email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 เหล้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 เหล้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2564 08:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 เหล้า
แบบอักษร

ตอนที่ 9

โดย แยมขนมปัง

 

 

 

#THALAY

ผมฉุดรั้งมือเรียวเล็กให้เดินตามผมมา โดยที่เจ้าตัวไม่ได้มีใจอยากจะตามผมมาแต่อย่างใด รับรู้ได้จากแรงสั่นระริกจากฝ่ามือที่ผมจูงอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็คงไม่กล้าที่จะขัดใจผมหรอก คนขี้กลัวอย่างมันขู่นิดขู่หน่อยมันก็กลัวจนหัวหดแล้ว

“สัด กูนึกว่าหายไปไหน ที่แท้ไปพาไอ้อ่อนมานี่เอง” ไอ้บีกันพูดทักขึ้นหลังจากที่ผมลากไอ้ฝันดีตามเข้ามาในห้องน้ำชาย

“ทะเล พะ...พาเรามาที่นี่ทำไม แค่ก! แค่ก!” ไอ้ฝันดีเอ่ยถามก่อนจะไอสำลักควันบุหรี่ที่คละคลุ้งไปทั่วทั้งห้องน้ำ เพราะตอนนี้เป็นเวลาที่กลุ่มผมมักจะเข้ามาสูบบุหรี่กัน ซึ่งก็เป็นเหมือนทุกครั้งที่หากกลุ่มผมอยู่ที่ไหน ก็จะไม่มีใครเข้ามาวุ่นวาย ในตอนนี้เลยมีแค่กลุ่มผมเท่านั้นที่อยู่ในห้องน้ำแห่งนี้

“กูก็แค่จะพามึงมาถามสารทุกข์สุขดิบไม่ได้หรือไง เราไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน มึงไม่คิดถึงกูบ้างเหรอ” ผมเอ่ยถามคนตัวเล็กที่ยืนก้มหน้าสั่นระริก มันไม่เอ่ยตอบผม แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมหงุดหงิดอะไร เพราะเพียงแค่ได้เห็นร่างกายที่สั่นไปทั้งตัวแสดงความหวาดกลัวของมันผมก็พอใจมากแล้ว “พวกมึงออกไปเฝ้าหน้าห้องน้ำดิ อย่าให้ใครเข้ามา” ผมหันไปพูดบอกเพื่อนทั้งสามคน

“ไอ้ทะเล นี่มึงจะล่อมันในนี้เลยเหรอวะ” ไอ้มอสถามยิ้ม ๆ ซึ่งดูเหมือนว่าคำถามของไอ้มอสจะทำเอาเจ้าของมือเรียวเล็กที่ผมจับอยู่ผวาเฮือกถึงกับยืนตัวเกร็ง

“กูแค่จะเล่นกับของเล่นของกูนิดหน่อย พวกมึงออกไปข้างนอกก่อนไป”

“เหอะ คงติดใจน่าดูเลยสินะมึงน่ะ” ไอ้มอสว่า

“เรื่องของกู ออกไปเลยไปพวกมึง”

“เออ ๆ” ไอ้มอสตอบรับ ก่อนจะหันไปหาไอ้ฝันดี “ไว้ไอ้ทะเลเบื่อมึงเมื่อไหร่ เราค่อยมาสนุกกันนะจ๊ะคนสวย” ไอ้มอสใช้มือจับปลายคางของไอ้ฝันดีเบา ๆ แต่นั่นก็ทำให้มันสะดุ้งสั่น ขยับตัวเข้ามาใกล้ผมทันที

ไอ้พวกเพื่อนของผมทั้งสามคนเดินออกไปจากห้องน้ำชาย และมันก็รู้งานปิดประตูทางเข้าห้องน้ำให้ดิบดีเลยทำให้ตอนนี้ทั้งห้องน้ำเหลือเพียงผมกับไอ้ฝันดีที่เอาแต่ยืนก้มหน้าน้ำตาปริ่มอยู่เท่านั้น

“ทำไมถึงไม่มาโรงเรียน” ผมปล่อยมือจากมันแล้วยืนกอดอกพิงขอบอ้างล้างมือพร้อมเอ่ยถามคนตรงหน้า

“คะ...คือ ระ...เราไม่สบาย”

“งั้นเหรอ กูนึกว่ามึงหลบหน้ากูซะอีก แต่ก็เอาเถอะ ถึงมึงหลบไปมึงก็หลบไม่พ้นอยู่แล้ว” มันเม้มปากเข้าหากัน มือกำขอบกางเกงแน่น มันคงจะกลัวผมมากเลยสินะ หึหึ “แล้วเมื่อกี้มึงอ่อยอะไรไอ้หัวหน้าห้อง”

“ระ...เราไม่ได้อ่อยนะ แค่คุยเรื่องรายงาน”

“กูจะเชื่อมึงได้ไง แรด ๆ แบบมึงไว้ใจได้ที่ไหน มึงอย่าคิดว่ากูไม่รู้นะว่าเมื่อวันเสาร์ไอ้ท้องฟ้าไปหามึงที่บ้านน่ะ มึงนี่สุด ๆ ไปเลยวะ วันศุกร์เอากับกู วันเสาร์เอากับไอ้ท้องฟ้า แล้ววันนี้ยังมาอ่อยไอ้แว่นหัวหน้าห้องอีก กูก็คิดว่าใส ๆ ที่ไหนได้...” ผมมองเหยียดคนตัวเล็กตรงหน้า ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมอย่างไม่พอใจ

“อย่ามาพูดจาน่ารังเกียจแบบนั้นกับเรานะ เราไม่ได้อ่อยเปเปอร์ แล้วเรากับพี่ท้องฟ้าก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่ทะเลพูดด้วย พี่ท้องฟ้าเขาเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่รังแกเราแบบนั้น”

หมับ!

“อ้ะ!” ไอ้ฝันดีหลุดเสียงร้องออกมาเมื่อผมใช้มือบีบกรามเรียวของมันแน่นจนมันนิ่วหน้าน้ำตาไหลออกมาจากหางตา สองมือเล็กพยายามแกะมือของผมออก แต่ผมก็ไม่คิดจะปล่อยแล้วเพิ่มแรงบีบกรามมันมากขึ้น

“นี่มึงจะด่าว่ากูไม่เป็นสุภาพบุรุษสินะ ปากเก่งขึ้นนี่ สงสัยมึงคงไม่กลัวกูแล้วใช่ไหมฮะ!”

“ทะเล...อึ้ก...ปล่อยนะ เราเจ็บ” มันพยายามขยับหน้าหนีพร้อมแกะมือของผมออก

“มึงเจ็บแล้วไง แต่กูไม่ได้เจ็บสักหน่อย”

“อึ้ก...ทะเลปล่อยเราไปเถอะ พะ...เพื่อนเรารออยู่ที่โรงอาหาร ถะ...ถ้าเราหายมานาน เพื่อนเราต้องมาตามแน่”

“หึหึ แล้วไง มึงคิดว่ากูจะกลัวพวกเพื่อนของมึงหรือไง มาก็ดีสิ เพื่อนกูหิวอยู่พอดี เผื่อเพื่อนมึงจะมาเป็นของเล่นแก้ขัดให้เพื่อนกูได้”

มันส่ายหน้าระรัว

“ยะ...อย่านะทะเล”

ตืดดด ตืดดด

เสียงสั่นจากโทรศัพท์ดังขึ้น ซึ่งไม่ใช่ของผม แต่เป็นของคนตัวเล็กตรงหน้าของผม

“เอาออกมาดูดิว่าใครโทรมา” ผมพูดสั่ง แม้มันจะแสดงสีหน้าว่าไม่อยากทำตามที่ผมสั่ง แต่มันก็ต้องยอมล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงอยู่ดี “ใครโทรมา”

มันเม้มปาก ไม่ยอมตอบผม

หมับ!!

ผมเพิ่มแรงบีบกรามของมันแน่นขึ้นจนใบหน้าของมันเหยเกอย่างเจ็บร้าวทั้งโครงหน้า

“กูถามว่าใครโทรมา”

“พะ...เพื่อน ระ...เรา”

“รับสายสิ” มันทำสีหน้าลังเล “กูบอกให้กดรับ” มันที่ไม่อาจขัดคำสั่งของผมได้จึงต้องกดรับ

พรึ่บ

ผมปล่อยมือออกจากหน้าของมัน ก่อนจะพลิกตัวร่างบางให้มาซ้อนกับตัวของผมจนแผ่นหลังเรียวแนบชิดติดแผ่นอกแกร่งของผม สองมือสอดเข้าไปใต้แขนของมันรวบรัดเอวบางรั้งให้กายของเราได้แนบแน่นกันมากขึ้นเหมือนกับว่าผมกำลังสวมกอดมันจากทางด้านหลัง

“ฮะ...ฮัลโหล วะ...ว่าไงจิน” ไอ้ฝันดีกดรับสาย โดยที่อีกมือของมันพยายามจะแกะมือของผมที่สวมกอดมันอยู่ ผมจึงเพิ่มแรงกอดรัดตัวของมันมากขึ้น

(“ฝันดี แกอยู่ไหนเนี่ย พวกเราอยู่โรงอาหารกันหมดแล้วนะ ไม่มากินข้าวเหรอ เดี๋ยวก็หมดเวลาพักหรอก”)

“เอ่อ...คือ...อ้ะ!” ไอ้ฝันดีหลุดเสียงร้องออกไปพร้อมทั้งร่างกายที่สะดุ้งตกใจเมื่อผมโน้มหน้าใช้ปากดูดซอกคอของมันเบา ๆ

(“เป็นอะไรหรือเปล่าฝันดี”)

“ปะ...เปล่า คือตอนนี้เราท้องเสียน่ะ พวกเธอกินข้าวกันไปก่อนเลย มะ...ไม่ต้องรอเรา”

(“เอางั้นเหรอ”)

“อะ...อืม ๆ”

(“โอเค ๆ งั้นแค่นี้นะ”)

“อืม”

มันกดวางสายก่อนจะเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม

“ทะเล...ปล่อย” มันดิ้นตัวทันที แต่นอกจากผมจะไม่ทำตามที่มันบอกแล้ว ผมยังเพิ่มแรงกอดมันแล้วใช้ฟันซี่ผมกัดดึงผิวเนื้อคอขาวของมันอย่างแรงจนร่างบางสะดุ้ง “อ้ะ...อึ้ก ทะเล เราเจ็บ”

“ถ้าไม่อยากเจ็บไปกว่านี้ก็อยู่นิ่ง ๆ” ผมพูดเสียงพร่าใกล้ใบหูเรียว ใช้ริมฝีปากงับเลียติ่งหูของมันเบา ๆ พอให้ร่างบางได้สะดุ้งอีกครั้ง สองมือที่โอบรัดตัวของมันไว้ เลื่อนขึ้นไปปลดกระดุมเสื้อของมันช้า ๆ ทีละเม็ด

"ยะ...อย่านะทะเล" มือเรียวยกขึ้นมาจับมือของผมไว้พลางพูดห้ามเสียงสั่นเครือ ผมไม่สนใจแล้วสะบัดมือของมันออกก่อนจะปลดกระดุมเสื้อของมันต่อ

"มึงลืมแล้วเหรอว่าห้ามขัดคำสั่งกู เลือกเอาจะให้กูเล่นกับมึงคนเดียว หรือให้กูเรียกเพื่อนเข้ามาเล่นด้วย"

มันส่ายหน้าพรืด

"เลือกอะไร"

"....."

"ตอบมา"

"หะ...ให้...ให้ทะ...ทะเลเล่นคนเดียว" ผมยกยิ้มมุมปาก พอใจในคำตอบ

"ดีมาก และระหว่างที่มึงเป็นของเล่นของกู มึงห้ามไปยุ่งกับผู้หญิงหรือผู้ชายคนไหนเด็ดขาด เพราะกูไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร เข้าใจไหม"

มันพยักหน้าช้า ๆ แทนคำตอบรับ ผมจึงดูดเม้ม ซุกไซ้ซอกคอของมันต่อพลางปลดกระดุมเสื้อของมันจนหมด ทำให้ฝ่ามือของผมได้สัมผัสกับเนื้อผิวลื่นมือของมันอีกครั้ง

"ถะ...ถ้าเรายอมทำตามที่ทะเลบอก ทะเล...คืนไดอารี่เรามาได้ไหม" ผมชะงักมือไปนิด

"หวงจังเลยนะ กับไอ้ไดอารี่เล่มนั้นน่ะ คงอยากจะเอาไปเขียนระบายความร่านที่มึงมีต่อไอ้ท้องฟ้าล่ะสิ"

"อย่าพูดแบบนั้นนะ ระ...เราไม่ชอบ"

"แล้วไง มึงไม่ชอบก็เรื่องของมึง ปากกู กูจะพูดอะไรก็ได้ จะดูดจะเลียมึงยังได้เลย"

พรึ่บ!

"อ้ะ!...ทะเล!" ผมยกร่างบางขึ้นนั่งบนขอบอ่างล้างมือ ก่อนจะขยับเข้าไปยืนแทรกระหว่างขาเรียว โดยที่มือของผมยังคงโอบรั้งรอบเอวของมันไว้ "จะ...จะทำอะไร"

ผมกระตุกยิ้ม ไม่ได้เอ่ยตอบอะไร ใช้สายตามองโลมเลียเนื้อเนียนขาวที่อยู่ตรงหน้าของผม ที่ตอนนี้เหมือนมันจะแดงไปทั้งตัว คงเพราะกำลังเขินอายที่ถูกผมมองแบบนี้ แต่คงไม่มีอะไรสะดุดตาของผมไปกว่าตุ่มไตเม็ดเล็กบนยอดอกสีชมพูพีชที่ถึงแม้มันจะแบนราบ แต่ก็ทำเอาผมกลืนน้ำลายอยากที่จะลิ้มลองมันอีกครั้ง

"อ้ะ...อื้อ ทะ...เล" เพียงแค่ปลายลิ้นของผมสัมผัสตุ่มไตเท่าเม็ดองุ่นมันก็ชูชันขึ้นสู้ปลายลิ้นของผมในทันที ผมเลียวนรอบยอดอกของมันช้า ๆ เรียกเสียงครางหวาน ก่อนจะดูดเม้มพร้อมใช้ปลายลิ้นกระดกเลียตุ่มไตบนยอดอกจนมันชื้นแฉะไปด้วยน้ำลายของผม ส่วนยอกอกอีกข้างผมก็ไม่ปล่อยให้ว่างเว้น ใช้ปลายนิ้วโป้งและนิ้วชี้บีบขยี้ถูไถอย่างมันมือจนเจ้าของแผ่นอกเนียนขาวถึงกับแอ่นอกรับริมฝีปากและมือของผมโดยที่มันคงไม่รู้ตัว ผมเหลือบตามองหน้าของมันพลางกระตุกยิ้ม เมื่อเห็นใบหน้าใสแดงเถือก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาระรื่นไปด้วยน้ำใส ๆ ที่คลอหน่วยสั่นระริก ร่างกายของมันเอนอ่อนแทบจะนอนราบอ่างล้างมือ

"เอามือกอดรอบคอกูไว้ ฮื้มมม" ผมเอ่ยสั่ง มันก็ทำตามอย่างว่าง่ายโดยการยกสองแขนขึ้นมากอดรอบคอของผมไว้เป็นตัวยึด ส่วนผมก็ใช้มือดึงตัวของมันให้มารับปากของผมมากขึ้นพร้อมทั้งลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังลื่นมือ

จุ๊บ จ๊วบ จุ๊บ จ๊วบ

"อึ้ก...อื้อออ ทะ...เล พะ...พอแล้ว...อ้ะ!" ผมไม่สนใจเสียงร้องห้ามสั่น ๆ ของมันแล้วใช้เขี้ยวฟันกัดดึงยอดอกของมันอย่างแรงพอให้ร่างบางได้สะดุ้งสั่นสะท้านด้วยความเจ็บก่อนใช้ลิ้นเลียตามรอยฟันซี่คมของผมเพิ่มความเจ็บแสบให้อีกฝ่าย

ผมเล่นกับยอดอกของมันจนหนำใจก็เลื่อนริมฝีปากขึ้นไปจูบดูดซับเรื่อย ๆ ผ่านไหปลาร้าจนไปถึงลำคอ จับล็อกใบหน้าของมันให้เชิดขึ้นเพื่อที่ผมจะได้ดูดคอของมันได้ถนัด ใช้ลิ้นร้อนเลียวนขึ้นลงตามความยาวของคอเรียวแล้วดูดไปด้วยจนมันชื้นแฉะไปหมด

"ทะเล...อึ้ก...บอกว่าพอได้แล้ว...อื้ออออ"

ผมรำคาญที่จะฟังเสียงเอ่ยห้ามของมันจึงใช้ริมฝีปากครอบทับปากนิ่มไม่ให้มันได้พูดอะไรต่อ มันเบิกตากว้างด้วยความตกใจใช้สองมือทุบอกของผม ผมจึงเพิ่มแรงจูบดูดดึงกลีบปากเรียวของมันอย่างรุนแรง กัดดึงริมฝีปากล่างของมันจมเขี้ยวจนเจ้าของปากเปิดปากร้องระบายความเจ็บเป็นจังหวะให้ผมได้แทรกปลายลิ้นเข้าไปในปากของมันที่ทั้งนุ่มทั้งอุ่นจนทำผมเกิดอารมณ์ไม่น้อย ผมตวัดลิ้นเกี่ยวพันปลายลิ้นเล็กสลับดูดดึงและดุนดัน

"อึ้ก!" รางบางผวาเฮือก ร่างกายกระตุกกอดผม เมื่อปลายลิ้นของผมไล่เลียไปโดนเพดานลื่นลิ้นในปากของมัน หึ คงจะชอบให้เลียตรงนี้สินะ ผมได้ทีจึงใช้ปลายลิ้นเลียวนเพดานในโพรงปากของมันระรัวจนคนตัวเล็กสั่นส่งเสียงครางอื้ออึงออกมาให้ผมพอใจไม่น้อย

แอด

"ใครมาปิดประตูห้องนะ...." ผมชะงักจูบหันสายตาไปมองดุไอ้คนที่เข้ามาไม่ดูตาม้าตาเรือมาขัดจังหวะผม ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นไอ้เปเปอร์ที่เสนอหน้าเปิดประตูเข้ามา พวกไอ้บีกันหายหัวไปไหนกันนะ บอกให้ยืนเฝ้าหน้าประตูไว้แท้ ๆ ปล่อยให้คนอื่นเข้ามาได้ยังไง "อะ...เอ่อคือ โทษทีนะ กูไม่รู้ว่า..."

"ทะ...เล ปะ...ปล่อยเราก่อน"

"แม่งเอ้ย"

ไอ้ฝันดีดันอกของผมออกจากตัวของมันทันที ใบหน้าหวานแดงระเรื่อไปทั่วทั้งใบหน้าลามไปถึงกกหู ก้มหน้าหลบคนมาเยือน สีหน้ามันดูตกใจมากพอสมควร ผมถอนหายใจสบถด่าอย่างหมดอารมณ์แล้วยอมถอยออกจากฝันดี มันก็กระโดดลงจากอ่างล้างมือรีบติดกระดุมเสื้อนักเรียนจัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเองลวก ๆ ก่อนจะก้มหน้าวิ่งออกไปจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงไอ้สะเหร่อที่หันมองหน้าผมสลับกับคนร่างบางที่วิ่งออกไป ด้วยสีหน้าตื่น ๆ

"เอ่อ โทษทีนะทะเล คือกูแค่จะมาเข้าห้องน้ำน่ะ"

"มึงนี่สงสัยอยากตายสินะไอ้เปอร์" ผมพูดเสียงเข้มก่อนจะเดินกระแทกไหล่มันออกมาจากห้องน้ำด้วยความหงุดหงิด ซึ่งพอออกมา ผมก็ไม่เห็นแม้แต่เงาหัวของไอ้เพื่อนเวรทั้งสามคน อย่าให้กูรู้นะว่าหายหัวกันไปไหน กูจะจัดการเรียงตัวเลยแม่ง

ผมหันกลับไปมองไอ้ตัวขัดจังหวะในห้องน้ำอีกครั้ง แล้วเดินออกมาด้วยความโมโห อาจจะแปลกที่คนไม่สนโลกอย่างผมรู้จักชื่อของไอ้เปเปอร์ หัวหน้าห้องคนเก่งที่เหล่าคุณครูต่างชื่นชม แม้มันจะดูเนิร์ดในสายตานักเรียนด้วยกันก็เถอะ แต่เห็นแบบนั้น ผมกับมันเคยเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่ประถมถึงตอนม.1 จนผมกลายเป็นคนใหม่ ผมกับมันก็เหมือนอยู่กันคนละโลกโดยสิ้นเชิง มันไม่ได้ทำผิดอะไรหรอก ผมแค่ไม่อยากดึงคนดี ๆ อย่างมันมาแปดเปื้อนกับคนอย่างผมก็เท่านั้น

-------------

พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!

"โอ๊ย! ไอ้ทะเล มึงตีหัวพวกกูทำไมเนี่ย!" ไอ้คูปองโว้ยขึ้นคนแรก

"นั่นดิ ถ้าคืนนี้กูเยี่ยวใส่ผ้าจะทำยังไง" ไอ้มอสโว้ยขึ้นเป็นคนที่สอง

"เออ กูอุตส่าห์เซตผมมาล่อสาว ผมกูเสียทรงหมด" ไอ้บีกันโวยปิดท้าย

ตอนนี้พวกเราทั้งสี่คนยืนกันอยู่ที่หน้าร้านเหล้าร้านเดิมกับที่เรามากันอยู่เป็นประจำ นั่นก็คือร้านของเฮียคูเปอร์พี่ชายของไอ้คูปอง

"สัด แล้วเมื่อเที่ยงกูใช้ให้มึงสามคนยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำ แล้วมึงหายหัวไปไหนกันฮะ แถมยังหนีกลับไม่บอกกูอีก แล้วยังมีหน้าโทรให้กูมาเลี้ยงเหล้า" ผมพูดโวยใส่พวกมันบ้าง คิดดูสิ นอกจากมันจะไม่ยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำตามที่ผมบอกแล้ว พวกมันยังทิ้งผมไว้โรงเรียนคนเดียว พอเลิกเรียนผมขับรถกลับถึงบ้าน ไม่ทันจะได้ก้าวเท้าเข้าบ้านด้วยซ้ำ พวกมันก็โทรชวนให้ผมออกมาแดกเหล้า แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยอมออกมาอยู่ดี เพราะขี้เกียจจะอยู่เห็นหน้าไอ้ท้องฟ้าที่บ้าน

"ก็ตอนนั้นเด็กพวกกูโทรมาชวนไปจัดนัดกระชับมิตรนี่หว่า พวกกูก็ต้องไปดิวะ เรื่องอะไรพวกกูต้องยืนทนฟังเสียงครางหวานของเด็กมึงด้วยล่ะ" ไอ้มอสพูดว่า

"สัด มันไม่ใช่เด็กกู ก็แค่ของเล่นฆ่าเวลา"

"เออ มึงก็รีบเล่นรีบเบื่อสักที กูอยากลองมันจะตายห่าอยู่ละ"

"พวกมึงหยุดเถียงกันแล้วเข้าไปในร้านกันเถอะ ท้องกูมันร้องหาแอลกอฮอล์ละ" ไอ้คูปองพูดห้ามทับไม่ทันให้ผมได้เปิดปากว่าอะไรไอ้มอสต่อ เราทั้งสี่คนจึงพากันเดินเข้าไปในร้าน

ปึก!

ในจังหวะที่พวกผมกำลังจะเดินเข้าไปในร้าน จู่ ๆ ก็มีคนเดินมากระแทกไหล่ของผมจนผมต้องหันไปมอง ซึ่งพอเห็นว่าเป็นใคร ก็ทำเอาผมหน้าบึ้งตึง มองพวกมันอย่างขัดตาในทันที

"อุ๊ย โทษทีวะ พอดีกูคิดว่าเป็นหมาไม่คิดว่าเป็นคน"

"ไอ้สัด มึง!" ไอ้บีกันกำหมัดจะพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่าย แต่ผมก็ใช้มือกันห้ามมันไว้เสียก่อน

"ทำไมไอ้กัน มึงจะต่อยกูเหรอ ก็มาดิ กูกลัวที่ไหน" มันพูดพลางเล่นหน้าเล่นตายียวนใส่พวกผม รวมถึงเพื่อนกลุ่มมันอีกสองคนที่ดูจะกวนตีนไม่ต่างจากมัน

"ไอ้เมฆ ก่อนที่มึงจะมาเหาหอนใส่กู มึงควรจะรักษาแผลบนหน้าของมึงที่กูฝากไว้ให้หายก่อนไหม" ผมพูดพลางมองเหยียดคนตรงหน้า ซึ่งดูเหมือนว่ามันเองก็คงจะไม่พอใจในสิ่งที่ผมพูด

"ครั้งก่อนกูออมมือให้มึงหรอก ถ้ามึงแน่จริงมาตัวต่อตัวกับกูอีกรอบดิ รอบนี้กูชนะมึงแน่!"

"หึ กระจอกอย่างมึงน่ะเหรอ จะเอาชนะกูได้"

"มึงจะลองไหมล่ะ!!!"

ไอ้เมฆพร้อมกับเพื่อนของมันง้างหมัดจะกระโจนเข้ามาหากลุ่มผม พวกผมเองก็ไม่ได้คิดจะยืนหงอให้พวกมันเข้ามาต่อยได้ง่าย ๆ จึงตั้งรับเตรียมหมัดเตรียมตีนจะซัดพวกมันกลับเช่นกัน

"เฮ้ย!! พวกมึงหยุดเลยนะ!" ทั้งกลุ่มผมทั้งกลุ่มมันเป็นต้องชะงัก เมื่อเสียงทุ้งทรงพลังของชายที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดแล้วในจังหวัดนี้เดินออกมาตวาดเสียงห้ามพวกผม "ถ้าจะกัดกันก็ไปกัดกันที่อื่น อย่ามากัดกันหน้าร้านกู" สองกลุ่มแยกออกจากกันทันที แม้จะยังสงสายตาเชือดเฉือนกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

"แต่พวกไอ้เมฆมันมาหาเรื่องไอ้ทะเลก่อนนะเฮีย" ไอ้คูปองพูดบอกพี่ชายของมัน

"มึงเงียบไปเลยไอ้ปอง รอบก่อนที่มึงยกพวกไปต่อยกับโรงเรียนTB กูยังไม่ได้บอกป๊าเลยนะ"

"ฮะ...เฮียรู้ด้วยเหรอ"

"เออ น้องกูไปสร้างเรื่องทำไมกูจะไม่รู้" ไอ้คูปองถึงกับหงอย มันนะกลัวพี่มันยิ่งกว่าอะไรดี แต่อย่าว่าแต่มันเลย ไม่มีนักเลงคนไหนในจังหวัดนี้ที่ไม่เกรงกลัวเฮียคูเปอร์ ผมเองก็เช่นกัน

ความจริงเมื่อก่อนผมก็ปากดีและมั่นหน้าในความเก่งกาจของตัวเองพอตัว พอรู้ว่าเฮียคูเปอร์คุมแถวนี้ ผมก็ทำเก่งไปท้าเฮียแกต่อย สุดท้ายคงไม่ต้องบอกนะว่าใครชนะ เอาเป็นว่าที่ผมได้มาเป็นเพื่อนกับไอ้คูปองก็เพราะเคยต่อยกับพี่ชายมันแล้วแพ้อย่างหมาเนี่ยล่ะ ทว่าตั้งแต่วันนั้นผมก็นับเฮียแกเป็นเหมือนไอดอลแล้วก็พี่ชายที่ผมเคารพเลยล่ะ

"เอาไง พวกมึงจะต่อยกัน หรือจะเข้าไปแดกเหล้าในร้านกู"

"แดกเหล้าครับ" ทุกคนตอบพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง

"งั้นก็เข้าไป แต่ถ้าพวกมึงมีเรื่องกันในร้านกู พวกมึงได้กลายเป็นศพด้วยฝีมือของลูกน้อยกูแน่"

"ครับ" พวกเราโค้งรับอย่างพร้อมกันอีกครั้ง แต่ก็ยังเหลือบมองกันอย่างไม่พอใจอีกฝ่าย

"ส่วนมึงไอ้ปอง ไปคุยกับกู"

"ครับเฮีย"

ไอ้คูปองเดินคอตกตามหลังพี่ชายของมันไป เมื่อเฮียคูเปอร์ไปแล้ว พวกผมกับพวกไอ้เมฆก็หันมาประจันหน้ากันอีกครั้ง

"รอบนี้กูเห็นแกเฮียคูเปอร์นะ แต่รอบหน้ามึงไม่รอดมือกูแน่ไอ้ทะเล" ไอ้เมฆชี้หน้าเห่าใส่ผมจบก็เดินกระแทกผมเข้าไปในร้าน พร้อมกับพวกริ้วไรของมัน ผมก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

"ไอ้สัดเมฆ โดนตีนไปหลายรอบยังกล้ามาปากหมาอีก" ไอ้บีกันพูดเสียงเข้ม

"อย่าไปสนใจมันเลย หมาขี้เรื้อนอย่างมันก็ทำได้แค่เห่านั่นแหละ" ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ และไม่คิดกลัวคนอย่างไอ้เมฆเลยสักนิด

"เออ ๆ กูว่าเข้าไปในร้านกันเหอะ ต่างคนต่างแดก อย่าไปใส่ปากกับพวกมันเลย" ไอ้มอสพูดขึ้น พวกผมสามคนจึงพากันเดินเข้าไปในร้าน ซึ่งกลุ่มของไอ้เมฆที่มีโต๊ะนั่งแล้วก็หันมามองหาเรื่องพวกผม แต่ผมก็ไม่สนใจ แล้วนั่งลงโต๊ะที่ว่างก่อนจะสั่งเครื่องดื่ม ในระหว่างรอก็ฟังเพลงพร้อมเหล่หญิงในร้านไปด้วย

"แต่ไอ้เมฆนี่มันกัดไม่ปล่อยจริง ๆ ขนาดลอบกัดมึงกี่ครั้ง ๆ ก็แพ้ทุกรอบ มันยังกล้ามาหาเรื่องมึงอีกนะไอ้ทะเล ไม่หลาบจำบ้างเลยเหรอวะ" ไอ้มอสพูดว่า เป็นจังหวะเดียวกับที่เครื่องดื่มที่สั่งไปมาเสิร์ฟพอดี ไอ้บีกันจึงรับหน้าที่แจกจ่ายรินเหล้าให้พวกผม

"จริงอย่างที่ไอ้มอสว่า กะอีแค่มึงนอนกับแฟนมันครั้งเดียว จะมาแค้นอะไรนักหนา เอาจริงแฟนมันแม่งก็มาอ่อยมาเสนอตัวให้มึงเอง" ไอ้บีกันพูด ซึ่งนั่นถือเป็นสาเหตุหลักเลยก็ว่าได้ที่ทำให้ไอ้เมฆมันเอาแต่ตามราวีผมไม่เลิก แต่กระจอกเป็นหมาลอบกัดอย่างมัน ไม่ได้ทำให้ผมกลัวเลยสักนิด ผมแทบจะไม่ใส่ใจคนอย่างมันเลยด้วยซ้ำ

เสียงเพลงในร้านดังเร้าอารมณ์ให้พวกผมดื่มเหล้าได้ลื่นคอมากขึ้น หญิงสาวมากมายต่างเวียนวนเข้ามาชนแก้วกับกลุ่มผมซึ่งถือเป็นอะไรที่คุ้นชิ้นและปกติมาก

"ไงไอ้คูปอง หายหัวไปนานเลยนะมึง" ไอ้มอสพูดทักเพื่อนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องชายของเจ้าของร้าน

"หน้าเป็นหมาขาดน้ำแบบนี้ โดนเฮียคูเปอร์เทศมาอีกสิท่า" ไอ้บีกันทักอย่างรู้ทัน

"ก็เออดิวะ กูยังหูชาอยู่เลย พวกมึงนั่นแหละ วันนั้นกูบอกแล้วว่ากูไม่ไป ยังจะลากกูไป ดีแค่ไหนแล้วกูไม่โดนเฮียกูกระทืบด้วยเนื่ย" ไอ้คูปองพูดบ่นอย่างเซ็ง ๆ

"หึหึ มีพี่ชายอย่างเฮียแม่งดีจะตาย ทั้งเท่ทั้งเก่งแถมตรงไปตรงมา ไม่เสแสร้งเหมือน..."

"พี่ชายมึง" ไอ้มอสพูดแทรกขึ้น ผมจึงหยิบน้ำแข็งปาใส่มัน

"ฮ่า ๆ โทษ ๆ แต่ช่างเรื่องของไอ้คูปองเถอะ มาเรื่องของมึงดีกว่าไอ้ทะเล" ไอ้มอสมองมาทางผมที่กำลังยกแก้วเหล้าดื่ม

"เรื่องของกู? เรื่องอะไร"

"ก็เรื่องเมื่อเที่ยงน่ะ ตกลงยังไง มึงได้จัดกับฝันดีคนสวยของกูปะ"

"มึงอย่าเรียกมันแบบนั้นได้มะ กูขนลุก"

"ขนลุกหรือหวง มึงเอาดี ๆ" ไอ้มอสพูดพร้อมหรี่ตามองผม ไอ้บีกันกับไอ้คูปองก็เอากับไอ้มอสด้วย

"ตีนเถอะ กูจะหวงมันทำห่าอะไร ยังไงมันก็ผู้ชาย มันไม่แปลกเหรอวะ ที่ไปมองว่ามันสวยน่ะ ประหลาดจะตาย"

"เอ้า ก็มันสวยจริงนี่หว่า เนอะไอ้บีกันไอ้คูปอง" พวกมันพยักหน้ากันระรัวอย่างสามัคคี

"นี่มึงก็เอากับไอ้มอสกับไอ้บีกันด้วยเหรอไอ้คูปอง ไหนมึงยังเคยเห็นด้วยกับกูอยู่เลย"

"ก็ฝันดีมันเหมือนผู้หญิงจริงนี่ มองดี ๆ กูก็ว่ามันสวยดีนะ"

ผมส่ายหน้าอย่างเอือมระอาในความคิดของพวกมัน

"บ้าไปกันใหญ่แล้วพวกมึง"

"มึงไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง สรุปว่าไง ได้แดกรอบสองปะ" ไอ้มอสถามย้ำ

"แดกเหี้ยอะไรล่ะ ก็หมาสามตัวมันไม่ยอมเฝ้าหน้าห้องน้ำให้กู จนมีคนเข้ามาขัดจังหวะไง กูเกือบได้แล้วเชียวแม่ง" พูดแล้วก็หงุดหงิดจนต้องยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้ง

"ฮ่า ๆ ใครวะเข้าไปขัดจังหวะมึง ป่านนี้ไม่นอนจมกองตีนมึงแล้วหรือไง" ไอ้บีกันพูดอย่างรู้นิสัยผมดี

"ไอ้เปเปอร์"

"ไอ้หัวหน้าห้องน่ะเหรอ" ไอ้คูปองถาม

"เออ"

"ฮ่า ๆ แล้วมันเข้าไปเห็นตอนไหนวะ ตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลยปะ" ไอ้มอสถามขำ ๆ

"เงียบปากไปเลยมึงไอ้มอส"

"มาหงุดหงิดใส่กูแบบนี้ อารมณ์ค้างล่ะสิมึง ไม่เป็นไรเพื่อน" ไอ้มอสตบไหล่ผม "เดี๋ยวเพื่อนคนนี้จะหาสาวแจ่ม ๆ ให้มึงเองคืนนี้"

"เออ กูสละห้องกูให้เลย ถือว่าไถ่โทษที่มีส่วนทำให้มึงอดล่อไอ้อ่อนนั่น" ไอ้บีกันว่า

ผมไม่ได้พูดตอบอะไรมันแล้วนั่งดื่มต่อ จะว่าอารมณ์ค้างไหม ผมก็อารมณ์ค้างจริง ๆ นั่นแหละ ยิ่งนึกถึงสัมผัสลื่นมือของกายเนียนขาวที่ผมเกือบจะได้ขย้ำอีกครั้ง ก็ยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดจนต้องดื่มเหล้าดับอารมณ์ สงสัยคืนนี้ผมคงต้องพาสาวสักคนกลับไประบายจริง ๆ นั่นแหละ

ปึก

จู่ ๆ ก็มีคนเอาขวดเหล้ามาตั้งลงบนโต๊ะของพวกผม ซึ่งพอผมเห็นว่าเป็นใครก็ถอนหายใจแรงออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายและรำคาญ

"อะไรของมึงอีกไอ้เมฆ มึงนี่อยากโดนเฮียกูกระทืบจริง ๆ สินะ" ไอ้คูปองพูดขึ้น พวกไอ้เมฆไม่ได้ตอบโต้อะไรแล้วถือวิสาสะนั่งร่วมโต๊ะกับพวกผม โดยที่พวกผมไม่ได้เอ่ยชวนหรืออนุญาตด้วยซ้ำ

"พวกกูไม่ได้จะมาหาเรื่อง" ไอ้เมฆพูดขึ้นยิ้ม ๆ

"งั้นมึงมีอะไร" ผมถาม มันก็หันมามองหน้าผม

"ไหน ๆ เจอกันแล้ว มาดวลกันหน่อยดิวะ"

"ไอ้เมฆ นี่มึงไม่ได้ฟังที่เฮียกูบอกเลยใช่ไหม ว่าห้ามมีเรื่องกันในร้าน" ไอ้คูปองพูดบอก

"กูก็ไม่ได้จะดวลหมัดกับพวกมึงสักหน่อย" ไอ้เมฆหยิบแก้วเหล้าขึ้นมา "แต่กูจะดวลแดกเหล้ากับมึงไอ้ทะเล" ไอ้เมฆพูดแล้วยิ้มอย่างโชว์เหนือ ผมยกยิ้มมุมปากที่ได้ยินคำท้าของมัน

"ไอ้ห่าเมฆ นี่มึงจะเอาชนะไอ้ทะเลให้ได้เลยใช่มะ" ไอ้บีกันพูด

"เออ ถ้าใครหมอบเป็นหมาก่อนคนนั้นชนะ"

"ชนะแล้วได้อะไร" ผมถามมัน มันก็นิ่งไปเหมือนกำลังนึกคิด ก่อนที่มันจะกระตุกยิ้ม

"ได้ความสะใจ"

"ถุ้ย!" ไอ้มอสสบถอย่างสมเพชในสิ่งที่ไอ้เมฆพูด ส่วนผมก็หัวเราะในลำคอ มองความกระจอกของมัน ที่ชอบทำเก่งแต่เอาจริงคนอย่างมันนี่แทบไม่มีอะไรเลย

"หึหึ เอางั้นก็ได้ กูเซ็ง ๆ อยู่พอดี เดี๋ยวจะเล่นกับมึงแก้เบื่อหน่อยก็แล้วกัน" ผมพูดยิ้ม ๆ มันเองก็หน้าตึง ก่อนกำแก้วเหล้าในมือแน่น

"ไอ้หิน รินเหล้าดิ!" มันพูดสั่งคนของมัน

"ได้ครับลูกพี่!" ไอ้หินรินเหล้าให้ไอ้เมฆเต็มแก้ว ส่วนผมก็ยกขวดเหล้าขึ้นรินใส่แก้วของตัวเองเช่นกัน

การดวลเหล้าปัญญาอ่อนของไอ้เมฆกับผมเริ่มขึ้น แก้วแรกเราต่างฝ่ายต่างยกดื่มรวดเดียวหมด ไอ้เมฆยักคิ้วให้ผมอย่างอวดเก่ง ก่อนที่มันจะให้ลูกน้องของมันรินเหล้าให้ต่อ ผมเองก็เช่นกัน เรายกแก้วเหล้าขึ้นดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าจนคนในร้านทั้งชายและหญิงที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันมามุงดู เกิดการพนันขนาดเล็กขึ้น มีการลงขันเชียร์กันว่าระหว่างผมกับไอ้เมฆใครจะเป็นผู้ชนะ เสียงโห่เชียร์ดังสนั่นจนเหมือนจะสร้างความฮึกเหิมให้กับไอ้อ่อนที่มาท้าผมดื่มเสียเหลือเกิน ส่วนผมตอนนี้การดื่มเหล้าแทบให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการดื่มน้ำเปล่าเลย ต่างจากไอ้เมฆที่ดูเหมือนความบ้าพลังของมันในตอนแรกจะเริ่มเอนอ่อนไปตามร่างกายของมันที่แทบทรงตัวไม่อยู่

เสียงเพลงในร้านซึ่งเป็นดนตรีสด เหมือนกับว่านักร้องจะรู้งานรับหน้าที่ร้องเพลงพร้อมพากย์เสียงการแข่งขันระหว่างผมกับไอ้เมฆไปด้วย ดูเหมือนว่าบรรยากาศภายในร้านจะครึกครื้นขึ้นพอสมควร จนเวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงครึ่งเห็นจะได้ เหล้าบนโต๊ะหมดไปสี่ห้ากลม

"เฮ้ย! อายยยหินนน เติมเหล้าาา ดิวะ!" เสียงทุ้มของไอ้เมฆเริ่มยาน หัวมันก็แทบตั้งไม่ตรง จนผมที่นั่งดื่มตรงข้ามมันส่ายหัวอย่างนึกขำในความอวดเก่งของมัน ต่างจากผมที่ยังนั่งดื่มชิว ๆ

"กูดูท่า แบบนี้รู้ผลแล้วมั้ง" ไอ้มอสพูดขำ ๆ

"ผลไรวะ!! ทำมะ หรืออายยทะเล~ มันหมอบแล้วเหรออ"

หึหึ ผมอยากจะหัวเราะให้ลั่นร้าน ช่างกล้าพูดนะมึง แต่ผมก็ไม่คิดจะโต้ตอบอะไรมันตอนนี้ เพราะผมว่าอีกไม่กี่นาทีก็คงจะรู้ผลแล้วล่ะ

ปึ้ง!

นั่นไง กูว่าแล้ว...

ผมคิดไม่ทันขาดคำ หัวทุยของไอ้เมฆก็ทิ่มโต๊ะอย่างแรงราวกับคนน็อกกลางอากาศ ทำเอาเพื่อนมันอีกสองคนที่มาด้วยถึงกับชะงักอ้าปากค้าง

"เฮ้! ไอ้ทะเลชนะโว้ยย!!" ไอ้มอสลุกขึ้นยืนประกาศเสียงดังลั่น

"กรี๊ดดด น้องทะเลเก่งที่สุดเลยยย!!" สาว ๆ ภายในร้านก็พากันมาล้อมหน้าล้อมหลังผม แต่ผมก็ไม่ได้สนใจแล้วยกแก้วเหล้าดื่มต่อ

"เอา ยังจะนั่งเสนอหน้ากันอยู่อีก พาลูกพี่กระจอกของพวกมึงกลับไปดิวะ" ไอ้บีกันพูดกับเพื่อนของไอ้เมฆ

"ฝะ...ฝากไว้ก่อนเถอะพวกมึง ลูกพี่กูอ่อนให้หรอก" ไอ้จักรหนึ่งในเพื่อนของไอ้เมฆพูดขึ้นก่อนจะหิ้วปีกลูกพี่ของมันออกไปพร้อมกับไอ้หิน พวกกลุ่มผมก็หัวเราะตามหลังพวกมันไป

"มีเรื่องกับพวกไอ้เมฆนี่ก็สนุกเหมือนกันนะ พอฆ่าเวลาแก้เบื่อได้ ฮ่า ๆ" ไอ้คูปองพูดขึ้นขำ ๆ

"ว่าแต่มึงเถอะไอ้ทะเล ไหวไหมเนี่ย เห็นนั่งเงียบนานสองนานละนะ"

"โอ๊ยไอ้บีกัน เหล้าไม่กี่กลมทำอะไรไอ้ทะเลไม่ได้หรอก เนอะไอ้ทะเลเนอะ" ไอ้มอสพูดพลางตบไหล่ผม

เคล้ง!

"....." ทั้งกลุ่มนิ่งเงียบ เมื่อจู่ ๆ แกล้วเหล้าที่ผมถืออยู่ก็หล่นจากมือของผมตกกระทบพื้นแตกกระจาย

"สัด กูว่าครั้งนี้เหล้าแม่งเล่นไอ้ทะเลได้วะ" ไอ้บีกันว่า

"เหี้ย มึงไหวไหมเนี่ยไอ้ทะเล เห็นนิ่ง ๆ กูก็นึกว่าไม่เหล้า แต่ถ้าถึงขั้นไม่มีแรงถือแก้วแบบนี้ กูว่าหนักละนะมึงน่ะ" ไอ้คูปองว่า ผมไม่ได้พูดตอบอะไรแล้วมองมือของตัวเองสลับกับแก้วเหล้าที่แตกอย่างงง ๆ

"กู...ไม่ได้เมา กูแค่ง่วง"

"เหรออ ง่วงซะตาปรือเลยนะมึง" ไอ้มอสว่า

"คืนนี้มึงนอนบ้านเฮียเปอร์ก่อนไหม เดี๋ยวกูขอเฮียให้ สภาพแบบนี้มึงกลับไม่ถึงบ้านหรอก" ไอ้คูปองพูดบอก เพราะแค่เดินทะลุไปทางหลังร้านก็เป็นบ้านของพี่ชายมันแล้ว

พรึ่บ

"กูบอกว่ากูไม่ได้เมา กูกลับก่อนนะกูง่วง" ผมยืนขึ้นกะทันหันแล้วพูดบอกพวกมัน

"เฮ้ย ๆ งั้นเดี๋ยวกูไปส่ง" ไอ้บีกันยืนขึ้นประคองผม แต่ผมก็สะบัดมันออก

"สัด กูบอกว่า...กู...ไม่ได้เมา"

"ไม่ต้องเลยมึง ไอ้มอส ไอ้คูปอง จัดการล็อกไอ้ทะเลแล้วลากตามกูมาดิ" พวกเพื่อนตัวดีมันก็ทำตามที่ไอ้บีกันสั่งเหลือเกิน พากันมาล็อกแขนซ้ายขวาของผมแล้วลากออกมาจากร้าน แม้ใจผมอยากจะสะบัดมันออก แต่เพราะขาของผมมันเดินไม่ค่อยสัมพันธ์กันสักเท่าไหร่ จึงต้องอาศัยพวกมันพยุงมาจนถึงรถมอเตอร์ไซค์ของไอ้บีกัน

"ไอ้คูปอง มึงตัวเล็กขึ้นมานั่งซ้อนหลังไอ้ทะเลไว้อีกคนดิ เดี๋ยวมันจะตกรถ กูขี้เกียจลงไปเก็บ" ไอ้บีกันพูดหลังจากที่มันขึ้นรถโดยที่มีผมขึ้นมาซ้อนด้านหลังของมันแล้ว

"เออ ๆ" ผมรับรู้ได้ถึงแรงขยับที่ขึ้นมานั่งซ้อนหลังของผมซึ่งก็คงเป็นไอ้คูปอง แต่ไม่รู้ทำไม ผมไม่มีแรงที่จะหันไปมอง

"งั้นกูเข้าไปเคลียร์ค่าเหล้าก่อนละกัน พรุ่งนี้จ่ายคืนกูด้วยนะเว้ย" ไอ้มอสพูด

"เออ" ไอ้บีกันตอบรับ ก่อนที่รถมอเตอร์ไซค์ที่ผมซ้อนอยู่จะขับเคลื่อนออกจากหน้าร้าน ไม่รู้ทำไมผมถึงทรงตัวนั่งไม่ค่อยอยู่ เหมือนจะหงายหลังอยู่ตลอดเวลา หรือเพราะผมง่วงมาก แต่ดีที่มีไอ้คูปองประคองจับผมไว้จากทางด้านหลัง จนพวกมันพาผมมาถึงหน้าบ้านของผม

"ห่า พิงกูมาตลอดทาง หนักฉิบหาย" ไอ้คูปองพูดบ่น ก่อนที่ไอ้บีกันจะประคองผมลงจากรถ

"เอากุญแจบ้านมา เดี๋ยวกูเปิดให้" ไอ้บีกันพูดขอ ผมก็ล้วงกุญแจส่งให้มัน โดยที่ร่างของผมพิงกับประตูรั้วใหญ่

ไอ้บีกันจัดแจงไขกุญแจบ้านให้ผม ก่อนที่มันจะดันตัวผมเข้าไปในรั้วบ้าน ผมก็เข้าไปอย่างว่าง่าย พวกมันบอกลาผม ผมเพียงพยักหน้า ไอ้บีกันกับไอ้คูปองก็ขับรถออกไปเหลือไว้เพียงผมที่ยังยืนจับยึดประตูรั้วบ้านอยู่

แต่แล้วสายตาของผมก็หันไปมองบ้านข้าง ๆ ที่ตอนนี้ปิดไฟสนิทหมดแล้วทั้งบ้านไม่ต่างจากบ้านของผม อาจจะเป็นเพราะตอนนี้มันดึกมากแล้ว แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มารู้ตัวอีกที ร่างกายของผมมันก็เดินออกมาหยุดยืนอยู่หน้าบ้านหลังที่อยู่ติดกันกับบ้านของผมแล้ว ผมหยิบโทรศัพท์ออกมา ก่อนจะเลื่อนหาเบอร์เบอร์หนึ่งที่ผมต้องเพ่งตามอง เพราะตอนนี้สายตาของผมมันเลือนลางเสียเหลือเกิน ถึงแม้ตอนนี้ท้องฟ้าจะมืดสนิท แต่โชคยังดีที่มีไฟบนเสาร์ไฟฟ้าพอให้แสงสว่างกับผมอยู่

-ฝันเปียก-

เจอแล้ว...

ผมกดโทรออกทันทีอย่างไม่รีรอ...

ตู๊ดดด...ตู๊ดดด...ตู๊ดดด

("ฮัลโหล") ปลายสายเอ่ยรับด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

"ลงมาเปิดประตู~" ทำไมเสียงของผมถึงยานแบบนี้นะ

(".....") ปลายสายเงียบไป

"กูบอกให้ลงมาเปิดประตู~"

("ทะ...ทะเลเหรอ")

"ก็เออดิวะ มึงไม่ได้บันทึกเบอร์กูไว้หรือไง คนอุตส่าห์เคยส่งรูปไดอารี่ไปให้"

(".....") มันเงียบไปอีกแล้ว ไอ้เหี้ยนี่ก็เงียบเก่งจริง ๆ ผมเริ่มจะหงุดหงิดแล้วนะ

"กูบอกให้ลงมาเปิดประตู อย่าให้กูต้องพูดหลายรอบ~"

("ทะเล...มีอะไรเหรอ นี่มันดึกมากแล้วนะ มะ...มีอะไรค่อยคุยกันที่โรงเรียนพรุ่งนี้เถอะ")

"ทำไมพูดไม่รู้เรื่องวะ กูบอกให้ลงมาเปิดประตู กูอยู่หน้าบ้านมึงเนี่ย~" ผมพูดเสียงเข้มขึ้น

("ตะ...แต่แม่เรา...อยู่บ้านนะ") มันพูดเสียงสั่นเครือ ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่เริ่มจะหมดความอดทน

"กูบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามขัดคำสั่งกู ถ้ามึงยังไม่ลงมาเปิด กูจะเอาไดอารี่ของมึงให้ไอ้ท้องฟ้าเดี๋ยวนี้ ตอนนี้เลย และจะไปป่าวประกาศให้ทั่วว่ามึงเป็นเมียกูแล้ว"

("อย่านะทะเล") มันพูดสวนขึ้นมาทันที

"หึหึ งั้นก็ลงมาเปิดประตู กูให้เวลามึงยี่สิบวิ ถ้ามึงยังไม่ลงมาเปิดประตู คราวนี้กูไม่ทำแค่ขู่แน่ หนึ่ง..."

("ระ...เราลงไปเปิดให้ก็ได้")

มันพูดบอกระรัว ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงเปิดประตูและฝีเท้าที่รีบเร่งออกมาจากปลายสาย ซึ่งไม่นานผมก็เห็นเจ้าของบ้านตัวน้อยเปิดประตูออกมาจากบ้าน ผมกระตุกยิ้มมองคนตรงหน้าที่ยืนหน้าเจื่อนอยู่

"เปิดประตูรั้วสิ"

ร่างบางไม่พูดอะไร เดินก้มหน้าเข้ามาก่อนจะเปิดประตูรั้วด้วยมือที่สั่นเทา ผมไม่รอช้า เดินแทรกมันเข้าไปในรั้วบ้านของมันทันที

"ล็อกบ้านเสร็จก็เดินตามกูเข้ามา เดี๋ยวกูขึ้นไปรอบนห้องนอนของมึง หึหึ"

.

.

.

.

ทะเลจะทำอะไรฝันดีอีกเนี่ยยย โธ่ฝันดีผู้น่าสงสารT^T

1 คอมเมนต์ดี ๆ = ร้อยกำลังใจ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว