Advertising Blog For my original novel eg : SoltitudeCall GrimTouch ArachnidTrail and More...

ชื่อตอน : Through Rain or Fire

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ทั่วไป

คนเข้าชมทั้งหมด : 32

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มิ.ย. 2564 15:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Through Rain or Fire
แบบอักษร

ภายในห้องแห่งหนึ่งที่มืดสนิท ชายคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งของเขาก่อนจะมองลึกลงไปในกระจก ในมือของเขาข้างหนึ่งถือคัตเตอร์เอาไว้อยู่ ส่วนมืออีกข้างของเขานั้นชุ่มโชกไปด้วยของเหลวสีแดง ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องที่แสนมืดมิดชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่ชายคนนั้นจะเอ่ยวาจาออกมา 

“Bobby Mary Bobby Mary Bobby Mary” 

เป็นที่รู้กันดีว่าหลังจากที่ใครก็ตามเอ่ยชื่อนี้ออกมาสามครั้งที่หน้ากระจก คนผู้นั้นจะได้ล่วงรู้ถึงความลับ ความปราถนา และอนาคตของตนเองในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่ความหายนะและความตายจะมาเยี่ยมเยือนในไม่ช้า แต่แม้ชายคนนี้จะรอนานเท่าไหร่ เขาก็สัมผัสไม่ได้เลยถึงเหตุการณ์ลึกลับเหล่านั้น 

เขานั่งรออีกซักครู่ ก่อนจะเอ่ยปากออกมาอีกครั้ง 

“ออกมาได้แล้วแมรี่” 

เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา ชายคนนั้นก็ลดฮูดเสื้อกันหนาวของเขาลง ก่อนจะเปิดลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งของเขาออก และหยิบของชนิดหนึ่งออกมา มันเป็นถุงขนาดเล็กที่บรรจุอะไรซักอย่างไว้ภายใน เขาหยิบมันออกมาสามถึงสี่ชิ้น ก่อนจะหันมองไปที่กระจก และพูดขึ้นอีกครั้ง 

“ชั้นยกซอสมะเขือเทศพวกนี้ให้เลยก็ได้ ถ้าเธอยอมออกมา” 

“เรียกชื่อเราก็ผิด แถมเราก็ไม่คิดจะอยากได้ซอสมะเขือเทศของเจ้าเลยซักนิด” 

พร้อมกันกับที่โสตประสาทของชายคนนั้นได้ยินเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง กระจกที่อยู่ด้านหน้าเขาก็มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นเล็กน้อย จากที่มันเคยสะท้อนกลับมาเป็นหน้าของตัวเขาเอง ในตอนนี้มันได้กลายเป็นภาพของเก้าอี้กำมะหยี่ตัวหนึ่ง พร้อมกับโต๊ะขนาดเล็กที่มีแก้วไวน์วางไว้ด้านบน แต่ถึงจะกวาดสายตาไปทั่วภาพที่ปรากฏขึ้นมาแล้ว ก็ยังไร้วี่แววของเจ้าของชื่อที่ชายหนุ่มเรียกอยู่ดี 

“ฉันก็อุตส่าห์ไปรื้อเอาเสื้อกันหนาวมีฮูด ที่เก็บไว้ในตู้เสื้อผ้ามาสามสี่ปีมาใส่เลยนะ ถือว่าหายกันละกัน” 

เมื่อได้ยินว่าอย่างน้อยแมรี่ก็ยังตอบกลับมา อาร์คจึงรู้สึกโล่งใจมากขึ้น เขาจึงเดินเข้าไปล้างมือในห้องน้ำ ก่อนที่มือที่เปื้อนไปด้วยซอสมะเขือเทศของเขาจะรู้สึกคันไปมากกว่านี้ 

ภาพของแมรี่ปรากฏขึ้นทันที เมื่อเขาเดินไปถึงที่ล้างมือ 

“แมรี่มาที่นี่ ทำไมเราหมายถึงอีกแมรี่หนึ่งน่ะ” 

“รุ่นน้องเธอมาขอร้องฉันให้ช่วย เพราะกรมอะไรซักอย่างกำลังจะยึดใบอนุญาติเข้าออกของเธอ แค่นั้นแหละ” 

“เจ้านึกว่าเราจะเชื่อคำพูดของเจ้าเหรอ” 

‘แล้วจะถามทำไมเนี้ย’ 

อาร์คคิดในใจ 

“ไม่ต้องเชื่อก็ได้ เอาเป็นว่าฉันยินดีช่วยเธอทำพันธะสัญญาก็แล้วกัน"  

“งั้น…..” 

ทันทีที่อาร์คเห็นประกายในดวงตาของแมรี่ เขาก็พูดเสริมต่อทันที 

"ถ้าไม่ใช่อันที่เธอเอาร่างของฉันไปใช้ได้ตามใจล่ะก็นะ” 

“ทำไมกันเล่า” 

“แล้วทำไมเธอถึงอยากเอาร่างชั้นไปเข้าคุกจังเลยเล่า” 

“ไม่เห็นเป็นไรเลย” 

“ไม่เป็นไรก็บ้าแล้ว” 

แมรี่จ้องมาที่ดวงตาของเขาด้วยตากลมโตของเธอ เมื่ออาร์คจ้องเธอกลับแบบไม่ยอมแพ้เช่นกัน เธอจึงสะบัดหน้า 

“หึ เรายอมถอยให้เจ้าก้าวหนึ่งก็ได้ แต่เราไม่เอาพันธะสัญญาแบบ Study หรอกนะ อย่างน้อยเจ้าก็ต้องช่วยเราทำพันธะสัญญาแบบ Bounding ขึ้นไป” 

“เธอไม่สนใจพันธะสัญญาแบบ Study จริงๆเหรอ” 

“ไม่” 

การปฏิเสธที่ได้ผลมากที่สุด คือคำว่าพูดสั้นๆว่า ‘ไม่’ โดยไม่ต้องมีคำพูดอะไรเพิ่มเติม 

“ก็ได้” 

ภาพของตัวเองที่มีวิญญาณตามหลังที่คอยพูดว่า Ora Ora Ora ในหัวอาร์คแตกสลายลงทันที 

“อีกเรื่องหนึ่งคือ การจะทำพิธีได้ เจ้าต้องใช้ของที่มีคุณค่ากับเจ้ามากๆชิ้นหนึ่งเป็นเครื่องสังเวย" 

‘ยัยเนิร์ดกล้ามนั้นไม่เห็นบอกเลย’ อาร์คขมวดคิ้ว ‘เอาเถอะ ไหนๆก็มาถึงขั้นนี้แล้ว’ 

เมื่ออาร์คล้างมือของเขาเสร็จ เขาก็เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งอีกครั้ง ก่อนจะเปิดลิ้นชักออกและหยิบกระเป๋าสตางค์หนังของเขาออกมา สภาพของมันแย่เสียจนถ้าเป็นคนอื่นคงโยนทิ้งไปแล้ว แต่ที่อาร์คเก็บมันไว้ก็ไม่ใช่เพราะมันมีคุณค่าทางจิตใจกับเขาแต่อย่างใด เขาแค่ขี้เกียจเกินกว่าจะไปเดินซื้อกระเป๋าเงินใหม่ก็เท่านั้น 

แมรี่ที่ตามมาโผล่ที่กระจกโต๊ะเครื่องแป้ง ย่นจมูกเมื่อเห็นสิ่งที่วางอยู่บนนั้น 

“นี่คือของที่มีค่าที่สุดของเจ้าแล้วเหรอ” 

“เธออยากได้ของที่มีคุณค่า หรือของที่มีมูลค่าล่ะ ถ้าเธอต้องการของที่มีคุณค่าล่ะก็ไม่ต้องห่วง เจ้านี่มีคุณค่ากับฉันมากกว่าเธออีก” 

“เจ้าไม่ต้องพูดกับเราแบบนั้นก็ได้นี่น่า” 

“ขอโทษนะ” 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อยู่ๆดีอารมณ์ของอาร์คก็พุ่งสูงขึ้น เมื่อแมรี่ทำหน้ารังเกียจกระเป๋าเงินเก่าๆของเขา ทั้งๆที่สภาพของมันก็ควรจะถูกรังเกียจ ตามที่เธอว่าจริงๆ  

“ถ้างั้นเราจะเริ่มแล้วนะ เจ้าพร้อมแล้วใช่ไหม” 

“นี่ ขอโทษนะ เรื่องเมื่อกี้” 

“พูดครั้งเดียวเราก็เข้าใจแล้วน่า เจ้าพร้อมแล้วใช่ไหม” 

“อืม พร้อมแล้ว” 

อาร์คตอบรับ ก่อนที่แมรี่จะพูดภาษาโบราณที่อาร์คไม่เข้าใจออกมา 

“Through Rain or Fire” 

“Through Rain or Fire” 

อาร์คพูดตามสิ่งที่แมรี่พูด แม้จะไม่เข้าใจเลยซักคำว่าตัวเองพูดอะไรออกไป 

“Sky of Replicas or Sea of Reflection” 

“Sky of Replicas or Sea of Reflection” 

“May this soul” 

“May this soul” 

“Forever Bound to Ark Allenstyle” 

‘อืมมมมม ถึงที่พูดมาจะไม่เข้าใจซักคำเลยก็เถอะ แต่การพูดชื่อของอะไรซักอย่างออกมา ก็น่าจะหมายถึงเป้าหมายของสิ่งที่จะวิญญาณจะผูกติดถูกไหม เพราะงั้นถ้าเราพูดชื่อของตัวเองออกมาตอนนี้ ก็แปลว่าแมรี่จะผูกติดกับเราไปจนตายแหงๆ เพราะงั้นถ้าเราพูดออกมาว่า ‘Tristian’ ที่เป็นชื่อของโลกออกไปตอนนี้ ยัยนี่ก็จะถูกผูกติดกับโลก และเราก็ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับยัยนี่ทุกวันถูกไหม แต่ถ้าเป็นแบบนั้นเราก็ไม่มีวิญญาณคอยตามมา Ora Ora Ora ให้ล่ะสิ' 

อาร์คคิดหนักจนคิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน  

แมรี่ที่เห็นว่าอาร์คทำหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่ รีบบุ๋ยหน้าให้เขาพูดตามเธอต่อทันที 

‘อืมมมม แต่จากที่เคยฟังจากยัยวิญญาณนักกล้ามเนิร์ด ยัยนั้นบอกว่าถ้าเอ่ยพันธะสัญญาผิดไปคำเดียว ก็จะทำให้พันธะสัญญาทั้งหมดไร้ผลทันทีนี่สิ ช่างมันล่ะกัน ถ้าไม่ได้ผลก็เอาใหม่ จะไปยากอะไร’  

ตัดสินใจได้ดังนั้นอาร์คก็เอ่ยประโยคสุดท้ายของพันธะสัญญาออกมาตามที่เขาคิดไว้  

“Forever Bound to Tristian” 

สิ้นเสียงของอาร์ค แสงประหลาดก็สาดส่องไปทั่วห้องพักของเขา ก่อนที่ตัวของเขาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง จะกระเดนไปนอนแผ่อยู่บนเตียงด้านหลัง ในสภาพอิดโรย เขาได้ยินเสียงของแมรี่เรียกชื่อเขาด้วยความตกใจ ดังมาจากทางโต๊ะเครื่องแป้ง 

“อาร์ค เจ้าเป็นอะไรไหมอาร์ค” 

“…” 

อาร์คที่อยู่ในสภาพอิดโรยสุดๆ ไม่ตอบอะไรกลับไป เขาเพียงแต่กำมือขวาก่อนจะยกนิ้วโป้งขึ้นมา ในตอนนี้ร่างกายของเขาหนักอึ้ง ราวกับมีใครเอาตุ่มถ่วงน้ำหนักมาวางทับไว้ที่หน้าท้องของเขา  

“ไม่ต้องเป็นไรนะอาร์ค เราจะช่วยเจ้าเอง” 

แมรี่พูดจบก็ดันร่างของตัวเองออกมาจากกระจก เธอลอยอยู่เหนือเตียงที่อาร์คนอนแผ่หลาอยู่ ก่อนจะเปิดขวดอะไรซักอย่าง และปล่อยให้ของเหลวที่อยู่ภายในนั้น ไหลลงมาชโลมเข้าที่ใบหน้าของอาร์ค 

“อ้าปากสิเจ้าทึ่ม” 

แม้จะไม่ได้กลิ่นคาวที่ควรจะเป็นกลิ่นเอกลักษณ์ของสิ่งนี้เลยแม้แต่น้อย แต่อาร์คก็แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าของเหลวสีแดงที่เปรอะเปื้อนอยู่บนใบหน้าของเขาตอนนี้คืออะไร  

อาร์คส่ายหน้ากลับไปทันที 

“ทำไมกันเหล่า” 

สิ้นเสียง ของเหลวสีแดงพวกนั้นก็ลอยขึ้นไปบนอากาศ แต่จากที่อาร์คเห็น เขาพบว่าปริมาณของมันมีมากกว่าตอนที่แมรี่หยดพวกมันลงมาจากขวดเสียอีก ไม่นานหลังจากนั้นอาร์คก็รู้สึกอ่อนแรงมากกว่าเดิม 

“อ้ะ สงสัยเราจะใช้พลังมากไปหน่อย โทษทีนะ” 

ได้ยินดังนั้น อาร์คก็ยกนิ้วชี้ของเขาชี้ไปที่แมรี่ ก่อนจะชี้ไปทางด้านหลัง ที่เขาจำได้ว่าด้านหลังเป็นกระจกห้องพัก 

“เจ้าอยากให้เราลองออกไปทดสอบพันธะสัญญาดูงั้นเหรอ” แมรี่ถามกลับมาด้วยความสงสัย 

หากแต่ความคิดที่อยู่ในหัวอาร์คตอนนี้มีแค่ความคิดที่ว่า ‘ฉันแค่อยากให้เธอออกไปข้างนอกซะ ฉันจะได้นอนพักแบบสงบๆ’ แมรี่ที่เห็นว่าอาร์คไม่ตอบอะไรกลับไป ก็พุ่งตัวออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนที่เธอบินกลับมาด้วยรอยยิ้มสดใส 

"ได้ผลเกินคาดแหะ เจ้าทำแบบนี้ได้ยังไงเนี้ยอาร์ค” 

แม้จะอยู่ในสภาพอิดโรยสุดๆ แต่คำว่า ‘ได้ผลเกินคาดแหะ’ ที่ออกมาจากปากของแมรี่ ก็ยังทำปฏิกิริยากับสมองของคนที่เชื่อใจใครได้อยากแบบเขาเช่นเดิม ภาพของช่วงเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ตอนที่โทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นในตอนเช้า ตอนที่แมรี่โผล่มาที่กระจกแบบถูกจังหวะพอดี ไปจนถึง ตอนที่เขาต้องมานั่งพูดภาษาอะไรแปลกๆ ผุดขึ้นมาในหัวอาร์คอย่างรวดเร็ว ก่อนที่สมองของเขาจะประมวลผลออกมาได้หนึ่งคำตอบ 

อาร์คยกนิ้วชี้ไปที่แมรี่ที่ตอนนี้กำลังลอยไปมาอยู่รอบห้อง ทำท่าเบ่งกล้าม ก่อนจะเลื่อนนิ้วชี้สองข้างมาประกบกัน และจบลงด้วยการใช้นิ้วชี้ชี้มาทางตัวเอง 

“เจ้าน่ะคิดมากเกินไปแล้วอาร์ค เราจะไปทำแบบนั้นกับเจ้าได้ยังไงกัน” 

รอยยิ้มซุกซนที่ผุดขึ้นมาบนริมฝีปากสีแดงสดของแมรี่ เป็นภาพสุดท้ายที่อาร์คได้เห็น ก่อนที่ภาพทุกอย่างที่เคยปรากฏอยู่ในสายตาเขาจะดับลงและกลายเป็นสีดำ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว