ขอบคุณทุกคอมเม้นน้า อีกสองตอนจบแล้ว ขออนุญาติใส่เหรียญติดกุญแจตอนสุดท้ายนะจ้ะ ขอบคุณที่อยู่กันมาจนสุดเรื่องถึงแม้ว่ามันจะน่าเบื่อแค่ไหน :D

ชื่อตอน : CH. 21 (18+)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.8k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2559 01:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CH. 21 (18+)
แบบอักษร

21

 

                “เลือกใครสักคน..” ผมทวนคำพูดของพี่ยูอีกครั้ง

                “ให้มึงเลือก.. ระหว่างกูกับมัน.. มึงจะอยู่ข้างๆ ใคร”

                “กับเรื่องแค่นี้มึงยังต้องการข้อแลกเปลี่ยนอีก.. ถ้ามันยากนักกูไม่อยากรู้ก็ได้” เอสเริ่มพูดอย่างหัวเสีย

                เอสเขาคงจะกลัว.. กลัวว่าผมจะไม่เลือกเขา..

                ผมมองพี่ยูด้วยสายตาไม่เข้าใจ.. ทำไมเขาถึงต้องพูดอะไรแบบนี้..

                “ทำไม.. มึงกลัวมันจะเลือกกูมากกว่ามึงใช่ไหมหล่ะ”

                “ไอ้สัสนี่!” เอสทำท่าจะพุ่งหมัดเข้าใส่พี่ชายของตัวเองจนผมต้องห้ามปรามไว้ก่อน

                “จะทะเลาะกันทำไม.. ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำมันยังไม่ชัดเจนพออีกหรอ..” ผมพูดก่อนจะกำหมัดแน่นราวกับรู้สึกอัดอั้นในใจ

                สิ่งที่ผมทำมาตั้งแต่ต้น.. ผมยังขัดเจนไม่พอใช่ไหม.. ว่าผมต้องการทั้งสองคน.. ผมรักทั้งสองคน.. ต้องการปกป้องทั้งสองคน.. แล้วจะให้ผมเลือกใครสักคนได้อย่างไร..

                “มึงหมายความ?” พี่ยูขมวดคิ้วถามผม.. ตอนนี้บรรยากาศรอบข้างเริ่มอึดอัดทั้งๆ ที่มีแค่ผม แคท เอสและพี่ยูยืนยู แต่มันอึดอัดซะเหมือนผมรู้สึกราวกับว่าผมต้องตอบคำถามกับเพื่อนว่าพ่อแม่ผมไปไหน.. ทำไมผมถึงไม่มีพ่อแม่..

                “พี่ครับ.. ถ้าพี่อึดอัด.. พี่ไม่จำเป็นต้องตอบก็ได้ครับ”

                “พี่เหลือเวลาอีกไม่มากแล้วเอส.. ถ้าพี่ไม่พูดวันนี้.. พี่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้พูดอีกไหม” ผมหลับตาข่มน้ำตาไว้เพื่อไม่ให้มันไหลออกมาก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ “ผมดีใจนะครับ.. ที่ได้รู้จักทั้งสองคน.. แต่มันอาจจะดูเห็นแก่ตัวมากไปหน่อย.. แต่ผมก็อยากจะบอก.. ว่าผมรักทั้งสองคน.. อยากจะอยู่กับทั้งสองคน..”

                “นี่มึงจะควบสอง?” เสียงพี่ยูถามเหมือนไม่พอใจกับคำสารภาพที่ผมสารภาพออกมานัก

                “ผมเลือกใครไม่ได้.. ผมเห็นแก่ตัวเกินไป.. ผมรู้ดี” ผมพูดแล้วทรุดตัวนั่งลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยดินทราย ทั้งเศษขยะ ผมใช้มือสองข้างปิดหน้าตัวเองไว้ก่อนที่สองคนนั้นจะเห็นว่าน้ำตาของผมเริ่มรินไหลออกมา

                “พี่ครับ.. พี่ไม่ผิดเลยครับ” เอสโอบไหล่ผมไปซบที่อก ผมได้แต่เอามือปิดหน้าร้องไห้ออกมาเงียบๆ

                “เป็นยังไงบ้าง! กับคำถามที่มึงอยากได้คำตอบ! มึงแน่ใจดีแล้วหรอว่ามึงรักพี่เขา! ถ้ามึงรักเขาทำไมมึงต้องทำให้เขามีน้ำตาได้ตลอด! มึงยังจำพี่เขาไม่ได้ด้วยซ้ำเกี่ยวกับเรื่องเมื่อสี่ปีก่อน!!” เอสตะคอกพี่ยูจนผมรู้สึกตกใจกับคำพูดของเอส ก่อนจะเอามือออกจากใบหน้าแล้วถามเอสด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา

                “เอส.. นายรู้ได้ยังไงกัน”

                “พี่อย่าโกรธผมเลยนะครับ ตอนผมไปช่วยพี่เก็บของที่หอเก่าผมเจอสมุดโน้ตเล่มนึง ซึ่งผมยังเก็บมันไว้อยู่ในคอนโดตั้งแต่นั้นมาโดยไม่กล้าบอกพี่.. ผมเปิดมันอ่านดูก่อนจะพบว่าพี่กับพี่ยูเคยรู้จักและเคยมีความรู้สึกดีๆ ให้กันมาก่อน แต่ดูเหมือนไอ้เหี้ยนี่มันจะจำพี่ไม่ได้..” เอสพูดก่อนจะชี้ด่าไปที่พี่ยู พี่ยูถึงกับทำหน้านิ่งราวกับช็อคที่ได้รู้เรื่องที่เอสบอก

                “มัน.. หมายความ.. ว่ายังไง” พี่ยูพูดด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อยจนผมต้องเอามือปาดน้ำตาออกจากใบหน้าตัวเองก่อนจะยิ้มตอบ

                “มันก็นานแล้ว.. ไม่แปลกหรอกครับที่พี่จะลืมเด็กผู้ชายที่พี่เคยช่วยไว้ที่สระว่ายน้ำ.. พี่คงจำไม่ได้หรอกว่าเรามีความสุขมากแค่ไหนตอนที่เราได้ว่ายน้ำเล่นด้วยกัน.. พี่คงจำอะไรมันไม่ได้เลย..” ผมพูดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาเรื่อยๆ อย่างหยุดไม่ได้ พูดไปผมก็เจ็บไป.. เขาจำผมไม่ได้เลย มีแต่ผมเท่านั้นที่จำเขาได้..

                “ผมไม่เคยลืมพี่เลย.. แต่ผมก็ผิดอีกนั้นแหละที่ทิ้งพี่ไป.. แต่เหตุผลมันอยู่เหนือความรักของผม.. เพราะเหตุผลเพราะสถานการณ์มันบีบบังคับผม.. ให้ผมต้องจากพี่ไปโดยไม่ได้ล่ำลาสักคำ”

                “ไม่จริง!!” พี่ยูตะโกนออกมาราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ผมและเอสพูด พี่ยูใช้สองมือกุมขมับก่อนจะทรุกตัวนั่งลงกับพื้น

                “มันเป็นเรื่องจริง!” เสียงผู้หญิงดังขึ้นที่ด้านหลังทำเอาผมสะดุ้งตกใจ.. แต่ผมไม่หันไปมอง.. ผมรู้ว่าใครกำลังก้าวเท้าเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ.. มือของผู้หญิงคนนั้นกระชากผมให้ลุกขึ้นไปยืนข้างๆ ก่อนจะใช้หางตามองไปที่ชายหนุ่มสองคนที่กำลังงุนงงกับสถานการณ์ที่ต้องเจอ

                “อยากรู้กันมากใช่ไหมว่าพวกแกเจ็บตัวเพราะใคร.. เพราะมันนี่แหละ..” ย่าพูดก่อนจะชี้นิ้วมาที่ผม ผมได้แต่เบือนสายตาหนีเอสที่เขาทำสายตาเหมือนว่าเขาผิดหวังในตัวผมเมื่อได้รู้ความจริง

                “เพราะว่ามันยังไม่เลิกยุ่งกับพวกแก.. ฉันก็เลยต้องขู่มันว่าจะทำร้ายพวกแก.. พวกมันรักพวกแกมากถึงกลับต้องถอยออกห่าง.. น่าดีใจไหมหล่ะ?” พอเอสได้ยินคำพูดต่อมาของย่าเอสก็เริ่มทำดวงตาเหมือนมีหวัง

                ผมได้แต่ยืนนิ่งสายตาเหม่อมองไปที่พื้นดินด้วยความว่างเปล่า

                “แกก็เหมือนกัน.. แกไม่มีทางได้อยู่กับพวกมันหรอกตราบใดที่ฉันยังหายใจ.. ไอ้หลานไม่รักดี!!”

                เพี๊ยะ!! เสียงฝ่ามือฟาดลงใบหน้าของผมอย่างแรงจนหน้าผมหันไปตามแรงตบของย่า

                “กลับบ้านแกเตรียมเก็บกระเป๋าได้เลย ฉันจะพาแกกลับอังกฤษเย็นนี้” ย่าผมสั่งผมเสียงเด็ดขาดก่อนจะหันไปยิ้มเยาะให้สองพี่น้องที่นั่งอยู่กับพื้น

                “คุณย่าไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลยนี่ครับ.. คุณย่าปล่อยให้เด็กๆ รักกันไม่ได้หรอ” นับว่าเอสใจกล้ามากที่ต่อลองกับย่าของผม ผมฟังแล้วได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

                “พวกแกคงยังไม่รู้อะไรใช่ไหม.. เหตุผลที่พวกแกไม่สามารถรักกันได้.. มันก็เป็นเพราะพ่อแกหน่ะฆะ..”

                “ย่าครับ!!” ผมรีบร้องปรามย่าก่อนที่ย่าจะเผลอหลุดปากเรื่องนั้นออกมา ผมหันไปยิ้มให้เอสและพี่ยูบางๆ ก่อนจะดึงชายเสื้อของย่าอย่างเบาๆ “ผมจะกลับอังกฤษกับย่าครับ เรากลับกันเถอะ” ผมบอกก่อนจะเดินหันหลังกลับมาโดยไม่มองหน้าทั้งสองคนนั้น

                “พี่ครับ!! พี่จะทิ้งผมไม่ได้นะครับ” เสียงของเอสตะโกนไล่หลังมาพร้อมกับเสียงพี่ยูที่ดังออกมาตามหลังผมทำเอาผมชะงักเท้าหยุดอยู่กับที่ “มึงกำลังจะทิ้งกูเหมือนเมื่อสีปี่ก่อนใช่ไหม!!”

                ผมหันไปยิ้มให้ทั้งสองด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปรอะไปด้วยน้ำตาที่ไหลรินของผมก่อนจะพูดออกมาเบาๆ

                “ขอบคุณนะ”  ผมพูดเสร็จก็เดินก้าวออกมาโดยมีย่าเดินตามหลังผมมาอย่างเงียบๆ เสียงทั้งสองคนนั้นยังตะโกนตามหลังมาอย่างไม่ขาดสาย

                ผมได้แต่เอามือปิดปากไว้ก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายคนในมหาลัย

                ต่อจากนี้คงไม่มีอีกแล้ว.. รอยยิ้มที่อ่อนโยนของเอส.. ไม่มีอีกแล้วคำพูดที่สั้นๆ ห้วนแต่ฟังแล้วกลับใจเต้นอย่างผิดปกติ.. ไม่มีอีกแล้วใบหน้าดุๆ ของพี่ยู.. ไม่มีอีกแล้วคำปลอบใจของเอส.. ไม่เหลืออะไรเลย.. ไม่เหลืออะไรเลยจริงๆ

               

                ตั้งแต่ผมกับย่ากลับมาถึงบ้านย่าก็พาผมมาเก็บของเตรียมกระเป๋าเตรียมกลับอังกฤษโดยมีย่าเฝ้าผมตลอดกลัวว่าผมจะหนีไปไหน ย่าเฝ้าผมได้สักประมาณสามชั่วโมงย่าก็เดินออกไปก่อนจะพูดทิ้งท้ายไว้

                “อยู่ในห้องนี่แหละ! อย่าออกไปไหน! เดี๋ยวฉันจะไปเก็บกระเป๋าของฉัน!” ย่าของผมสั่งก่อนจะเดินปิดประตูห้องออกไปพร้อมกับเสียงล็อคกุญแจจากด้านนอก

                ย่าแทนสรรพนามตัวเองเปลี่ยนไป.. มันทำให้ผมเกร็งเวลาอยู่ต่อหน้าย่า ผมเลยทำได้แค่พยักหน้ากับส่ายหัวเป็นคำตอบเวลาย่าถามอะไรกลับมา

                ผมพึ่งจะรู้ว่าแคทเป็นสายให้ย่าผม.. เธอแสดงได้เนียนซะจนผมหลงเชื่อไปเลยว่าเธอเป็นเพื่อนคนนึง.. ทำไมชีวิตของผมเกิดมาไม่เคยเจอเพื่อนดีๆ สักคนเลยกันนะ..

                เอสกับพี่ยูจะตีกันอีกหรือเปล่านะ.. จะตีกันเพียงเพราะผมบอกว่ารักทั้งสองหรือเปล่านะ..

                ผมล้มตัวลงนอนเอามือก่ายหน้าผากก่อนจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย.. ก่อนจะหันไปมองปฏิทิน

                ’23 ธันวาคมงั้นหรอ’ ฮ่ะๆ อีกแค่แปดวันเท่านั้น..

                พ่อครับแม่ครับ.. รอผมก่อนนะครับ..

                ฟืดดดด ฟืดดดด~ เสียงโทรศัพท์ไอโฟนของผมสั่น ผมล้วงออกมาดูก่อนจะพบข้อความจากเบอร์แปลกอีกครั้ง

                ‘เราหนีไปด้วยกันเถอะครับ’

                ใครกันส่งข้อความล้อเล่นมาในสถานการณ์แบบนี้.. ไม่รู้ทำไมผมถึงยิ้มได้เมื่ออ่านข้อความนี้ มือถืออยู่ในมือผมสั่นอีกครั้งพร้อมกับข้อความที่เข้ามาใหม่

                ‘กระโดดลงมาเลยครับ.. ผมจะรับพี่ไว้เอง’ สรรพนามที่เรียกผมว่าพี่ทำให้ผมใจเต้นตึกตักก่อนจะเดินไปดูที่ริมระเบียงก็พบว่าเป็นพี่ยูและเอสที่กำลังยิ้มแล้วโบกมือขึ้นมาทางระเบียงห้องผมอยู่

                ผมยิ้มตอบสองคนนั้นอย่างดีใจ.. ไม่ใช่สิ.. นี่ไม่ใช่เวลาดีใจ

                ผมจะต้องกลับไปกับย่า..

                ผมเดินเข้าห้องก่อนจะหยิบกระเป๋าเดินทางเขวี้ยงลงไปข้างล่างก่อนทำท่าจะกระโดดลงไป.. ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมความคิดกับการปฏิบัติของผมมันช่างต่างกันเช่นนี้..

                ผมต้องการจะไปจากที่นี้.. ผมเหลือเวลาอีกแค่แปดวันเท่านั้น.. ผมไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว..

                ผมปีนข้ามมานอกระเบียงก่อนจะมองลงข้างล่างแล้วเหมือนภาพมันเบลอๆ เหมือนเวียนหัว อันที่จริงแล้วผมกลัวความสูงมากเลยแหละ.. เอสกำลังกวักมือเรียกผมอยู่ เอสและพี่ยูเดินมาใกล้ๆ กันก่อนจะอ้าแขนออกทั้งสองคน

                ผมยังมีอะไรต้องกลัวอีกหรอ.. อีกเยอะเลยแหละ.. ทั้งย่าและคนของย่า.. ความสูงหรอ.. ก็กลัวนะ.. แต่ความกลัวไม่ได้อยู่ในหัวสมองของผมเลยตอนนี้

                ผมหลับตาก่อนจะปล่อยมือออกจากระเบียงทิ้งตัวลงมาข้างล่างก่อนจะหล่นลง ตุบ! ผมได้แต่หลับตาปี๋

                “ลืมตาได้แล้วครับ รีบไปกันเถอะ” เอสพูดก่อนจะจูงมือผมวิ่งไปที่รั้ว พี่ยูถือกระเป๋าเสื้อผ้าของผมวิ่งตามมา พวกเราสามคนปีนออกจากรั้วทางด้านข้างของบ้านผมเหมือนครั้งที่แล้วที่ผมกับพี่ยูปีนออกมา ทันทีที่เอาของขึ้นรถก็มีเสียงเหมือนสัญญาณขโมยดังขึ้นในคฤหาสน์ของย่าผม

                พวกเราสามคนจ้องหน้ากันนิดหน่อยก่อนจะรีบเปิดประตูขึ้นรถ ซึ่งมีเอสนั่งกุมมือผมอยู่เบาะหลังและให้พี่ยูขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว

                ย่าจะเป็นอะไรหรือเปล่านะ..

 

                “ไม่มีห้องเลยหรอครับสักสามห้อง” เอสที่กำลังถกเถียงกับพนักงานอยู่อย่างไม่หยุดไม่สิ้น ตอนนี้ผมที่ยืนอยู่โดยมีพี่ยูโอบไหล่ผมไว้พากันมองเอสด้วยท่าทางงงๆ

                คือพนักงานเขาตอบว่าไม่มีห้องมาสามทีแล้ว แต่เอสก็ได้แต่ถามมี่จริงๆ หรอ ไม่มีจริงๆ หรอ จนผมที่เป็นคนมาด้วยยังรำคาญเลย

                “ไม่มีคะ มีแต่ห้องสวีท” เอสชั่งใจอยู่นานก่อนจะเหลือบมามองผมนิดหน่อยแล้วตอบพนักงานกลับไป

                “เปิดเลยก็ได้ครับ” เอสยื่นบัตรเครดิตให้พนักงานคนนั้นไป พนักงานคนนั้นหยิบไปรูดก่อนจะยื่นบิลออกมาให้เอสเซ็น เอสเซ็นเสร็จเอสก็หยิบบัตรเข้าประเป๋ากางเกงของตัวเอง

                “นี่คะกุญแจห้องเบอร์ 903 หากขัดข้องอะไรช่วยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเลข 0 แล้วบอกเลยนะคะ ดิฉันจะได้ส่งพนักงานขึ้นไปดูให้” พนักงานคนนั้นพูดพร้อมกับไหว้เอส เอสเดินมาทางพวกผม

                “ได้เรื่องว่าไง” เสียงพี่ยูถามสั้นๆ ในขณะที่มือของพี่ยูยังโอบไหล่ผมอยู่

                “ทนๆ เอานะ นอนเบียดกัน” เอสพูดก่อนจะถือกระเป๋าเดินนำไปกดลิฟท์โดยมีผมและพี่ยูเดินตามไป

                คนทั้งโรงแรมมองมาทางเราสามคนด้วยสีหน้าแปลกๆ แต่พวกเราก็ไม่ได้สนใจ

                ห้องสวีทที่นี้คงราคาเหยียบหมื่น เตียงใหญ่ไหนจะเฟอร์นิเจอร์หรูๆ นี่อีกหล่ะ ผมได้แต่เดินไปทั่วห้องด้วยความตื่นเต้น

                นี่เป็นครั้งแรกเลยที่หนีออกจากบ้าน..

                ตอนนี้ก็ค่ำแล้ว กว่าจะขับจากบ้านผมมาถึงที่นี้ก็นานพอควร

                “ที่นี่เขาเรียกว่าที่ไหนนะ” ผมหันไปถามเอสที่เอาแต่นั่งหน้าเครียดไม่ต่างอะไรจากพี่ยูเลย

                “เขาเรียกว่าเกาะช้างไงพี่ ตอนนี้เราอยู่ที่ตราด” เอสตอบผมยิ้มๆ ก่อนจะกลับไปทำหน้าเคร่งเครียดแข่งกับพี่ยู ผมได้แต่มองแล้วงงๆ พวกเขาจะเคร่งเครียดอะไรกัน

                ผมเดินปลีกตัวเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำให้สบายตัวก่อนจะห่มผ้าเช็ดตัวที่ท่อนล่างแล้วเดินเปิดประตูออกมา ทันทีที่บานประตูแง้มนิดหน่อยเสียงของสองคนนั้นก็ดังเข้าสู่หูของผม

                “กูจะเอาก่อน!”

                “กูก่อนสิ!”

                “ไม่! กูจะเอาก่อน!” สองคนนี้คุยกันเรื่องอะไรนะ ผมเดินออกมาจากห้องน้ำก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหัว เช็ดหัวตัวเองออกมาแล้วเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าตู้เสื้อผ้า ทั้งสองมองผมอย่างอึ้งๆ ผมไม่รู้ว่าเขาอึ้งอะไร แต่ผมก็ได้แต่เช็ดผมแล้วส่องกระจกผ่านบานประตูตู้เสื้อผ้าต่อก่อนจะพูดออกมา

                “นี่ๆ ไปหาไรกินกันป่ะ แล้วก็ไปเดินชมทะเลด้วย ดึกๆ แล้วดาวต้องสวยแน่ๆ”

                “ไม่!” ทั้งสองตะโกนออกมาเป็นเสียงเดียวจนทำให้ผมหันไปมองด้วยสายตางงๆ

                “อะไรเนี่ย ตอบดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องตะโกนเลย” ผมพูดก่อนจะหันหน้ามาสวมเสื้อยืดก่อนจะใส่บ็อกเซอร์และจัดแจงแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปที่ประตูห้อง

                “ไปก่อนนะ เดี๋ยวมา หิวมาก” ผมพูดก่อนจะเปิดประตูออกไปแต่ทั้งสองรีบวิ่งมาดันประตูให้ปิดลงจนผมตกใจกับการกระทำแปลกๆ ของสองคนนี้

                “อะไรเนี่ย ชวนไปกินด้วยก็ไม่ไปกิน พอจะไปก็ไม่ให้ไป งงนะเนี่ย”

                “พวกกูก็หิว.. แต่ยังตกลงไม่ได้ว่าใครจะกินมึงก่อนคืนนี้”

                “!!!” ผมตกใจกับคำพูดที่ตรงไปตรงมาของพี่ยูถึงกับพูดออกมาติดๆ ขัดๆ “อะ.. อะ.. ไรกัน.. พูดเรื่อง.. อะไรกัน..”

                หน้าผมร้อนฉ่าไปหมดเพียงเพราะคำพูดที่พี่ยูพูดออกมา.. งั้นแสดงว่าที่เถียงกันนี่ก็เถียงกันเพราะว่าผมงั้นหรอ..

                “พี่ครับ.. พี่จะให้ใครทำกับพี่ก่อน”

                “จะ.. จะ.. บ้าหรอ.. อิ่ม.. อิ่มก่อน.. ได้ไหม.. ค่อยว่ากัน” ผมพูดออกมาอย่างยากลำบาก

                ผมหล่ะอยากจะรู้จริงๆ ว่าสองคนนี้เขาไม่อายกันหรือไงที่พูดเรื่องหน้าอายแบบนั้นออกมาได้หน้าตาเฉยขนาดนี้!

                “สัญญา?” เอสพูดก่อนจะชูนิ้วก้อยขึ้นมาทำเอาผมมองแล้วได้แต่กลืนน้ำลายดังเอื้อกแล้วนิ่งเงียบไม่พูดอะไร

                “สัญญาสิ.. มึงรออะไรอยู่หล่ะ” พี่ยูเร่งเร้าผมจนผมเหงื่อตก

                “ก็ได้ๆ สัญญาๆ” ผมพูดก่อนจะเอานิ้วก้อยออกมาเกี่ยวก้อยกับเอส ทั้งสองคนหัวเราะออกมาอย่างชอบใจแล้วเดินนำผมไปโดยมีผมเดินคอตกเดินตามไปอย่างเงียบๆ

                พี่ยูและเอสรับประทานอาหารเร็วมาก ของผมยังทานได้ไม่ถึงครึ่งจานของสองคนนั้นหมดแล้ว ทั้งสองคนต่างเอามือเท้าคางจ้องดูผมกินข้าว มันทำให้กับข้าวมื้อนี้แลดูไม่ค่อยจะอร่อยเท่าไหร่เลย

                ผมเหลือบมองทั้งสองที่เอาแต่มองผมกินข้าวแล้วอยากจะร้องไห้.. เหมือนเขากดดันให้ผมกินเสร็จไวๆ มันเลยทำให้การกลืนข้าวแต่ละคำของผมเต็มไปด้วยความยากลำบาก พี่ยูมองผมอย่างไม่ชอบใจนัก

                “แดกเร็วๆ ซิ..” พี่ยูเร่งเร้าผมอีกทีจนผมต้องวางช้อนและซ้อมลงกับจาน

                “ผมอยากเดินเล่น” ผมพูดออกมาเรียบๆ โดยไม่แสดงสีหน้าท่าที่เกรงกลัวใดๆ ออกไป

                “ไม่ได้! ให้พวกกูเอาก่อน แล้วจะออกไปเดินไหนก็ได้!” พี่ยูพูดเสียงดังจนคนโต๊ะข้างๆ หันมามองโต๊ะเรา

                “ไม่รู้ละ ถ้าพี่ไม่พาผมไปเดิน ผมจะกลับบ้าน” ผมต่อลองคนร่างสูงตรงหน้าจนเอสหัวเราะออกมานิดหน่อย แต่พี่ยูยังตีหน้าเครียดเหมือนเดิม

                “เดี๋ยวนี้มึงกล้าต่อลองแล้วหรอ!”

                “แล้วทำไมหล่ะ?”

                “ก็เออ.. จะพาไปเดินเล่นก็ได้ น้อง! เก็บเงิน!” พี่ยูพูดก่อนจะเรียกพนักงานเช็คบิล ผมได้แต่แอบดีใจเงียบๆ คนเดียว นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ต่อลองกับพี่ยูสำเร็จ

                ทันทีที่จะง่ายเสร็จทั้งสองคนเดินมาประกบผมคนละข้างก่อนจะจับมือผมทั้งสองคนเลย

                “กลับห้องเมื่อไหร่มึงตายแน่..” เสียงพี่ยูพึมพำออกมา

                “งั้นไม่กลับ!” ผมตอบเสียงเด็ดขาดจนพี่ยูหันมามองผมด้วยตาเขียวปัดจนผมกลัวก่อนจะหันไปขอความช่วยเหลือกับเอส

                “เอส.. นายช่วยพี่หน่อยดิ้” เอสฟังผมแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมาแล้วหัวเราะก่อนจะพูดออกมา “ผมช่วยพี่ไม่ได้หรอก.. ผมก็มีความคิดเดียวกับมันนั้นแหละ”

                “เฮ้ย! นี่ลักพาตัวผมออกมาจากบ้านเพื่ออะไรกันแน่เนี่ย” ผมร้องออกมาอย่างโวยวาย พี่ยูและเอสสบตากันนิดหน่อยก่อนจะตอบออกมาพร้อมกัน “ความสุขส่วนตัว”

                ผมฟังแล้วได้แต่ถอนหายใจกับพี่น้องคู่นี้ พอจะกัดกันก็กัดกันเกิ๊น แต่พอจะสามัคคีกันก็สามัคคีกันจนน่าหมั่นไส้จริงๆ แต่ก่อนเนี่ยแทบพุ่งหมัดเข้าใส่กันด้วยซ้ำ ไม่สิ เมื่อตอนเช้านี่เองก็ว่าได้

                ผมเดินออกมาห่างจากตัวโรงแรมนิดหน่อยก็เป็นชายหาดแล้ว ดวงดาวส่องแสงระยิบระยับบนท้องฟ้าเต็มไปหมด ผมมองไปที่ท้องฟ้าแล้วก็ได้แต่อมยิ้ม

                ดีใจ.. ดีใจที่ได้มาที่นี้กับคนที่ผมรัก.. ดีใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้กับคนที่ผมรัก

                “ป่านนี้ย่าจะเป็นยังไงบ้างนะ..” ผมได้แต่พึมพำออกมาเบาๆ

                “มึงยังจะห่วงย่ามึงอีก.. ทั้งๆ ที่เขากีดกั้นมึงกับพวกกูขนาดนี้”

                “คนเราทุกคนล้วนมีเหตุผลในการกระทำเสมอ.. เหมือนที่ผมหนีออกมานี่ไงครับ เหตุผลก็คืออยากอยู่กับทั้งสองคนให้นานที่สุด” ผมพูดออกมายิ้มๆ จนพี่ยูอึ้งกับสิ่งที่ผมพูดนิดหน่อย เอสบีบมือผมแน่นขึ้นจนผมต้องหันไปมอง

                “พี่ทำให้ผมมีความสุขตลอดเลยรู้ไหมครับ คำพูดซื่อๆ ของพี่.. มันทำให้คนอื่นเขินจนจะบ้าตายอยู่แล้ว พี่รู้ตัวหรือเปล่าว่าพี่หน่ะน่ารักแค่ไหน”

                “พูดดีแบบนี้หวังอะไรแน่ๆ” เสียงพี่ยูพูดขึ้น

                “อ้าวๆ มึงอยากมีเรื่องหรือไง”

                “พอเลยๆ จะเถียงกันทำไม” ผมดุทั้งสองคนนิดหน่อยก่อนจะมองขึ้นไปบนฟ้าก่อนจะพบว่ามีดาวกำลังส่องแสงอยู่ “อ่ะ! ดาวดวงนั้น ดาวตกแน่ๆ” พี่ยูและเอสรีบหันไปมองตามที่ผมชี้ก่อนจะนิ่งเงียบกันทั้งสอง

                ผมแอบมองทั้งสองคนที่หลับตานิ่งเงียบก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

                “ขอพรกันหล่ะสิ หลับตาพริ้มเชียว” ผมพูดแซวทั้งสอง ทั้งสองต่างเบือนหน้าหนีไปคนละทางด้วยความเขินอาย

                “ผมไม่ขอพรหรอกหน่ะ.. เพราะตอนนี้ผมมีครบทุกอย่างแล้ว.. ได้อยู่กับทั้งสองคน.. ได้รักกับทั้งสองคน.. มันก็เกินที่ผมคิดไว้เยอะแล้ว ฮ่ะๆ” ผมพูดก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ พี่ยูเอามือมาขยี้หัวผมเบาๆ อย่างหมั่นไส้

                “พูดแบบนี้กลับห้องเลยป่ะ”

                “เดี๋ยวสิ.. ผมยังเดินไม่หนำใจเลย” ผมบ่นเสียงอู้อี้

                “ผมว่ากลับห้องก็ดีนะครับ.. ข้างนอกเริ่มหนาวแล้ว” เอสเสริมทัพช่วยพี่ยู

                “เห็นด้วย งั้นกลับกันเลยใช่ป่ะมึง” พี่ยูหันไปขยิบตาให้เอสก่อนจะที่ทั้งสองจะตกลงเออออกันเองแล้วลากผมไปตามทางโดยที่ผมร้องโวยวายไปตามทาง

                “เงียบๆ สิ มึงยังต้องใช้เสียงอีกเยอะนะคืนนี้” ผมฟังแล้วแทบจะลมจับ

                สงสัยคืนนี้ผมจะไม่ได้นอนแน่ๆ เลย โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

                ตุบ! ทันทีที่กลับถึงห้องผมก็โดนเหวี่ยงลงบนเตียงอย่างแรงจะเตียงนุ่มๆ นั้นสปริงตัวผมกระเด้งขึ้นไปซะจนหัวแทบชนเพดาน (แอบเว่อร์)

                ทั้งสองคนเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิตของตัวเองอย่างรีบร้อนราวกับว่าโลกกำลังจะแตกและพวกเขาจะอดทำสิ่งที่คิดกำลังจะทำมันอยู่ ณ ตอนนี้

                “ทำไมไม่ถอดเสื้อผ้าหล่ะครับพี่” เสียงเอสถามผมที่เอาแต่นั่งนิ่งมองทั้งสองคนที่เริ่มเปลื้องผ้าทีละชิ้น

                “พี่.. พี่.. พี่ร้อนหน่ะ.. อยากอาบน้ำ” ผมพูดก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วทำท่าจะวิ่งเข้าห้องน้ำแต่พี่ยูคว้าหมับที่มือผมไว้ทันก่อนจะเหวี่ยงผมลงเตียงอีกครั้ง

                “หึๆ หมดเวลานอกแล้ว”

                “พี่ครับ.. ยอมเถอะครับ.. นี่พวกผมอุตส่าห์ปรองดองกันแล้วนะ” เอสพูดก่อนจะกระโดดขึ้นเตียงมาพร้อมกับพี่ยู ทั้งสองค่อยๆ คลานเข้ามาหาผมที่ถอยกรูดหนีเรื่อยๆ จนพี่ยูจับข้อเท้าผมได้ก่อนจะออกแรงดึงจนผมเสียหลักล้มลงเตียงแล้วถูกลากไปใกล้ๆ ทั้งสองคนนั้น

                เอสดึงเสื้อยืดออกจากตัวผม ส่วนพี่ยูก็ดึงกางเกงผมลงไปอย่างง่ายดายก่อนจะดึงกางเกงบ็อคเซอร์ออกตามไปติดๆ ก่อนจะปาทิ้งลงข้างเตียงราวกับว่าเสื้อผ้าของผมเป็นเศษขยะก็ไม่ปาน

                ผู้ชายสามคนเปลื่อยเปล่าไม่สวมใส่อะไรบนเตียงคิงไซส์ในห้องสวีทของโรมแรมห้าดาว.. คุณพอจะมองภาพออกบ้างไหม ว่ามันอึดอัดแค่ไหนเวลามีคนตัวใหญ่ๆ ทั้งสองคนอยู่ด้านหน้าแล้วข้างหลังไม่มีทางให้หนีไปไหน

                ผมได้แต่หลับตาปี๋ไม่อยากมองภาพตรงหน้า สัมผัสอุ่นๆ เปียกๆ ที่ยอดอกข้างซ้ายของผม พร้อมกับอีกมือของใครไม่รู้เคล้นครึงที่ยอดอกข้างขวาของผมเล่นราวกับว่ามันเป็นของเล่นชิ้นนึง

                “อ่ะ..” ผมเผลอครางออกมาก่อนจะเอามือปิดปากไว้ไม่ให้เสียงหลุดออกมา ใครสักคนเอามือมาจับมือผมออกจากปากก่อนจะทาบริมฝีปากอุ่นๆ ลงมาที่ริมฝีปากของผม ลิ้นนุ่มๆ ของร่างสูงตรงหน้าค่อยๆ ดุนเข้ามาในปากของก่อนจะควานไปมาราวกับกำลังลิ้มรสของปากผมอยู่

                ผมลืมตาดูภาพตรงหน้านิดหน่อยก่อนจะพบว่าพี่ยูจูบผมอยู่ สายตาของพี่ยูจับจ้องเข้ามาในดวงตาผมจนผมต้องหลับตาปี๋ พี่ยูค่อยๆ ถอนปากออกไป

                “ลืมตาสิ ถ้าไม่ลืมตาเดี๋ยวคืนนี้ไม่ให้นอนนะ” พี่ยูพูดก่อนจะสลับกันทำหน้าที่กับเอส พี่ยูค่อยๆ ลงลิ้นที่ยอดอกของผมทั้งสองข้างสลับไปมา เอสค่อยๆ ลากลิ้นลงจนถึงส่วนอ่อนไหวของผมก่อนจะครอบปากลงไป

                “อื้ออออ” ผมร้องออกมาก่อนจะบิดตัวไปมานิดหน่อย

                ส่วนนั้นของผมรู้สึกอุ่นและชุ่มไปด้วยน้ำลาย.. มันค่อยๆ ขยายตัวขึ้นในปากของเอส แต่เอสก็ไม่ได้ว่าอะไรพร้อมกับจับมันไว้แล้วใช้ปากครอบขึ้นลงไปมาอย่างช้าๆ เอวผมบิดไปมาด้วยความเสียวที่เอสและพี่ยูมอบให้

                เอสถอนปากออกก่อนจะเดินลุกจากเตียงไปหยิบของในกระเป๋าเสื้อผ้าของเอส มันเป็นอะไรสักอย่าง เขาค่อยๆ เทมันใส่นิ้วมือก่อนจะค่อยๆ สอดนิ้วมือเข้ามาที่ช่องทางด้านหลังของผมจนผมสะดุ้ง

                “อึ๊..”

                “ใจเย็นๆ นะครับพี่.. อย่าเกร็งครับ..” เอสพูดก่อนจะค่อยๆ สอดนิ้วแรกเข้ามาจนสุดนิ้วก่อนจะแทงเข้าออกช้าๆ พี่ยูก่อนฉกลิ้นที่ยอดอกของผมพร้อมกับใช้อีกมือชักขึ้นชักลงที่ส่วนอ่อนไหวของผมไปด้วย

                เอสที่เห็นว่าผมเอาแต่ร้องครางก็ใส่นิ้วเข้ามาเพิ่มเป็นสองนิ้วก่อนจะค่อยๆ ดึงนิ้วนั้นเข้าออกช้าๆ ก่อนจะเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น

                พี่ยูเลิกเล่นกับยอดอกและส่วนนั้นกับผมก่อนจะลุกนั่งดีๆ ก่อนจะจ่อแก่นกายของพี่ยูมาทางผม

                “อ้าปาก” ผมทำตามพี่ยูอย่างง่ายดาย.. ไม่รู้ว่าทำไม.. แต่ในหัวผมมันเบลอไปหมด..

                แก่นกายที่ร้อนและแข็งของพี่ยูค่อยๆ ถูกส่งเข้ามาในปากผมช้าๆ จนเกือบมิดลำแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะมันยาวซะเกินกว่าปากของผมจะรับได้ทั้งหมด

                “ทำต่อเองเลย” พี่ยูสั่ง ผมค่อยๆ เอามือข้างนึงแก่นกายของพี่ยูไว้หลวมๆ ก่อนจะใช้ปากครอบขึ้นครอบลงสร้างความพึงพอใจให้กับร่างสูงเป็นอย่างมาก ผมเหลือบตาไปมองที่เบื่องล่างก่อนจะพบว่าเอสชักนิ้วออกไปแล้วนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหว่างขาของผม เอสดึงหมอนมองลองที่เอวของผมให้มันยกสูงขึ้นก่อนบีบสารเหลวนั้นฉโลมให้ทั่วแก่นกายของเอสเองก่อนจะจ่อมาที่ช่องทางด้านหลังของผม ก่อนจะพูดกระซิบที่ข้างๆ หูของผมเบาๆ

                “อย่าเกร็งนะครับ.. เรือกำลังจะเทียบท่าแล้ว” เอสพูดติดตลกนิดหน่อยก่อนจะค่อยๆ ออกแรงดันแก่นกายของเอสเข้ามาในตัวผมอย่างช้าๆ

                ผมละปากออกจากแก่นกายของพี่ยูก่อนจะกัดฟันแน่น.. มันแน่นไปหมดเลย.. ทั้งแน่นทั้งร้อน.. มันแน่นจนผมรู้สึกถึงความใหญ่ของสิ่งที่เอสส่งเข้ามาในตัวผม.. แก่นกายของเอสมันลื่นซะจนสร้างความรู้สึกแปลกๆ ให้ผม

                “ทำงานต่อได้แล้ว” พี่ยูสั่งก่อนจะจับหน้าผมหันมาที่แก่นกายของตน ผมค่อยๆ ครอบปากลงไปใหม่อย่างช้าๆ ก่อนจะใช้ลิ้นวนไปมาด้วยนิดหน่อย พี่ยูเงยหน้าซูดปากก่อนจะครางออกมาไม่เป็นภาษา ผมเหลือบไปมองเอสที่ตอนนี้เอสได้ดันแก่นกายของเอสเข้ามาในตัวผมจนสุดแล้วนิ่งหอบหายใจอยู่กับที่อยู่ หน้าของเอสแดงไปจนถึงใบหู หยาดเหงื่อเต็มไปทั่วตัวทั่วหน้าราวกับอัดอั้น

                “พี่ครับ.. ผมจะขยับแล้วนะ” เอสพูดก่อนจะขยับตัวช้าๆ โดยไม่ฟังคำตอบจากผม ผมได้แต่ครางออกมาอยู่ในลำคอเพราะปากของผมเต็มไปด้วยแก่นกายของพี่ยู

                เอสค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าออกช้าๆ ก่อนจะเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นจนผมต้องคายแก่นกายของพี่ยูออกมา

                “อ่ะ.. อื้อ..” ผมร้องออกมาได้สองคำพี่ยูก็ดึงหน้าผมกลับไปทำหน้าที่ต่อ

                เวลาผ่านไปได้ไม่นานผมก็เมื่อยปากเพราะพี่ยูไม่มีท่าว่าจะเสร็จ เอสเร่งจังหวะกระแทกเข้าออกอย่างรุนแรงจนตัวผมสั่นไปด้วยแรงกระแทกนั้น

                “พี่ครับ.. อ่ะ.. รัก.. นะครับ” เอสพูดออกมาไม่เป็นภาษาก่อนจะกดตัวเข้ามาในร่างกายผมจนสุดแล้วกระตุกส่วนนั้นของเขาเองจนผมรู้สึกได้ว่ามันกระตุกแรงมากแค่ไหน ท้องผมอุ่นวูบวาบไปด้วยบางสิ่งที่เอสปล่อยออกมา เอสหอบหายใจอยู่นานก่อนจะโดนพี่ยูผลักออกจนส่วนนั้นของเอสหลุดจากร่างกายผมอย่างรวดเร็ว

                “อ่ะ!” ผมร้องออกมานิดหน่อย มันเหมือนกับว่าช่องทางด้านหลังผมโล่งขึ้นเยอะเลย แต่แล้วความคับแคบก็เข้ามาเยือนผมอีกครั้งเมื่อพี่ยูจับผมไปนั่งตักก่อนจะกดตัวผมเข้ากับแก่นกายของพี่ยูอย่างช้าๆ ผมได้แต่หลับตาปี๋พร้อมกับเกร็งตัวไปด้วย เพราะไอ้นั้นของพี่ยูมันใหญ่กว่าเอสนิดหน่อยหน่ะสิ ผมเลยต้องเกร็งเป็นธรรมดา

                “อย่าเกร็งสิครับ.. ถ้าไอเกร็งแล้วพี่จะเจ็บนะ” เสียงพี่ยูพูดออกมาอย่างอ่อนหวานจนผมเผลอเคลิ้มไปกับคำพูดนั้น พี่ยูใช้โอกาสนั้นกดตัวผมลงไปที่แก่นกายของพี่ยูจนมิดภายในมีเดียว

                “โอ้ย.. ผมเจ็บนะพี่” ผมร้องก่อนจะศอกใส่ท้องคนด้านหลังเบาๆ พี่ยูไม่โต้ตอบอะไรก่อนจะใช้มือที่คลึงสะโพกผมอยู่นั้นออกแรงบังคับตัวผมขึ้นลงตามที่พี่ยูต้องการ

                เอสที่มองอยู่ดีๆ แก่นกายของเอสก็เริ่มแข็งขึงขึ้นมาอีกรอบ เอสค่อยๆ คลานเข้ามาที่หว่างขาของผมก่อนจะค่อยใช้ลิ้นหยอกรอกับแก่นกายของผมอย่างช้าๆ จนผมต้องเอามือมาปิดปากกลั้นเสียงที่น่าอับอายนั้นไว้ ในขณะที่เอสใช้ลิ้นหยอกล้อกับปลายแก่นกายของผม สายตาของเอสก็เหลือบมองขึ้นมาที่ดวงตาผมอยู่ตลอดเวลา เอสดึงมือผมออกจากบ้านก่อนจะฉกลิ้นวนรอบส่วนปลายของแก่นกายผมจนผมต้องร้องออกมา

                “อ่ะ.. อย่า..อื้อออ” ผมพยายามจะเอามือดันหัวเอสออกไปแต่ว่าแขนผมกับไร้เรี่ยวแรง

                “ไอ้เอส มึงถอยไปเร็วๆ เลย” พี่ยูสั่งเอส เอสรีบหลบทาง พี่ยูหยุดคลึงสะโพกผมขึ้นลง ผมเลยได้โอกาสหายใจพักก่อนจะสะดุ้งเมื่อพี่ยูผลักผมเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็วจนหน้าผมแทบคะมำลงใส่เตียง ผมใช้สองมือพยุงตัวเองไว้กับพื้นเตียงเพื่อใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวให้ผมทรงตัวได้แต่แล้วพี่ยูก็จับเอวผมไว้แน่นก่อนจะส่งแก่นกายเข้าออกในร่างกายผมอย่างร้อนแรงจนผมหน้ำคะมำลงกับเตียง

                เอสขยับมาด้านหน้าผมก่อนจะค่อยๆ พยุงหัวผมขึ้นให้ตรงกับแก่นกายของเขาแล้วยิ้มบอกผมบางๆ

                “ช่วยผมหน่อยนะครับ” เอสค่อยๆ ดันแก่นกายเข้ามาในปากผม แรกๆ ผมปิดปากสนิทเพราะว่าผมเมื่อยปากมากกับการใช้ปากให้กับพี่ยูไปครั้งที่แล้ว นี่ต้องมารับศึกหนักอีก เอสพยายามไม่ลดละจนดันแก่นกายเข้ามาในปากผมได้ พี่ยูกระแทกจนผมกระเด้งไปข้างจนแก่นกายของเอสแทบจะทะลุคอหอยของผม ผมใช้สองมือจับหน้าขาของเอสไว้เพื่อใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยว เอสค่อยๆ ใช้มือบังคับหัวผมเข้าออกไปมาที่แก่นกายของเขา

                สัมผัสอุ่นๆ ที่แก่นกายของผมทำให้ผมต้องผละปากออกจากแก่นกายของเอสแล้วหันหลังไปมอง พี่ยูกำลังใช้มือช่วยปรนเปรอผมอยู่โดยที่พี่ยูนั้นยังกระแทกแรงดีไม่ตก เอสจับผมหันหน้ากลับไปทำหน้าที่ต่ออีกครั้ง ผมต้องหาวิธีสารพัดที่จะทำให้สองคนนี้เสร็จโดยไวที่สุด ไม่งั้นผมโดนเล่นยันเช้าแน่

                ผมเริ่มใช้ลิ้นควานไปมาในปากเพิ่มความเสียวให้กับเอสเป็นอย่างมาก

                “จะ.. เสร็จแล้ว.. อึ๊” ผมกระตุกตัวปล่อยน้ำขาวขุ่นออกจากแก่นกายด้วยความเสียวจากการที่โดนมือแข็งกร้านของพี่ยูสัมผัส เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พี่ยูครางออกมาไม่เป็นศัพท์ก่อนจะกระแทกเข้ามาจนสุดแล้วกระตุกตัวเป็นจังหวะ ท้องผมร้อนวูบวาบอีกครั้งจนผมคิดว่าในท้องของผมนั้นเต็มไปด้วยลูกๆ ของพวกเขาหมดแล้ว มันเยอะซะจนล้นออกมาตามหว่างขาซึ่งไม่รู้เลยว่าน้ำใครเป็นของใคร พี่ยูหอบหายใจนิดหน่อยก่อนจะถอนตัวออกไป ผมที่กำลังใช้ปากให้เอสนั้นถึงกับโล่งเลยทีเดียว ผมรีบฉกลิ้นเล่นกับแก่นกายของเอสเพื่อหวังให้เขาเสร็จโดยไวแล้วผมจะได้พักไวๆ แต่เอสกลับผละหัวผมออกก่อนจะยิ้มให้ผม

                หารู้ไหมว่านั้นมันรอยยิ้มปีศาจชัดๆ.. ไม่รู้ผมหลงกลไปได้ยังไง

                เอสไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบอุ้มผมไปนั่งตกเขาที่เก้าอี้รับแขกในห้อง เอสค่อยๆ กดตัวผมลงกับแก่นกายของเขาก่อนจะใช้อีกมือจับใบหน้าของผมให้หันไปจูบปากกับเขา เราแลกลิ้นกันอยู่นานจนเอสผละออกไป

                “ซี๊ด.. พี่เหนื่อย.. เมื่อไหร่.. จะพอ.. เนี่ย” ผมร้องออกมาอย่างติดๆ ขัดๆ เพราะเอสไม่ได้เบามือกับผมเลย ทันทีที่แก่นกายของเอสเข้ามาจนสุดเขาก็ใช้มือที่คลึงสะโพกผมไว้ออกแรงบังคับสะโพกผมขึ้นลงอย่างรวดเร็วราวกับผมตัวเบาเหมือนกระดาษ คำตอบที่ผมได้นั้นไม่ได้ออกมาจากปากเอสแต่อย่างใด พี่ยูตอบแทนเอสที่ทำหน้าที่จับผมยกเข้าออกกับแก่นกายตนเองอย่างเอาเป็นเอาตาย

                “คืนนี้ไม่ได้นอนหรอก เหนื่อยได้.. แต่ห้ามหลับ.. ถ้าหลับกูกระแทกให้ตาค้างเลย!” พี่ยูพูดก่อนจะเดินมาเลียแก่นกายที่เปื้อนน้ำรักของผม

                สายตาของสัตว์ป่าเหมือนตอนแรกที่ได้เจอกัน..

                “ผม.. ขอ.. พักไม่.. ได้หรอ.. ระบมไป.. หมดแล้ว” ผมพูดอย่างติดๆ ขัดๆ ดูเหมือนเอสจะออกแรงยกสะโพกผมขึ้นลงแรงขึ้นซะจนผมหายใจไม่ทั่วท้อง

                “พี่ครับ!!” เอสพูดก่อนปล่อยสะโพกผมลงมาจนสุดแล้วโอบกอดผมไว้แน่น ใบหน้าของเอสซุกลงที่แผ่นหลังของผม พร้อมสายธารอุ่นที่ถูกฉีดเข้ามาในตัวผมเป็นระลอกๆ เอสนั่งหอบอยู่กับเก้าอี้ก่อนจะเอามือที่โอบรัดผมออก พี่ยูดึงตัวผมลุกขึ้นพรวดจนผมเจ็บนิดหน่อย น้ำที่อยู่ในตัวผมไหลแหมะลงพื้นเป็นหยดๆ ผมร้องบอกร่างสูงที่กำลังดึงผมไปที่เตียง

                “พี่ครับ.. ผมขอพักก่อนเถอะ.. ผมระบมไปหมดแล้วจริงๆ นะ” ผมร้องบอกอย่างอ้อนวอน

                แขนขาผมแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้วด้วยซ้ำ หนำซ้ำยังรู้สึกแสบๆ ที่ช่องทางด้านหลังด้วย

                “กูรู้แล้ว.. กูแค่ล้อเล่นน่า มาสิไอ้เอส มานอนกกมันกัน”

                “ไม่นะพี่ ผมไม่ชอบให้ใครมานอนกอดมันร้อน..” ผมพูดเสียงอู้อี้ พี่ยูมองผมตาเขียวปัดอย่างน่ากลัวทำเอาผมต้องพูดหน้าหงอยๆ “ก็ได้ครับ” ผมสะบัดมือก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าอย่างไม่พอใจร่างสูงทั้งสองที่หัวเราะชอบใจกันเหมือนกับว่าผมเป็นตัวตลก

                ผมเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าก่อนจะหยิบเสื้อผ้าออกมา

                “อะไร ไม่ต้องใส่เสื้อผ้าแล้ว มานอนเร็วๆ” พี่ยูร้องบอกผมพลางเอามือตบเตียงดังๆ จนผมต้องหันไปมองก่อนจะพบว่าทั้งสองเปลื่อยอยู่บนเตียงนอนอ้าซ่ารอผมไปนอนตรงกลาง ผมรีบร้องบอกร่างสูง “แต่มันเหนียวตัวมากเลย อีกอย่างในข้างหลังของผมนี้ก็เต็มไปด้วยน้ำเหนียวๆ ด้วย ผมอยากอาบน้ำ!

                “กูก็ยังไม่อาบ ไอ้จ้อนของกูกับไอ้เอสก็เปื้อนนี่ ไม่เชื่อก็มาดูเอง เร็วๆ!” พี่ยูพูดอย่างไม่สบอารมณ์

                ผู้ชายสองคนแก้ผ้านอนบนเตียง.. ไม่มีอันเซ็นเซอร์ด้วย!

                ผมรีบมองดูตัวเองก่อนจะเอามือปิดด้วยความตกใจ.. ลืมไปเลยว่ากำลังโป๊อยู่ พี่ยูมองผมก่อนจะทำคิ้วขมวดแล้วตบเตียงดังขึ้นกว่าเดิม

                “เลิกอาย! มานอนได้แล้ว ก่อนที่กูจะต่ออีกยก” พี่ยูพูดเสียงเข้มจนผมต้องทิ้งเสื้อผ้าใส่ตู้เหมือนเดิมก่อนจะเดินไปที่เตียงแล้วล้มตัวนอนลงตรงกลางระหว่างทั้งสอง ทั้งสองค่อยๆ เบียดตัวเข้ามาใกล้ผมก่อนจะหอมแก้มผมคนละข้าง

                “ฝันดีนะครับ / ฝันดีนะมึง” ทั้งสองพูดก่อนจะเงียบไปซึ่งผมเดาได้ว่าสองคนนี้คงหลับไปแล้ว

                แต่ผมนี่สิ.. ผมนอนไม่หลับ!.. เหตุผลหน่ะหรอ!!.. จะหลับลงได้ยังไงในเมื่อไอ้นั้นของทั้งสองคนมันมาเบียดอยู่ที่แถวหน้าท้องของผมเนี่ย! ฮือออออออออออออ

 

             ____________________________________________________________________________________

 

อีกสองตอนจบแล้ว เยเยเย -..-*

ความคิดเห็น