email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 ส่งมาสิ...ไข้หวัดของนาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ส่งมาสิ...ไข้หวัดของนาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มิ.ย. 2564 14:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ส่งมาสิ...ไข้หวัดของนาย
แบบอักษร

อีกด้านของอคินทร์..

 

เมื่อความขุ่นเคืองเกิดขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด เพียงแค่เขาเห็นร่างบางยิ้มให้กับคนอื่นอารมณ์ก็เดือดพล่านอย่างที่เห็น ทีแรกอคินทร์ตั้งใจไว้ว่าจะให้พร้อมรักทานข้าวทานยาแล้วนอนพักผ่อนจนอาการดีขึ้น เมื่อถึงเวลานั้นเขาจะอาสาไปส่งด้วยตัวเอง แต่พอเห็นร่างบางยิ้มกับคนอื่น หัวเราะกับคนอื่นได้ เขาจึงเอ่ยคำพูดที่ไม่ต่างจากไล่ออกไป

 

ร่างสูงเบือนหน้าออกจากสารคดีสัตว์โลกน่ารัก ทันทีที่พร้อมรักก้าวขาออกไปจากเพนท์เฮาส์ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจอทีวีด้านหน้าบรรยายอะไรไปบ้าง 

 

 

 

เวลาผ่านไปนานกว่าชั่วโมงแล้วที่พร้อมรักกลับไป แต่ความหงุดหงิดก็ยังไม่ลดลงแม้แต่น้อย ไม่นานนัก ชาติ ลูกน้องที่เขาสั่งให้ไปส่งร่างบางก็กลับมา

 

"เรียบร้อยครับนาย" ชาติค้อมหัว แล้วรายงานทันที

 

"ทำไมนาน" เสียงเข้มกว่าปกติเอ่ยถาม 

 

"คุณพร้อมให้ผมไปส่งอีกที่นึงครับ เป็นร้านกาแฟที่ติดกับโรงเรียนวาดรูปของคุณหนูครับ" ลูกน้องคนสนิทรีบตอบทันที เขาคิดว่าอารมณ์ของผู้เป็นนายตอนนี้ หากตอบช้ากว่านี้ซักนาที เขาอาจจะโดนเจ้านายฆ่าตายได้

 

"หึ พอโทรมาแค่นี้ถึงกับรีบไปหากันเลยรึไง" อคินทร์เอ่ยเบาๆ แต่ก็ได้ยินถึงหูลูกน้องคนสนิทอยู่ดี ทำให้ชาติอดแปลกใจไม่ได้ เจ้านายเขาปกติไม่สนใจใยดีอยู่แล้วว่าใครจะไปใครจะมา

 

 

 

"ชาติ ไปเตรียมรถ ฉันจะไปส่งริสา" วันนี้วันเสาร์ลูกสาวของเขามีนัดเรียนวาดรูป ปกติหากมีเวลาว่างร่างสูงจะเป็นคนไปส่งเอง แต่ไม่ใช่วันนี้

 

"แต่นายมีนัดคุยเรื่องโครงการใหม่ที่" 

 

"เลื่อนไปก่อน" ลูกน้องคนสนิทยังพูดไม่จบ เจ้านายก็เอ่ยสั่งเสียงเข้มขึ้นมาก่อน

 

"ครับ" ชาติค้อมหัวรับคำสั่ง และรีบจัดการทันที

 

 

 

ใช้เวลาไม่นานนักอคินทร์ก็กลับไปที่บ้านใหญ่ เพื่อรับลูกสาวตัวน้อยไปส่งที่โรงเรียนสอนศิลปะ เมื่อได้ฟังเสียงคุยเจื้อยแจ้วของลูกสาววัยสี่ขวบ อารมณ์ฉุนเฉียวก่อนหน้าก็ตกตะกอนหายไป 

 

จนมาถึงร้านกาแฟของศิระที่เชื่อมกับกับโรงเรียนสอนวาดรูป อคินทร์เดินจูงมือลูกสาวมาหยุดอยู่ฝั่งโรงเรียนแต่สายตาของกลับมองเข้าไปในร้านกาแฟ ราวกลับว่าหาใครอยู่

 

"อ้าวน้องริสามาแล้วหรอครับ" ครูเพนท์ที่เดินออกมาพร้อมกับผ้ากันเปื้อน เพื่อเตรียมตัวเข้าคลาสสอนเด็กๆ

 

"สวัสดีค่าครูเพนท์" ริสายกมือไหว้คุณครูด้วยตัวเอง โดยที่คุณพ่อไม่ต้องเอ่ยบอก

 

"สวัสดีครับ" เพนท์ลูบหัวเด็กน้อยอย่างเอ็นดู

 

"คุณศิระไม่อยู่หรอครับ ผมว่าจะเข้าไปดื่มกาแฟ" จู่ๆร่างสูงก็เอ่ยถาม ทั้งๆที่ความจริงแล้ว หากเขาต้องการสั่งกาแฟ ก็มีพนักงานในร้านชงให้เขาได้อยู่แล้ว

 

"อ๋อพอดีศิพาเพื่อนไปโรงพยาบาลครับ"

 

ร่างสูงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพื่อนอย่างนั้นหรอ หรือว่าจะเป็นพร้อมรัก เพราะร่างบางเพิ่งมาที่นี่ได้ไม่กี่ชั่วโมง

 

"คุณพร้อมรักไม่สบายหนะครับ เห็นว่าเขารู้จักกับคุณอคินทร์ด้วยใช่ไหมครับ" เพนท์ตอบในสิ่งที่เขาสงสัย อคินทร์นิ่งค้างไปชั่วครู่ ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด

 

"ตั้งใจเรียนนะคะ เดี๋ยวปาป๊าให้ลุงชมมารับ" อคินทร์ย่อตัวลงไปคุยกับลูกสาว และจุ้บแก้มนิ่มหนึ่งที ก่อนจะลุกเดินออกไปด้วยความรีบร้อน

 

 

 

"ชาติ! ไปโรงบาล" ร่างสูงสั่งเสียงเข้มเมื่อขึ้นมานั่งบนรถ

 

 

 

...

 

 

 

พร้อมรักตื่นขึ้นมาราวๆหกโมงเย็น เมื่อปรับสายตาได้ ทำให้เขาเห็นว่ารอบข้างเป็นสีขาวสะอาดตา กลิ่นยาลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ  เมื่อเขาพยายามจะยกแขนขึ้นมาก็รู้สึกเจ็บเพราะตอนนี้แขนเล็กถูกเจาะด้วยเข็ม มีสายน้ำเกลือห้อยระโยงระยาง ร่างบางรับรู้แล้วว่าเขาอยู่ในโรงพยาบาล

 

"ตื่นแล้วหรอครับ" คนแรกที่เขาเห็นในตอนนี้คือศิระ ที่เดินเข้ามาหาเขาทันทีที่เห็นเขาลืมตา

 

ร่างบางพยักหน้าให้เล็กน้อย เพราะในตอนนี้ยังรู้สึกเพลีย และยังรู้สึกเจ็บคอ กว่าจะเค้นเสียงออกมาได้ช่างยากลำบาก

 

"คุณไข้ขึ้นสูงมาก แถมร่างกายอ่อนแรง" ศิระบอกอาการของพร้อมรัก ที่เขาได้ฟังจากคุณหมอเจ้าของไข้ เมื่อสักครู่คุณหมอเข้ามาดูอาการ และบอกกับเขาว่าพร้อมรักไข้ขึ้นสูงถึง 38 องศา ร่างกายอ่อนเพลียจนต้องนอนให้น้ำเกลือ

 

พร้อมรักได้แต่นอนพังตาปริบๆ ร่างกายเหนื่อยจนไม่สามารถทำอะไรได้ จนในที่สุดจึงผลอยหลับไปอีกครั้ง

 

 

 

ศิระเมื่อเห็นร่างบางหลับไปแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนป่วย เขาจึงออกมาโทรศัพท์ข้างนอก เขาต่อสายหาเพนท์ทันที รอสายอยู่สักพักเพื่อนสนิทก็รับสาย

 

"ฮัลโหล" 

 

"เพนท์ ที่ร้านยุ่งไหม"

 

"นิดหน่อย ให้พี่สวยดูอยู่" เพนท์ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งกว่าปกติ ใช่เขายังโกรธที่ศิระผลักเขาจนเกือบจะล้ม!

 

"แล้วมึงมีสอนใช่ไหมวันนี้" 

 

"อืม" คุณเพนท์คะพี่ฝากบอกคุณศิทีได้ไหมคะ พอดีลูกค้าที่ออเดอร์ขนมไว้โทรมาคอนเฟิร์มเวลารับขนมพรุ่งนี้ 07.00 น. นะคะ 

 

"ชิบหายแล้ว ลืมสนิทเลย" เพนท์ยังไม่ทันได้พูด ศิระคงได้ยินอยู่แล้ว เขาจึงอุทานด้วยความตกใจ เขาลืมสนิทเลยว่ามีออเดอร์ขนมที่ลูกค้ารายใหญ่สั่งออเดอร์ไว้จำนวนมาก และพรุ่งนี้เขาต้องจัดส่งแต่เช้า

 

"ทำยังไงดีมึง คุณพร้อมยังไม่ดีขึ้นเลย" ศิระเอ่ยถามเพื่อนสนิทของเขา เพนท์รักเงียบไป ไม่ได้ตอบอะไร

 

"เพนท์ฟังอยู่หรือเปล่า" ศิระเรียกอีกครั้ง

 

"อืม กูต้องไปสอนแล้ว" 

 

"เดี๋ยวสิ มึงเป็นไรเนี่ย" ศิระขมวดคิ้วด้วยความสงสัย อยู่ดีๆเพนท์ก็นิ่งใส่เขา เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำอะไรให้เพื่อนตัวเล็กไม่พอใจ หรือเพนท์อาจจะยังเสียใจเรื่องของที่บ้านอยู่ล่ะมั้ง ศิระคิดในใจ "เออ ฝากบอกพี่สวยด้วย เดี๋ยวกูรีบไปเดี๋ยวนี้"

 

"อืม" แล้วเพนท์ก็ตัดสายไป

 

ศิระเดินกลับเข้ามาในห้องของคนป่วยอีกครั้ง เขายืนมองพร้อมรักที่หลับตาพริ้ม เเพรขนตายาวนั้นช่างน่าหลงไหล จนเขาเผลอเข้าไปใช้มือสัมผัสบริเวณแก้ม ที่มีขนตาปิดทับอยู่ 

 

"หายไวๆนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาใหม่" เมื่อกล่าวลาคนป่วยที่หลับไปแล้ว และคงไม่ได้ยินที่เขาพูด ศิระก็รีบกลับไปที่ร้านทันที

 

 

 

 

 

ตั้งแต่ที่ศิริลูบใบหน้าขาวซีดของพร้อมรักก่อนจะเดินกลับออกไป อยู่ในสายตาของอคินทร์ทั้งหมด ร่างสูงยืนกำหมัดแน่นอยู่หน้าห้องพัก เขารอให้ศิระเดินออกมา เขาจึงหันหลังหลบ เพื่อไม่ให้ชายหนุ่มเห็น ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องของคนป่วย

 

อคินทร์ยืนใช้สายตามองร่างกายบอบบางตรงหน้า ใบหน้าของพร้อมรักซีดเซียวเล็กน้อย เขารู้ว่าทั้งหมดเกิดจากการที่เขาทำรุนแรงกับพร้อมรักมากเกินไป เขารู้อยู่แล้วว่าร่างบายจะต้องป่วย เพราะคนที่สัมผัสร่างกายที่ร้อนผ่าวคนแรก คือเขาเอง ร่างสูงรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย

 

อคินทร์ไม่ได้ต้องการจะรบกวนคนป่วย ดังนั้นเขาจึงมานั่งรอที่มุมโซฟาข้างเตียงคนไข้ เผื่อว่าพร้อมรักจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง อคินทร์นั่งอยู่ที่โซฟานานถึงสามชั่วโมง แต่คนป่วยก็ไม่มีวี่แววว่าจะตื่น หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เผลอนั่งหลับ

 

"แค่กก แค่กก" เสียงไอของคนป่วยปลุกอคินทร์ให้ตื่น ร่างสูงรีบขยับตัวและเช็คความเรียบร้อยของตัวเอง ร่างบางที่เพิ่งตื่นจึงยังไม่ทันเห็นว่าเขาอยู่ที่นี่นานแล้ว

 

อคินทร์เดินไปใกล้เตียงที่มีคนป่วยนอนอยู่ เสียงไอของพร้อมรักยังไม่หายไป อคินทร์จึงเดินไปเทน้ำใส่แก้วแล้วยื่นให้เขา 

 

ร่างบางพอเห็นหน้าเขาก็ทำหน้าเหวอ ราวกับว่าแปลกใจที่เขามาอยู่ตรงนี้ แทนที่จะเป็นศิระ 

 

พร้อมรักยื่นมือมาข้างที่มีสายน้ำเกลือเพื่อที่จะรับแก้วน้ำมาดื่ม แต่พอยกแขนสูงไปทำให้เลือดไหลย้อนกลับไปทางสายน้ำเกลือทันที

 

"อ้ะ" ร่างบางร้องเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนที่จะยื่นมือข้างเดิมเพื่อรับแก้วน้ำจากร่างสูง

 

อคินทร์ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนที่จะจับมือของพร้อมรักวางลงให้ตำแหน่งอยู่ต่ำกว่าสายน้ำเกลือ

 

"อ่อนแอจริงๆเลย" อคินทร์บ่นไป แต่มือกลับหยิบแก้วน้ำและหลอดส่งให้ถึงริมฝีปากบาง

 

พร้อมรักดื่มน้ำจนพอใจจึงส่ายหัวเบาๆ เพื่อบอกว่าพอแล้ว ร่างสูงจึงเอาแก้วน้ำออกไปวางไว้ที่เดิม

 

 

 

"คุณมาได้ยังไงครับ" เมื่อได้ดื่มน้ำ เสียงที่แหบแห้งก็พูดออกมาได้บ้างนิดหน่อย 

 

"แทนที่จะกลับไปพัก มัวแต่ไปแวะหาแฟนอยู่ไงถึงไม่สบายหนัก" อคินทร์พูดพร้อมกับใช้มือที้งสองข้างเท้าเตียงไว้

 

 

 

"ถ้าใช่ แล้วจะทำไมครับ" พร้อมรักมองค้อนอย่างขุ่นเคือง 

 

"ยอมรับแล้วสิว่านายกับหมอนั่นเป็นแฟนกัน" 

 

"แล้วแต่คุณจะคิด" ร่างบางตอบกลับก่อนที่จะพลิกตัวหันหลังให้คนปากร้าย

 

"นี่ หันมาก่อนสิ จะหนีความจริงทำไม" อคินท์จะพลิกตัวให้ร่างบางหันกลับมา 

 

"โอ้ย" ด้วยความที่เขาให้แรงเยอะจนเกินไป บวกกับร่างบางตรงหน้านั้นอ่อนแออยู่ จึงทำให้เหมือนเขาไปกระชากพร้อมรักจนร่างบางเจ็บ เลือดสีสดไหลย้อนไปทางสายน้ำเกลืออีกครั้ง

 

 

 

พร้อมรักป่วยกาย และจิตใจของเขาก็อ่อนไหวไปด้วย เมื่อต้องมาฟังคำพูดที่ทำร้ายจิตใจ แล้วยังมาถูกทำให้ร่างกายเจ็บปวดอีก กระบอกตาที่ร้อนผ่าวเล่นงานร่างบาง มันแผ่ความร้อนแข่งกับอุณภูมิที่ร้อนจัดของร่างกาย จนในที่สุดน้ำตาสีใสก็ไหลออกมา

 

"ฮึก" เมื่อร่างสูงได้ยินเสียงสะอื้นก็ชะงักไปเล็กน้อย ความโมโหเบาบางลงหลังจากเห็นน้ำตาที่เริ่มเปียกชื้นข้างแก้มขาว 

 

 

 

อคินทร์ใช้แขนแกร่งช้อนตัวคนป่วยจนลอยหวืดขึ้น ร่างบางกลัวว่าจะตกจึงรีบให้มือกอดคอเอาไว้ทั้งที่ยังร้องไห้ไม่หยุด

 

ร่างสูงนั่งลงบนเตียงคนป่วยก่อนจะจัดท่าทางให้พร้อมรักนักค่อมตักแกร่งเอาไว้และหันหน้าเข้าหากัน

 

"ฮึก ฮึก" พร้อมรักไม่ยอมมองหน้าเขา และยังคงสะอื้นไม่หยุด อคินทร์จับใบหน้าเล็กให้หันมามองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะโน้มใบหน้าเข้าไปจุมพิตที่ปากเล็ก ค่อยๆละเลียดชอมริมฝีปากของคนตรงหน้าอย่างนุ่มนวล ปลายลิ้นค่อยๆไปเกี่ยวพันลิ้นเล็ก "อื้ออ" พร้อมรักส่งเสียงประท้วงหลังจากที่ร่างสูงจูบนานเกินไป

 

 

 

อคินทร์ผละใบหน้าออกมาเล็กน้อยเพื่อให้เขากับพร้อมรักสามารถมองตากันได้ 

 

"ร้องไห้ทำไม มันน่ารำคาญไม่รู้หรือไง" อคินทร์พูดเหมือนรำคาญทั้งที่น้ำเสียงของเขากลับอ่อนโยนจนคนฟังยังแปลกใจ แต่ถึงอย่างนั้นพร้อมรักก็รู้สึกไม่พอใจอยู่ดี ร่างบางทำท่าจะหันหน้าหนีอีกครั้ง แต่อคินทร์ก็ใช้มือหนาจับไว้เสียก่อน

 

"ส่งมาสิ ไข้หวัดของนาย" อคินทร์กระซิบแผ่วเบา ก่อนที่จะจุมพิตเบาๆที่ริมฝีปากนุ่ม "ชดใช้ที่ฉันทำนายป่วย แบ่งมันมาให้ฉัน"

 

พร้อมรักตาเบิกกว้างหลังจากที่ได้ยินร่างสูงพูด เขามองสบเข้าไปในดวงตาของอคินทร์เพื่อหาความหมายของคำพูดเหล่านั้น แต่ยังไม่ทันได้คำตอบ อคินทร์ก็โน้มเข้ามาจูบเขาอีกครั้ง ครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นจูบที่อ่อนโยนกว่าเดิม ยาวนานกว่าเดิม สัมผัสที่เหมือนเป็นการปลอบประโลมนี้ทำให้เสียงสะอื้นจากการร้องไห้ กลายเป็นเสียงจูบที่กึกก้องไปทั้งห้องพักผู้ป่วย

 

********************************

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว