email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 51

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 888

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มิ.ย. 2564 20:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 51
แบบอักษร

“หัวหน้าสควอโล่ อย่าตะโกนเสียงดังในที่แคบๆสิ มันหนวกหูนะครั- อ๊ะ!”

ไม่ทันที่จะพูดจบ ฟรานก็ร้องออกมาเพราะมีมีดพุ่งมาปักที่หมวกกบ

“นี่ฟราน..แกเป็นแค่รุ่นน้องก็อย่าเดินนำหน้ารุ่นพี่สิ อีกอย่างหมวกกบของแกมันเกะกะสายตานะ”

เบลเฟกอลพูดออกมา พร้อมกับขว้างมีดใส่หมวกกบโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

“รุ่นพี่เบล..แบบนี้มันเจ็บนะครับ ถ้าไม่หยุดปาใส่ผมหักทิ้งหมดจริงๆนะครับ”

ระหว่างที่พูด ฟรานก็ดึงมีดออกมาหักทีละเล่ม เห็นแบบนั้นเจ้าของมีดก็เริ่มยิ้มอย่างไม่พอใจ

“นี่แก..”

“น่าๆ พวกนายสองคนพอสักทีเถอะ มัวแต่ทะเลาะกันเดี๋ยวศัตรูก็หนีไปหมดหรอก”

ลุซซูเรียกล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนมองกลุ่มมิลฟิโอเล่ที่อยู่ตรงหน้า

“มัวชักช้าเดี๋ยวจะไม่รับคำชมจากบอสเอา รีบไปจัดการให้จบเถอะ”

เลวี่ชักดาบออกมาพร้อมตั้งท่าต่อสู้ ขณะเดียวกันฟรานก็หันมามองเลวี่ด้วยสีหน้านิ่งๆ

“คุณเลวี่ครับ ผมว่านอกจากคุณแล้ว คนอื่นคงไม่สนคำชมหรอกครั- อ้ะ!”

“แกน่ะเงียบไปซะฟราน..เดี๋ยวเจ้าชายก็เชือดซะหรอก”

“บ้าชัดๆ!! ทำไมหน่วยวาเรียถึงมาอยู่ที่นี่ได้?!!”

หนึ่งในมิลฟิโอเล่กล่าวขณะพากันก้าวเท้าถอยหลังอย่างไม่ตั้งใจ

“ยะ..แย่แน่ๆ จำนวนคนแค่นี้ไม่พอสู้กับพวกมันแน่!!”

“ทำยังไงดี? บะ..แบบนี้ได้ตายกันหมดแน่!!”

ในขณะที่เหล่ามิลฟิโอเล่กำลังสิ้นหวัง ก็มีเสียงก้าวเท้าลงมาจากบันได เป็นเสียงที่ดูไม่รีบร้อน แต่ก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งทุกย่างก้าว

“ไอ้พวกสวะ...นี่พวกแกมัวทำอะไรอยู่?..”

“รีบไปจัดการ แล้วไปพาตัวไอ้สวะนั่นมาซะ!!”

เปรี้ยง!! ลำแสงจากเปลวไฟดับเครื่องชนพุ่งตรงใส่กลุ่มมิลฟิโอเล่ เพียงแค่พริบตามิลฟิโอเล่กว่ายี่สิบคนก็หายไปครึ่งนึง

ผู้ที่ยืนอยู่หน้าวาเรียทั้งห้าคนในตอนนี้ก็คือ ซันซัสในอีกสิบปีข้างหน้า

“เฮ้ย!!! ได้ยินแล้วใช่ไหมพวกแก!!! ไปจัดการพวกมันไปเรียบ!!!!”

สิ้นเสียงของสควอโล่ หน่วยวาเรียก็เข้าปะทะกับมิลฟิโอเล่ที่ไร้ทางสู้

“เฮ้ยๆ แล้วไหงทำไมเจ้าพวกวาเรียถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”

ทัตสึยะเผลออุทานออกมาขณะหลบอยู่หลังกำแพง

...ไม่รู้หรอกนะว่ามาได้ยังไง แต่มาได้จังหวะพอดี ถ้าเป็นพวกนี้อาจจะช่วยเราตามหาบาจิลได้…

ทัตสึยะคิดในใจ พลางมองการปะทะที่เห็นผลตั้งแต่แรกแล้ว

...ไม่สิ แต่พอนึกๆดูแล้ว พวกประสาทเสียนี่ไม่ถูกกับเราแบบสุดๆเลยไม่ใช่เหรอ จะนับว่าเป็นมิตรได้รึเปล่านะ? โผล่ออกไปแล้วโดนสอยคงไม่ตลกแน่ ช่วยไม่ได้ รอดูท่าทีไปก่อนละกัน…

“เอ่อ..หัวหน้าสควอโล่ครับ.. ศัตรูกำลังหนีไปแล้ว”

หลังจากบอกสควอโล่ฟรานก็ยืนเฉย พร้อมกับมองมิลฟิโอเล่สามคนที่กำลังวิ่งหนี

“โว้ย!!! แล้วแกมัวทำอะไรอยู่ห้ะ!!! เดี๋ยวก็เชือดไปพร้อมกันซะหรอก!!!”

สควอโล่ตะโกนดังลั่น พลางฟาดดาบจัดการศัตรูที่หนีได้ภายในพริบตา

“ทุกคนนี่ยอดเยี่ยมจริงๆ เอาซะผมไม่ได้ทำอะไรเลย..”

ว่าแล้วฟรานจึงเดินกลับไปหาซันซัส ไม่นานหน่วยวาเรียทุกคนก็กลับมารวมตัวกัน

เลวี่เดินเข้าไปหาซันซัสด้วยท่าทางเคารพ

“บอสครับ พวกมิลฟิโอเล่ทุกคนถูกจัดการหมดแล้วครับ”

“มัวทำอะไรอยู่?”

ซันซันยกปืนขึ้นเล็ง ทำเอาทุกคนมองหน้ากันอย่างแปลกใจ

“บอสหมายถึงอะไรครับ?”

ซันซันไม่สนใจคำพูดของเลวี่ แต่เล็งปืนไปที่กำแพง

“จะหลบไปถึงเมื่อไหร่? ออกมาได้แล้วไอ้สวะ..”

เปรี้ยง!! เปลวไฟของซันซัสเป่ากำแพงให้หายไปอย่างง่ายดาย ในขณะเดียวกัน ทัตสึยะรอร์ลทั้งสองตัวและชิโระก็พุ่งออกมาจากกลุ่มควัน

“อะ..เอ่อ..”

ทัตสึยะยิ้มเจื่อน พร้อมกับมองหน่วยวาเรียตรงหน้า

“งะ..ไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

ทัตสึยะโบกมือทักทายขณะจ้องไปที่ซันซัส ส่วนซันซัสที่เห็นแบบนั้นก็ยกปืนขึ้นมากระหน่ำใส่จนหมดแม็ก

เปรี้ยงๆๆๆๆ!!! ทัตสึยะกับรอร์ลกระโดดหลบกระสุนทุกนัดได้อย่างเฉียดตาย หลังจากซันซัสหยุดยิงเพราะกระสุนหมด ทัตสึยะก็เอามือกุมหน้าอกอย่างโล่งใจ

“อะ..ไอ้พวกนี้...พะ..พวกนี้ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”

ทัตสึยะบ่นเสียงสั่นขณะทรุดลงเพราะความเหนื่อย เมื่อเงยหน้าขึ้นสิ่งที่เห็นคือซันซัสกำลังหยิบปืนอีกกระบอกออกมา

“เฮ้ย!! เดี๋ยว!! เดี่ยวสิฟะ!! จะฆ่ากันรึไง!!!”

ทัตสึยะยกสองมือห้าม พลางร้องตะโกนดังลั่น

“ถ้าตายเพราะหลบของแค่นั้นไม่ได้ แกมันก็งั้นๆแหละ..”

ว่าแล้วซันซัสก็เดินขึ้นบันได หลังจากนั่นหน่วยวาเรียคนอื่นๆก็เดินตามขึ้นไป

“มัวทำอะไรอยู่? รีบๆตามมาได้แล้ว”

สควอโล่หันมาพูดกับทัตสึยะที่กำลังยืนสับสน

“ฮ้ะ? ให้ฉันตามไปด้วยเหรอ ก็น่าสนใจดีนะ แต่ฉันยังต้องตามหาบาจิล เพราะงั้นขอปฏิเ-”

“ถ้าแกหมายถึงไอ้เจ้าคนของผู้ดูแลนอกแก๊งล่ะก็ ตอนนี้เจ้านั่นอยู่ที่ฐานของพวกเรา อีกอย่างคนที่ขอให้พวกเรามาช่วยแกก็คือเจ้านั่นนั่นแหละ”

สควอโล่อธิบายด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ก่อนเดินขึ้นบันไดโดยมีทัตสึยะตามขึ้นไป

“เดี๋ยวนะ?! ตอนนี้บาจิลก็อยู่กับพวกนายเหรอ? แถมยังขอให้มาช่วยฉันด้วย? งั้นแผนที่ที่บาจิลให้มาก็เป็นทางไปฐานของพวกนายสินะ? แปปนะ? จะว่าไปพวกนายยอมทำตามคำขอของคนอื่นด้วยเหร-”

“โว้ย!!! จะถามอะไรนักหนาฟะ!!! หนวกหูโว้ย!!! ไปถึงก็รู้เองแหละ!!!”

สควอโล่ตะโกนใส่ทัตสึยะอย่างหมดความอดทน เสียงที่ดังนั้นส่งไปถึงหน่วยวาเรียนที่เดินอยู่ข้างหน้า

“นี่หัวหน้าสควอโล่.. ก็บอกแล้วไงครับว่าอย่าเสียงดังในที่แคบๆ เสียงคุณมันก้องจนปวดหูหมดแล้วครับ..”

ร่างสวมหมวกกบหันมาพูดกับสควอโล่ด้วยสีหน้านิ่ง

“หา?!! แกว่าไงนะฟราน!!!”

สควอโล่ที่หงุดหงิดอยู่แล้วหันไปตะคอกใส่ฟราน

…ฟรานเหรอ? ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะเป็นลูกศิษย์ของมุคุโร่สินะ…

ทัตสึยะคิดในใจพร้อมกับมองไปที่ฟราน และขณะเดียวกันฟรานก็มองมาที่ทัตสึยะ

“เอ่อ..นี่คุณตั้งใจจะสร้างสวนสัตว์เหรอครับ?”

ด้วยคำถามนั้น ทัตสึยะถึงกับนิ่งอย่างไม่เข้าใจ

“ฮะ? สวนสัตว์?”

“ก็ดูสิครับ..มีหมาตั้งสองตัว แถมยังมีเหยี่ยวอีกหนึ่งตัว ยังไงดีล่ะ? สำหรับคนปกติผมมันมากไปนะครับ..”

เมื่อได้ยินคำอธิบายจากฟราน ทัตสึยะก็เข้าใจในทันที

...อ้อ..นี่ตรูโดนกวนเบื้องล่างสินะ…

“ฮะๆๆ..ถึงจะเป็นหมาของฉัน แต่อีกตัวก็เป็นของตัวฉันในยุคนี้ ส่วนเจ้าเหยี่ยวนั่นที่จริงเป็นอาวุธกล่องน่ะ”

ทัตสึยะพยายามเก็บอาการและพูดกับฟรานด้วยสีหน้าปกติ

“แหม..ก็เห็นอยู่ว่ามีไฟดับเครื่องชนอยู่ที่ปีก ไม่ต้องบอกใครก็รู้ครับ ว่ามันเป็นอาวุธกล่อง”

ฟรานยักไหล่พลางยิ้มเชิงกวนประสาท

“นั่นสินะๆ แต่ทั้งๆที่เป็นของที่ใครดูก็น่ารู้ แต่กลับมีคนมาถามอีก ฉันละสงสัยจริงๆ ว่าคนถามแบบนั้นต้องเป็นคนโง่ หรือเป็นคนขาดความอบอุ่นกันแน่?”

ทัตสึยะตอบกลับด้วยรอยยิ้มกวนประสาทเช่นกัน ในตอนนั้นเหมือนมีสายฟ้าปรากฏขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย แต่ว่าสายฟ้าพวกนั้นก็ต้องหายไปเพราะบางอย่างที่พุ่งเข้ามา

เปรี้ยง!!! เปลวไฟดับเครื่องชนขนาดใหญ่พุ่งผ่านหน้าทัตสึยะกับฟราน ก่อนจะพุ่งทำลายกำแพงจนเสียหายไปหลายห้อง

“เถียงกันจบรึยังไอ้พวกสวะ?”

ซันซันที่โกรธจัดหันไปถามทั้งสองคนที่กำลังยิ้มเจื่อน

...แย่ล่ะ เจ้าซันซัสโกรธจัดเลย ไม่ใช่เวลาเล่นแล้วสิ...

...ขืนทำตัวกวนประสาทใส่บอสตอนนี้ล่ะก็ จบไม่สวยแน่…

“อะ..เอ่อ..จบแล้ว”

ทัตสึยะส่งเสียงตะกุกตะกัก พลางหันไปหาฟรานที่กำลังเลิกลั่กไม่แพ้กัน

“คะ..ครับคุณบอส อย่างที่คุณทัตสึว่าเลยครับ”

“หา? แกเรียกใครว่าทัตสึฟะ?”

เปรี้ยงๆๆๆๆๆ!!!

“เหวอ!! ว้าก!! ใจเย็นซันซัส!!! อ้าก!!”

“เดี๋ยวสิครับ!! ผมผิดอะไรด้วย!!”

ความคิดเห็น