email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 ที่รองรับอารมณ์

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 ที่รองรับอารมณ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2564 04:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 ที่รองรับอารมณ์
แบบอักษร

ตอนที่ 12 

โดย แยมขนมปัง 

 

 

 

#FHANDEE 

"จะยืนอีกนานไหม ขึ้นรถสิ" ร่างแกร่งที่มาจอดรถมอเตอร์ไซค์อยู่หน้าบ้านของผมเอ่ยสั่ง  

ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย... 

วันนี้ผมต้องไปทำรายงานที่บ้านของเปเปอร์ แต่เพราะทั้งผมทั้งเปเปอร์ไม่มีรถ แม่ผมก็ออกไปทำงาน เลยเป็นปัญหาที่เราทั้งสองยังหาทางออกไม่ได้ แต่แล้วในจังหวะที่ผมกำลังคุยปรึกษาหารือกับเปเปอร์ก่อนกลับบ้านเมื่อเย็นวันศุกร์ จู่ ๆ คนที่ผมไม่อยากเจอที่สุดก็เข้ามาแทรกบทสนทนาของพวกเรา มิหนำซ้ำทะเลยังเสนอตัวที่จะเป็นคน... 

ขับรถพาผมไปส่งที่บ้านของเปเปอร์... 

แม้ผมจะปฏิเสธไปแล้ว แต่ก็เป็นเหมือนทุกครั้ง ผมไม่เคยที่จะขัดใจชายคนนี้ได้เลย สุดท้ายผมก็ต้องตกปากรับคำตอบตกลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ผมต้องมาเจอหน้าทะเลในเช้าวันเสาร์แบบนี้ เมื่อวานตามแกล้งผมทั้งวันแล้วแท้ ๆ วันหยุดแบบนี้ยังจะมาหาเรื่องแกล้งอะไรผมอีก ผมไม่เข้าใจทะเลเลย 

"ยัง...หรือต้องให้กูอุ้ม"  

"มะ...ไม่ต้อง...เราขึ้นเอง" ผมรีบพูดบอกเสียงติดขัด ก่อนจะปิดล็อกประตูรั้วบ้านแล้วหันกลับไปหาร่างแกร่งอีกครั้ง ผมกระชับสายสะพายกระเป๋าแน่น มองเบาะรถด้วยสายตาหวั่น ๆ 

"ทำไมยังไม่ขึ้นมาอีก คิดว่ากูมีเวลารอมึงทั้งวันหรือไง"  

"เอ่อ..." 

ก็ไม่ได้ขอให้มารับสักหน่อย... 

ผมทำได้แค่พูดในใจ เพราะขืนพูดออกไปมีหวังคงทำให้ทะเลโกรธอีกแน่ แต่จะให้ผมบอกไปได้ไงล่ะว่าผมยังเจ็บที่ช่องทางหลังอยู่ ถึงแม้มันจะไม่ได้เจ็บมากแล้ว แต่มันก็ยังระบมนิด ๆ เกินกว่าจะนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ได้ งั้นขึ้นไปนั่งเอียงข้างแบบที่ซ้อนท้ายพี่ท้องฟ้าเมื่อวานแล้วกัน 

"เอ่อ...ระ...เราขอจับหน่อยนะ" ทะเลชำเลืองมองผม 

"เออ ๆ รีบขึ้นมา" 

ผมใช้มือเกาะยึดบ่าแกร่งไว้อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนจะขึ้นมานั่งซ้อนเอียงข้างบนรถมอเตอร์ไซค์ ขยับจัดท่านั่งให้ลงล็อก เพื่อที่ผมจะได้ไม่หล่น  

"ทำไมมึงนั่งแบบนั้นวะ มึงไม่ได้ใส่กระโปรงสักหน่อย" ทะเลขมวดคิ้วหันมาถามผม 

"เอ่อ...คือ..." ผมก้มหน้าพูดอ้อมแอ้ม อายเกินกว่าจะพูดบอกไป 

"อ๋อ..." ใบหน้าคมกระตุกยิ้ม "นี่มึงยังไม่หายเจ็บตูดอีกเหรอ กูว่ากูก็ไม่ได้ทำแรงมากนะ ทำไมยังไม่หายอีก" ผมหน้าเห่อร้อนเม้มริมฝีปากกับคำพูดของอีกฝ่ายที่พูดออกมาอย่างโจ่งแจ้งราวกับพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ  

"ระ...เราว่ารีบไปกันเถอะ ทะเลจะได้ไม่เสียเวลา" ผมพูดเปลี่ยนเรื่อง คนตรงหน้าหัวเราะหึหึในลำคอ ก่อนจะได้เวลาขับรถออกจากหน้าบ้านผม ตอนนี้ผมอยากจะถึงบ้านของเปเปอร์โดยเร็ว เพราะผมอึดอัดใจเกินกว่าจะอยู่กับทะเลจริง ๆ  

ทะเลขับรถพาผมมาจนถึงหน้าร้านอาหารตามสั่งร้านหนึ่งที่เหมือนว่าวันนี้ร้านจะปิด ก่อนที่เขาจะจอดรถดับนิ่งหน้าร้านแห่งนี้  

"ถึงแล้ว ลงไปสิ" ผมเลิกคิ้วขึ้นทั้งที่ผมบอกแค่ซอยบ้านของเปเปอร์แท้ ๆ แต่ทำไมทะเลถึงรู้ว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของเปเปอร์ได้ 

"ทะเลรู้จักบ้านของเปเปอร์ด้วยเหรอ"  

ทะเลเงียบ ไม่ได้เอ่ยตอบ 

แอด 

"ต้องรู้จักสิ ก็เมื่อก่อนทะเลมาบ้านเราบ่อยจะตาย" เสียงประตูบ้านที่ติดกับร้านอาหารเปิดออกตามมาด้วยเจ้าของบ้านที่ผมจะมาทำรายงานด้วยในวันนี้ แต่เดี๋ยวนะ ที่เปเปอร์พูดหมายความว่ายังไง 

"มึงลงไปสิ ทำไมชอบให้กูพูดหลายรอบฮะ" ทะเลพูดเสียงเข้มขึ้น อะไรของเขาเนี่ย จู่ ๆ ก็มาหงุดหงิดใส่ผม  

"ขอบคุณที่มาส่งนะ" ผมพูดบอกคนขับหลังจากที่ลงจากรถ อย่างน้อยเขาก็อุตส่าห์อาสามาส่งผม ถึงผมจะไม่เข้าใจเจตนาของเขาก็เถอะ 

ทะเลไม่ได้พูดตอบรับอะไรผม ผมจึงเดินไปหาเปเปอร์แล้วส่งยิ้มทักทาย แอบชะงักกับการแต่งตัวของเขานิด ๆ เสื้อยืดสีแดงกับกางเกงวอมสีเขียวเนี่ยนะ เขายิ้มรับก่อนจะเดินนำผมเข้าไป 

"ตามสบายเลยนะ" เปเปอร์พูดบอก  

"อื้ม" ผมตอบรับ เปเปอร์ก็เดินเข้าไปในบ้าน 

หืม? 

แต่แล้วผมที่ไม่ทันได้ตามเข้าไปในบ้านของเปเปอร์ก็ต้องชะงักเท้า รู้สึกเหมือนมีใครเดินตามผมเข้ามาด้วย ผมจึงหันกลับไปมองก็พบกับชายร่างแกร่งที่ขับรถมาส่งผมที่นี่ 

"ทะเลมีอะไรหรือเปล่า" ผมเอ่ยถามเขา 

"เปล่านี่"  

ผมขมวดคิ้ว 

"แล้วทำไม...ทะเลถึงตามเราเข้ามาในบ้านเปเปอร์ล่ะ"  

"ก็เดี๋ยวมึงก็ต้องกลับบ้านไหม"  

"แล้ว...ยังไงเหรอ" ผมยังไม่เข้าใจ 

"ก็กลับพร้อมกูเลยไง" ผมชะงัก 

"ไม่ต้องรอเราก็ได้ เดี๋ยวเรานั่งวินมอเตอร์ไซค์กลับเอง ทะเลกลับเถอะ เราเกรงใจ" 

"กูไม่ได้ถามว่ามึงจะกลับกับกูไหม กูแค่บอกว่ามึงต้องกลับกับกู"  

"แต่ว่า..." ผมเม้มปากกลืนคำพูดที่จะเอ่ยปฏิเสธ เพราะถูกสายตาคมมองดุ "ตะ..แต่นานนะกว่าจะเสร็จ ทะเลจะเสียเวลารอเปล่า ๆ" ผมพยายามพูดบอกเผื่อทะเลจะเปลี่ยนใจ เพราะหากมีเขาอยู่ด้วย ผมคงไม่มีสมาธิทำงานแน่  

ผมผละถอยหลังโดยอัตโนมัติเมื่อทะเลเดินเข้ามาใกล้ผม แต่ก็ถอยได้เพียงก้าวเดียวก็ถูกมือหนารั้งแขนผมแล้วดึงเข้าไปหาตัวเขา 

"ทำไม หรือมึงอยากอยู่กับไอ้เปอร์สองต่อสอง นี่นัดกันมาทำงานหรือมาทำอะไรกันแน่ฮะ" ทะเลถามเสียงเข้มพร้อมทั้งบีบแขนผมแน่น 

"ระ...เราเปล่า เรานัดมาทำรายงานกันจริง ๆ" 

"แล้วทำไมมึงถึงอยากให้กูกลับนัก" มือแกร่งบีบแขนผมแรงขึ้นเรื่อย ๆ 

"ระ...เราก็แค่เกรงใจ" ผมพูดบอกเสียงสั่น "ทะ...ทะเลปล่อยแขนเราก่อน ระ...เราเจ็บ" ผมพยายามจะแกะมือของทะเลออก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย แล้วบีบมันแน่นขึ้นจนผมน้ำตาคลอเพราะความเจ็บ 

"ฝันดี ทำไมไม่เข้ามะ..." เสียงของเปเปอร์ดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาหาผม เปเปอร์ดูชะงักแล้วมองผมกับทะเลสลับกัน ผมใช้จังหวะนี้ดึงแขนออกจากทะเล ซึ่งครั้งนี้เขาก็ยอมปล่อยแล้วผละออกจากผม "เอ่อ...มีอะไรกันหรือเปล่า" 

"พอดีกูจะอยู่รอฝันดีมันน่ะ มึงคงไม่ว่าอะไรนะ" ทะเลพูดบอกเจ้าของบ้าน ส่วนผมก็ทำได้เพียงก้มหน้างุด ลูบแขนข้างที่โดนทะเลจับเมื่อกี้ ตอนนี้มันแดงจนแทบขึ้นเป็นรอยมือของทะเล 

"อะ...อืม ได้ดิ งั้นเข้ามาก่อน" เปเปอร์ตอบรับแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน ทะเลจะเดินตามเข้าไป แต่ก็หันกลับมามองผมที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ 

"ตามมาสิ จะได้รีบทำรีบกลับ" ทะเลพูดเน้นเสียง ผมเลยต้องเดินตามเขาเข้าไปในบ้านโดยที่ไม่กล้าพูดอะไร 

บ้านของเปเปอร์ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่ก็มีพื้นที่ให้ใช้ซอยเยอะพอสมควร เปเปอร์พาพวกเรามายังห้องรับแขกของบ้าน ซึ่งตอนนี้บนพื้นห้องมีแต่ตุ๊กตาและของเล่นเลโก้กระจายอยู่เกลื่อนพื้น 

"นั่งก่อนเลย" เปเปอร์พูดบอก ผมจึงนั่งลงบนพรมหน้าโซฟา เพราะจะได้ทำรายงานบนโต๊ะได้ถนัด "โทษทีนะ ยังไม่ทันได้เก็บกวาดเลย พอดีเมื่อคืนเจ้าแฝดเล่นแล้วไม่ยอมเก็บน่ะ" 

"หลานของเปอร์เป็นแฝดเหรอ" ผมถามด้วยแววตาตื่นเต้น ผมค่อนข้างจะชอบเด็กมาก โดยเฉพาะเด็กแฝด 

"อื้ม เป็นแฝดชาย ชื่อแทนรักกับแทนคุณ แต่ตอนนี้ยังไม่ตื่นกันเลย" 

"ชื่อเพราะจัง...กี่ขวบแล้วเหรอ" 

"พึ่งจะห้าขวบเอง" 

"เสียดายอะ อดเจอเลย" 

"เดี๋ยวซักพักก็คงตื่นแล้วลงมากวนด้านล่างจนฝันรำคาญเลยล่ะ เพราะซนสุด ๆ" 

"ฮ่า ๆ ไม่หรอก" 

"งั้นเราขอขึ้นไปเอางานบนห้องก่อนนะ จะขึ้นไปดูเด็ก ๆ ด้วยเดี๋ยวลงมา" 

"อื้ม" ผมตอบรับยิ้ม ๆ เปเปอร์ก็เดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของบ้าน 

พรึ่บ 

ผมชะงักไปนิด เมื่อร่างแกร่งทรุดตัวลงนั่งติดกับผมจนเข่าเราชนกัน ผมจึงจะกระเถิบออกแต่ก็โดนมือหนารั้งเอวไว้ 

"มึงจะขยับทำไม" ทะเลถามเสียงเข้ม 

"กะ...ก็ที่นั่งตั้งกว้าง จะ...จะนั่งเบียดกันทำไม"  

"ทำไม หรือมึงรังเกียจกู" ทะเลกดเสียงต่ำพูดถามพร้อมทั้งบีบเอวผมแน่นจนผมเจ็บ 

"ปะ...เปล่า" 

"ถ้าเปล่าก็นั่งนิ่ง ๆ" ผมนั่งนิ่งตามที่ทะเลสั่งเพราะกลัวว่าทะเลจะทำร้ายผมอีก "หึ ทีอยู่กับกูล่ะนั่งทำหน้าอย่างกับคนจะตาย ทีเมื่อกี้ตอนคุยกับไอ้เปอร์ล่ะยิ้มแป้นปากแทบฉีกถึงหู คงสนิทกับมันมากสินะ หรือมึงนอนกับมันแล้วถึงได้เรียกชื่อกันสนิทสนมแบบนั้น" ผมหันมองหน้าทะเลทันทีด้วยความไม่พอใจ เพราะสิ่งที่เขาพูดมันไม่ต่างอะไรกับการดูถูกผมเลย 

"อย่ามาพูดบ้า ๆ แบบนั้นนะ เรากับเปเปอร์ไม่เคยทำเรื่องน่าเกียจแบบนั้น อีกอย่างเราก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นด้วย" ผมพูดเสียงขุ่น ถึงผมจะยอมทะเลตลอด แต่ครั้งนี้ผมทนให้เขามากล่าวหาผมแบบนี้ไม่ได้จริง ๆ  

"ใครจะไปรู้ ขนาดกูยังได้มึงมาง่าย ๆ เลย"  

"...." ผมนิ่งเงียบกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ดวงตาสั่นระริกมองตัดพ้อทะเล คำพูดนั้นแทงเข้ามาในใจของผมโดยที่ผมไม่สามารถหาคำใดโต้แย่งไปได้ 

"หึ เถียงไม่ออกล่ะสิ"  

ผมพยายามกลืนก้อนสะอื้นกลับลงไปในคอแล้วเบนสายตาหันมองทางอื่น ทะเลไม่ได้พูดอะไรต่อ ผมเองก็ไม่คิดจะพูดกับคนคนนี้ คนที่เอาแต่จะใช้คำพูดทำร้ายผม เราต่างฝ่ายต่างเงียบ ทะเลผละมือออกจากเอวของผม แต่ยังคงนั่งซ้อนเข่ากับผมไม่ขยับไปไหน ผมเองก็นั่งแน่นิ่ง จนเปเปอร์เดินเข้ามาในห้องรับแขกพร้อมกับงานในมือพะรุงพะรัง เขาชะงักนิ่งหันมองผมกับทะเลสลับไปมา เขาคงรับรู้ได้ถึงความอึดอัดบางอย่างที่กระจายอยู่ทั่วห้องในตอนนี้ 

"มีอะไรกันหรือเปล่า" เปเปอร์นั่งลงตรงข้ามกับผมก่อนเอ่ยถาม 

"ไม่มีอะไรหรอก เราทำรายงานกันเถอะ" ผมตอบปัด ๆ เปเปอร์ไม่ได้ถามอะไรต่อ เราจึงเริ่มทำงานกัน 

ตลอดเวลาที่ผมนั่งทำรายงาน มีผมกับเปเปอร์ที่นั่งคุยกันสองคน ส่วนทะเลก็นั่งพิงโซฟาแล้วเล่นเกมในโทรศัพท์ไม่ได้มีส่วนร่วมกับบทสนทนาของพวกเรา และผมก็ไม่คิดจะหันไปพูดกับเขาเหมือนกัน พยายามคิดเสียว่าเขาไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ 

----------- 

"อื้ดดด" เปเปอร์ขยับตัวบิดขี้เกียจไปมา ผมที่ก้มพิมพ์งานอยู่จึงเงยหน้าขึ้นมองเขา  

"พักก่อนไหมเปอร์ เราว่าเปอร์ดูล้า ๆ นะ" ผมพูดบอก พวกเรานั่งพิมพ์งานกันมาเกือบสามชั่วโมงตั้งแต่เช้าจนเที่ยง แต่งานที่มีอยู่ก็ลดลงไปได้ไม่เยอะนัก ผมแอบรู้สึกผิดกับเปเปอร์นิด ๆ ด้วยเพราะผมไม่เก่งวิชาภาษาอังกฤษเลยอย่างที่เคยบอก เลยทำให้เปเปอร์ต้องรับหัวข้อยาก ๆ ไปทำ 

"เอางั้นก็ได้ นี่ก็เที่ยงพอดี พักกินข้าวก่อนแล้วกัน ฝันดีหิวหรือยัง" 

"ก็นิด ๆ แล้วนะ"  

เปเปอร์พยักหน้าก่อนเลื่อนสายตาไปมองคนที่นั่งข้างผม คนที่ผมเมินไม่สนใจเขาตั้งแต่ที่เขาพูดไม่ดีใส่ผมเมื่อเช้า  

"แล้วมึงล่ะทะเล หิวยัง"  

"อืม" ทะเลตอบห้วน แล้วหันกลับไปไถโทรศัพท์ในมือต่อ ผมไม่เข้าใจทะเลเลยจริง ๆ ว่าเขาจะมานั่งเล่นโทรศัพท์อยู่แบบนี้เพื่ออะไร ทำไมถึงไม่ยอมกลับไปทั้งที่ตัวเองก็มีรายงานต้องทำเหมือนกันแท้ ๆ แต่กลับมานั่งเล่น ผมล่ะสงสารคนที่ทำงานคู่เขาจริง ๆ มาอยู่ให้ผมอึดอัดใจไม่พอ เขายังทำผมอึดอัดกายโดยการนั่งซ้อนเข่ากับผมตั้งแต่เมื่อเช้าไม่ยอมขยับออกไปจนขาผมจะเป็นตะคริวอยู่แล้ว พอผมจะเป็นฝ่ายขยับเอง มือหนาก็คอยแต่จะรั้งผมไว้ 

"เอ่อ...งั้นจะกินอะไรกันเดี๋ยวเราออกไปซื้อให้ที่ร้านข้าวหน้าปากซอย"  

"ร้านข้าวข้าง ๆ นี่เปิดกี่โมงเหรอ จะได้ไปนั่งกินที่ร้าน" ผมพูดถาม 

"ร้านข้าง ๆ นี้เป็นร้านอาหารของบ้านเราเองแหละ พอดีพี่สาวเราเข้าโรงพยาบาล แม่เลยต้องไปอยู่เฝ้า เลยต้องปิดร้านชั่วคราวน่ะ"  

"แล้วพี่สาวเปอร์เป็นไงบ้าง" 

"โดนรถเฉี่ยวนิดหน่อย วันนี้เย็น ๆ หมอก็ให้กลับบ้านแล้ว" 

"อ๋อ..." 

"แต่ถึงบ้านเราจะเปิดร้านข้าว แต่เราก็ทำอาหารไม่เป็นหรอกนะ ฮ่า ๆ" 

"งั้นออกไปซื้อดีกว่าเนอะ ฮ่า ๆ" ผมพูดขำ ๆ  

"โอเค แล้วฝันดีจะกินอะไร"  

"อืมมม" ผมทำหน้านึกคิด "คิดไม่ออกเลยอะ แล้วเปอร์ล่ะจะกินอะไร" 

"เราว่าจะกินข้าวมันไก่ทอดน่ะ พอดีเด็ก ๆ ชอบ จะได้สั่งทีเดียว แล้วดูสิ ป่านนี้ยังไม่ตื่นกัน สบายจริง ๆ หลานเรา" 

" ฮ่า ๆ แบบนั้นแหละเด็กวัยกำลังโต...งั้นเราเอาเหมือนเปอร์ด้วยละกัน เราเองก็คิดไม่ออก" 

"โอเค" เปเปอร์หันไปมองทะเลอีกครั้ง "แล้วมึงล่ะทะเล จะกินอะไร" 

"เหมือนมึงนั่นแหละ" ทะเลตอบโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอโทรศัพท์ด้วยซ้ำ 

จะว่าไปผมก็พึ่งสังเกตว่าทะเลกับเปเปอร์พูดคุยกันอย่างกับคนที่สนิทกันมาก่อน ทั้งที่ในห้องเรียนผมแทบไม่เคยเห็นสองคนนี้พูดคุยกันเลย 

"โอเค งั้นสั่งเหมือนกันหมดนะ เดี๋ยวเราออกไปซื้อข้าวให้" 

"แล้วค่าข้าวล่ะ" 

"เดี๋ยวเราออกไปให้ก่อน ค่อยมาเอาละกัน" 

ผมพยักหน้า เปเปอร์ก็หยิบกระเป๋าเงินแล้วเดินออกไป 

 

#THALAY 

ผมชำเลืองมองร่างสูงของไอ้เปเปอร์ที่พึ่งลุกเดินออกไปจากห้องรับแขก เอี้ยวหูฟังว่ามันเปิดประตูออกไปนอกบ้านหรือยัง 

แอด 

แกร๊ก 

หมับ! 

"อึ้ก!...อื้อออออ" ผมจู่โจมรั้งท้ายทอยคนข้างกายดึงเข้ามารับจูบจากผมทันทีหลังจากที่ได้ยินเสียงปิดประตูบ้าน ไอ้ฝันดีที่ไม่ทันตั้งตัวก็เบิกตากว้างตกใจก่อนใช้สองมือพยายามดันอกผมพร้อมกับร้องท้วง แต่ผมก็ไม่คิดจะปล่อยมันง่าย ๆ ใช้แขนข้างหนึ่งกอดรัดเอวบางไว้แน่นแล้วดึงเข้ามาหาตัวผมที่ขยับเข้าไปแนบชิดร่างบอบบางของมันมากขึ้นเช่นกัน ส่วนมืออีกข้างก็จับล็อกหน้าของมันไว้ไม่ให้มันเบี่ยงหน้าหนี 

จุ๊บ จ๊วบ จุ๊บ จ๊วบ 

ผมขยับปากขบเม้มปากของมันรุนแรง ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะต่อต้านหรือเจ็บแค่ไหน ใช้ฟันซี่คมกัดริมฝีปากบางไปทีนึงจนมันร้องเปิดปาก ผมก็ได้จังหวะส่งปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากอุ่น ตวัดพันเกี่ยวสัมผัสลิ้นร้อนแล้วดูดดุนตามความต้องการของผมจนเสียงจูบดังขึ้นมาแทนความเงียบในห้อง ไม่สนใจร่างเล็กที่พยายามออกแรงดิ้นให้หลุดจากกายผมที่โอบรัดตัวมันอยู่ 

"อึ้ก...ทะ...อื้ออ...ทะเล...หยุด...อื้อออ" อีกฝ่ายร้องขอแล้วใช้มือเล็กทุบอกผมประท้วงเป็นสัญญาณบอกว่ามันกำลังหายใจไม่ทัน ผมจึงดูดปากมันหนัก ๆ แล้วกัดริมฝีปากของมันแรง ๆ หนึ่งครั้งเป็นการทิ้งท้ายบทจูบ 

"แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก" ไอ้ฝันดีหายใจหอบแรง ใบหน้าแดงก่ำพอ ๆ กับริมฝีปากของมันตอนนี้ที่ถูกผมจูบจนบวมเจ่อ เมื่อได้สติ มันก็หันมามองหน้าผมเหมือนจะไม่พอใจ "มะ...มาจูบเราทำไม" มันถามเสียงติดห้วนนิด ๆ 

"แล้วทำไมกูจะจูบไม่ได้" ผมถามกลับ มันนิ่งเงียบไม่โต้ตอบแล้วยกหลังมือขึ้นมาเช็ดปาก ทำสีหน้าอย่างกับจะร้องไห้ "กูจูบเพื่อลงโทษมึง" มันหันมามองผม 

"ละ...ลงโทษอะไร เรายังไม่ได้ทำอะไรทะเลเลย"  

ผมแสยะยิ้มกับใบหน้าใส่ซื่อของมัน ผมไม่ทำมากกว่าจูบก็ดีแค่ไหนแล้ว คิดดูสิ ตั้งแต่เช้าทั้งที่ผมนั่งหัวโด่อยู่ข้างมันแท้ ๆ แต่มันกลับทำเป็นเมินผม ไม่แม้แต่จะหันมาพูดอะไรสักคำ เอาแต่พูดจาออเซาะ หัวเราะเริงร่ากับไอ้เปเปอร์ไม่หยุด ดูยังไงก็รู้ว่ามันกำลังอ่อยไอ้เปเปอร์อยู่ มันคิดว่าผมอารมณ์ดีนักหรือไง แค่มานั่งไถ่โทรศัพท์อยู่แบบนี้มาครึ่งวันผมก็หงุดหงิดจะตายแล้ว นี่ต้องมานั่งมองมันให้ท่าผู้ชายอีก ไอ้ท่าทางใส่ซื่อที่มันแสดงออกนี่คงหลอกตาสินะ 

"มึงน่ะน้อย ๆ หน่อย อย่าร่านให้มาก" มันมองผมด้วยแววตาสั่นระริก 

"ง่ายบ้างล่ะ ร่านบ้างล่ะ ถ้าเราแย่ขนาดนั้นแล้วทะเลมายุ่งกับเราทำไม เราไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของทะเลนะ" มันถามผมเสียงสั่นด้วยคำพูดที่ฟังดูคล้ายประโยคตัดพ้อ 

หมับ 

ผมใช้มือบีบคางของมันเอาไว้แน่นจนมันนิ่วหน้า 

"อย่ามาปากดี มึงน่ะเป็นของเล่นของกู กูเล่นได้แค่คนเดียว อย่าได้ส่ายห่างไปอ่อยใคร แต่ถ้ามึงอยากตาย ก็ลองอ่อยไอ้เปอร์เหมือนที่มึงอ่อยตั้งแต่เช้าอีกสิ คราวนี้กูไม่ทำแค่จูบ แต่จะเอามึงต่อหน้ามันแน่" พูดจบผมก็สะบัดมือที่จับคางของมันออกอย่างแรงจนฝันดีผละถอยหลังไปนิด 

ร่างบางแน่นิ่ง น้ำตาที่ปริ่มขอบตาร่วงเผาะลงมาจนอาบแก้ม แต่กลับไม่มีเสียงสะอื้นดังออกมา ผมมองหน้ามันก็รู้สึกขัดใจที่พอเถียงสู้ผมไม่ได้ ก็เอาแต่จะร้องไห้ทุกที  

"น่ารำคาญ"  

ผมพูดกระแทกเสียงก่อนจะลุกเดินขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนออกมายังหน้าบ้านของไอ้เปเปอร์ หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบหวังบรรเทาไฟร้อนที่กำลังคุกรุนสุมอยู่ในอกผม นี่ถ้าผมบีบมันให้แหลกคามือได้ผมคงทำไปแล้ว ผมสูบบุหรี่หมดไปหลายมวน จนไอ้เปเปอร์ปั่นจักรยานกลับมาหลังจากหายไปซื้อข้าวหน้าปากซอย 

"โห นี่มึงสูบบุหรี่จัดขนาดนี้เลยเหรอ" ไอ้เปเปอร์ถามหลังจากเห็นจำนวนก้นบุหรี่บนพื้น ผมไม่พูดตอบอะไร แล้วหยิบบุหรี่มวนใหม่เพื่อจะสูบต่อ 

หมับ 

"เฮ้ย พอแล้วมั้ง" ไม่ทันได้จุดไฟ ไอ้เปเปอร์ก็มาดึงบุหรี่ไปจากปากผม 

"มึงอยากตายหรือไง" 

"มึงนั่นแหละ สูบบุหรี่เยอะขนาดนี้ อยากตายเร็วเหรอ" 

"มึงไม่ต้องมาเสือกเรื่องของกู" 

"กูก็ไม่ได้อยากจะยุ่งหรอกนะ กูแค่เป็นห่วง" ผมนิ่งเงียบ "แล้วนี่ทำไมมึงออกมาสูบบุหรี่แบบนี้ล่ะ หรือทะเลาะกับฝันดีอีกแล้ว" ผมเงียบไปไม่ได้ตอบในทันที 

"เรื่องของกู" 

"มึงนี่เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ หึหึ แต่เอาเถอะ เข้าไปกินข้าวกัน เดี๋ยวซุปมันจะเย็นหมด"  

"กูจะกลับละ" 

"เอ้า ทำไมรีบกลับล่ะ ไหนว่าจะรอรับฝันดีกลับด้วย" 

"ถ้ามันไม่มีปัญญาหาทางกลับบ้านเอง ก็นอนมันข้างถนนนี่แหละ กูไปก่อนนะ" 

"เฮ้ยมึง! เดี๋ยวสิ" 

ผมไม่ฟังเสียงเรียกของไอ้เปเปอร์ที่ดังตามหลังมา ก่อนจะขึ้นรถมอเตอร์ไซค์แล้วขับออกมาทันที หากจะให้ผมกลับเข้าไปเห็นมันอีก มีหวังผมจะยิ่งหงุดหงิดเสียเปล่า ๆ สู่กลับเลยดีกว่า ผมเบื่อที่ต้องเสียเวลาไปกับมันแล้ว ผมขับรถมาถึงที่หมายที่ผมมักจะมาสิงสถิตอยู่ที่นี่เป็นประจำ ผมว่าผมอยู่ที่นี่มากกว่าอยู่บ้านของผมเสียอีก 

"เอามึง ไหนบอกว่าวันนี้จะเข้ามาเย็น ๆ ไง" ไอ้บีกันผู้เป็นเจ้าของบ้านพูดถามผมทันทีที่เห็นหน้าผม ผมไม่เอ่ยตอบอะไรแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา "ทำหน้าอย่างกับอยากฆ่าใคร เป็นอะไรอีกล่ะมึง หรือทะเลาะกับที่บ้านอีกแล้ว"  

"ไม่มีอะไรหรอก แล้วนี่วันนี้ไอ้มอสกับไอ้คูปองไม่มาเหรอ"  

"ไอ้มอสพาหญิงไปเที่ยว ส่วนไอ้คูปองเห็นโทรมาบอกว่าถูกเฮียคูเปอร์ลากไปช่วยซื้อของเข้าร้านน่ะ"  

ผมถอนหายใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนราบไปกับโซฟา ยกแขนขึ้นก่ายหน้าผาก 

"กูจะไปกินข้าวที่บ้าน มึงจะไปไหม นี่ยัยบิงโกถามถึงมึงตั้งแต่เช้าละ บอกคิดถึงมึงจะตายแล้ว สุด ๆ เลยน้องสาวกู"  

"มึงไปเถอะ กูขอพักสายตาสักหน่อย"  

"เออ ๆ" ไอ้บีกันตอบรับแล้วเดินออกไปจากบ้าน โดยไม่ลืมที่จะปิดประตูให้ผม  

ตอนนี้ทั้งบ้านของไอ้บีกันไม่เหลือใครนอกจากผม บรรยากาศปกคลุมไปด้วยความเงียบ ผมมองเพดานห้องด้วยความรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ผมเลยปิดตาลง หลับซักงีบหนึ่ง เพื่อไฟในอกผมมันจะดับลงได้บ้าง 

------------- 

"ไอ้ทะเลตื่นเว้ย!" 

พลั่ก! 

อึ้ก! 

ผมตัวงอสะดุ้งตื่น เมื่อจู่ ๆ ก็มีของหนักหล่นทับลงบนตัวผม พอลืมตาขึ้นมาดูถึงได้รู้ว่าไอ้หนัก ๆ ที่ทับอยู่บนตัวผม คือไอ้คูปองเพื่อนเวรของผมเอง ผมเลยใช้มือผลักมันออกจากตัวผมจนมันกลิ้งตกโซฟาไป  

"เล่นเหี้ยอะไรของมึง ไอ้คูปอง" ผมยันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้ายุ่งเหยิง รู้สึกหงุดหงิดที่มีคนมารบกวนการนอนของผม 

"ก็กูเรียกมึงดี ๆ แล้ว มึงไม่ยอมตื่น กูก็เลยต้องใช้ท่ามวยปล้ำที่เฮียกูสอนมาปลุกมึงแทนไง"  

"สัด" ผมเน้นคำด่ามันไม่จริงจังนัก ก่อนจะตบท้ายทอยสะบัดหัวไล่ความมึน ปกติผมไม่ค่อยจะนอนกลางวันสักเท่าไหร่ เพราะเวลาตื่นมันจะทำให้ปวดหัวและมึนมาก  

"กูเตือนมันแล้วว่าอย่าปลุกมึง แต่มันก็เอาแต่จะขอลองใช้ท่ามวยปล้ำอะไรของมันไม่รู้ปลุกมึงท่าเดียว หึหึ" ไอ้บีกันพูด ผมก็หันไปด่าไอ้คูปองทางสายตาอีกครั้ง แต่มันก็นั่งลงข้าง ๆ ผม หยิบเครื่องเล่นเกมส์ขึ้นมาเล่นอย่างไม่สนใจผม 

"แล้วนี่มึงมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ" 

"พึ่งมาถึงเนี่ยแหละ วันนี้เหนื่อยฉิบหาย โดนเฮียลากไปนู่นไปนี่ทั่วราชบุรีอยู่แล้ว" มันตอบโดยที่ยังจ้องมองหน้าจอเกมส์ไม่วางตา 

ผมไม่ได้พูดอะไรกับมันต่อแล้วหันมองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นท้องฟ้ามันเริ่มจะเปลี่ยนสี บ่งบอกให้รู้ว่าตอนนี้คงเย็นมากแล้ว ผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา 

18.00 น. 

เวลาที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ของผม... 

นี่มันไม่เรียกเย็นแล้วล่ะ มันจะค่ำแล้วต่างหาก ป่านนี้ไอ้ฝันดีมันจะกลับบ้านหรือยังนะ หรือมันจะแอบไปแรดที่ไหนหรือเปล่า 

"ไอ้คูปอง มึงไปโดนสาวที่ไหนฝังเขี้ยวทำรอยมาวะมึง รอยชัดเชียว" ไอ้บีกันที่เดินมานั่งลงข้าง ๆ ให้คูปองพูดถาม ผมจึงหันไปมอง สายตาก็สะดุดกับรอยฟันที่ซอกคอของไอ้คูปองเข้าพอดี 

"สาวเหี้ยอะไรล่ะ รอยฟันพี่ชายกูนี่แหละ" 

"ฮะ? มึงหมายถึงเฮียคูเปอร์เหรอ" 

"กูก็มีพี่ชายคนเดียวไหม มึงจะให้กูไปหมายถึงใครล่ะ" มันตอบโดยที่ตายังไม่หลุดออกจากเกมส์ มือมันก็กดเล่นเกมส์ยิก ๆ ไอ้บีกันหันมองหน้าผม ผมเองก็มองหน้ามันเพราะไม่เข้าใจที่ไอ้คูปองพูด 

"แล้วเฮียมึงจะมาทำรอยบนคอมึงเพื่อ??" ไอ้บีกันถามด้วยความสงสัย 

"ก็วันนี้ตอนขนของที่ซื้อมาเข้าร้าน กูดันไปสะดุดแจกันอันโปรดของเฮียแกแตก กูเลยโดนเฮียมันกัดคอมานี่แหละ เจ็บฉิบหาย" ไอ้คูปองตอบด้วยท่าทีปกติ แต่คำตอบของมันทำเอาพวกผมงงเข้าไปใหญ่ 

"คือเดี๋ยวกูงง แล้วเฮียแกจะกัดมึงทำไม" ไอ้บีกันถามต่อ ไอ้คูปองถอนหายใจเหมือนรำคาญ ก่อนมันจะวางเกมส์ในมือแล้วหันมาสนใจพวกผม 

"คืออย่างนี้เว้ย ตั้งแต่เด็กเวลากูทำอะไรผิดไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ เฮียมันก็ไม่เคยตีกูเลยสักครั้ง แต่จะใช้วิธีการกัดกูแทนเป็นการลงโทษ ถ้าความผิดเล็กน้อย เฮียมันก็จะกัดกูไม่เยอะ แต่ถ้าความผิดใหญ่ ๆ อย่างเรื่องชกต่อยกูบอกเลย เฮียมันนี่กัดกูจมเขี้ยวเอาซะตัวกูลายเลยล่ะ กัดจนกูเลือดซึมยังเคยมาแล้ว แต่ปกติเฮียไม่เคยกัดกูเป็นรอยที่คอเลยนะ สงสัยครั้งนี้จะโกรธกูจริงจัง ที่กูทำของที่เฮียหวงแตก" ไอ้คูปองพูดบ่นออกมายาว แต่จากที่ผมฟังทำไมมันฟังดูแปลก ๆ จังวะ  

"เฮียมึงนี่มีวิธีการลงโทษน้องชายแปลกไปไหมวะ กัดเนี่ยนะ ขนาดกูเองก็มีน้อง กูยังไม่เคยกัดไอ้บิงโกมันเลยสักครั้ง"  

"ก็นั่นมันน้องสาว แต่กูนี่น้องชาย มันจะไปเหมือนกันได้ไง อีกอย่าง ไม่มีพี่บ้านไหนโหดได้เท่าพี่ชายกูแล้ว กูนี่อยากฟ้องป๊ากับม๊าใจจะขาด แต่ถ้ากูบอกป๊ากับม๊า พวกท่านก็ต้องรู้ว่ากูไปมีเรื่องซึ่งป๊าคงตัดค่าขนมกูแน่" 

"หึหึ กูเคยได้ยินแต่พี่แอบหยิกน้อง พึ่งจะเคยได้ยินพี่แอบกัดน้องก็ตอนนี้เนี่ยแหละ" ไอ้บีกันพูดขำ ๆ 

"เอาเถอะมึง ถึงเฮียคูเปอร์จะดุมึงยังไง แต่เฮียแกก็ตามใจมึงทุกอย่าง พี่ชายดี ๆ แบบพี่ชายของมึงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ขนาดกูยังอิจฉามึงเลย ที่มีเฮียคูเปอร์เป็นพี่ชาย" ผมพูดบอกออกไปโดยที่ในใจนึกถึงคนที่ผมไม่อยากจะนึกถึงที่สุด  

ทำไมผมถึงต้องไปนึกถึงไอ้ท้องฟ้าด้วยนะ... 

"เอาหน่ามึง พี่ชายกูก็เหมือนพี่ชายมึง ยังไงเฮียก็นับมึงเป็นน้องชายของเฮียคนหนึ่งเหมือนกัน ไม่ต่างจากน้อยชายแท้ ๆ อย่างกูเลย" 

ไอ้คูปองตบไหล่ผมเบา ๆ ผมยิ้มรับจาง ๆ พวกเราไม่ได้พูดอะไรกันต่อ เพราะไอ้มอสเพื่อนคนสุดท้ายในกลุ่มเดินเข้ามาพอดี 

"หายหัวไปทั้งวันเลยนะมึง พาสาวไปเที่ยวกี่คนล่ะ" ไอ้บีกันพูดทักไอ้มอส 

"ก็คนมันหล่อ สาวก็ต้องเยอะเป็นธรรมดาช่วยไม่ได้" 

"เหรอ" ผมสามคนพูดประชดเป็นเสียงเดียวกัน ก่อนจะส่ายหน้าอย่างเอือมระอาในความมั่นหน้าของไอ้มอส แต่มันก็ตีหน้าไม่สนใจแล้วนั่งลงบนโวฟาตัวเล็ก 

"เออไอ้ทะเล ก่อนมาที่นี่กูเจอเด็กมึงด้วยนะ" ผมขมวดคิ้ว 

"ที่ไหน" ผมถามกลับทันที 

"แล้วมึงรู้เหรอว่ากูหมายถึงใคร" ไอ้มอสถามยิ้ม ๆ  

"ไอ้สัดมอสอย่ากวน กูถามว่าไปเจอมันที่ไหน"  

"กูแหย่เล่นนิดเดียว ไม่ต้องมองเหมือนจะกินหัวกูแบบนั้นก็ได้...กูเจอไอ้ฝันดีที่ถนนคนเดินตลาดเก่าโคยกี๊น่ะ เอ้อ เห็นมันเดินอยู่กับไอ้เปเปอร์หัวหน้าห้องด้วย พวกมันไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่วะ" ผมขบกรามกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนเมื่อได้ยินที่ไอ้มอสบอก  

กูสั่งกูเตือนดี ๆ ไม่ฟังใช่ไหม พอกูว่าหน่อยก็ทำมาบีบน้ำตาร้องไห้ แต่พอกูเผลอก็ไปให้ท่าผู้ชายคนอื่น สงสัยกูคงใจดีกับมึงมากไปสินะ มึงถึงไม่เชื่อฟังกู  

พรึ่บ  

“เฮ้ยไอ้ทะเล มึงจะไปไหนวะ ไอ้ทะเล!”  

. 

. 

. 

1 คอมเมนต์ดี ๆ = ร้อยกำลังใจ  

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว