email-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กุญแจแห่งโซโลมอน(8)

ชื่อตอน : กุญแจแห่งโซโลมอน(8)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 509

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มิ.ย. 2564 23:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กุญแจแห่งโซโลมอน(8)
แบบอักษร

ภายในห้องเก็บสมบัติชั้นใต้ดินของอาคารรัฐอันเป็นสถานที่เก็บสมบัติแห่งราชาโซโลมอนที่ตนได้ค้นพบนั้นบัดนี้มันได้เกิดสิ่งที่ยากจะเชื่อได้ ไม่ใช่ภาพของศพที่กลาดเกลื่อนหรือความเสียหายที่ราวกับไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ที่ตอนนี้เกิดขึ้นทั่วอาคาร 

แต่ภาพที่ปรากฏอยู่ในห้องใต้ดินแห่งนี้ก็คือภาพของชายหนุ่มหน้าสวยในชุดค้างคาวปรสิตที่กำลังคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่กับพื้น ตามร่างกายปรากฏร่องรอยบาดแผลมากมาย 

ปรสิตที่แฝงอยู่ลึกในระดับเซลล์ของชายหนุ่มนั้นกำลังกรีดร้องราวกับได้เห็นผู้สร้างตนขึ้นมากำลังจะมาทำลายตนและโฮสต์ใหม่ที่อยู่กับมันมาตั้งแต่กำเนิดทิ้ง 

โดยตัวของชายหนุ่มหาใช่ใครอื่นนอกจากบรูซ เวย์นหรือแบทแมน ตำนานฮีโร่ผู้พิทักษ์อันโด่งดังที่ผู้คนนั้นต้องรู้จัก บ้างก็เชื่อว่าเป็นเรื่องแต่งเพราะพลังที่ตำนานผู้นี้นั้นมีในครอบครองมันช่างเพ้อฝันเหนือคำบรรยาย บ้างก็เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง บ้างก็เคยสัมผัสมากับตัว 

แต่ตอนนี้นั้นตำนานผู้นั้นที่เหล่าผู้คนต่างสรรเสริญ เหล่าคนบาปต่างหวาดกลัวราวอีกฝ่ายเป็นพญามัจจุราชนั้นกำลังตกอยู่ในสภาพที่รางกับพ่ายแพ้ต่อสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า 

ตอนนี้เขาไม่ใช่ตัวตนอ่อนแอ่ติดอยู่ในขอบเขตของมนุษย์เช่นในอดีตทั้งยามที่ไร้พลังเวทหรือได้ฝึกฝนเวทมนตร์มาแล้ว ตอนนี้เขาได้ข้ามผ่านระดับของมนุษย์ไปไกลโขจนไม่อาจเรียกตัวเองว่ามนุษนย์ได้แล้ว 

แต่เขากลับพ่ายแพ้ต่อตัวตนที่อยู่เบื้องหน้า แขนซ้ายนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลจากการฝืนใช้เวทบ้างอย่าง ตามตัวเองก็มีบาดแผลฉกรรจ์อยู่หลายแห่ง 

นัยน์ตาสีม่วงอเมทิสต์เบอค่านั้นกวาดมองรอบไม่ว่าจะร่างของลูกน้องสาวคนใหม่ของเขาที่กำลังนอนสลบสไลไม่ได้สติในสภาพบาดเจ็บสาหัส และร่างของศัตรูเบื้องหน้า 

ร่างกายของศัตรูเบื้องหน้านั้นมีรูปร่างไม่ต่างจากมนุษย์ หากแต่มีผิวกายขาวซีดและนัยน์ตาสีแดงโลหิตไม่ต่างกับแวมไพร์ เรือนผมสีขาวยาวแสดงถึงความอาวุโส เกราะสีดำที่มีลวดลายคล้ายแมงมุมหรือมังกรที่ตัวของอีกฝ่ายสวมใส่อยู่นั้นยิ่งขับความน่ากลัวของอีกฝ่ายมากขึ้นราวกับราชาปีศาจแห่งความมืดผู้ยิ่งใหญ่  

เบื้องหลังนั้นคือภาพของคัมภีร์เวทที่ถูกใช้เป็นแกนกลางเวทอัญเชิญตัวตนของอีกฝ่ายลงมา ตัวตนที่เปรียบได้กับดั่งเทพเจ้าแห่งความมืดทั้งปวง 

"ข้าขอชื่นชมเจ้ามนุษย์ที่สามารถสู้กับข้าได้มากถึงเพียงนี้ แม้นี้จะไม่ใช่ร่างจริงของข้าก็ตาม" 

"แต่จงยินดีเสียเถิดที่เจ้าสามารถสู้กับข้านัลล์(Knull)ได้ถึงเพียงนี้ ว่าไงสนใจมาเป็นข้ารับใช้ของข้าไหมล่ะ?" 

นัลล์ ปีศาจรูปร่างมนุษย์ตรงหน้าพูดพรางนำมือนั้นไปเช็ดเลือดจากบาดแผลของตนบนใบหน้าที่มนุษย์ตรงหน้าได้ทำไว้แก่ตนอย่างชื่นชม 

ตามตัวของเขานั้นเองก็เต็มไปด้วยบาดแผลทั้งเล็กน้อยและเข้าขั้นหนัก หากแต่ด้วยความที่ไม่ใช่มนุษย์และเป็นตัวตนระดับสูงร่างกายของเขาเองก็เริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว 

"ฮึ ไม่มีวันซะหรอก" 

บรูซเค้นเสียงเย็นชาอันแหบแห้งออกมา ตามร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยพลังเวทสีทองจากอวาลอนที่เริ่มรักษาบาดแผลของเขาและซิมไบโอต พวกเนื้อที่เสียหายเองต่างก็ถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว 

และหากอยากรู้ว่าทำไมเขาที่มีพลังระดับเดียวกับโอดิน ราชาเทพแห่งแอสการ์ดถึงได้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็คงต้องเล่าย้อนไปเมื่อหลายสิบนาทีก่อนหน้านี้ 

. 

. 

. 

สามสิบนาทีก่อนหน้านี้ 

ตัวของบรูซและนาตาชาได้มาถึงหน้าประตูห้องสมบัติอันเป็นสถานที่เป้าหมายของทั้งคู่ แต่ทันทีที่มาถึงตัวของบรูซก็ได้สัมผัสถึงกลิ่นอายพลังเวทอันรุนแรงและบ้าคลั่ง 

'นี้มันมีคนเตรียมใช้เวทอัญเชิญอยู่งั้นเหรอ?' 

บรูซที่เห็นลักษณะของพลังเวทก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เพราะเขานั้นสามารถรับรู้ได้ในทันทีว่าแหล่งกำเนิดของพลังเวทอันบ้าคลั่งนี้กำลังจะทำอะไร 

มันคือการเตรียมเวทอัญเชิญแน่นอน หากแต่มันไม่ใช่เวทอัญเชิญธรรมดาแต่มันคือการอัญเชิญชั้นสูงและความบ้าคลั่งนี้สิ่งที่จะถูกอัญเชิญออกมานั้นย่อมต้องไม่ใช่สิ่งที่ดีเป็นแน่ 

บ้างทีอาจเป็นปีศาจร้ายจากขุมนรก แต่มีอีกสิ่งที่แน่นอนนั้นคือกลิ่นอายเวทรุนแรงระดับนี้สิ่งที่ถูกอัญเชิญออกมาคงมีระดับเทียบเท่ากับข้าวมิติมืดอย่างดอร์มัมมู ศัตรูจากต่างมิติที่เขากับแอนเชี่ยนวันต้องขัดขวางการมาครองโลกของมันทุกๆสิบปีเป็นอย่างตํ่าแน่นอน 

"นี้มันอะไรกัน น่าขนลุกชะมัด" 

นาตาชาพูดด้วยนํ้าเสียงที่สั่นเทา ด้วยปริมาณเวทและกลิ่นอายอันบ้าคลั่งในอากาศต่อให้ไม่ใช่จอมเวทหรือผู้วิเศาต่างก็สามารถสัมผัสถึงความน่าสะอิดสะเอียนอันบ้าคลั่งนี้ได้อย่างชัดเจน 

"นาตาชาอยู่หลังประตูนี้ไว้ ไม่สิ ถ้าเป็นไปได้ละก็รีบหนีไปให้ไกลที่สุดซะ เพราะตอนนี้ศัตรูนั้นรับรู้ถึงตัวพวกเราแล้ว" 

บรูซพูดด้วยนํ้าเสียงที่จริงจังถึงขีเสุดจนนาตาชาต้องแปลกใจเพราะขนาดตอนเดินทางมาที่นี้อีกฝ่ายก็ยังคงทำเป็นเล่นอยู่ตลอด แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังแสดงถึงความเคร่งเครียดออกมาอย่างแจ่มชัด 

อะไรกันที่ทำให้ผู้ที่เป็นตำนานเช่นชายตรงหน้านั้นสามารถจริงจังได้ถึงระดับนี้ สิ่งนั้นย่อมต้องไม่ใช่อะไรที่ธรรมดาสามัญที่เธอนั้นจะสามารถเข้าไปยุ่งได้ 

และทันทีที่บรูซพูดจบได้ยังไม่ครบสามวิ ประตูบานใหญ่ของห้องสมบัติก็ได้ระเบิดออกพร้อมเสียงอันวิปลาสดังออกมาจากหลังประตู 

"ฮี่ๆ เจ้าพวกมนุษย์ทั้งหลายมาแล้วก็อย่าพึ่งรีบหนีสิ" 

"อ้าา แต่ก็ไม่นึกเลยน่ะว่าลูกๆของข้านั้นจะถูกจัดการจนหมด ฝีมือเจ้าสินะเจ้ามนุษย์เพศชายผู้มีพลังเช่นเดียวกับเรา" 

ร่างของปีศาจเงาที่มีรูปลักษณ์น่าเกรงขามและน่าหวาดกลัวที่สุดเดินออกมาจากหมอกควันที่เกิดจากแรงระเบิด เขาบนหัวของมันจากตอนแรกที่เป็นมงกุฏราชานั้นบัดนี้มันแทบไม่ต่างกับเขาของปีศาจ 

ร่างนั้นแผ่ขยายพลังเวทอันดำมืดและบ้าคลั่งปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ มิติเขตแดนจำเพาะถูกสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้เหยื่อของตนหนีไปได้ 

"เฮอะๆ หนีงั้นเหรอ อย่าพูดให้ขำหน่อยเลย ข้าแค่ไม่ต้องการให้คนของข้าเป็นอะไรเท่านั้นแหละ เจ้าปีศาจ" 

บรูซพูดพร้อมร่ายเวทสร้างบาเรียปกป้องตัวของนาตาชาเอาไว้ ก่อนที่ตัวเขานั้นจะแผ่พลังเวทอันมหาศาลระดับเดียวกับแอนเชี่ยนวันออกมาปะทะกับพลังเวทของเจ้าปีศาจตรงหน้า 

"ฮี่ๆ แกพูดไม่ถนอมคู่หูของแกเลยน่ะ เจ้ามนุษย์ข้ากับสิ่งที่แกเป็นภาชนะอยู่นั้นอุตส่าห์เป็นพี่น้องกันแท้ๆ" 

เจ้าปีศาจนั้นพูดด้วยนํ้าเสียงอันวิปริต หากแต่คำพูดของมันนั้นทำเอาบรูซต้องขมวดคิ้วสงสัย พี่น้องกันงั้นเหรอ? 

"แกจะบอกว่าตัวเองเป็นซิมไบโอต?"บรูซพูดดวยความสงสัย 

"ซิมไบโอต อ้าา พวกมนุษย์เรียกพวกเราว่าอย่างนั้นสิน่ะ จะว่าใช่ก็ใช่แหละ"เจ้าปีศาจเงาตรงหน้าพูดก่อนจะผายมือออกมาราวกับกำลังจะเชิญชวน 

"เห็นแก่การที่เจ้าเป็นโฮสต์ให้พี่น้องของเรา เราจะไว้ชีวิตเจ้าก็ได้หากเจ้ายอมเข้าร่วมกับเราโกเอเทีย แล้วสวามิภักดิ์ต่อท่านนัลล์ ผู้สร้างพวกเราเหล่าครินทาร์!!!" 

เสียงของเจ้าปีศาจนี้ดังกังวาลก้องหูของบรูซ ครินทาร์?นั้นคือชื่อที่แท้จริงของซิมไบโอตงั้นเหรอ? ช่างเถอะ เพราะไม่ว่าจะอย่างไร... 

"ขอโทษทีน่ะ แต่พอดีข้าและคู่หูนั้นไม่เคยรู้จักหรือคิดว่าตัวเองเป็นเผ่าพันธ์ุเดียวกับปีศาจเช่นแกอยู่แล้ว" 

บรูซพูดพรางอัญเชิญอาวุธออกมาจากคลังในเข็มขัดสารพัดประโยชน์โดยสิ่งที่เขานำออกมานั้นก็คือกระบองยาวที่ปลายนั้นคือทวนรูปีกค้างคาวสีดำทอง 

"ปฏิเสธสิน่ะ ถ้าเช่นนั้นก็จงตายซะเจ้ามนุษย์!" 

โกเอเทียคำรามลั่นก่อนจะพุ่งเข้าหาตัวของบรูซราวกับผีร้าย ว่าแต่ชื่อของอีกฝ่ายนั้นมัน 

'โกเอเทียอย่างนี้เองสิน่ะ ถึงว่าทำไมเจ้าปีศาจนี้ถึงรู้ข้อมูลของสมบัติจนใช้มันได้ขนาดนี้' 

บรูซคิดพรางมองไปยังพื้นที่ด้านหลังของเจ้าปีศาจตรงหน้าที่เต็มไปด้วยวงเวทพิธีกรรมอันมีสมบัติเวทมากมายภายในห้องเป็นสื่อในการสร้าง 

โกเอเทีย 

นั้นคิอชื่อของกุญแจย่อยของกษัตริย์โซโลมอน ตามตำรามันนั้นคือสิ่งที่จดบันทึกข้อมูลของปีศาจทั้งเจ็ดสิบสองตนที่ราชาโซโลมอนเคยอัญเชิญมาแล้วขังผนึกพวกมันไว้ในภาชนะทองเหลือง 

แต่ดูเหมือนเจ้าปีศาจตรงหน้านี้จะเป็นสิ่งที่คล้ายตัวจริงของกุญแจแห่งโซโลมอนสิน่ะ 

'งั้นไปคัมภีร์ด้านหลังนั้นมันคืออะไร' 

หากคัมภีร์นั้นไม่ใช่กุญแจแห่งโซโลมอนแล้วมันคืออะไรกันแน่น่ะ? 

ตึง! 

กระบองปลายแหลมของบรูซนั้นตีเข้ากลางลำตัวของปีศาจตรงหน้าจนมันปลิวกระเด่นไป 

"อ๊ากกก แค่กๆ เจ้ามนุษย์!? แกบังอาจทำข้าเจ็บงั้นเหรออภัยให้ไม่ได้" 

โกเอเทียคำรามลั่นด้วยนํ้าเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะ สองมือนั้นสร้างวงเวทโจมตีเอาไว้ เพลิงสีดำสองลูกนั้นต่างลุกโชติช่วงผิดกับวิ่งที่แผ่ออกมาจากเพลิงไฟ เพราะเพลิงนี้นั้นบรูซรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ร้อนกลับกันมันคงเย็นซะด้วยซํ้า 

ใจของเจ้าปีศาจนั้นคิดถึงช่วงวินาทีแรกที่ตนตื่นขึ้นมา 

ยามแรกสิ่งที่มันเห็นหลังถูกนายท่านสั่งให้ทำสงครามกับเหล่าสรรพชีวิตทั่วจักรวาลนั้นก็คือความโดดเดี่ยว 

ตัวมันนั้นเห็นตัวตนเช่นเดียวกับมันนั้นต่างเลือกที่จะทรยศเจ้านายของตนเองหลังร่างของพวกมันต่างหลอมรวมกับตัวนักรบจากเผ่าพันธ์ุต่างๆ 

ตัวมันที่ไม่ได้หลอมรวมย่อมไม่รู้ว่าทำไมเพื่อนๆของตนถึงทรยศต่อนายท่าน หากแต่ตัวมันนั้นย่อมไม่คิดจะทรยศผู้ที่สร้างมันขึ้นมา 

แต่สองกรมีหรือจะสู้พันกร มันนั้นถูกเพื่อนร่วมเผ่าของตนผนึกแล้วจับส่งข้ามดวงดาวมายังดาวเคราะห์ด้อยการพัฒนาใบหนึ่ง มันใช้เวลากว่าร้อยปีถึงจะสามารถหลุดพ้นจากพันธนาการของเพื่อนร่วมเผ่าได้ 

และมันนั้นจะอยู่ไม่ได้หากขาดกายหยาบนั้นทำให้มันเสาะหากายหยาบ จนตนได้ไปพบกับชายผู้หนึ่งที่กำลังแผ่พลังงานประหลาดออกมาจากการจับหนังสือเล่มหนึ่ง 

ตัวมันไม่ลังเลที่จะเข้าไปสิงสู่ชายผู้นั้น แต่ชายผู้นั้นรู้ตัวทันจึงโต้กลับ ตนที่เห็นเช่นนั้นจึงได้ใช้อุบายแยกร่างส่วนหนึ่งให้ถูกทำลายก่อนที่ตนนั้นจะแอบเข้าสู่ร่างกายของชายผู้นั้น 

ราชาจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ โซโลมอน 

ทันทีที่มันได้แอบสิงสู่โซโลมอนตัวมันก็ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เรียกว่าเวทมนตร์ ตัวมันที่คิดจะแก้แค้นให้นายท่านของตนก็ได้ศึกษาศาสตร์นี้ผ่านโซโลมอน  

ตัวมันได้แกล้งทำเป็นจิตใจด้านมืดของโซโลมอนพรางทำให้อีกฝ่ายนั้นค่อยๆคล้อยตามตน จนเวลาได้ล้วงเลยไป 

ตนก็ได้ทำสำเร็จ ตนนั้นใช้พลังของหนังสือที่มอบพลังเวทให้แก่โซโลมอนนั้นอัญเชิญเหล่าจอมปีศาจมารวมเจ็ดสิบสองตนก่อนจะฝังลูกๆของตนไว้ในปีศาจเหล่านั้นเพื่อหวังใช้เป็นกองทัพปลดปล่อยนายท่าน 

แต่มันก็ไม่สำเร็จเจ้าโซโลมอนที่ตนนั้นคิดว่าควบคุมอีกฝ่ายได้แล้วกลับรู้สึกตัวเพราะเจ้าหนังสือเวทบ้านั้น 

ตนที่รู้ว่าตัวเองคงใช้ร่างนี้ต่อไม่ได้จึงสละกายหยาบทิ้ง ด้วยเวทมนตร์ที่ตนเรียนรู้มานั้นทำให้ตนนั้นสามารถอยู่ได้โดยไร้กายหยาบ เปลี่ยนตัวเองให้เป็นภูตผีวิญญาณ 

หากแต่โซโลมอนนั้นร้ายกาจกว่าที่คิดเพราะสิ่งที่ตนบังคับให้อีกฝ่ายทำ โซโลมอนได้ทำลายแผนการของมันทิ้งก่อนที่จะผนึกแล้วส่งมันไปยังอนาคต ในช่วงเวลานี้ 

'ข้าจะไม่มีวันยอมให้แผนการช่วยนายท่านผิดพลาดอีก ดังนั้นเจ้ามนุษย์น่าตายจงหายไปซะ!!!' 

โกเอเทียคำรามลั่นในใจก่อนจะเริ่มแสดงสานยานุภาพของสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นหนึ่งเดียวกับมหาจอมเวทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก 

หากแต่ชะตากรรมของอีกฝ่ายนั้นไม่เป็นใจ ตัวของบรูซนั้นแข็งแกร่งเกินไปด้วยพลังคอสมิค พลังชี่ พลังของโนเบลสและพลังของเวทมนตร์อันเหนือลํ้าเกินจินตนาการเสียแม้แต่โซโลมอนอาจจะอ่อนด้อยกว่าเขานั้น 

ทำให้ตัวของโกเอเทียนั้นไร้โอกาสที่จะตอบโต้ และในขณะที่บรูซคิดว่าสบโอกาศจะทำลายวงเวทอัญเชิญตรงหน้านั้น 

"อย่าคิดว่าข้าจะยอมเจ้ามนุษย์! อ้าา นายท่านผู้ยิ่งใหญ่จงใช้ร่างของข้าเป็นร่างทรงของท่านเพื่อทำลายล้างจักรวาลใบนี้ให้กลับสู่ความมืดด้วยเถิด" 

โกเอเทียร้องคำรามวงเวททั้งหมดนั้นต่างเริ่มทำงานโดยสมบูรณ์ ตัวมันที่อยู่กลางวงเวทนั้นค่อยๆแปรสภาพตนเองไป แล้วก็... 

ตู้มมม 

. 

. 

. 

ย้อนกลับมาที่ปัจจุบัน 

คงไม่ต้องพูดอะไรทุกท่านก็คงรู้ได้แล้วใช่มั้ย หรือถ้าไม่ก็อธิบายสั้นๆเลยคือเจ้าโกเอเทียนั้นใช้ร่างของตนเป็นร่างจุติให้นัลล์ ผู้ที่สรรสร้างเหล่าซิมไบโอตตามคำบอกเล่าของโกเอเทียที่ตนนั้นได้มาระหว่างสู้ 

และถึงจะไม่ใช่ร่างจริงแต่นัลล์ก็มีระดับพลังเหนือยิ่งกว่าราชาเทพแห่งแอสการ์ดซะอีก เพียงแค่การปรากฏตัวของมันก็สามารถทำให้เขานั้นตกเป็นรอง 

แม้จะพอโจมตีสวนได้แต่ก็ไม่ได้พอที่จะอยู่เหนือหรือฆ่าอีกฝ่าย  

ร่างที่พึ่งได้รับการรักษาจากอวาลอนของบรูซนั้นรีบพุ่งเข้าหานัลล์อย่างรวดเร็ว หากไม่รีบปิดฉากก่อนที่เจ้านี้จะเอาจริงคงไม่ใช่แค่อาคารหรือตัวเขาที่ตา่ยแต่นั้นอาจหมายถึงสรรพชีวิตทั้งจักรวาล 

"ช่างเป็นการกระทำที่โง่เง่า เจ้าคงแสวงหาความตายมากสิน่ะ" 

"เฮอะ! แสวงหาความตายหรือไม่เจ้าก็พิสูจน์ดู!!!" 

เคร้งงงงง 

. 

. 

. 

+++ 

ถ้าใครคิดว่าไรท์นั้นเร่งเนื้อหา ใช่แล้วครับคุณคิดถูก ไรท์เร่งจริง เพราะไรท์นั้นมีงานเยอะมากไรท์เลยคิดจะตัดเนื้อหาอรัมภบทแล้วลงเนื้อก่อนที่ไอเดียนั้นจะลงไปคุยกับรากมะม่วง 

ความจริงฉากต่อสู้ระหว่างโกเอเทียกับบรูซ หรืออดีตของโกเอเทียนั้นไรท์คิดไว้ยาวมาก แต่เพราะไม่อยากให้มันไปคุยกับรากมะม่วงไรท์เลยต้องเขียนแค่เนื้อหาสรุปลงไปก่อนที่ไรท์จะไม่ได้เขียน 

ปล1.ไรท์ใกล้จะเรียนรด.แล้วเลยต้องรีบไปเตรียมเอกสารสมัครนิดหน่อย ไม่ค่อยว่างจริงช่วงนี้(ไหนจะการบ้านอีก) 

ปล2.ตอนนี้ไรท์กำลังคิดหนักเกี่ยวกับอินฟินิตี้สโตน ว่าไรท์ควรจะให้ในเรื่องมีแค่หกเม็ดตามหนังและจักรวาบหลักดีไหม พอดีไรท์พึ่งนึกอีเวนท์น่าสนใจได้ 

นั้นคือการที่จะให้มีมณีมากกว่าหกเม็ดแบบจักรวาลอัลติเมท แล้วให้บรูซนั้นเริ่มสะสมมณีแบบธานอส ก่อนที่จะให้ทั้งคู่นั้นฉะกันด้วยพลังของมณีเป็นอีเวนท์ใหญ่แบบระเบิดจักรวาลได้(แน่นอนว่ากว่าจะถึงนั้นอีกนาน) 

แต่ถ้าทุกท่านสนใจหรืออาจจะไม่แต่อยากลองให้ไรท์เพิ่มสเกลจักรวาลจากพลังมณีละก็ ไรท์จะได้ให้เฮียค้างคาวเรารวบรวมทณีจากอีเว้นท์ทั้งหมดที่ไรท์คิดจะแต่งเลย 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว