัน....อะไร" กระทั่งเสียงแหบพร่าที่เปล่งออกมายังแทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นเสียงของตัวเอง 

"ละครฉากที่หนึ่ง คัต" 

โจเซฟตัวแข็งทื่อ มือค้างอยู่ในท่าโอบกลางอากาศเมื่อนาธานลุกขึ้นจากตักเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กระทั่งอีกฝ่ายหายเข้าไปยังห้องนอนของเขาแล้ว หัวใจที่เต้นด้วยจังหวะเร่าร้อนเมื่อครู่ราวกับถูกไอเย็นปกคลุมเสียจนหนาวเหน็บ สองมือกำเข้าหากันแน่นสั่นสะท้าน 

แสดงละคร? 

ถ้าอย่างนั้นเขาคงเป็นเพียงนักแสดงสมทบชั้นเลวคนหนึ่งผู้ซึ่งไม่รู้บทประพันธ์ ถึงได้คิดว่าฉากเมื่อครู่คือเรื่องจริง 

เก่งเกินไปแล้ว....นาธาน 

โจเซฟตวัดหางตาคมกริบมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง หากสายตาฆ่าคนได้โจเซฟก็อยากปลิดชีพหนูสกปรกตัวนั้นให้ตายในคราวเดียว ทว่าเงาดำตรงนั้นกลับอันตรธานหายไปแล้วไม่เหลือไว้แม้กระทั่งร่องรอยใดๆ 

 

หลังจากพยายามปรับสภาพอารมณ์ให้กลับมานิ่งเฉยอยู่สักพักแต่ไม่เป็นผล จึงเลือกหยิบหน้ากากไร้ความรู้สึกจอมปลอมขึ้นมาสวมทับและเดินตามนาธานเข้าไป 

นาธานนำข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวออกมาจัดวางในที่ที่มันควรอยู่ โทรศัพท์มือถือวางเคียงข้างกับของเขาอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง ของใช้ส่วนตัววางปะปนอยู่กับของของเขา กระเป๋าเสื้อผ้าหายไปแล้วคาดว่าคงอยู่ในตู้เสื้อผ้า ไม่ต่างจากการย้ายเข้ามาจริงๆ 

"ตอนแรกจะยืมใช้ห้องนอนของอลันแต่ก็กลัวจะไม่สมบทบาท งั้นฉันนอนกับนายแล้วกัน หรือถ้านายอึดอัดรอดึกกว่านี้ปิดไฟปิดม่านทึบให้เรียบร้อยก่อนแล้วฉันค่อยออกไป" 

"นาท" 

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจนเกือบเป็นสีดำสงบนิ่งดั่งผืนมหาสมุทรลึกล้ำเกินหยั่งเหลือบขึ้นมองคนเรียก ขึ้นเรียวเลิกขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงถาม 

"นี่คืออะไร นายกับฉัน" ทำไมกลายเป็นแบบนี้ เหมือนคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก 

"อะไรล่ะ" นาธานย้อนกลับด้วยคำถามเดียวกัน 

"ความสัมพันธ์ของเรา" 

คนถูกจ้องหลบสายตาคมกริบมองไปทางอื่นด้วยท่าทางไม่ยี่หระ ทั้งที่ความจริงเกราะป้องกันกำลังเกิดรอยร้าว เพราะจูบเมื่อครู่เขาเองก็เกือบถลำลึกลงไป ดีที่ยั้งตัวเองไว้ได้ทัน 

"ฉันคิดว่ามันจบตั้งแต่นายโยนความเชื่อใจของฉันทิ้ง" 

"หรือมันจบตั้งแต่ที่นายคิดทำอะไรลับหลัง เมินเฉยความห่วงใยจากใจจริงของฉันเหมือนไม่มีค่าอะไร" 

คนอายุน้อยกว่าทอดถอนลมหายใจแผ่วเบา ช้อนดวงตาเฉยชาขึ้นมองคนตรงหน้าอีกครั้ง เป็นอย่างที่โยลันดาบอก เราต่างก็ยังไม่พร้อมสำหรับเรื่องนี้ 

"ฉันคิดว่าไม่มีอะไรอยากให้นายสอนอีกแล้วล่ะ เลิกเถอะ ความสัมพันธ์ครูนักเรียนจอมปลอมนี้น่ะ ต่างคนต่างยอมรับได้แล้วว่าสิ่งที่เราต้องการมันก็แค่เซ็กส์" 

โจเซฟกัดฟันดังกรอดจนกรามขึ้นเป็นสันนูน เส้นเลือดบนขมับปูดปูนบ่งบอกว่าเขากำลังอดกลั้นอย่างถึงที่สุด กระทั่งหน้ากากกะเทาะแตกเปิดเผยความดุร้ายที่แท้จริง 

กว่าจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นแผ่นหลังนาธานก็กระแทกลงกับผืนเตียงแล้ว แรงอัดส่งผลให้จุกแน่นจนพูดไม่ออกไปหลายวินาที 

ยังไม่ทันได้ตั้งสติริมฝีปากล่างก็เจ็บแปลบเพราะฟันคมของใครบางคน นาธานส่งเสียงร้องครางเบาๆ หวังยกมือขึ้นผลักร่างใหญ่ที่คร่อมทับอยู่ด้านบนออกไป ทว่าแขนทั้งสองข้างกลับยกขึ้นไม่ได้เพราะถูกจับกดไว้กับเตียงแน่น 

"อื้อ! หยุดเดี๋ยวนี้นะโจ!" 

แรงดูดดุนบนลำคอมาพร้อมกับแรงกัด นาธานพยายามเบี่ยงใบหน้าหลบเลี่ยงสัมผัสป่าเถื่อนที่สร้างความเจ็บปวดมากกว่าความวาบหวาม เป็นการปลุกเร้าที่ปราศจากความอ่อนโยนอย่างสิ้นเชิง กระบอกตากลมโตร้อนผ่าวไม่ใช่ความกลัวที่กำลังเล่นงานนาธานอยู่ตอนนี้ แต่เป็นความเสียใจ 

"....พอได้แล้ว" 

ทำไม 

ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ 

ตอนนั้นเองที่การกระทำทุกอย่างของคนด้านบนหยุดชะงักลงราวกับมีใครกดปิดสวิตช์ ใบหน้าแข็งกระด้างกำลังฟอนเฟ้นสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นที่คุ้นเคยรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นบนข้างแก้ม ของเหลวอุ่นร้อนไหลลงมากระทบอีกครั้งให้เขาได้สติรู้สึกตัว 

ใบหน้าค่อยๆ เงยขึ้นช้าๆ ด้วยหัวใจบีบรัดเจ็บปวด เขารู้ได้โดยสัญชาตญาณว่ามันคืออะไร แต่ภาพในหัวก็ส่วนหนึ่ง กลับเป็นคนละเรื่องกับการได้เห็นมันด้วยตาของตัวเอง 

ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นแทงทะลุเข้ามาในอกข้างซ้ายควักหัวใจของเขาออกไปทั้งเป็น 

นาธานกำลังร้องไห้ 

หยดน้ำใสเม็ดโตไหลกลิ้งลงมาจากดวงตาแดงก่ำหยดแล้วหยดเล่าอย่างเงียบงัน เท่านั้นก็พอแล้วที่จะบดขยี้หัวใจแข็งแกร่งของโจเซฟ 

ทำไม 

ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ 

เพี๊ยะ! 

ใบหน้าข้างหนึ่งชาหนึบไปทั้งแถบ โจเซฟแทบจะไม่กระดิกด้วยซ้ำ สมควรแล้ว....สมควร 

เพราะความช็อกทำให้พันธนาการคลายออกแขนนาธานจึงเป็นอิสระและฟาดฝ่ามือใส่แก้มเขาเต็มแรง ก่อนจะดีดดิ้นลุกขึ้นมานั่งได้สำเร็จ เจ้าตัวคงเพิ่งรู้สึกตอนนั้นว่ากำลังร้องไห้จึงยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกลวกๆ เหมือนไม่ใส่ใจจนแก้มแดงเป็นปื้น โจเซฟปวดใจกระเถิบเข้าไปใกล้ไม่อยากให้เด็กแสบที่แสนเปราะบางของเขาทำร้ายตัวเอง ทว่ามือข้างนั้นกลับถูกปัดทิ้งพร้อมรอยยิ้มเยาะหยัน 

"ดีนี่ เหมือนจริงซะจนแยกไม่ออกแล้วว่าเป็นตัวตนของนายจริงๆ หรือว่าการแสดง" 

มือที่ถูกปัดทิ้งไปคว้าจับนาธานไว้อย่างดื้อดึง 

"ความสัมพันธ์ครั้งนี้มันขึ้นเริ่มต้นขึ้นที่ใคร นายจะบอกว่าสิ่งที่นายต้องการจากฉันมีแค่เซ็กซ์อย่างเดียวแบบนั้นใช่ไหม" 

คราวนี้เป็นนาธานที่อ้าปากแต่ยากจะโต้เถียง เพราะคำพูดที่หวังทำร้ายโจเซฟกลับแว้งมากัดตัวเอง เป็นเขาที่เรียกร้องมาตั้งแต่ต้น 

มาถึงตรงนี้ต่างแยกไม่ออกแล้วว่าใครติดค้างใคร 

"เราคุยกันดีๆ สักครั้งได้ไหม ไม่หยิบยกเรื่องในอดีตที่ผิดพลาดไปแล้วขึ้นมาทำร้ายกันและกันอีก นายก็รู้ว่าเรื่องระหว่างมันไม่ใช่แค่เซ็กส์ หรือนายจะโกหกตัวเองว่าเราไม่ได้รักกัน" 

รัก? 

คำนี้คำเดียวหยุดสถานการณ์วุ่นวายทั้งหมดลงได้อย่างน่าอัศจรรย์ นี่ไม่ใช่คำที่นาธานอยากได้ยินจากโจเซฟมาตลอดหรอกหรือ แต่มันต้องไม่ใช่ในสถานการณ์แบบนี้สิ มันควรเป็นเรื่องราวดีๆ ที่มีแต่รอยยิ้มและความสุข ไม่ใช่น้ำตาและการประชดประชัน 

....เราต่างก็ยังไม่พร้อม 

นาธานส่ายใบหน้าช้าๆ ไม่ยินดีรับรู้สิ่งที่โจเซฟกำลังจะพูด 

"วันนี้พอแค่นี้เถอะ ฉันเหนื่อยแล้ว" 

 

 

 

TBC. 

>>>> 

ปวดใจ 

ความสัมพันธ์ในบางครั้งใช้ความรักอย่างเดียวไม่ได้ 

หากไม่มีความเข้าใจ ก็ยากจะอยู่ร่วมกัน 

ฝากเอาใจช่วยทุกคนด้วยนะคะ 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจเช่นเคยค่า 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว