email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 เล่นสนุก

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 เล่นสนุก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ค. 2564 11:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 เล่นสนุก
แบบอักษร

ตอนที่ 7 

โดย แยมขนมปัง 

 

 

 

 

#THALAY 

ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้กลางห้องตัวเดิมกับที่ผมนั่งในตอนแรก สูบบุหรี่เข้าปอดก่อนพ่นกลุ่มควันสีเทาออกมาจากปากลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง สายตายังคงจับจ้องไปยังร่างเล็กที่เปลือยเปล่าไม่ได้สติอยู่บนเตียงด้วยสายตาเรียบนิ่ง ผมไม่ค่อยแน่ใจนักว่าฝันดีมันสลบไปตั้งแต่รอบไหน ผมรู้เพียงแค่ว่าเซ็กส์ในครั้งนี้มันทำผมเต็มอิ่มมากอย่างบอกไม่ถูก  

ความจริงผมแทบไม่มีความคิดที่จะเอาผู้ชายด้วยกันแวบเข้ามาในหัวเลยสักครั้ง ไม่ประหลาดไปหน่อยเหรอกับการที่เอาเพศเดียวกันที่มีไอ้ที่ห้อยอยู่หว่างขาเหมือนกันแถมหน้าอกก็ไร้ซึ่งความนุ่มนิ่มต่างจากผู้หญิง แม้สรีระของไอ้ตัวเล็กมันจะคล้ายกับผู้หญิงมากแค่ไหน แต่ถึงยังไงสุดท้ายมันก็คือผู้ชายไม่ต่างจากผมอยู่ดี  

แต่ว่า...  

ในยามที่ผมเห็นผิวเนื้อท่อนบนที่แลดูขาวเนียนสะดุดตาของมัน กับเรือนร่างเล็กบิดเร้าไปมาอย่างต่อต้านพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลนองใบหน้าหวาน จู่ ๆ ผมก็เกิดอารมณ์ขึ้นมาทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมพึ่งจะปลดปล่อยกับผู้หญิงไป ยิ่งน้ำเสียงสั่นเครือพูดวิงวอนขอร้องให้ผมช่วยพร้อมกับสายตาที่สั่นระริกราวกับลูกนก มันก็ทำให้ผมเกิดอยากจะลองสัมผัสมันดู นี่เป็นครั้งแรกที่ผมอยากจะสัมผัสผู้ชาย และพอได้ลองมันก็ทำให้ผมรู้ว่า 

มันรู้สึกดีมากแค่ไหนกับการได้เล่นสนุกกับเรือนร่างนี้...  

ความคับแน่นของช่องทางที่บีบรัดแกนกายของผมจนผมแทบเสร็จเพียงแค่ได้สอดใส่ ผิวเนื้อเนียนลื่นมือชวนให้บีบลูบไล้ขยี้ กับกลิ่นกายหอมหวานเฉพาะตัวจนผมอยากลิ้มลองกัดเลียไปทั้วทั้งตัวของมัน ร่างกายที่สั่นเทาจนอยากจะขย้ำให้แหลกคามือ แม้แต่ส่วนเร้นลับที่ผู้ชายทุกคนมีอยู่ตรงหว่างขา ที่ผมเคยคิดว่าคงไม่มีผู้ชายที่ไหนอยากจะเห็นของผู้ชายด้วยกันหรอก ทว่าในตอนที่ผมขยับเข้าออกในตัวของมัน สายตาผมกลับจับจ้องไปที่ส่วนแกนกายเล็กอย่างไม่นึกรังเกียจ เพราะมันทั้งขาวเนียนกระทัดรัดเกลี้ยงเกลาจนไม่น่าจะเป็นแกนกายของผู้ชายได้  

ถ้ารู้ว่าได้ลองแล้วมันจะดีแบบนี้ ผมคงลองไปนานแล้ว  

ถึงแม้ผมกะจะให้พวกเพื่อนในกลุ่มมาเอามันต่อ แต่ก็นึกเสียดายหากจะต้องเสียของอร่อยไปให้คนอื่นกิน แล้วอยู่ ๆ ก็มีความคิดหนึ่งไหลเข้ามาในหัวของผมเมื่อเห็นสายตาเว้าวอนของไอ้ฝันดีที่ร้องขอไม่ให้ผมเปิดประตูให้เพื่อนของผมเข้ามาเอามัน เพราะผมรู้ว่าในสถานการณ์แบบนั้นไม่ว่าผมจะพูดอะไรมันก็คงจะยอมผมอยู่แล้ว คิดดูสิ การที่มันต้องทำตามคำสั่งผมทุกอย่างโดยที่ไม่ขัดขืน มันทำให้ผมได้ทั้งสนุกกับร่างกายของมันและได้เอาคืนไอ้ท้องฟ้าด้วย เพราะผมเชื่อว่าผมจะสามารถใช้ประโยชน์จากคนอ่อนแออย่างไอ้ฝันดีได้แน่นอน เป็นไงยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยล่ะ  

หวงมันมากดีนัก ผมล่ะอยากจะรู้จริง ๆ ว่าถ้าไอ้ท้องฟ้ารู้ว่าผมได้ทำลายสิ่งที่มันหวง พรากสิ่งที่สำคัญสำหรับมันไปจากมันแล้ว มันจะรู้สึกยังไง มันจะรู้สึกเหมือนกับผมในตอนนั้นหรือเปล่า...  

แต่แค่นี้มันยังน้อยไป ผมน่ะ ไม่ยอมเป็นฝ่ายสูญเสียอยู่ฝ่ายเดียวหรอก ผมจะทำให้ไอ้ท้องฟ้ามันได้ลิ้มรสชาติของการไม่เหลือใครดูบ้าง และผมก็จะใช้ประโยชน์จากไอ้คนอ่อนแออย่างไอ้ฝันดีนี่แหละ  

มึงโทษกูไม่ได้นะ ถ้ามึงจะโทษมึงก็ต้องโทษไอ้ท้องฟ้าที่ดันมาให้ความสำคัญกับมึงเอง...ไอ้ฝันดี  

ผมสูบบุหรี่จนหมดม้วนจึงลุกจากเก้าอี้เดินมาหยุดข้างเตียงนอน มองสำรวจดวงหน้าหวานที่ตอนนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด ตามเนื้อตัวมีแต่ร่องรอยที่ผมสร้างไว้ ผมยกยิ้มมุมอย่างชอบใจ ผมว่ารอยพวกนี้มันก็เหมาะที่จะอยู่บนร่างกายบอบบางของมันเหมือนกันนะ  

“ไอ้ฝันดี...ตื่น” ผมเอ่ยเรียกคนที่ยังคงนอนหลับตาพริ้มคิ้วขยุกชนกัน แต่เจ้าของชื่อก็ไม่มีวี่แววที่จะรู้สึกตัว  

แปะ แปะ 

“มึงจะนอนขี้เซาไปไหนวะ ตื่น!” ผมใช้มือตีแก้มของมันเบา ๆ หวังเรียกคืนสติพร้อมทั้งใช้น้ำเสียงที่ดังขึ้นและเหมือนครั้งนี้จะได้ผล  

“อื้อ...” เสียงครางดังฮึมฮัมในลำคอก่อนที่ดวงตาคู่เรียวจะปรือเปิดขึ้น มันกระพริบตาช้า ๆ เหมือนจะยังมึนงง ก่อนที่สายตาของมันจะหันมาสบตากับผมที่ตอนนี้ทรุดตัวลงนั่งอยู่ข้าง ๆ มัน  

“กว่าจะตื่น กูนึกว่าตายไปซะแล้ว”  

พรืดดด 

“อ่ะ...โอ๊ย!” ร่างบางเบิกตากว้างขยับตัวหนีผมทันทีที่มันเห็นหน้าผม แต่เหมือนมันจะลืมไปว่าตอนนี้สภาพร่างกายของมันไม่ได้อำนวยที่จะขยับเคลื่อนตัว สุดท้ายมันก็ต้องนอนนิ้วหน้ากัดปากด้วยความเจ็บที่คงจะวิ่งแล่นไปทั่วร่างกายของมันแล้ว  

“เจ็บเหรอ” ผมขยับเข้าไปหามันพร้อมทั้งใช้มือลูบแก้มใสเบา ๆ ร่างเล็กสะดุ้งโหยงจนผมรับรู้ได้ร่างกายพลันสั่นระริกแม้แต่ริมฝีปากบางก็ยังสั่นไหว แววตาแสดงความตื่นกลัวในตัวผมอย่างเห็นได้ชัด “คงเจ็บมากเลยสินะ แต่ช่วยไม่ได้ มึงรนหาที่เอง หึหึ”  

ผมลูบแก้มมันสองสามครั้งก่อนจะสะบัดหน้าของมันออกจากมือของผม ซึ่งนั่นก็ทำให้ดวงตาที่บวมเป่งจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วงตั้งแต่เมื่อเช้ามีน้ำใส ๆ ระรื่นขึ้นมาคลอหน่วยอีกครั้ง คนอะไรจะอ่อนแอเจ้าน้ำตาได้ขนาดนี้นะ  

“ฮึ่ก...ระ...เราอยาก...ฮึ่ก...กลับบ้าน” มันพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งพร้อมเสียงสะอื้นโดยที่ไม่แม้แต่จะหันมาสบตาผม  

“อยากกลับก็ลุกมาใส่เสื้อผ้า นอนบ้านอนบออะไรตั้งสองสามชั่วโมง” ผมพูดบ่นมันก่อนจะหยิบเสื้อยืดของผมมาใส่ เพราะตอนนี้ผมเองก็สวมใส่เพียงบ๊อกเซอร์เท่านั้น เมื่อผมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยจึงหันกลับไปหาคนบนเตียงก็ทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว “ทำไมยังไม่ใส่เสื้อผ้าอีก” ผมพูดพลางเดินกลับไปหามันที่เตียง 

“เอ่อ...คือ...”  

“ทำไม หรือมึงอ่อยให้กูเอามึงอีกรอบ ได้นะ กูยังมีแรงเหลือเฟือ”  

มันส่ายหน้าพรืด  

“งั้นก็รีบแต่งตัว เอาไปเสื้อผ้าของมึง” 

พรึ่บ 

ผมโยนชุดนักเรียนของมันที่กองอยู่บนพื้นข้างเตียงใส่หน้าของมัน  

“ใส่สิ”  

ผมเดินมานั่งลงบนเก้าอี้กลางห้องกอดอกมองคนบนเตียงอีกครั้ง มันเม้มริมฝีปากชำเลืองมองผม ก่อนจะหยิบกางเกงชั้นในมาสวมใส่ด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ  

“ฮึ่ก...อื้อ...อ้ะ...ฮึ่ก” มันขยับกายใส่กางเกงด้วยร่างกายที่สั่นไปทั้งตัว น้ำตาไหลพรากลงมาอาบแก้มด้วยสีหน้าแสดงความเจ็บปวด ในทุกการเคลื่อนไหวมันก็จะส่งเสียงร้องครวญออกมาจากในลำคอจนนี่ผ่านไปสิบนาทีเห็นจะได้แต่มันก็ยังใส่กางเกงไม่เสร็จจนผมนึกหงุดหงิด  

หมับ!  

“ทำอะไรชักช้ายืดยาด!” ผมเดินเข้าไปหามันแล้วจัดการดึงกางเกงของมันขึ้นไปให้มันสวมใส่เพราะรู้สึกขัดใจในความเชื่องช้าของมัน  

“โอ๊ย!...ฮึ่ก...ทะเล...ฮึ่ก...เราเจ็บ ฮื้ออ” ผมไม่สนใจเสียงร้องของมันแล้วหยิบเสื้อนักเรียนมาใส่ให้มันหลังจากที่ใส่กางเกงให้มันเสร็จ ผมไม่คิดจะถนอมร่างกายของมันแม้แต่น้อย จัดการดึงแขนดึงขายัดเสื้อผ้าใส่ให้มันด้วยแรงที่ผมมีจนสามารถแต่งตัวให้มันเสร็จ “ฮึ่ก...ฮื้ออออ เจ็บ...ฮื้อออ”  

“เจ็บแค่นี้ไม่ถึงตายหรอก จะร้องทำห่าอะไรนักหนา” ผมด่ามันอย่างนึกรำคาญ แล้วมองเสื้อของมันที่ตอนนี้เหลือเพียงกระดุมเม็ดเดียวที่สามารถติดได้ เพราะที่เหลือหลุดกระจายไปตามพื้นห้องเสียแล้ว คงจะเป็นตอนที่ผมกระชากดึงเสื้อของมัน  

พรึ่บ 

“ใส่ซะ” ผมปาเสื้อแจ็คเก็ตของผมใส่มัน มันมองเสื้อแล้วหันมองหน้าผม แต่พอผมทำตาดุใส่มันก็รีบหยิบเสื้อของผมสวมใส่ทับชุดนักเรียนแล้วรูดซิปเสื้อขึ้นไปถึงคอ นี่เสื้อตัวเก่าของผมที่ผมให้มันไปซักคราวก่อนมันก็ยังไม่คืนผมเลยนะ นี่ผมต้องให้เสื้อมันไปอีกแล้วเหรอเนี่ย 

"ตะ...ตอนนี้กี่โมงแล้วเหรอ" มันยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วชำเลืองมองเอ่ยถามผม 

"บ่ายสาม" มันตาเบิกกว้างทันที 

"ระ...เรา ยะ...อยากกลับบ้าน"  

"มึงอยากกลับมึงก็กลับไปสิ ก็ไม่ได้ล่ามขามึงไว้ซะหน่อย" ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากัน สีหน้ามันดูหม่นลงยิ่งกว่าเก่า ผมยกยิ้มมุมปากที่ได้เห็นท่าทางแบบนี้ของมัน ท่าทางเหมือนคนหมดทางสู้ 

ผมไม่คิดจะสนใจมันแล้วเดินออกจากห้องก็เจอกับไอ้เพื่อนทั้งสามคนที่สามัคคีกันหันมามองหน้าผมในทันทีที่ผมเดินออกมาด้วยสายตาที่ไม่ค่อยจะเป็นมิตรเท่าไหร่นัก พวกมันคงยังเคือง ๆ ที่ผมไปขัดอารมณ์ของพวกมัน โดยเฉพาะไอ้มอสที่มองผมตาข้นเชียว 

"สบายตัวเลยสิไอ้คนผิดคำพูด" นั่นไง ไอ้มอสมันเริ่มกัดผมแล้ว  

"เจ้าคิดเจ้าแค้นไปได้นะมึง กูบอกแล้วไงเดี๋ยวคืนนี้กูเลี้ยงเหล้า แถมสาวด้วย" ผมนั่งลงข้างไอ้มอส 

"มึงแม่ง กูพึ่งได้แค่เล็ม ๆ ก็มาแย่งกูเฉยเลย" 

"ไหนตอนแรกมึงบอกจะให้พวกกูเอา แล้วไงเปลี่ยนใจวะ" ไอ้บีกันถาม ซึ่งผมก็ไม่ได้ตอบอะไรมันกลับไปในทันที 

"เหอะ คงเพราะเห็นผิวขาว ๆ เนียน ๆ ของไอ้เด็กใหม่แล้วของขึ้นใช่ไหมล่ะมึง กูรู้สันดานมึงดี เห็นขาว ๆ ตัวบาง ๆ เป็นไม่ได้ แล้วทำมาบอกกูว่าไม่สนใจผู้ชาย" ไอ้มอสกัดผมดอกที่สอง 

"มันขาวมันเนียนขนาดนั้นเลยเหรอวะ" ไอ้คูปองถามด้วยสีหน้าอยากรู้อีกคน 

"ก็เออดิ ผิวนี่ลื่นมือกูฉิบหาย แถมตัวก็หอม" ไอ้มอสเป็นคนให้คำตอบ "เสียดายที่ไม่ทันได้กิน หมาก็แย่งไปซะก่อน" มันเหวี่ยงสายตามองผมก่อนสะบัดหน้าไปทางอื่นจนผมส่ายหน้าขำ ๆ กับท่าทางของไอ้มอสมัน 

"แต่คงเด็ดหน้าดูเลยนะ กูไม่เคยเห็นมึงเอาใครนานขนาดนี้" ไอ้บีกันพูด ซึ่งก็จริงอย่างที่มันว่า ผมไม่เคยใช้เวลากับใครนานขนาดนี้มาก่อน สูงสุดก็แค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น แต่กับไอ้ฝันเปียก ผมเอามันตั้งแต่เช้าจนเกือบบ่าย นี่ถ้ามันไม่สลบไปเสียก่อน ตอนนี้ผมอาจจะยังเอามันไม่เสร็จก็ได้ 

"นั่นดิ แล้วเสียงครางก็ดีฉิบหาย นี่พวกกูต้องพากันหนีไปบ้านใหญ่ของไอ้บีกันเลยนะ เพราะแค่ได้ยินเสียงครางของมันพวกกูก็แทบเสร็จแล้ว มึงนี่พาพวกกูมาทรมานแท้ ๆ" ไอ้มอสบ่นอุบอิบ 

"เออน่า ไว้กูเบื่อมันเมื่อไหร่ พวกมึงได้กินมันแน่นอน" 

"รีบเบื่อแล้วกัน กูอยากลองกินมันจะแย่อยู่แล้ว" 

"เออ ๆ" ผมตอบรับไอ้มอส "นี่ กูมีอะไรให้พวกมึงดู" ผมหยิบโทรศัพท์ ก่อนจะส่งให้พวกมันดู ซึ่งก็เป็นอย่างที่ผมคิด ทั้งสามคนตาโตมองหน้าจอโทรศัพท์ของผมไม่วางตา 

"เชี้ย ข้างนอกก็ว่าขาวแล้วนะ ข้างในแม่งขาวกว่าสัด ๆ" ไอ้บีกันพูด 

"เห็นไหมกูบอกแล้ว แต่มึงนี่ก็ซาดิสเหมือนกันนะไอ้ทะเล บนตัวมันถึงได้มีแต่รอยกัดรอยช้ำเลือดไปทั้งตัวแบบนี้ ทำเอากูจำผิวเนียน ๆ ของมันไม่ได้เลย" ไอ้มอสว่าตามที่เห็นในโทรศัพท์ 

"แล้วมึงถ่ายรูปมันไว้ทำไมวะ" ไอ้คูปองหันมาถามผม  

ใช่แล้วครับ นอกจากผมจะเอามันแล้ว ผมยังถ่ายรูปมันหลังจากที่ผมเอามันเสร็จไว้ด้วย ภายในรูปที่ปรากฏเรือนร่างบอบบางที่เนื้อตัวมีแต่ร่องรอยที่ผมสร้างไว้ มันช่างเป็นภาพถ่ายที่ดูดีอะไรขนาดนี้นะ แต่อย่าว่าผมใจร้ายเลย เพราะการที่ผมถ่ายแค่ท่อนบนไม่ให้เห็นส่วนลับของมันก็ถือว่าผมใจดีมากแล้ว 

"กูถ่ายไว้เผื่อได้เอาไว้ใช้ประโยชน์น่ะ" 

"กูล่ะอยากเห็นสีหน้าของไอ้ท้องฟ้าจริง ๆ ว่าถ้ามันได้เห็นรูปนี้ มันจะทำหน้ายังไง หึหึ" ไอ้บีกันว่า 

"มันได้เห็นแน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ กูขอเล่นเกมส์กับมันสักหน่อย กูจะเก็บรูปนี้ไว้เป็นไผ่ตาย" 

"แล้วทำไมมึงไม่ถ่ายมาเป็นคลิปเลยวะ กูอยากดู~" ไอ้มอสพูดคร่ำครวญ 

"กูจะเอาเวลาไหนไปถ่าย แค่กูขย้ำร่างกายของมันกูก็ไม่มีเวลาหยิบจับอะไรแล้ว"  

"ไอ้ขี้อวด" ไอ้มอสบึ้งหน้าใส่ผม "อย่าให้ถึงคิวกูเอามันบ้างละกัน กูนี่จะถ่ายเก็บไว้ทุกซอกทุกมุมของมันเลย" ทุกคนพากันส่ายหัวอย่างเอือมระอากับความคิดของไอ้มอส 

"แล้วนี่ทำไมมันยังไม่ออกมาจากห้องวะ หรือยังไม่ตื่น" ไอ้คูปองทักขึ้น 

"คงหมดแรงเลยสิท่า เจอไอ้ทะเลจัดคอมโบ้เซ็ตให้ขนาดนั้น ฮ่า ๆ" ไอ้บีกันพูดขำ ๆ  

"มันตื่นแล้วนะ แต่ทำไมยังไม่ออกมาวะ" ผมพูดพลางหันไปมองทางประตูห้องนอน ก็ไม่เห็นวี่แววที่ประตูจะเปิดออก มันทำอะไรของมันอยู่นะ ด้วยความสงสัย ผมจึงลุกจากโซฟาแล้วเดินเข้าไปที่ห้องเดิมที่ผมพึ่งจะออกมา 

แอด 

ผมเปิดประตูเข้าไปก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อตอนนี้บนเตียงเหลือเพียงผ้าปูที่นอนที่หลุดลุ่ยไร้ร่างบอบบางที่นอนอยู่ก่อนหน้านี้  

"เชี้ย เตียงกู" ไอ้บีกันที่ตามผมเข้ามาด้วย มองสภาพห้องด้วยสีหน้าอึ้ง ๆ ไม่ต่างจากไอ้มอสกับไอ้คูปอง 

"มีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นในห้องเหรอวะ" ไอ้มอสพูดแล้วมองเตียงนอนที่ตอนนี้มีแต่คราบเลือดของไอ้ตัวเล็กและคราบน้ำรักชองผมติดเต็มผ้าปูที่นอนไปหมด 

"มันหายไปไหนของมันวะ" ผมพูดเสียงขุ่นไม่ได้สนใจในสิ่งที่พวกไอ้บีกันพูด หันมองสำรวจทั่วห้องก็ยังไม่เจอร่างของไอ้ฝันดี หรือมันจะหนีไปแล้ว แต่มันจะหนีไปทางไหนได้ล่ะ สภาพแบบนั้นคงปีนหน้าต่างหนีไม่ไหวแน่ 

"เฮ้ย!" ไอ้คูปองร้องตกใจขึ้นพลางก้มหน้ามองบางอย่างข้างเตียงนอนอีกฝั่ง ผมจึงเดินเข้าไปดูก็เจอกับร่างของคนที่ผมกำลังหาอยู่ตอนนี้มันกลับนอนสลบอยู่บนพื้นข้างเตียง  

"เชี้ย กูว่าในรูปหนักแล้วนะ สภาพจริงแม่งหนักกว่าในรูปอีก" ไอ้บีกันว่า 

"ไอ้ทะเล นี่มึงเอามันหรือซ้อมมันกันแน่วะ" ไอ้มอสพูดขึ้นอีกคน 

"นั่นดิ กูว่ามึงทำเกินไปเปล่า" ไอ้คูปองพูด ทั้งสามคนพากันหันมามองผม ส่วนผมก็ยังจ้องมองร่างที่นอนอยู่บนพื้น 

หมับ 

ผมไม่ได้พูดตอบอะไรพวกมัน แล้วเข้าไปช้อนตัวอุ้มร่างบอบบางขึ้นมา ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมต้องชะงักกับอุณหภูมิร่างกายของมันที่แผ่ความร้อนออกมาสัมผัสโดนร่างกายของผมจนผมรับรู้ได้ ทำไมก่อนหน้านี้ผมถึงไม่สังเกตเลยนะ 

"ไอ้บีกัน กูยืมรถยนต์มึงหน่อย" 

"มึงจะพามันไปหาหมอเหรอ" ไอ้คูปองถาม 

"พาไปหาหมอก็เหี้ยละ สภาพแบบนี้เขาก็รู้กันพอดีว่ามันไปโดนอะไรมา เดี๋ยวไอ้ทะเลมันจะมีปัญหาเปล่า ๆ" ไอ้บีกันพูดขึ้น 

"แต่มันจะตายเอานะเว้ย!" ไอ้คูปองพูดเสียงดังขึ้น 

"แค่นี้มันไม่ถึงตายหรอก ไอ้บีกันไปเอารถมา" ผมพูดแล้วอุ้มมันออกมาจากในห้อง 

"แล้วนั่นมึงจะพามันไปไหน" ไอ้คูปองถาม 

"กลับบ้าน" 

ผมตอบแค่นั้นแล้วอุ้มพามันมายังรถของไอ้บีกันที่จอดอยู่ที่บ้านใหญ่ ไอ้บีกันส่งกุญแจรถให้ผม ผมก็จัดการพาร่างบางมาวางไว้บนเบาะที่นั่งข้างคนขับ ก่อนที่ผมจะเดินอ้อมมาขึ้นฝั่งคนขับ แล้วขับรถออกมาจากบ้านของไอ้บีกัน ตลอดทางผมหันชำเลืองมองมันบ้าง ซึ่งมันก็ไม่มีวี่แววที่จะรู้สึกตัวเลย  

"คนอะไรอ่อนแอจังวะ กะอีกแค่โดนเอาถึงกับจับไข้เลยหรือไง ทำเป็นไม่เคยไปได้" ผมบ่นพึมพำกับตัวเองจนขับรถมาจนถึงหน้าบ้านของมัน ซึ่งในตอนแรกผมคิดว่าแม่ของมันน่าจะยังไม่กลับมา เพราะโดยปกติบริษัทของแม่เลิกเกือบห้าโมงเย็น ซึ่งแม่ของมันทำงานอยู่บริษัทเดียวกับแม่ของผมและตอนนี้ก็พึ่งจะบ่ายสามครึ่ง แต่แล้วผมก็คิดผิด เมื่อพอมาถึงบ้านของมันก็พบกับแม่ของมันที่พึ่งมาถึงพอดี เอาไงดีวะ แม่ของไอ้ฝันดีลงจากรถ แล้วหันมามองทางผมที่ยังคงอยู่ในรถ ผมจึงตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถ เมื่อท่านเห็นว่าเป็นผม ท่านจึงเปิดประตูรั้ว 

"เอ้าทะเล น้าก็นึกว่าใคร มาบ้านน้ามีธุระอะไรหรือเปล่าจ้ะ แล้วนี่ทะเลไม่ไปโรงเรียนเหรอ โรงเรียนยังไม่เลิกนี่" 

"เอ่อคือ..." ผมไม่รู้จะตอบยังไง เลยเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งที่นั่งคนขับ แล้วอุ้มร่างบางออกมา น้าจิตราตาเบิกกว้างสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นฝันดี ท่านรีบเดินเข้ามาหาผมอย่างไว 

"นี่มันเกิดอะไรขึ้น ฝันดีเป็นอะไร" ท่านถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจ 

"เอ่อ พอดีผมบังเอิญเจอมันเป็นลมอยู่หน้าโรงเรียน เลยพามันกลับมาส่ง ฝันดีมันน่าจะป่วยน่ะครับ ตัวมันร้อนมากเลย" มือของหญิงวัยกลางคนเอื้อมมาแตะหน้าผากของลูกชาย 

"จริงด้วย ทำไมตัวร้อนแบบนี้เนี่ย" ท่านพูดด้วยสีหน้าเครียด ๆ  

"เดี๋ยวผมขออุ้มมันขึ้นไปบ่นห้องนะครับ"  

"เชิญเลย ๆ เดี๋ยวน้าเปิดประตูก่อน" ท่านรีบวิ่งไปเปิดประตูบ้านให้ ผมพ่นลมหายใจทันทีที่ท่านเชื่อในสิ่งที่ผมพูด  

ผมจัดการอุ้มไอ้ฝันดีเข้ามาในบ้าน โดยมีแม่ของฝันดีเดินนำขึ้นมาบนชั้นสองของบ้าน จนมาถึงหน้าห้องที่น่าจะเป็นห้องนอนของฝันดี น้าจิตราเปิดประตูห้องนอนให้ ผมจึงอุ้มฝันดีเข้ามาด้านในแล้ววางร่างบางลงบนเตียง  

"ตายแล้ว น้าไม่รู้เลยว่าฝันดีไม่สบาย ถ้ารู้คงไม่ให้ไปโรงเรียน" น้าจิตรานั่งลงข้าง ๆ ฝันดี ก่อนจะลูบหน้าลูกชายของท่านด้วยสีหน้าเป็นห่วง "เดี๋ยวหน้าไปเอาผ้าเช็ดตัวกับยาขึ้นมา ยังไงน้าฝากทะเลอยู่กับฝันดีซักแป็บได้ไหม เดี๋ยวน้าขึ้นมา" 

"ได้สิครับ" 

"ขอบใจมากนะ ถ้าฝันดีไม่ได้ทะเลช่วยไว้คงแย่แน่ ๆ" 

ผมเพียงยิ้มรับไม่ได้ตอบอะไร ท่านก็เดินออกไป ประตูห้องถูกปิดลง ผมถอนหายใจทันที ก่อนจะหันมองคนที่ยังไม่ได้สติ ภาระผมแท้ ๆ ลำบากต้องมานั่งเฝ้ามันอีก ผมหันมองไปรอบ ๆ ห้องนอนของมัน ทุกอย่างดูเป็นระบบระเบียบไปหมด แถมยังมีแต่ของตกแต่งที่เป็นโทนสีชมพูทั้งนั้น บนที่นอนก็มีแต่ตุ๊กตา ดูยังไงก็ไม่ใช่ห้องนอนของเด็กผู้ชาย 

"เหอะ ไอ้ตุ๊ดเอ๊ย" ผมพูดด่ามันพึมพำ ก่อนสายตาจะหันไปสะดุดกับเสื้อสีเทาที่แขวนอยู่ตรงระเบียงห้องนอน ซึ่งก็คือเสื้อของผม นี่มันกะจะตากให้เสื้อผมซีดเลยหรือไงบ้าจริง  

ผมเดินออกมายังระเบียงห้องนอนของมันเพื่อจะเอาเสื้อของผมคืน แต่แล้วสายตาของผมก็หันไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งขับรถมาจอดที่หน้าบ้านของไอ้ฝันดี เพราะระเบียงห้องนอนของมันตรงกับหน้าบ้านพอดี เธอลงจากรถ ชะเง้อคอมองเข้ามาในบ้าน ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมพอดี เธอดูชะงักอึ้งไปนิด จะว่าไปหน้าคุ้น ๆ เหมือนกันแฮะ หรือจะเป็นคนที่เรียนอยู่ห้องเดียวกันนะ คือผมไม่ค่อยจะสนใจใครในห้องน่ะ เลยจำหน้าใครไม่ค่อยได้นอกจากเพื่อนกลุ่มเดียวกัน 

"มาหาใครจ้ะหนู" น้าจิตราเดินออกไปเอ่ยถาม 

"เอ่อ หนูชื่อจินค่ะ เป็นเพื่อนของฝันดี พอดีฝันดีลืมกระเป๋าไว้ที่โรงเรียน"  

อ๋อ เด็กในห้องจริง ๆ ด้วย ถึงว่าหน้าคุ้น ๆ 

"ขอบใจมากนะ เข้ามาในบ้านก่อนสิ พอดีฝันดีไม่สบายน่ะ โชคดีที่ทะเลพามาส่ง" 

"อะ...อ๋อค่ะ งั้นหนูขอเข้าไปดูฝันดีหน่อยนะคะ" 

"ได้สิจ้ะ" 

ผมไม่คิดจะสนใจ หยิบเสื้อของตัวเองพาดบ่าแล้วกลับเข้ามาในห้อง 

ตืด ตืด 

เสียงแจ้งเตือนข้อความที่ไม่ได้มาจากโทรศัพท์ของผม แต่มาจากอีกฝ่ายที่ยังนอนสลบไสลอยู่บนเตียง ผมจึงถือวิสาสะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของมันก็เจอกับโทรศัพท์ของมันซึ่งไม่ต้องให้ทายผมก็พอคาดเดาได้ว่าใครส่งข้อความมา ผมจับนิ้วเรียวของฝันดีแตะปลดล็อกโทรศัพท์ ผมยกยิ้มทันทีที่สามารถเปิดอ่านข้อความได้และมันก็เป็นข้อความของไอ้ท้องฟ้าจริง ๆ  

ThongfaSKY: พอดีพี่ติดประชุมสภานักเรียน ฝันดีนั่งรอพี่ที่ศาลาร่มไม้ก่อนนะ  

หึ ถึงว่าไอ้ฝันดีหายมาขนาดนี้มันถึงยังไม่มาตามหา ที่แท้ก็ไปทำตัวเป็นคนดีศรีโรงเรียนอยู่นี่เอง แต่เดี๋ยวมันจะเป็นห่วง พิมพ์ตอบมันไปหน่อยแล้วกัน 

Good_Dream: ผมกลับถึงบ้านแล้วครับ 

ThongfaSKY: กลับยังไง 

Good_Dream: เพื่อน 

ThongfaSKY: โอเค ๆ ขอโทษด้วยนะที่วันนี้ไม่ได้ไปส่ง 

คงเสียดายมากเลยสินะที่ไม่ได้มาส่งมัน ไม่ต้องห่วงไปหรอกไอ้ท้องฟ้า เดี๋ยวหน้าที่นี้กูรับช่วงต่อเอง หึหึ 

แอด 

ประตูห้องเปิดออก ก่อนจะตามมาด้วยหญิงสาวที่มายืนอยู่หน้าบ้านเมื่อครู่พร้อมกับแม่ของฝันดีที่ถือกาละมังใบเล็กเข้ามาพร้อมกับผ้าผืนเล็ก 

"เอ้าทะเล ทำไมถึงมาอยู่กับฝันดีได้ล่ะ" เธอเอ่ยถามผม 

"บังเอิญเจอน่ะ" ผมตอบปัด ๆ ไม่ได้คิดจะสนใจอะไรเธอ 

"เอ่อ แล้วนี่ฝันดีเป็นไงบ้าง" 

"ก็อย่างที่เห็น" 

ถามมากจังวะ น่ารำคาญ... 

"ขอบใจมากนะทะเล ที่พาฝันดีกลับบ้านแล้วยังช่วยอยู่เป็นเพื่อนอีก ยังไงเย็นนี้อยู่ทานข้าวด้วยกันนะ" แม่ของฝันดีพูดขึ้น 

"ไม่เป็นไรครับ พอดีเย็นนี้ผมต้องออกไปหาเพื่อน" 

"อ๋อ งั้นไว้วันหลังก็มาทานข้าวบ้านน้านะ น้าอยากตอบแทนที่ทะเลช่วยลูกชายน้าไว้" 

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ยังไงก็เพื่อนบ้านกัน" ผมตอบด้วยรอยยิ้ม 

"จ้ะ งั้นเดี๋ยวน้าขอเช็ดตัวให้ฝันดีก่อนนะ" แม่ของฝันดีพูดขึ้น 

ตี ดี้ ดี ดี้~ 

เสียงโทรศัพท์ของท่านดังขึ้น ท่านจึงวางกาละมังใบเล็กลงบนโต๊ะ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงของท่าน ก่อนที่ท่านจะกดรับ 

"จ้ะ...หืมพี่ยังไม่ได้ส่งให้เหรอ...ตายจริงขอโทษด้วยนะ เดี๋ยวพี่รีบส่งให้...จ้ะ ๆ" 

เธอกดวางสาย 

"วันนี้น้าวุ่นทั้งวันเลยจนลืมส่งงานให้น้องที่ทำงานน่ะ" 

"คุณน้าคะ เดี๋ยวจินเช็ดตัวให้ฝันดีเองค่ะ คุณน้าไปทำงานก่อนเถอะค่ะ" หญิงสาวพูดบอกแม่ของฝันดี 

"จะดีเหรอจ้ะ น้าเกรงใจ" 

"ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ ยังไงฝันดีก็เพื่อนหนู" 

"ขอบใจมากจ้ะ งั้นน้าฝากด้วยนะ เดี๋ยวน้ามา" 

หญิงสาวพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม แม่ของฝันดีก็เดินออกไปจากห้อง เหลือไว้เพียงผมกับหญิงสาวเพื่อนของไอ้ฝันดี กับร่างบอบบางของมันที่นอนไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียง 

เธอไม่ได้พูดอะไรกับผมแล้วหยิบกาละมังใบเล็กมานั่งลงข้างเตียง แต่เหมือนเธอจะนิ่งไปนิด สายตาจ้องมองเสื้อที่ไอ้ฝันดีสวมใส่ ก่อนที่เธอจะยื่นมือไปเพื่อจะเลื่อนซิปเสื้อแจ็คเก็ตที่ไอ้ฝันดีใส่อยู่ ผมเห็นว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่ผมต้องอยู่ต่อ เลยตั้งท่าจะเดินออกจากห้อง 

กึก 

แต่เดี๋ยวนะ... 

เช็ดตัวให้ไอ้ฝันดีงั้นเหรอ ถ้างั้นก็ต้องถอดเสื้อน่ะสิ แล้วรอยพวกนั้น... 

พรึ่บ 

ผมหันไปหาเธอแล้วแย่งผ้าชุบน้ำมาจากมือของเธอทันที เธอหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้างุนงง 

"เป็นผู้หญิงจะมาเช็ดตัวให้ผู้ชายได้ไง ออกไปไป เดี๋ยวกูเช็ดให้มันเอง" 

"แต่ว่า..." 

"กูบอกว่าเดี๋ยวกูเช็ดเอง" ผมพูดเสียงเข้มขึ้นแล้วมองดุมัน หญิงสาวหันหลบสายตาของผมทันที ก่อนที่เธอจะลุกแล้วเดินออกไป แปลกคน ต้องให้ทำหน้าโหดก่อนถึงจะพูดรู้เรื่อง 

แกร๊ก 

ผมจัดการล็อกประตูห้องไว้กันเหนี่ยวเผื่อมีใครเปิดประตูเข้ามาอีก ก่อนจะกลับมานั่งลงข้าง ๆ ร่างบางที่ไม่ต่างอะไรจากตัวภาระสำหรับผมในตอนนี้ ผมจะให้คนอื่นเห็นร่องรอยบนตัวของไอ้ฝันดีตอนนี้ไม่ได้ ไม่งั้นคงมีคนสงสัยแน่ แล้วแผนที่ผมวางไว้อาจจะพังได้ ผมเลยต้องมารับหน้าที่เช็ดตัวให้มันทั้งที่ทั้งชีวิตผมยังไม่เคยต้องมาทำอะไรแบบนี้ให้ใครเลยด้วยซ้ำ ลำบากกูจริง ๆ ไอ้อ่อน 

ผมปลดเสื้อผ้าท่อนบนของมันออกจนหมดเผยให้เห็นเนื้อหนังของมันอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะรอยขบกัดและดูดเม้มที่เกิดจากฝีปากของผม สงสัยคงเป็นเพราะมันขาวมาก เลยทำให้ขึ้นรอยแดงง่ายแบบนี้ ชีวิตนี้ไม่เคยตากแดดบ้างเลยหรือไงวะ 

ผมเช็ดตัวให้มันลวก ๆ จนเสร็จ ก็เอาเสื้อของผมที่ผมพาดบ่าอยู่สวมใส่ให้มันก่อน นี่ขนาดผมเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ขนาดนี้มันยังไม่รู้สึกตัวเลยนอกจากส่งเสียงอื้ออึงในลำคอ นี่ถ้าไม่ติดว่าที่นี่บ้านมัน ผมคงได้เอามันอีกรอบค่าเสียเวลาที่ผมต้องมาเช็ดตัวให้มันแบบนี้ แต่ไว้ค่อยมาเก็บค่าตอบแทนพร้อมดอกเบี้ยทีหลังแล้วกัน คนอย่างผมไม่คิดจะทำอะไรให้ใครฟรี ๆ อยู่แล้ว 

ผมเปิดประตูออกมาจากห้องนอนของไอ้ฝันดีแล้วเดินลงมาชั้นล่าง ก็เจอกับแม่ของฝันดีที่เดินออกมาจากห้อง ๆ หนึ่งพอดี ท่านตรงเข้ามาหาผม 

"จะกลับแล้วเหรอทะเล" 

"ครับ" 

"ยังไงน้าต้องขอบใจมาก ๆ นะ ที่ช่วยพาฝันดีมาส่งที่บ้าน เห็นจินบอกว่าทะเลช่วยเช็ดตัวให้ฝันดีด้วยใช่ไหม นี่จินก็กลับไปแล้ว" 

"เอ่อ ครับ" 

"เฮ้อ โชคดีของฝันดีจริง ๆ เลยที่มีเพื่อนดี ๆ แบบนี้ พี่ธารานี้มีลูกชายน่ารักทั้งสองคนเลย แบบนี้น้าก็เบาใจ ทะเลเรียนห้องเดียวกับฝันดีใช่ไหม" 

"ใช่ครับ" 

"งั้นน้าฝากฝันดีด้วยนะลูก น้าก็รู้สึกผิดที่ต้องให้ฝันดีย้ายมาเรียนที่ใหม่แบบนี้จนเขาต้องห่างจากเพื่อนโรงเรียนเก่า ฝันดีคงต้องปรับตัวอีกเยอะ" 

"ครับ ฝันดีกับผมเราเป็นเพื่อนกัน ผมจะดูแลฝันดีอย่างดีเลย" ดีจนมันมีความสุขจุกอกเลยล่ะครับ หึหึ 

"ขอบใจมากนะ" 

"ครับ งั้นผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะครับ" 

"จ้ะ เดี๋ยวน้าเดินไปส่งหน้าบ้าน" 

ผมพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ก่อนเดินตามท่านออกมายังหน้าประตูรั้วบ้าน ผมยกมือไหว้ลาท่าน เมื่อท่านรับไหว้ ผมจึงตั้งท่าจะขึ้นรถของไอ้บีกันที่ผมยืมมา 

"ทะเล" 

ผมไม่ทันได้เปิดประตูรถก็มีเสียงเอ่ยเรียกชื่อของผม ซึ่งต่อให้ผมไม่หันไปมองผมก็จำเสียงนี้ได้ ผมยกยิ้มมุมปากทันที ก่อนจะหันไปทางต้นเสียง 

"เอ้าท้องฟ้า กลับมาแล้วเหรอจ้ะ" 

"ครับน้าจิตรา สวัสดีครับ" 

"จ้ะ"  

ไอ้ท้องฟ้าหันมามองหน้าผม 

"แกมาอยู่ที่บ้านน้าจิตราได้ยังไงทะเล หรือมาก่อเรื่องอะไรที่นี่อีก" ไอ้ท้องฟ้าพูดเสียงเข้ม ครั้งนี้ผมไม่คิดจะตอบโต้อะไรมันนอกจากยืนมองมันยิ้ม ๆ 

"ไม่ใช่แบบนั้นหรอกท้องฟ้า พอดีฝันดีไม่สบายน่ะ ทะเลเขาเลยพามาส่งที่บ้าน" แม่ของฝันดีเป็นคนตอบ 

"ฝันดีไม่สบายเหรอครับ แล้วตอนนี้เป็นไงบ้าง ผมขอเข้าไปดูน้องหน่อยได้ไหมครับ" ไอ้ท้องฟ้าพูดด้วยสีหน้าตื่น ๆ คงจะเป็นห่วงกันมากเลยสินะ  

"ตอนนี้น้องนอนพักอยู่น่ะลูก ไว้พรุ่งนี้ท้องฟ้าค่อยมาเยี่ยมแล้วกันนะ ดีนะเนี่ยที่พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ ฝันดีจะได้พักยาว ๆ ด้วย รายนั้นน่ะเขาห่วงเรียน ถ้าพรุ่งนี้มีเรียนคงไม่ยอมขาดเรียนแน่" 

หึ ห่วงเรียนงั้นเหรอ แต่ถึงขั้นโดดเรียนแล้วแจ้นมาหาผมเพียงเพราะไดอารี่เล่มเดียวเนี่ยนะ ชักสนุกแล้วสิ 

"เอางั้นก็ได้ครับ" 

"จ้ะ ขอบใจทั้งสองคนมากนะที่เป็นห่วงฝันดี ยังไงน้าเข้าบ้านก่อนนะ"  

"ครับ"  

ไอ้ท้องฟ้าตอบรับ ส่วนผมก็พยักหน้ารับให้ท่าน แม่ของฝันดีกลับเข้าไปในบ้านก่อนปิดประตูรั้วบ้านเหลือไว้เพียงผมกับไอ้คนสร้างภาพ มันหันมามองหน้าผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม 

"แกน่ะเหรอมาส่งฝันดี" 

"ก็ใช่ไง" 

"แกทำอะไรฝันดีหรือเปล่า" 

"ทำไมมึงถามงั้นวะ มองกูเป็นคนร้ายไปได้ กูก็แค่เห็นว่าเพื่อนไม่สบายเลยพามาส่งบ้านก็แค่นั้น ไม่เห็นจะมีอะไรเลย" ผมพูดด้วยรอยยิ้มยียวน ปกติผมมักจะเห็นเพียงสีหน้าเรียบนิ่งของไอ้ท้องฟ้าเท่านั้น แต่พอมันดูมีปฏิกิริยาอื่นแบบนี้ก็ทำผมพอใจไม่น้อย 

"อย่ายุ่งกับฝันดีอีก" 

"กูไม่ยุ่งกับมันแล้วก็ได้..." ผมขยับเดินเข้าไปหาไอ้ท้องฟ้า "แต่ถ้ามันมายุ่งกับกูเอง อันนี้กูก็เกี่ยวนะ" 

"หมายความว่าไง" 

"ไม่รู้สิ ถ้ามึงอยากรู้ก็ต้องรอดูกันต่อไป หึหึ"  

ผมพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ไม่คิดจะอธิบายหรือขยายความอะไรให้ไอ้ท้องฟ้าเข้าใจแล้วขึ้นรถก่อนจะขับออกมาทันที ปล่อยให้มันสงสัยแบบนั้นแหละ ตอนนี้ผมเริ่มเดินหมากโดยที่มันไม่รู้ตัวแล้ว และหมากกระดานนี้ผมต้องเป็นฝ่ายชนะ 

มึงรอวันที่กูจะรุกฆาตมึงได้เลยไอ้ท้องฟ้า... 

. 

. 

. 

. 

1 คอมเมนต์ดี ๆ = ร้อยกำลังใจ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว