ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 5 || Always kind

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.4k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มิ.ย. 2564 23:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 5 || Always kind
แบบอักษร

#5 

Always kind 

  

“แก้วๆ กูอยู่ทางนี้ๆ” 

ผมยกมือขึ้นสุดแขนเพื่อเรียกเพื่อนสนิทให้หันมาเห็นกัน แก้วใจหันมาเห็นผมแล้วก็รีบเดินเข้ามาหาทันที ท่าทางเหนื่อยหอบนิดหน่อยทำให้เดาได้ไม่ยากเลยว่าเจ้าตัวรีบวิ่งขึ้นตึกมาอย่างแน่นอน 

“โทษทีมึง กูตื่นสายอะนาฬิกาไม่ปลุก” 

“ที่นาฬิกาไม่ปลุกก็เพราะมึงลืมตั้งปลุกน่ะสิ” ผมเท้าเอวว่าอย่างรู้ทัน แก้วหลุดหัวเราะออกมาอย่างยอมรับผิดแต่โดยดี 

“ก็มันลืมอ่า” 

“แบบนี้ทุกที...ไปกันเถอะเดี๋ยวจะสายซะก่อน ดาวกับกัลป์จองที่ไว้ให้เราแล้วเรียบร้อย” 

“เยี่ยม!” 

ผมกับแก้วจูงมือกันผ่านกลุ่มนักศึกษาหลายสิบชีวิตที่ยืนออกันอยู่หน้าห้องเข้ามาด้านใน เพราะคลาสเรียนวันนี้เป็นเซคใหญ่ห้องเรียนบรรจุนักศึกษาเกือบถึงพันคน เวลาใกล้เข้าเรียนแบบนี้จึงค่อนข้างชุลมุนพอสมควร วิชาตัวนี้เป็นตัวบังคับของมหาลัยที่ทุกคนต้องได้เรียน ผมกับแก้วเองก็เลือกลงเรียนตั้งแต่ปีหนึ่งเพราะเป็นวิชาที่ไม่ยากเท่าไหร่ และพอดีกับที่ดาวและกัลป์ก็ลงเรียนเหมือนกันด้วย อ้อ...จริงสิ มีกลุ่มพี่ไฟอีกคนที่ลงเรียนเทอมนี้เหมือนกัน 

“แล้วกินข้าวมายัง” ผมเอ่ยถามตอนเราเดินขึ้นบันไดตรงไปยังที่ที่พวกดาวจองไว้ให้ เนื่องจากห้องเรียนเป็นแบบสโลปจากต่ำขึ้นไปสูง การเลือกเรียนชั้นบนๆ หน่อยก็จะเห็นสไลด์บนจอได้ชัดมากขึ้น 

“ยังเลย เรียนสามชั่วโมงอีกแบบนี้ท้องกูร้องระนาวแน่เลย” 

“ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะวันนี้กูใส่ขนมมาเต็มกระเป๋าเลยแหละ” ผมยิ้มว่าอย่างภูมิใจพร้อมเบี่ยงตัวด้านข้างให้แก้วเห็นกระเป๋าที่ตุงออกมาเพราะเต็มไปด้วยขนมจำนวนมาก 

เนื่องจากเป็นวิชาสบายๆ ไม่ใช่เนื้อหาทางวิชาการแต่เป็นทางด้านศิลป์มากกว่า เน้นเรียนอย่างผ่อนคลายได้ความสนุกกลับไปอะไรประมาณนี้เลยไม่ต้องเคร่งเครียดกับการเรียนมากนัก จากประสบการณ์เกินครึ่งเทอมที่ผ่านมาเลยทำให้ผมค่อยๆ ขนขนมใส่กระเป๋ามาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากกินไม่พอ หมดก่อนจบคลาสทุกที… 

“ขอบคุณความรักอาหารของมึงมากก็วันนี้แหละ ฮื่ออ ขอบคุณนะไอ้แก้มอ้วนน” 

“หึ เห็นความดีของคนเท่รึยังล่ะ” 

“ได้ใจใหญ่เลยนะไอ้ตัวกะเปี๊ยก” 

“โห สูงมากกว่ากูสองเซ็นใช้คำนี้ก็ได้เหรอ” 

“แน่นอนน~ กูสุดจะภูมิใจเลยแหละ” 

ผมหลุดหัวเราะออกมาจนแก้วก็หัวเราะตามไปด้วย เราเดินขึ้นมาอีกไม่เท่าไหร่ก็ถึงบริเวณที่นั่งประจำ ผมโบกมือให้กัลป์กับดาวเมื่อมองเห็นทั้งสองคนอยู่ไม่ไกล เมื่อเข้ามาใกล้ทั้งคู่อีกนิดผมก็ต้องเผลอชะงักเล็กน้อยเพราะวันนี้นอกจากจะมีทั้งสองคนมานั่งเรียนตามปกติทุกครั้งแล้วยังมีพี่ไฟและเพื่อนอีกสามคนนั่งเรียงกันครบเลยอยู่แถวถัดไปด้านหลัง 

…มิน่าล่ะวันนี้ทั้งคลาสดูจะคนเยอะแปลกตากว่าปกติ 

“แก้ว รัก…มาเร็วเราจองที่ไว้ให้แล้ว” ดาวส่งยิ้มน่ารักๆ มาให้จนผมหลุดยิ้มตอบ 

ผมกับแก้วยกมือไหว้พี่ๆ ทั้งสี่คนแล้วค่อยเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้เลกเชอร์ที่ว่างอยู่ ลำดับที่นั่งก็จะเป็นดาวอยู่ริมสุดต่อด้วยกัลป์ ผมแล้วก็แก้วใจ ส่วนด้านหลังเป็นพี่ไฟอยู่ริมตรงกับดาว พี่ชา พี่ขุนแล้วก็พี่เวย์…ปกติแล้วพวกพี่ไฟจะไม่มาเรียนคลาสนี้กันหรอก มีอยู่แค่ช่วงแรกๆ ที่มาเข้าเรียนแบบครบทีมเพราะพี่ไฟตามดาวมาด้วย แต่สักพักพอเห็นว่ามีผมกับแก้วมานั่งเรียนด้วยแล้วพี่ไฟก็ไม่ได้มาด้วยเพราะอยากให้เราได้นั่งเรียนตามประสาเพื่อนกันไป (ที่ผมรู้ก็เพราะดาวเล่าให้ฟังน่ะ) ส่วนวันนี้ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกันที่หนุ่มหล่อสุดฮอตจากคณะวิศวะทั้งสี่คนที่หาตัวจับยากสุดๆ ถึงได้มานั่งเรียนกันแบบครบทีมได้ 

…ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ผมก็แอบเหลือบมองพี่ขุนที่นั่งอยู่ด้านหลังผมเล็กน้อยเพราะแอบรู้สึกทำตัวไม่ถูกขึ้นมาหน่อยๆ อาจเป็นเพราะช่วงนี้เจอพี่ขุนบ่อยเกินไปหน่อยรึเปล่านะ 

…แต่แล้วความรู้สึกนั้นก็หายวับไปกับตาทันทีเมื่อกัลป์ที่นั่งข้างๆ มันว่าหยอกผมซะก่อน 

“วันนี้คุมธีมหมีพูเหรอไอ้รัก” 

ผมก้มลงมองดูเสื้อฮู้ดแขนยาวสีเหลืองสดใสที่ใส่ทับชุดนักศึกษามาของตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองไอ้กัลป์อีกครั้ง 

“คุณหมีพูน่ะน่ารักเกินไป คนเท่แบบกูไม่เข้ากับธีมนั้นสักนิด” 

“ให้พูดอีกที ฉันให้เธอพูดใหม่อีกทีสิยัยต้นรัก” 

“ฮ่าๆ ยัยต้นรัก…คิดได้ไงเนี่ยกัลป์ มึงคือสุดยอด เป็นชื่อที่เข้ากับไอ้รักสุดๆ” 

แก้วใจหลุดหัวเราะยกใหญ่จนตาหยี แถมยังยกนิ้วโป้งให้ไอ้กัลป์อีกจนผมได้แต่ฮึดฮัดเพราะสู้สองคนนี้ไม่ได้ พอจะหันไปหาพรรคพวกซึ่งเป็นเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่อย่างดาวก็กลับกลายเป็นว่าเจ้าตัวกำลังอยู่ในโลกใบสีชมพูแสนหวานกับพี่ไฟอยู่ ด้วยการที่พี่แฟนที่นั่งอยู่ด้านหลังใช้มือลูบหัวคนน่ารักอย่างดาวพลางเท้าคางมองอย่างอ่อนโยน 

…ฮื่ออ พรรคพวกเพียงคนเดียวของผมมมTT 

“ฝากไว้ก่อนเถอะๆๆๆ” 

“ขู่จนแก้มพองแล้วๆ” 

เพราะหมดความอดทนกับความกวนของไอ้กัลป์สุดๆ แล้วผมเลยกอดคอมันมาแนบอกแล้วทำการอ้าปากกว้างงับลงบนหัวมันจนมันร้องโวยวายปนหัวเราะจนไหล่สั่น 

แบบนี้แสดงว่าไม่ได้สำนึกจริง ต้องโดนต้นรักคนโหดงับหัวอีกจนกว่าจะเข็ด! 

“ไอ้แก้วช่วยด้วยยย รักโว้ยยหัวกูจะบุบแล้วฮ่าๆ” 

“รักมึงจะกินเพื่อนไม่ได้นะะะ” 

“ทะ..ทะเลาะอะไรกันเหรอทั้งสามคน” 

นาทีนี้ใครก็หยุดต้นรักร่างบ้าคลั่งไม่ได้หรอก! 

“จารย์เข้าสอนแล้ว มึงเลิกแดกหัวไอ้กัลป์” 

แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่หยุดต้นรักร่างบ้าคลั่งได้ภายในพริบตา นั่นคือตอนที่มือใหญ่ของคนด้านหลังจับเข้าที่หัวผม แบบว่าใหญ่มากจนกุมหัวผมได้มิดภายในมือเดียวแล้วบังคับให้หันไปทิศทางหน้าคลาสเรียน 

…เป็นพี่ขุนเอง เป็นคนเดียวที่แค่ได้ยินเสียงต้นรักคนเท่ก็หงอเป็นลูกนกทันทีTT 

“เกือบกะโหลกร้าวแล้วกู ฮู่วว” 

เมื่อผมปล่อยตัวไอ้กัลป์ออกแล้ว มันก็ยกมือขึ้นลูบหน้าอกพร้อมถอนหายใจแบบเกินจริง 

“พลังไอ้แก้มอ้วนนี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นจริงๆ” 

ผมยกมือขึ้นกอดอกด้วยความภาคภูมิใจสุดๆ …บอกแล้วว่าอย่าให้พี่รักเอาจริง! 

เมื่ออาจารย์เริ่มถือไมค์เอ่ยทักทายนักศึกษาในคลาสแล้วเราก็ต้องจบสงครามป่วนๆ ยามเช้าลง ผมก้มลงหยิบหาแซนด์วิชในกระเป๋าท่ามกลางขนมมากมายออกมาได้แล้วก็ยื่นให้แก้วใจเพราะมันยังไม่ได้กินข้าวเช้ามา แก้วเห็นแบบนี้มันก็ทำหน้าซาบซึ้งสายตาเป็นประกายทันที 

“มึงคือเพื่อนเลิฟ รอดตายแล้วกู อึกฮื่ออ” 

“กินเต็มที่เลย วันนี้กูจัดมาเต็มกระเป๋า ได้กินขนมแบบไม่มีขาดช่วงแน่นอน~” 

ผมหลุดยิ้มเอ็นดูแก้วที่รับแซนด์วิชไปกัดคำใหญ่เต็มแก้มด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย จากนั้นผมก็ก้มลงหยิบขนมปังกรอบเนยน้ำตาลขึ้นมาเป็นห่อแรกแล้วแกะถุงออกหยิบออกมาหนึ่งชิ้นส่งให้ดาวกับอีกชิ้นส่งให้กัลป์ได้กินด้วย แล้วค่อยส่งเข้าปากตัวเองเป็นคนสุดท้าย…เอาจริงๆ ผมก็อยากจะแบ่งพี่ๆ อีกสี่คนข้างหลังด้วยนะแต่ผมว่ามันจะดูผิดธีมความเท่ของพวกพี่เขารึเปล่านะที่แบบว่ามาชวนกินขนมแบบนี้น่ะ 

เอาหน่ารัก…ของอร่อยต้องกินหลายๆ คนสิ! 

ผมพยักหน้าตกลงกับตัวเองเบาๆ ขณะรีบกลืนขนมในปากลงคอ ผมค่อยๆ เอี้ยวตัวไปด้านหลังช้าๆ เพื่อหันตัวไปทางด้านหลัง เมื่อเงยหน้าขึ้นปุ๊บผมก็สบตาเข้ากับพี่ขุนที่นั่งเท้าคางท่าทางเอื่อยเฉื่อยอยู่พอดี จากที่เตรียมชวนพี่ๆ กินขนมอยู่อย่างดีในตอนแรกผมก็เกิดอึกอักขึ้นมาทันที 

อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเชิงถามว่า ‘มีอะไร’ ผมก็เลยต้องรีบพูดออกไป 

“พี่ขุน…กะ กินขนมไหมครับ” 

หลังว่าจบผมก็เห็นสายตาแปลกใจจากพี่ขุนทันที ตาคมกริบเลื่อนลงมองห่อขนมในมือผมเล็กน้อยก่อนจะเคลื่อนสายตามาสบกับผมอีกครั้ง 

“กูไม่กินขนม มึงกินเถอะ” 

ผมพยักหน้ารับช้าๆ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ความกลัวพี่ขุนก็ยังคงอยู่เหนียวแน่นไม่หายไปไหนอยู่ดี จากนั้นผมก็เลยหันไปถามพี่คนอื่นดูบ้าง 

“พี่ๆ กินขนมไหมครับ” 

“ไม่เป็นไรครับ น้องรักกินเถอะครับ” 

พี่ชาหันมาตอบรับพร้อมเผยรอยยิ้มใจดี ส่วนพี่ไฟเพียงแค่ส่ายหน้าเบาๆ …และคนสุดท้ายก็ทำผมถึงกับเหวอไปเลยทีเดียว 

“พี่อยากกินเบียร์ รักมีปะ” 

ตะ…แต่หัววันเลยเหรอครับพี่เวย์ 

“เอ่อ…รักไม่มีหรอกครับ” ผมส่ายหน้าปฏิเสธด้วยความงงงวยอยู่เต็มใบหน้า ได้ยินเสียงไอ้กัลป์หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ด้วย 

“เค ขอบใจนะ” 

“ของมันขาดหรืออะไรวะพี่เวย์ ฮ่าๆ …เพื่อนผมชวนกินขนมแต่พี่มึงขอแดกเบียร์ สุดจริงคนเรา” 

“อยู่ๆ ก็อยากเมามึงไม่เคยเป็นไง?” 

“อยากแม้กระทั่งในเวลาเรียนผมว่าพี่แม่งทำได้คนเดียวจริงๆ ว่ะ โคตรยอดมนุษย์” กัลป์ว่าปนขำยกใหญ่ 

“ได้เสมอเว้ยถ้าใจเราต้องการ” 

หลังจากทำการชวนพี่ๆ กินขนมผ่านไปผมก็หันกลับมาสนใจสิ่งที่อาจารย์สอนตามเดิม พร้อมเหล่าน้องถุงขนมที่ถูกหยิบขึ้นมาแกะกินทีละห่อเรื่อยๆ โดยมีพวกผมสี่คนเท่านั้นที่ช่วยกันกิน ผมมองหน้าจอขนาดใหญ่ที่กำลังนำเสนอผลงานภาพศิลปะภาพหนึ่งที่อาจารย์ให้เราลองคิดวิเคราะห์ตีความดูว่าหมายความว่าอะไร จากนั้นอาจารย์ก็ค่อยๆ อธิบายความหมายโดยอธิบายไปทีละส่วนช่วยให้เปิดโลกเรื่องนี้สำหรับนักศึกษาหลายคนพอสมควรเลย 

“ไอ้รัก นี่ขนมมึงยังไม่หมดอีกเหรอ เรากินจนจะกินแทนข้าวอยู่แล้วนะเว้ย” 

ไอ้กัลป์หันมาถามผมสีหน้าอึ้งๆ ตอนผมหยิบขนมอีกห่อขึ้นมาแกะซอง ผมยกยิ้มมุมปากพร้อมส่งเสียงในลำคอด้วยสีหน้าภาคภูมิใจสุดๆ 

“บอกเลยว่านี่น่ะยังไม่ถึงครึ่งเลยด้วย~” 

“เออ คนเรามันก็มีความภูมิใจในแบบที่เป็นตัวเองดีว่ะ” 

“ด่าหรือชมอะ” 

“ใครจะกล้าด่ามึ้งงง” 

“กลัวโดนงับหัวอีกอะดี้” 

“จ้า กลัวมากจ้า...มึงเล่นงับหัวกูเหมือนกระต่ายแทะแคร์รอตขนาดนั้น” กัลป์ว่าพร้อมทำปากมุบมิบๆ จนผมหัวเราะออกมาเสียงเบา 

“ขอโทษ~” 

“เอาขนมมาง้อเลยๆ” 

“ได้เลย อ้าปากเร็ว…อ้ามมม” 

ไอ้กัลป์หลุดหัวเราะขณะอ้าปากรับขนมที่ผมป้อนให้ 

“มึงแม่งคือไอ้กระต่ายม้อบแม้บ” 

“บวกหนึ่ง!” แก้วใจหันมาพยักหน้าสนับสนุนด้วย 

“มึงก็ไอ้ลูกเจี๊ยบดื้อไอ้แก้ว” 

“บวกสิบ!” คราวนี้เป็นผมบ้างที่พยักหน้าเห็นด้วย 

แก้วหลุดสีหน้าเหลอหลาทันทีก่อนจะเปลี่ยนท่าทางเป็นเหมือนลูกเจี๊ยบกำลังตีปีกด้วยความโมโห 

“มึงคือคนทรยศกัลป์ ลืมความเป็นทีมของเราไปหมดแล้วสินะ!” 

“โอ๊ยย ได้อยู่ท่ามกลางไอ้พวกอุ้งเท้ามังคุดแล้วมันก็เอ็นดูไปหมดอย่างงี้แหละมึง” 

“มึงกล้าใช้คำว่าเอ็นดูแทนคำว่าทรยศเหรอ!” 

“นี่กูจะโดนลูกเจี๊ยบงับหัวด้วยอีกคนไหมเนี่ยย” 

“ทะ..ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอทั้งสามคน” 

  

  

  

Khunmuen Part 

  

“เหมือนลูกแมวตีกันเลย” 

ผมมองภาพตรงหน้าแล้วนึกภาพตามที่ไอ้ชาว่าก็แอบเห็นด้วยพอตัว ดูเหมือนว่าทั้งคลาสสามชั่วโมงนี้พวกผมจะเข้ามาดูแมวทะเลาะกันโดยเฉพาะ อ้อ เว้นไอ้ไฟไว้คนแล้วกันเพราะมันสนใจแต่เมียมันเท่านั้น 

ผมยกมือขึ้นกอดด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อยหลังสงครามตรงหน้าจบลง เมื่อคืนกว่าผมจะกลับจากสนามแข่งก็ดึกพอสมควร เช้าวันนี้ก็กะว่าจะนอนตื่นสายไปเลยเพราะยังไงคาบนี้ผมก็แทบจะไม่มาเข้าอยู่แล้ว...แต่สรุปผมกลับไม่ได้ทำเหมือนอย่างที่คิด เหตุเพราะจากต้นตอเดียวเลยคือ 

...ไอ้เวย์ 

ไอ้เพื่อนตัวดีที่มันเอาแต่นั่งมองคนตรงหน้ามันไม่คิดจะสนใจสิ่งที่อาจารย์สอนเลยสักนาทีเดียว...มันโทรมาปลุกพวกผมทั้งสามคนแต่เช้าว่าให้มาเข้าเรียนกับมัน พอถามหาเหตุผลที่จะไม่ทำให้ผมสั่งคนไปเจาะยางรถมันด้วยความหงุดหงิดมันก็ตอบมาตรงๆ เลยว่า 

‘ไม่ได้เจอเขามาสักพักใหญ่แล้ว...คิดถึงฉิบหายเลย’ 

เออ...ต่อหน้าทำเป็นนิ่ง ลับหลังก็หมากับเขาสัดๆ เลย 

“โคตรกระจอก” 

ผมว่าพร้อมยกยิ้มมุมปากน้อยๆ เนื่องจากว่างเกินไปจนไม่มีอะไรทำเลยหันไปกวนตีนไอ้เวย์เล่นดีกว่า หลังว่าจบมันก็ชูนิ้วกลางให้ผมด้วยสีหน้าเซ็งจัดทันที แต่ท่าทีตอบกลับผมก็มีแค่นั้นแล้วมันก็หันไปในทิศทางเดิมต่อราวกับว่าไม่ยอมให้ไอ้คนแบบผมมาทำให้มันเสียเวลาจากการมองเขาได้หรอก 

“ไอ้ขุน” 

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เรียกผมอีกครั้งโดยที่สายตายังไม่ละไปจากที่เดิม…ไม่ดิ ต้องบอกว่าคนๆ เดิมถึงจะถูก 

“ว่า” 

“ทำไงดีวะ” 

“อะไรของมึง” 

ผมเริ่มขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่ามันถามจริงจังหรือว่ากำลังกวนตีนผมกันแน่ 

เขาหนาว 

ผมหันไปมอง ‘เขา’ ที่มันว่าก่อนจะเห็นว่าไหล่เล็กแคบกำลังสั่นเทาเล็กน้อยเพราะอุณหภูมิที่เย็นเฉียบภายในห้องเรียน พอเห็นแบบนั้นผมก็มองถัดไปที่คนข้างๆ บ้างนั่นก็คือต้นรัก แต่ดูเหมือนอากาศหนาวจะทำอะไรเขาไม่ได้เพราะเสื้อฮู้ดตัวใหญ่ที่สวมอยู่ ไอ้กัลป์เองก็ไม่ได้เสื้อกันหนาวแต่ก็ยังดูสบายๆ อยู่ ส่วนเมียไอ้ไฟก็มีเสื้อหนังอย่างดีของไอ้ไฟคลุมไว้

“อยากทำอะไรก็ทำ”

ผมบอกมันแบบนั้น และก็เหมือนต้นรักจะหันไปเห็นว่าเพื่อนตัวเองกำลังนั่งหนาวอยู่พอดีเลยเอ่ยถามโดยมีพวกผมนั่งฟังอยู่เงียบๆ

“แก้วมึงหนาวเหรอ เอาเสื้อกูไปๆ”

“ไม่เป็นไรมึงๆ ไม่ได้หนาวขนาดนั้น”

“แต่มึงนั่งตัวสั่นแล้วนะ”

ไม่ใช่แค่ต้นรักที่มองอย่างเป็นห่วง แต่กัลป์กับดาวศุกร์ก็หันมามองด้วยเหมือนกัน...และในวินาทีต่อมาเมียไอ้ไฟก็เหมือนจะเป็นตัวแปรสำคัญช่วยให้สถานการณ์มันเปิดทางให้ไอ้เวย์อย่างเต็มที่

“พี่ไฟครับ ศุกร์เอาเสื้อให้แก้วได้ไหมครับ แก้วหนาว”

เมื่อได้ยินแบบนั้นไอ้ไฟมันก็กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนเอ่ยตอบเมียมันขณะปรายตามองไปทางไอ้เวย์

“เอาแบบนั้นเหรอครับ?”

แล้วไอ้คนที่ชอบเขาแทบบ้าขนาดนั้นจะยอมให้เขาใช้เสื้อคนอื่นแทนเสื้อมันรึไง…

“ให้ยืม”

ไอ้เวย์ยื่นเสื้อคลุมยีนตัวเองไปให้คนที่นั่งด้านหน้า ซึ่งท่าทีต่างจากไอ้คนที่มันขอคำปรึกษาผมก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง...หึ ต้องให้โดนกระตุ้นไอ้สัด

“พี่เวย์...ไม่ใช้เหรอครับ”

“ไม่ใช้ เราเอาไปเถอะ”

“เราขอบคุณมากนะพี่”

หลังจากอีกฝ่ายมีท่าทีลังเลอยู่ชั่วครู่ก็ยอมรับเสื้อไป ถ้าให้ผมเดาคงเพราะไม่อยากจะให้ต้นรักกับดาวศุกร์ถอดเสื้อตัวเองเสียสละให้นั่นแหละ

“กูดีใจแทน” ไอ้ชาหันมาบอกไอ้เวย์ด้วยรอยยิ้มบาง

“คุ้มแล้วดิที่ยอมตื่นเช้ามาเรียน?” ไอ้ไฟว่าขึ้นบ้าง

“แม่งเอ๊ย…ใจกู”

ผมส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะหันกลับมานั่งมองที่อาจารย์สอนตามเดิม แต่หลายครั้งสมาธิของผมก็จะถูกดึงดูดความสนใจด้วยเสียงเคี้ยวขนมจ๊อบแจ๊บจากคนตรงหน้า ผมมองแก้มด้านข้างของต้นรักที่เห็นได้ชัดขยับไปมาเพราะเจ้าตัวเคี้ยวขนมอยู่แล้วก็เกิดแปลกใจได้ทุกครั้ง

...ตัวก็แค่นี้ แต่กินเก่งจนผมยังงงว่าเอาลงไปเก็บไว้ตรงไหนวะ

“งั้นเอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกันนะครับ อาจารย์ปล่อยให้พักเบรกสักยี่สิบนาทีแล้วเรามาเรียนต่อกันนะครับ”

หลังอาจารย์ปล่อยพักนักศึกษาหลายคนก็ลุกขึ้นเพื่อไปทำธุระส่วนตัวกันเต็มไปหมด ไอ้ชาเองก็ออกไปคุยโทรศัพท์จากคนที่ไร่ชามัน ก็เลยเป็นเหมือนการเปิดทางให้ไอ้ไฟพาแฟนมันมานั่งแทนที่ไอ้ชาชั่วครู่เพื่อนั่งซบไหล่พักสายตา

แล้วเสียงหัวเราะในแบบเฉพาะของต้นรักก็ดังขึ้นเรียกความสนใจผมไปได้อีกครั้ง อีกฝ่ายเปลี่ยนจากการหยิบขนมทีละห่อขึ้นมาแกะกินเป็นการนำขนมที่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมีอยู่เท่าไหร่กันแน่ขึ้นมาวางเต็มโต๊ะเลกเชอร์ไปหมด

“ไอ้รัก นี่กระเป๋าผ้าหรือกระเป๋าโดเรม่อนกูถามจริง”

“ฮะๆ”

คนในเสื้อฮู้ดสีเหลืองหัวเราะชอบใจใหญ่ก่อนจะต้องหันขวับตอนที่ไอ้กัลป์ทำการกวนตีนอีกฝ่ายด้วยการเอาขนมห่อหนึ่งมาเข้าปากไปทั้งซอง

“ไอ้กัลป์!”

แล้วมือที่โผล่ไม่พ้นแขนเสื้อก็ระดมทำการทำร้ายร่างกายไอ้กัลป์ด้วยความฟิวส์ขาด...เออ เรื่องของกินนี่ล้อเล่นไม่ได้เลยสินะ

“นี่แหนะๆๆ!”

“โอ๊ยย ไอ้รักมึงจะฆ่ากูอีกรอบแล้วเหรอ”

“คนทรยศต้องโดนลงโทษ!” เพื่อนต้นรักว่าขึ้นบ้างขณะนั่งกอดอกพยักหน้าสนับสนุน

“ของอร่อยห้ามกินคนเดียวนะ!”

...ใครปล่อยสัตว์โลกตัวเล็กหลุดออกมาเล่นแถวนี้วะ

“นายคิดเหมือนเราไหมบีหนึ่ง” ผมปรายตามองไอ้เวย์คนกระจอกเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาทางเดิม

“ปัญญาอ่อน”

“สัดขุน มึงแม่งทำให้ซีนกูแย่มาก”

“มึงไปไกลตีนกูไป”

“ไม่ได้ดิ กูจะนั่งมองเขา”

“ควาย ได้แต่มองก็ไม่มีประโยชน์หรอก”

“กูไม่ไหวกับคนอย่างมึงแล้วนะ”

“กูไหมควรพูดแบบนั้น”

“เออ ก็จริง”

ผมเลิกใส่ใจไอ้เวย์เพราะคุยอะไรไปก็ดูจะหาสาระไม่ได้...พอหันกลับมามองคนด้านหน้าอีกครั้งสงครามก่อนหน้าก็ดูจะผ่านไปแล้วเหมือนกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน และขนาดมองจากข้างหลังผมยังเดาได้เลยว่าเด็กตัวเปี๊ยกตรงหน้าต้องกำลังเคี้ยวขนมด้วยสีหน้ามีความสุขนาดไหน

...ผมรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างว่าทำไมคนเราถึงได้มีออร่าความเป็นมิตรออกมาได้ขนาดนั้น ต้นรักเป็นแบบนั้นกับทุกคนไม่ว่าจะกับใครก็ตาม…ไม่เว้นแม้แต่กับคนแบบผม ถึงแม้เจ้าตัวจะดูกลัวผมมากแต่ก็ยังใจดีด้วยตลอดที่เจอกัน

เขาคงเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นมากจริงๆ นั่นแหละ…มันถึงได้ถ่ายทอดออกมาเป็นเขาได้ขนาดนี้

“แก้วอันนี้อร่อยมาก”

ผมมองต้นรักป้อนขนมให้เพื่อนกินแล้วก็อดรู้สึกอิ่มแทนไม่ได้...ตั้งแต่เข้าเรียนก็ยังไม่หยุดกินเลยจริงๆ

เมื่อยแก้มบ้างไหมนั่น?

“น้องๆ ครับ...พี่ซื้อน้ำมาฝาก”

พวกเราหันไปมองทางไอ้ชาที่มันกลับมาอีกครั้งพร้อมแก้วน้ำหวานสี่แก้วในมือ และแน่นอนว่าคนแรกที่สายตาเป็นประกายเจิดจ้าก็คงไม่พ้นคนตรงหน้าผม

“ขอบคุณมากๆ เลยนะครับพี่ชา เกรงใจจัง”

“โห หล่อแล้วยังใจดีอีกพี่”

“ฮะๆ แค่นี้เองครับ”

หลังไอ้ชาเอาน้ำสี่แก้วให้ทั้งสี่คนแล้วและเมียไอ้ไฟก็กลับไปนั่งที่เดิมมันก็เดินมาทรุดตัวลงนั่งที่ของตัวเอง

“อะไรไอ้เวย์”

ไอ้ชาหันมาถามเพราะเวย์มองมันอย่างหงุดหงิด อ้อ...ยังมีไอ้ไฟด้วยอีกคน ผมถอนหายใจออกมาเพราะพวกมันเล่นหวงยันเขารับแก้วน้ำจากคนอื่นเลยนี่ดิ

“ความใจดีของมึงนี่นะไอ้ชา”

“เฮ้ออ มันขนาดนั้นเลยนะเพื่อนกู”

“ไอ้ไฟหวงอะกูเข้าใจ แต่มึงอะไปเสนอหน้าอะไรกับเขา” ผมบอกไอ้เวย์ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน

เอาให้กระอักเลือดตายไปเลย…ชอบกวนตีนผมดีนัก

“มึงไปไอ้ขุน ไปเจอกับกูข้างนอกสักยกสิ กูไม่ไหวจะทนกับเพื่อนเหี้ยแบบมึงแล้วนะ”

พวกผมหลุดหัวเราะในลำคอกับท่าทางหัวเสียสุดๆ ของไอ้เวย์...แต่ต่อให้มันจะบ้าคลั่งยังไงก็แสดงออกไม่ได้อยู่ดี ได้แต่มองเขาดูดน้ำจากที่ไอ้ชาซื้อให้ด้วยความช้ำใจ

“เดี๋ยว เดี๋ยวมึงเจอกูเล่นบ้างไอ้ขุน”

“เหี้ยไรของมึง” ผมขมวดคิ้วว่า และหลังจากนั้นก็ต้องขมวดคิ้วแน่นขึ้นกว่าเดิมเมื่อมันส่งเสียงเรียกคนตรงหน้าผมจนอีกฝ่ายต้องหันมามองอย่างงงๆ

“รัก”

“…ครับพี่เวย์”

“ไอ้ขุนบอกว่ามันคอแห้งมากเลยอะ เราแบ่งน้ำให้มันกินหน่อยได้ปะ”

ไอ้ส้นตีนนี่...

ผมเงยหน้าขึ้นมองต้นรักเพื่อจะบอกปฏิเสธออกไป แต่แล้วเจ้าของใบหน้างงงวยในตอนแรกก็พยักหน้าหงึกหงักแล้วส่งรอยยิ้มเจิดจ้ามาให้ผมพร้อมยื่นมือที่ถือแก้วน้ำหวานไว้มาให้ผมจนสุดแขน

“ได้สิครับ พี่ขุนกินของรักได้เลย~”

สัดเอ๊ย...ถ้าไม่รับกูต้องใจหมามากเลยใช่ไหม?

ผมใช้เท้าเตะไปที่ขาไอ้เวย์หนึ่งทีก่อนจะยื่นมือไปรับแก้วน้ำที่ว่าด้วยอารมณ์ที่อยากสั่งเผาผับไอ้เพื่อนเวรฉิบหาย

“ขอบใจ”

ผมก้มลงดูดน้ำหวานในแก้วแค่ไม่กี่อึกเท่านั้นด้วยความจำยอม ความหวานฟุ้งกระจายไปทั่วลิ้น...ทั้งๆ ที่เวลาปกติแล้วมันคือรสชาติที่ผมหลีกเลี่ยงมากที่สุดเพราะไม่ชอบกินหวาน

แต่ครั้งนี้รสชาติมันกลับไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น…

“ใจดีจริงนะมึง”

เพราะรอยยิ้มจริงใจของคนให้นี่แหละ

“…แหะๆ”

ผมยื่นแก้วน้ำที่ว่าคืนต้นรักไป และเหมือนเขาจะเพิ่งรู้ตัวว่าความใจดีของตัวเองมันต้องแลกมากับอะไร

…หึ แค่กินหลอดเดียวกันก็ต้องทำหน้าอ๊องขนาดนั้นเลย?

“ไอ้ขุน”

“เหี้ยอะไรของมึงอีก”

“กูแก้แค้นมึงด้วยการแหย่ต้นรักให้มึงนะ ไม่ใช่ให้พวกมึงดูจิ้นกันจริงแบบนี้อะ”

ใครก็ได้เอาไอ้เวย์แม่งไปเก็บที…กูไม่ไหวกับแม่งละนะ

 

 

 

………………………

มีใครจำคลาสที่พี่ไฟกับน้องดาวไปนั่งหลับซบไหล่กันได้มั้ยคะ>< คลาสนี้จริงๆ แล้วแก้วกับรักก็เรียนด้วยน้า~

แถวหน้าก็ป่วนแบบน่ารัก แถวหลังก็ป่วนแบบแทบฆ่ากันตาย555555

 

Twitter : @Themoonthere

ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ♥

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว