facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 (II)

คำค้น : ทราฟชาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2559 22:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 (II)
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 10

 

 

ผมนั่งทำงานอยู่ในห้องนานพอสมควรพอยกนาฬิกาขึ้นมาดูก็ต้องขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะนี่ก็เที่ยงแล้วผมเลยกดโทรศัพท์ออกโทรหาไอ้ชาม

 

เลิกงานรึยัง ผมถามมันด้วยน้ำเสียงปกติ

 

 

(“อีกแป๊บเดียว แต่ถ้าเสี่ยมาก็พอดีเสร็จ”)

 

อืม งั้นเตรียมตัวไว้

 

(“ครับ”)

 

เดี๋ยวสิ วันนี้ไอ้หมอมันว่างมั้ยชวนมันไปด้วยผมพูดถามเมื่อนึกขึ้นได้

 

(“งั้นเดี๋ยวผมจะถามให้ เสี่ยมารับผมเลย”)

 

อืม แล้วเจอกัน ผมพูดแค่นั้นก็กดตัดสายก่อนจะโทรเรียกเลขาให้มาเก็บงานบนโต๊ะทำงานที่ผมทำเสร็จไปแล้วบางส่วน ระหว่างนี้ผมก็ต้องเคลียงานบางอย่างให้เสร็จทันด้วย 

 

 

 

ผมขับรถออกไปรับไอ้ชามที่โรงพยาบาลเหมือนทุกวันแต่วันนี้มีไอ้สยามมันไปด้วย ผมกะจะฝากไอ้ชามให้มันดูแลระหว่างที่ผมไม่อยู่หนึ่งเดือน ถึงผมจะไม่ชอบใจเท่าไหร่แต่ไม่มีใครไว้ใจได้เท่ามันอีกแล้ว พอผมขับรถไปจอดที่หน้าตึกโรงพยาบาลก็เห็นไอ้ชามยืนคุยอยู่กับไอ้ชาม ทั้งสองคนเห็นรถผมก็เปิดประตูขึ้นรถทันที

 

 

ขอบคุณนะครับที่ชวนผมไปด้วย นี่ครั้งแรกเลยนะเนี่ย ไอ้สยามทักผมยิ้มๆ ผมทำหน้าเซ็งเล็กน้อย คุยกับมันแล้วรู้สึกปวดหัวยังไงก็ไม่รู้

 

 

อืม ถือซะว่าทำบุญผมกวนกลับไปเสียงเรียบ ไอ้ชามยกมือขึ้นมาชกไหล่ผมทันที

 

 

เสี่ย พูดดีๆหน่อยสิ ไอ้ชามพูดเสียงดุ ผมยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยไม่ได้เถียงอะไรต่อ ไอ้สยามก็เอาแต่หัวเราะไม่ได้เถียงผมกลับ ผมขับรถออกไปยังร้านอาหารเกาหลีที่ชอบพาไอ้ชามมันมากินบ่อยๆ ผมโทรจองโต๊ะไว้แล้วยิ่งเวลากลางวันแบบนี้คนยิ่งเยอะ พอเราเดินเข้าไปในร้านพนักงานก็เดินนำเราไปยังโต๊ะที่ผมจองไว้ทันที ผมดันไอ้ชามให้นั่งด้านในผมนั่งข้างๆมัน ตรงข้ามไอ้ชามก็ไอ้สยามมัน พนักงานแจกเมนูเราก็สั่งไปคนละอย่างเท่านั้น

 

 

ดีเหมือนกันนะครับพี่หมอ ออกมาทานข้าวข้างนอกแบบนี้ ไอ้ชามชวนไอ้สยามคุย ร่างสูงใหญ่ของไอ้สยามคลี่ยิ้มอบอุ่นออกมาเล็กน้อย

 

 

งั้นระหว่างที่บอดี้การ์ดชามไม่อยู่พี่จะพามาบ่อยๆนะ ไอ้หมอพูดพร้อมมองหน้าผมด้วยสีหน้าจริงจัง ผมยกยิ้มเล็กน้อย

 

 

ขอบใจ ผมพูดบอกมันเสียงจริงจังไม่แพ้กัน ดีหน่อยที่มันเป็นคนฉลาดผมไม่พูดมันก็เข้าใจแล้ว ถึงผมไม่พูดมันก็กะจะดูแลไอ้ชามให้ผมอยู่แล้ว แต่พอผมเลื่อนสายตาไปมองไอ้เตี้ยข้างๆมันกลับทำสีหน้าหงอยๆ ผมเลื่อนมือไปลูบเอวเล็กของไอ้ชามเบาๆ มันช้อนสายตาสั่นๆมองหน้าผม

 

 

ไม่เป็นไร ผมพูดปลอบมันเสียงนุ่ม

 

 

อือ ไอ้ชามตอบรับก่อนจะดึงมือผมไปกุมแล้วคลึงเล่นผมก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

 

ระหว่างที่กูไม่อยู่ฝากมันด้วย ผมหันไปพูดกับไอ้สยามให้เป็นทางการมากขึ้น ไอ้สยามก็พยักหน้ารับยิ้มๆ

 

 

ได้ครับ

 

 

ส่วนมึงก็อย่าไปรบกวนเขามากล่ะ ยิ่งอยู่ไม่สุขอยู่ด้วย ผมหันไปพูดกับไอ้ชามยิ้มๆ พยายามที่จะทำให้มันหายหงอยแต่เหมือนจะช่วยไอ้นิดเดียว ร่างบางหน้างอเล็กน้อย

 

 

ผมไม่รบกวนใครหรอกน่า ผมเด็กดีจะตายเนาะพี่หมอเนาะ

 

 

ใช่ครับ

 

 

ฝากให้ดูแล ไม่ได้ฝากให้จีบ ผมพูดกับไอ้หมอเสียงเข้มไม่จริงจังมากนัก ไอ้สยามหลุดหัวเราะออกมาทันที

 

 

ทั้งสองคนแต่งงานกันขนาดนั้นผมไม่จีบหรอกครับ ไอ้สยามพูดบอกผมขำๆ ผมยกยิ้มมุมปากเล็กๆไม่ใช่ไม่ไว้ใจมัน ผมแค่พูดเล่นเท่านั้น

 

 

เสี่ยก็คิดไปได้นะ ไอ้ชามพูดกับผมเสียงแปล่งๆ เหมือนกำลังขำผม

 

 

ใครเข้าใกล้มึงก็หึงหมอแหละ ผมพูดเสียงจริงจัง ไอ้ชามหน้าขึ้นสีเล็กน้อยแต่ก็แสร้งทำสีหน้างอๆกลบเกลื่อน

 

 

ผมก็หึงเสี่ยเหมือนกัน อย่าให้รู้นะเว้ยว่านอกใจ ไอ้ชามพูดเสียงสั่นตอนท้าย ผมหรี่ตามองหน้ามันดุๆทันที ร่างบางชะงักไปนิดเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้

 

 

กูเคยบอกว่ายังไง ผมถามเสียงเข้ม

 

 

แฮะๆ ลืมอ่า ขอโทษ ไอ้ชามรีบเอาหน้ามาซบไหล่ผมพร้อมพูดเสียงอ่อยๆ ผมส่ายหน้าเอือมๆให้มันเล็กน้อย

 

 

ผมไม่ใช่คนที่จะมานอกใจกันเพียงแค่ระยะทางหรอก ถ้าผมได้รักมันแล้วผมก็ไม่คิดจะรักใครอีก

 

 

เชื่อใจกันไว้ดีที่สุดครับ ไอ้สยามพูดบอกพวกผมยิ้มๆ เราสองคนยิ้มให้มันเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น ไอ้สยามมันเป็นน้องผมปีเดียวแต่ผมก็ไม่คิดจะเรียกมันว่าน้องหรอก คงเพราะมันเคยเข้าใกล้ไอ้ชามจนเกินงามผมถึงไม่อยากให้มันได้ใจเลยต้องคอยขู่มันตลอดจนมันเรียกผมว่าบอดี้การ์ดมาถึงทุกวันนี้

 

 

 

อาหารมาเสิร์ฟเราก็นั่งทานข้าวกันไปคุยกันไปเรื่อยๆ พอทานข้าวเสร็จไอ้ชามก็ต่อด้วยของหวานมีแค่ผมคนเดียวที่กินน้อยสุดไอ้หมอกับไอ้ชามกินเข้าไปอย่างกับกลัวว่าผมจะไม่ได้เลี้ยงพวกมันอีก

 

 

ค่อยๆกินก็ได้ ผมดุไอ้ชามไม่จริงจังนัก ใบหน้าน่ารักหันมาฉีกยิ้มให้ผม

 

 

ไม่เป็นไรหรอกน่า ผมก็อยากจะกินเยอะๆไว้ก่อนไง ไอ้ชามพูดเสียงแผ่ว ผมยกมือลูบหัวมันเบาๆก่อนจะคลี่ยิ้มบางให้มันเพราะผมเองก็ไม่สบายใจที่เห็นมันดูฝืนร่าเริงขนาดนี้ แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้มากได้แค่พยายามอยู่กับมันให้ได้นานที่สุด ถ้าผมจะทิ้งงานแล้วพามันไปเที่ยวก่อนก็ดูจะไม่ทันเพราะตอนนี้มีงานหลายอย่างที่ผมยังเคลียไม่เสร็จแถมไอ้ชามเองก็แลกเวรกับเพื่อนบ่อยเกินไปจนงานมันก็ล้นมือเช่นกัน เราเลยมีเวลาให้กันน้อยเหมือนทุกๆวันที่ผ่านมาทั้งๆที่เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว

 

 

เราทานเสร็จผมก็ไปส่งพวกมันสองคนที่โรงพยาบาลตลอดทางไอ้ชามก็คุยกับผมปกติมันก็พยายามยิ้มผมเองก็พยายามเช่นกัน

ผมรู้สึกใจหายทุกครั้งที่มองหน้าไอ้ชาม

 

เดี๋ยวตอนเย็นจะมารับนะ ผมพูดบอกร่างบางเสียงทุ้ม ชามหันมายิ้มให้ผม

 

ผมจะรอนะ ผมพยักหน้ารับยิ้มๆก่อนจะหันไปมองไอ้สยาม

 

ขอบคุณนะครับที่เลี้ยงข้าวกลางวัน

 

อืม ผมตอบรับก่อนจะพยักหน้าให้มันเล็กน้อย ทั้งสองคนลงจากรถไปผมก็มองไอ้ชามยิ้มๆมันยืนโบกมือให้ผมจนรถผมออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว ผมถอนหายใจออกมาทันทีก่อนจะพยายามเข้มแข็งมากกว่านี้

 

 

...แค่เดือนเดียวเท่านั้น

 

 

++++++

 

เลิกงานเราก็กลับมาที่บ้านก่อนจะช่วยกันจัดของที่เหลืออยู่อีกเล็กน้อย ผมมองไปทั่วบ้านเพื่อความเรียบร้อยอีกเล็กน้อยก่อนจะเข้าไปหาไอ้ชามที่อาบน้ำอยู่ในห้องนอน

 

 

เสร็จรึยังผมตะโกนถามร่างบางเสียงไม่ดังมากนัก

 

 

กำลังล้างตัว เสี่ยมีอะไรจะอาบด้วยหรอ ไม่ทันแล้ว เสียงไอ้ชามตะโกนกลับมา ผมยกยิ้มขำเล็กน้อย

 

 

เปล่า อย่าอาบนานเดี๋ยวไม่สบายเมื่อวานยิ่งไม่ได้นอน ผมตอบกลับไปยิ้มๆ

 

 

 

“….” ไอ้ชามไม่ตอบ แต่เชื่อเลยว่ามันกำลังเขินอยู่ 

 

ไม่นานร่างบางก็ออกมาโดยใส่แต่เสื้อคลุมอาบน้ำออกมาเท่านั้น ผมที่นั่งอยู่ปลายเตียงเงยหน้ามองไอ้ชามที่กำลังยิ้มมาให้ผม

 

 

มานั่งนี่ก่อน ผมกวักมือเรียกไอ้ชาม มันก็ยอมเดินมานั่งตักผมแต่โดยดี ผมกดจูบลงบนซอกคอหอมก่อนจะสูดดมเข้าเต็มปอดให้ชื่นใจจนร่างบางหดคอเล็กน้อย

 

 

ไม่เอานะเว้ยเสี่ย ผมยังระบมอยู่

 

 

ยังไม่ได้คิดจะทำสักหน่อย ผมตอบกลับยิ้มๆ ไอ้ชามเอี้ยวหน้ามามองหน้าผมก่อนจะทำหน้าบึ้ง ผมยกมือหยิบแก้มมันไม่แรงมากนัก

 

 

ทำไมมองแล้วน่ารักขึ้นจังเลยวะ แบบนี้กูจะไปทำงานแบบมีความสุขมั้ยเนี่ย ผมพูดเสียงจริงจัง สายตาก็จ้องมองร่างบางอยู่ตลอด ไอ้ชามนิ่งไปนิดก่อนจะอมยิ้มหลบสายตาผมแก้เขิน

 

 

เสี่ยแม่งปากหวาน จูบหน่อยดิ้” ไอ้ชามพูดเสียงอ้อมแอ้ม

 

 

หึหึ ผมหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะจับตัวมันให้หันมานั่งทับตักผมดี ผมทาบทับริมฝีปากลงบนกลับปากบางทันทีก่อนจะค่อยๆสอดลิ้นเข้าไปชิมความหวานภายในโพรงปากอุ่นของไอ้ชาม ร่างบางก็เปิดปากรับพร้อมกับจูบตอบผมกลับมา

 

 

อืมมม เสียงครางหวานของไอ้ชามดังขึ้นยามที่ผมยกมือลูบไล้แผ่นหลังเนียนสร้างความซ่านให้เราไม่น้อย เมื่อจูบจนพอใจผมก็ผละริมฝีปากออกก่อนจะแนบหน้าผากชนกับหน้าผากเล็ก ดวงตาเราสบตากันอยู่ตลอดด้วยความรู้สึกที่เราเป็นตอนนี้ ผมรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่เห็นดวงตากลมๆของไอ้ชามสั่นระริกจะร้องไห้

 

 

พี่ไม่อยู่อย่าดื้อนะชาม ถ้าจะออกไปไหนโทรมาบอกไม่ก็ส่งข้อความมานะครับ เที่ยวกลางคืนไม่ต้องไปถ้าไม่มีไอ้อชิไปด้วยห้ามไป ไปเที่ยวไกลๆไม่มีไอ้อชิก็ห้ามไปไหนเด็ดขาดผมพูดบอกมันเสียงจริงจัง ไอ้ชามที่กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ก็รีบซบหน้าลงกับอกผมทันที แขนเล็กกอดคอผมไว้แน่นจนผมต้องลูบหลังปลอบมัน

 

 

ฮึก...เสี่ยก็เหมือนกัน จะทำอะไรต้องบอกผมด้วยนะครับ ห้ามออกไปไหนกับใครเด็ดขาดไอ้ชามพูดเสียงอู้อี้อยู่กับอกผม ผมกอดเอวมันไว้แน่นกระชับให้ร่างเล็กแนบชิดกับผมมากขึ้น

 

 

พี่ทำอะไร หรืออยู่ที่ไหนพี่จะบอกชามคนแรก ตอนนี้หยุดร้องก่อนนะ ผมพูดเสียงสั่นเล็กน้อยตอนท้าย ไอ้ชามแค่พยักหน้าอยู่กับอกผมแค่นั้น ผมยกมือลูบหัวเปียกๆของมันด้วยท่าทีอ่อนโยน ก่อนจะดึงร่างบางให้ผละออก ไอ้ชามสะอื้นเล็กน้อยยกมือเช็ดน้ำตาตัวเอง ผมมองแล้วอดจะรู้สึกสงสารไม่ได้ ผมหยิบผ้าที่ร่างบางถือมาด้วยยกขึ้นไปเช็ดหัวให้ร่างบางที่นั่งทับผมอยู่

 

 

อีกอย่างอย่าอดข้าวรู้มั้ย กลับมาไม่เห็นน้ำหนักเพิ่มกูจะตีให้ตาย ผมพูดบอกมันยิ้มๆ กลับมาคุยกูมึงกับมันเหมือนเดิม เอาจริงๆที่ผมอยากพูดกูมึงก็เพราะผมไม่ค่อยชินกับคำว่าพี่เท่าไหร่แต่เพราะมันขอผมถึงยอมทำให้ แต่พอรู้ว่ามันทำท่าไม่ไว้ใจผมแบบนั้นผมก็เลยใช้ข้อนี้มาแลกเปลี่ยนทำให้มันเลิกระแวงผม ผมก็เสียใจนะที่มันทำเหมือนไม่ไว้ใจน่ะ ผมรู้เรื่องที่มันโทรหาแทนเพราะไอ้ริโซ่โทรมาบอกผม ผมเลยไม่ให้แทนโทรกลับมาหาไอ้ชามมัน

 

 

 

รู้แล้ว เสี่ยกลับมารับรองเจอผมเป็นคนใหม่แน่ๆ ไอ้ชามพูดบอกผมยิ้มๆ ผมยิ้มตามมันเมื่อได้เห็นรอยยิ้มที่ชอบ

 

 

ให้มันจริงเถอะ อย่าลืมที่บอกด้วย ผมพูดเตือนมันอีกครั้ง

 

 

รู้แล้ว ไปไหนก็ต้องมีพี่อชิไปด้วย จะทำอะไรก็ต้องมีพี่อชิอยู่ แล้วถ้าไม่มีพี่อชิแต่มีพวกพี่โคม่าแทนล่ะ ไอ้ชามถามพร้อมมองหน้าผมด้วยสีหน้าสงสัย

 

 

ถ้ามีพวกนั้นก็ต้องมีไอ้อชิอยู่แล้ว แต่ไอ้อชิจะมาอยู่กับมึงไงกูเลยให้อยู่กับมันดีที่สุด ผมพูดบอกมันเสียงจริงจังไอ้ชามก็พยักหน้ารับ

 

 

 

อย่าทะเลาะกันล่ะผมพูดบอกมันอีก ไอ้ชามเบะปากเล็กน้อยสงสัยจะนึกหมั่นไส้ไอ้อชิอยู่ สีหน้ามันฟ้องทุกอย่างจริงๆ

 

 

ผมจะโทรไปฟ้องเสี่ยเองถ้ามันกวนผมอ่ะ

 

 

ใครมันผมถามกลับทันที ร่างบางนิ่งไปนิดก่อนจะรีบยิ้มประจบผม

 

 

เปล๊า ไม่ได้พูดอะไรเลย ไอ้ชามแถเสียงสูง ผมหมั่นเขี้ยวเลยเช็ดผมให้มันแรงๆ ร่างบางกลับหัวเราะคิกคักถูกใจใหญ่ ผมรู้สึกหัวใจมันมีแรงเต้นเพิ่มมากขึ้นเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของคนรักของตัวเอง

 

 

ผมเช็ดผมให้ไอ้ชามเสร็จก็ปล่อยให้มันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าผมก็เข้าไปอาบน้ำต่อ พอออกมานอกห้องก็ไม่เห็นร่างบางอยู่แล้วแต่ได้ยินเสียงทีวีที่ห้องโถงผมเลยรีบแต่งตัวแล้วเดินออกไปหาไอ้ชามที่นั่งดูทีวีอยู่ ผมเดินไปนั่งลงข้างร่างบางก่อนจะจับไหล่เล็กให้เอนมาพิงอกผม มันก็ยอมเอนตัวลงมานอนทับอกผมอย่างว่าง่าย

 

 

ดูเรื่องอะไร ผมถามมันเสียงเบา เพราะตอนนี้ไอ้ชามมันกำลังตั้งหน้าตั้งตาดูหนังที่เปิด

 

 

เรื่องนี้แหละ ดูเร็ว ไอ้ชามตอบโดยไม่มองหน้าผม ผมยิ้มขำเล็กน้อยกับอาการติดหนังติดกาตูนของมัน ผมจับมือมันมาลูบเล่น ผมมองไปที่แหวนแต่งงานของเราก่อนจะเบนสายตาไปมองหน้าไอ้ชามที่กำลังยิ้มและหัวเราะไปกับหนังที่มันดู จนผมอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปกดจูบลงบนขมับมัน ไอ้ชามไม่โวยผมเลยเล่นกับตัวมันเล็กน้อยก็ปล่อยให้มันนอนดูหนังดีๆ

 

 

+++++

 

 

จนกระทั่งถึงวันที่ผมต้องไปทำงานที่อังกฤษ ผมไปคนละเที่ยวกับกันต์และอาร์สองคนนั้นล่วงหน้ากลับไปก่อนแล้ว วันนี้ครอบครัวและเพื่อนผมกับเพื่อนไอ้ชามก็พากันมาส่งผมที่สนามบิน ไอ้ชามเดินกอดเอวผมไม่ปล่อยจนผมต้องให้ไอ้อชิลากกระเป๋าช่วย มันเอาแต่ถูกไถหน้าไปกับหน้าอกผมด้วยท่าทีหงอยๆอ้อนๆ จนผมอดจะยิ้มๆไม่ได้ผมเองก็กอดเอวมันไว้แน่นถึงจะมีคนมองมาแต่เราก็ไม่ได้สนใจ

 

 

ใกล้ถึงเวลารึยัง พ่อผมถามผมเสียงเรียบ ผมยกนาฬิกาขึ้นมาดูก่อนจะก้มมองไอ้ชามที่เอาแต่ก้มหน้ามองพื้น

 

อีกครึ่งชั่วโมงครับ ผมพูดบอกพ่อยิ้มๆ แม่ผมก็ยิ้มบางมาให้

 

 

พ่อกับแม่ผมบอกว่าให้เสี่ยเดินทางปลอดภัย ไอ้ชามพูดบอกผมเสียงอู้อี้ ผมลูบหัวมันเล่นเบาๆ

 

ฝากขอบคุณด้วย ผมตอบกลับมันก่อนจะสะกิดให้มันเงยหน้ามองผมแต่มันก็ไม่ยอม

 

ถ้าผมเงยหน้ามองเสี่ยผมต้องร้องไห้แน่ๆ ไอ้ชามพูดเสียงสั่น ผมถอนหายใจออกมาทันที

 

ขนาดไม่มองมึงยังจะร้องเลย ผมพูดเสียงติดตลกเล็กน้อย ผมเองก็รู้สึกอยากจะร้องไห้เหมือนกันแต่ผมไม่อยากทำให้มันรู้สึกไม่อยากให้ผมไปมากกว่านี้ แค่นี้มันก็รู้ทรมานจะแย่แล้ว

 

 

ไอ้ชามเดี๋ยวเฮียก็กลับมา เชื่อดิขนาดเฮียเฟสยังกลับมาเลย น็อตเข้ามาพูดกับไอ้ชามช่วยผมอีกคน ผมมองหน้าหลานนิดหน่อย น็อตก็ยิ้มเจื่อนๆมาให้

 

 

เงยหน้าขึ้นเถอะ เห็นมั้ยแม่กูจะร้องไห้ตามมึงอยู่แล้ว ผมพูดกระตุ้นมันอีกครั้งแต่ไอ้ชามกลับกระชับอ้อมกอดผมแน่นขึ้นไม่ยอมเงยหน้า

 

 

น้องชามอย่าร้องนะลูกแม่จะร้องตาม โอ้ยคุณฉันไม่ไหวแล้ว แม่ผมที่พูดปลอบสะใภ้ตัวเองอยู่ดีๆก็รีบหันไปกอดพ่อผมร้องไห้ออกมาเงียบๆ ผมมองภาพนั้นด้วยสีหน้าเครียดๆก่อนจะดันไอ้ชามออกเพื่อให้มันมองหน้าผมดีๆ มันยอมปล่อยกอดผมแต่ก็ไม่ยอมเงยหน้า ผมเห็นว่าไหล่มันสั่นผมถึงได้รับกุมแก้มมันทั้งสองข้างเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม แค่นั้นน้ำตามันก็ล่วงลงมาทันทีจนผมรู้สึกเจ็บแปลบไปทั่วอก

 

 

อย่าร้องได้มั้ย กูทรมานจะตายอยู่แล้วชาม ผมพูดขอมันด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ไอ้ชามรีบกัดปากตัวเองพยักหน้าขึ้นลงแต่ก็ไม่มีเสียงพูดหรือเสียงสะอื้น พอหันไปมองคนอื่นพวกเขาก็มองเราด้วยสายตาเห็นใจและสงสารไอ้ชามที่เริ่มจะทนไม่ไหว น้ำตามันไหลไม่หยุดจนผมต้องเช็ดน้ำตาออกให้มันเบาๆ

 

 

อย่าร้องไห้อีก พี่ขอร้องนะชามผมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง พยายามพูดเพราะเอาใจมันแต่เหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไร

 

 

ฮือออ ผมขอโทษเสี่ย ผม อึ่ก...ผมทนไม่ได้มันกลั้นไม่อยู่ ฮือออ ไอ้ชามพูดเสียงกระท่อนกระแท่น สะอื้นจนจะยืนไม่อยู่ผมถึงได้รวบตัวมันเข้ามากอดไว้แน่นๆ พอมองไปที่พวกเพื่อนๆมันก็น้ำตาคลอกันหมด แต่น็อตหันไปซบไอ้เฟสเพราะร้องไห้ไปแล้วทั้งๆที่เป็นคนเจอมากับตัวแล้วแท้ๆ

 

 

 

ฝากทุกคนดูแลชามด้วยนะครับ ผมหันไปพูดกับทุกคนเสียงจริงจัง พวกเขาก็พยักหน้ามาให้ ยิ่งไอ้อชิวันนี้คงจะเอาใจไอ้ชามเป็นพิเศษ เห็นทะเลาะกันความจริงแล้วไอ้ชามกับไอ้อชิสนิทกันที่สุดในกลุ่มเพื่อนผมแล้ว ผมถึงอยากให้พวกมันไปไหนมาไหนด้วยกันผมสบายใจกว่า แถมวันนี้นิวเยียร์ก็ไม่ได้มาส่งผมยิ่งไม่มีอะไรมาล่อไอ้ชามให้หยุดร้อง

 

 

ฮือออ ผมคิดถึงเสี่ย ผมรักเสี่ยมากๆ ไอ้ชามพูดเสียงเบาอยู่กับอกผม มันกระชับกอดแน่นขึ้นผมก็คอยลูบหลังปลอบมัน

 

 

พี่ก็รักชามนะครับ เดี๋ยวก็กลับมาแล้วไม่นานหรอก พอไปถึงที่นั่นพี่จะรีบติดต่อกลับมาทันทีนะไม่ต้องห่วง ผมพยายามพูดกับมันให้ได้เยอะที่สุด อยากจะมองหน้ามันให้ได้นานที่สุดแต่มันก็เอาแต่ร้องไห้อยู่กับอกผมแบบนี้ ผมกดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มของมันย้ำๆอย่างเอาใจ

 

 

เสี่ยดูแลตัวเองด้วยนะ ถ้าไม่สบายโทรมาหาผมนะครับ ถ้ามีปัญหาอะไรก็ต้องโทรมาปรึกษาผมนะ ไอ้ชามพูดขึ้นเร็วๆ ผมดันตัวมันออกร่างบางยอมผละออกพร้อมกับเงยหน้ามองหน้าผม ผมรีบเช็ดน้ำตาออกจากแก้มใสที่ขึ้นสีแดงก่ำเพราะร้องไห้หนักตาก็บวมด้วย

 

 

ครับ ถ้ามีเรื่องอะไรถึงจะดีหรือไม่ดี จะเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันพี่ก็จะบอกชามนะ ชามเองก็ต้องเล่าให้พี่ฟังนะครับผมพูดรพ้อมมองหน้าร่างบางด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะกุมแก้มใสไว้

 

 

อือ ผมจะบอกเสี่ยว่าผมทำอะไรบ้างในแค่ละวันไอ้ชามพูดเสียงติดสะอื้นเล็กน้อย ผมคลี่ยิ้มอ่อนๆมองหน้ามันด้วยทุกความรู้สึกตอนนี้

 

 

จะรอฟังนะครับผมตอบกลับยิ้มๆ

 

 

ผมก็เหมือนกัน อย่าลืมนะ

 

จะลืมได้ยังไงล่ะ อย่าคิดมาก  ผมพูดก่อนจะรวบตัวมันเข้ามากอดไว้อีกครั้ง ผมกดจูบลงบนหัวไอ้ชามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมคงคิดถึงมันแย่ถึงเมื่อคืนผมจะจัดหนักให้มันไปแล้วก็เถอะแต่ผมก็อยากจะนอนกอด อยากจูบมันทุกวัน

 

 

...แค่หนึ่งเดือนเท่านั้นอดทนไว้ ไอ้ทราฟ

 

 

ร่างบางยื่นหน้ามาจูบแก้มผมหนักๆผมกดจูบที่ริมฝีปากมันโดยไม่อายใคร เราผละออกจากกันผมก็ยิ้มให้ไอ้ชาม ร่างบางเองก็ยิ้มให้ผมแค่แป๊บเดียวมันก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ผมหันไปไหว้ลาพ่อกับแม่ ส่งยิ้มให้เพื่อนๆเพื่อบอกลาก่อนจะพูดคุยกันอีกเล็กน้อยเท่านั้นผมก็ต้องไปรอขึ้นเครื่อง

 

 

นี่เป็นการไปต่างประเทศครั้งแรกที่ผมรู้สึกไม่มีความสุขเลยสักนิด ทุกครั้งผมจะสนุกกับมันแต่ตอนนี้ผมไม่แม้แต่จะรู้สึกยินดี

 

แถมการไปครั้งนี้เรายังต้องเชื่อใจกันให้เพิ่มขึ้น และลดการทะเลาะกันให้น้อยลงเพราะเราไม่ได้อยู่ใกล้ๆกันแล้ว

 

ผมเชื่อว่าชามมันเก่ง มันทำตามที่มันสัญญาไว้กับผมได้แน่ เหมือนที่ผมกำลังพยายาม

 

 

+++++++++

 

 

ผมใช้เวลาเดินทาง 12 ชั่วโมง อีกอย่างที่ลอนดอนตอนนี้อากาศค่อนข้างเย็นประมาณยี่สิบองศาได้ผมเลยต้องเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไอ้ริโซ่บอกจะมารับผมผมก็ไม่ได้ขัดอะไรเพราะจะให้มันพาไปที่คอนโดที่ผมเช่าอยู่ ตอนนี้ประเทศไทยยังเช้าอยู่ไอ้ชามเองก็ออกไปทำงานแล้ว ลอนดอนเวลาเดินช้ากว่าไทยประมาณ 6-7 ชั่วโมงผมเลยกะจะให้ถึงที่พักถึงโทรหาไอ้ชามเพราะต้องวุ่นอยู่กับอะไรหลายๆอย่าง

 

 

 

จนกระทั่งผมมาถึงอังกฤษ ผมยืนรอกระเป๋าแค่แป๊บเดียวก็เดินตามทางมาเรื่อยๆกว่าจะผ่าน ตม. ค่อนข้างยากนิดเดียวแต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ผมมองหาไอ้ริโซ่ไม่นานก็มองเห็นเพราะมันหน้าตาเอเชียเป็นจุดเด่นมากพอแล้ว ผมเดินเข้าไปหามันที่กำลังโบกมือยิ้มให้ผมกับแทนแฟนเด็กของมัน

 

 

หมับ

 

ผมอ้าแขนกอดไอ้ริโซ่ด้วยความคิดถึงเพราะไม่ได้เจอหน้ามันนาน ผมยิ้มรับไหว้แทนเล็กน้อยเด็กนี่ก็ดูนิสัยดีกว่าที่ไอ้ริโซ่มันเคยมาบ่น

 

 

ชามเป็นไงบ้าง ไอ้ริโซ่ถามผมยิ้มๆ ผมถอนหายใจออกมาเล็กน้อยกับคำถามมัน

 

 

ร้องไห้ไม่หยุดเลยว่ะ ผมพูดเสียงแผ่ว พยายามยิ้มให้เพื่อนบอกมันว่าผมไม่เป็นไร ไอ้ริโซ่ตบไหล่ผมหนักๆ

 

 

แค่เดือนเดียวเวลามันผ่านไปเร็วจะตายไป

 

 

ขอบใจ ผมพูดบอกมันเสียงเรียบ ไอ้ริโซ่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เราเดินออกไปนอกสนามบินแต่ผมยังไม่ได้ก้าวขาไปไหนเสียงเรียกชื่อผมก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

 

..

..

 

ทราฟ!!!”

เสียงเล็กๆนี่ผมจำได้ดี ผมหลับตาเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองอาร์กับกันต์ที่กำลังเดินเข้ามาหาผม ดูเหมือนพวกเขาก็กะเวลาผมมาถึงถูก

 

 

สบายดีนะ ไอ้อาร์เดินเข้ามาถามผมด้วยคำพูดห้วนๆ ผมพยักหน้ารับไม่ได้ตอบอะไรก่อนจะหันไปยกมือไหว้กันต์ตามมารยาท ร่างสูงก็พยักหน้ารับยิ้มๆ

 

 

นี่เพื่อนผม ริโซ่กับแทนคนรักของหมอนี่ผมพูดแนะนำ พวกเขาก็แค่พยักหน้าทักทายกัน

 

 

ส่วนนี่ก็คุณกันต์กับอาร์ บริษัทพ่อที่กูต้องทำงานด้วย ผมพูดบอกเพื่อน ไอ้ริโซ่ขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้ารับ

 

 

ไปเถอะทราฟ ผมเตรียมร้านอาหารไว้ให้แล้วมันหรูมากๆเลยนะ แล้วเราค่อยไปส่งทราฟที่ห้องพัก ไอ้อาร์พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น มันยิ้มกว้างไม่หุบ ส่วนกันต์ก็ได้แค่ยิ้มเจื่อนๆ พอผมหันไปมองหน้าไอ้ริโซ่กับแทนพวกมันก็ทำหน้าเรียบๆเท่านั้น

 

 

 

โทษที ผมมีนัดกับเพื่อนแล้ว ต้องขอตัวก่อนครับ ผมพูดกับกันต์ตามมารยาท ร่างสูงทำท่าจะพูดบอกอะไรแต่ไอ้อาร์ก็ขัดพี่ชายตัวเองขึ้นมาซะก่อน

 

 

ไม่ได้หรอกนะ ผมอุตส่าห์เตรียมไว้แล้ว ไอ้อาร์พูดด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจ หน้าบึ้งตึงจนผมกัดฟันอย่างข่มอารมณ์

 

 

ทราฟไปกับน้องเถอะ ดูท่าจะไม่ยอมง่ายๆเราไปด้วยกันหมดนี่เลยก็ได้นะ กันต์รีบพูดหว่านล้อมเราเมื่อเห็นท่าทีของน้องชายตัวเอง ผมถอนหายใจออกมาทันที

 

 

 

 

*************************************************************

เสี่ยไปแล้วว เริ่มมาม่าได้จะทำให้จบภายใน 10 ตอน อิอิ 

สตรองไว้นักอ่าน สตรองมากขึ้นนักเขียน ฮือออออ อย่าหายนะคะเค้าขอร้องง งื้ออ ขอโทษที่มาช้ามากเพราะมันเขียนยากอ่า

 

TBC.

 

 

ความคิดเห็น