ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#3 ปลดสาย 3 + #4 หัดขี่ 1

ชื่อตอน : #3 ปลดสาย 3 + #4 หัดขี่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 30

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มิ.ย. 2564 19:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#3 ปลดสาย 3 + #4 หัดขี่ 1
แบบอักษร

พอฉันเดินออกจากหอมา ก็เห็นเขาส่งยิ้มมาให้แต่ไกลเลย แต่ๆๆๆ เอารถคันเล็กนี้ไปใช่ไหมเนี่ย คือมันเป็นรถมอเตอร์ไซค์สกู๊ทเตอร์คันเล็กๆ ที่เขาเรียกกันว่ารถป๊อบ หรือที่คนเชียงใหม่เขาเรียกว่ารถหลีดนั่นแหละ คันก็เล็กนิดเดียวแถมเบาะยังสั้นอีกต่างหาก แล้วฉันจะซ้อนไปยังไงล่ะเนี่ย จะหล่นไหมก็ไม่รู้ ฉันรีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาเขาทันทีที่ได้เห็นรถ

 

 

 

“พี่จะเอาคันนี้ไปจริงๆ ใช่ไหม” ฉันยิงคำถามใส่เขาโดยไม่ทักอะไรก่อนเลย

 

 

 

“อือ ทำไมล่ะ พอกินไอติมเสร็จจะได้หัดขี่มอเตอร์ไซค์กันเลยไง” เขาตอบ

 

 

 

“คันมันเล็กขนาดนี้ เราจะซ้อนกันไปยังไง พี่นั่งคนเดียวตูดก็เต็มเบาะแล้วเนี่ย” ฉันชี้ไปที่เบาะ จะว่าซ้อนก็ไม่น่าจะใช่ เรียกว่าสิงกันไปน่าจะถูกกว่า

 

“นั่งได้สิ นี่ไง” เขาขยับตัวไปด้านหน้า ประมาณว่าเอาปลายตูดนั่งที่เบาะ เพื่อให้มีที่พอสำหรับฉัน

 

 

 

เออทำขนาดนี้แล้ว ไปก็ไปวะ ฉันตัดสินใจขึ้นไปซ้อน และเขาก็พาขี่ไปที่ร้านไอศกรีมหน้ามหาวิทยาลัย จริงๆ ก็ไม่เชิงร้านไอศกรีมหรอก น่าจะเรียกว่าร้านกาแฟที่มีไอศกรีมขายมากกว่า เป็นไอศกรีมโฮมเมด ฉันเป็นคนเชียงใหม่แท้ๆ แถมยังเรียนมหาวิทยาลัยนี้จนอยู่ปีสองแล้ว ยังไม่เคยมากินเลย

 

 

 

พอจอดรถที่หน้าร้านเสร็จ เขาก็เดินนำเข้าไปในร้าน แล้วหยุดอยู่ที่ตู้แช่ คือไอศกรีมโฮมเมดของที่นี่เขาทำใส่เป็นถ้วยปิดฝาเอาไว้อย่างดี มีให้เลือกหลายรสชาติ

 

 

 

“น้องแพรกินรสอะไรดี” คนพามาเอ่ยปากถาม ฉันเลยชะโงกหน้าไปดูว่ามีรสอะไรบ้าง

 

 

 

“เอาวนิลานี้ละกัน” ฉันหยิบถ้วยไอศกรีมรสวนิลาขึ้นมา

 

 

 

“อืมตาถึงนี่ พี่ว่ารสวนิลาเนี่ยอร่อยที่สุดละ” แล้วเขาก็หยิบรสวนิลาขึ้นมา จริงๆ ฉันไม่ได้เลือกเก่งหรือตาถึงอะไรหรอก แต่ฉันแค่ชอบรสวนิลาที่สุดในบรรดารสที่มีให้เลือกในตู้นี้ต่างหากล่ะ เลยเลือกกินรสนี้ก่อน เอาไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาส จะมาลองกินรสอื่นดูบ้าง

 

 

 

“พี่...เดี๋ยวแพรเลี้ยงนะ ขอบคุณที่จะสอนขี่รถน่ะ” ฉันหยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาจากกระเป๋าสะพาย

 

 

 

“ไม่ต้องๆ พี่ชวนมา เดี๋ยวเลี้ยงเอง”

 

 

 

“เฮ้ยไม่เป็นไรพี่ ไม่ต้องเลี้ยงเดี๋ยวของแพร แพรจ่ายเองได้” เขารีบหยิบเงินจากกระเป๋าตังค์ ส่งให้แคชเชียร์ทันที

 

 

 

“ไว้วันหลังค่อยเลี้ยงพี่คืน” เขาตอบมานิ่งๆ ไม่ได้มีทีท่าว่ามีนัยสำคัญอะไร ฉันก็เลยตกลงตามนั้น

 

 

 

“ขอบคุณนะพี่ จะมาสอนขี่มอไซค์ แล้วยังจะเลี้ยงอีก”

 

 

 

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกคราวหน้าน้องแพรต้องเลี้ยงพี่คืนนี่ เราไปนั่งกินกันตรงโน้นดีกว่า” เขาเดินนำไปตรงระเบียงของร้าน หยุดอยู่ตรงบาร์สูงมุมหนึ่ง ที่ทำเอาไว้ให้นั่งหันหน้าออกไปนอกร้านเพื่อชมวิวพื้นที่สีเขียวบริเวณรอบๆ ร้าน

 

 

 

“บรรยากาศดีเนอะ พี่ชอบมากินที่นี่เหรอ” ฉันลงนั่งบนเก้าอี้ตัวสูงตรงที่เขาหยุดยืนเปิดฝาถ้วยไอศกรีมอยู่

 

 

 

“ใช่แล้ว ไอติมอร่อย มีวิวให้ดูด้วย” เขายื่นถ้วยไอศกรีมที่เปิดฝาแล้วส่งมาให้ฉัน และหยิบถ้วยในมือฉันที่ยังไม่ได้เปิดฝาไปเปิดฝาเองอีกถ้วย ฉันเลยตักไอติมในถ้วยที่เขาส่งมาให้เข้าปาก

 

 

 

“อืม อร่อยสมกับที่พี่คุยเอาไว้จริงๆ ด้วย” ฉันชม

 

 

 

“ของมันแน่อยู่แล้ว” แหม ชมหน่อยไม่ได้เลยนะ

 

 

 

“โอ๊ยขี้คุยเนอะ” ฉันว่า แต่เขากลับยิ้มตาหยีใส่กลับมา

 

 

 

ฉันแอบอมยิ้มให้กับรอยยิ้มนั้น มันเป็นรอยยิ้มที่น่าเอ็นดู เขายิ้มเหมือนกับว่าโลกนี้มันช่างสดใส ฉันก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่เห็นแล้วมันอดยิ้มตามไม่ได้จริงๆ

 

 

 

“หน้าพี่มีอะไรหรือเปล่า” ฉันสะดุ้งนิดๆ ที่เขาถาม เมื่อกี้ฉันคงจ้องหน้าเขานานไปหน่อย ไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย

 

 

 

“ไม่มีอะไรนี่พี่” ฉันรีบหันไปสนใจวิว และตักไอศกรีมเข้าปากต่อ

 

 

 

“ก็เห็นมองแล้วก็อมยิ้มด้วยอะ พี่ก็นึกว่ามีอะไรเลอะที่หน้าพี่แล้วน้องแพรก็เลยขำอะ” โอ๊ยนี่ฉันเผลอยิ้มให้กับรอยยิ้มของเขาไปเหรอเนี่ย ไม่ได้แล้วต้องดึงสติกลับมา เดี๋ยวเขาจะหาว่าฉันไปแอบชอบเอา

 

 

 

“เปล่าพี่ไม่มีอะไรหรอก” ฉันก้มหน้าก้มตากินไอศกรีมต่อไป

 

 

 

และจากตอนนั้นถึงตอนนี้ที่ไอศกรีมหมดถ้วยไปแล้ว เราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลย เอาแต่นั่งตักไอศกรีมแล้วต่างคนต่างก็หันหน้าออกไปชมวิวทิวทัศน์ข้างนอกร้าน

 

 

 

“แดดเริ่มร่มแล้ว ไปหัดขี่มอไซค์กันดีกว่า” พอนั่งเงียบกันอยู่สักพักเขาก็ชวน

 

 

 

“อืม” ฉันรับคำและลุกขึ้นยืนทันที เขาเลยลุกขึ้นยืนตามและเป็นคนเดินนำออกไปที่รถ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#4 หัดขี่

 

 

 

พี่โลมาขี่มอเตอร์ไซค์พาเข้าไปข้างในมหาวิทยาลัย และเลือกบริเวณที่คนและรถไม่พลุกพล่านมากนัก เพื่อให้ฉันได้หัดขี่รถมอเตอร์ไซค์คันเล็กของเขา พอได้บริเวณที่เขาพอใจก็จอดรถ และเปลี่ยนให้ฉันมานั่งที่คนขี่ ส่วนเขาก็ยืนอยู่ข้างๆ และเริ่มทำการสอน

 

 

 

“วิธีการขี่ไม่ยากเลยนะ คันนี้มันเป็นรถแบบออโตเมติคไม่ต้องใส่เกียร์อะไรเลย สองอันนี้เป็นเบรก” เขาชี้ไปที่ก้านที่อยู่ติดกับแฮนด์รถทั้งสองข้างซ้ายขวา

 

 

 

“ส่วนคันเร่งอยู่ด้านขวามือนี้” เขาชี้ไปที่แฮนด์ฝั่งขวา

 

 

 

“เวลาจะไปข้างหน้าก็แค่บิดคันเร่ง เวลาจะหยุดก็แค่บีบเบรกเข้ามาแบบนี้ ฝั่งขวาเป็นเบรกหน้าส่วนฝั่งซ้ายเป็นเบรกหลัง” เขาบีบเบรกให้ดูด้วย แหมสอนทฤษฏีเหมือนจะง่ายนะเนี่ย แต่ปฏิบัตินี่มันจะง่ายเหมือนทฤษฏีหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็คงง่ายแหละมั้งเห็นบอกว่าเป็นออโตเมติค

 

 

 

“อืม อืม” ฉันตอบออกไปก่อน ตอนนี้เข้าใจ แต่ลองทำจริงจะเข้าใจหรือเปล่าก็ไม่รู้ คงต้องลองดู

 

 

 

“ลองเลยๆ น้องแพรทำได้อยู่แล้ว” เขายุมา ฉันก็เลยลองทำตามที่เขาบอกดู

 

 

 

ก็แค่บิดคันเร่ง บรื้นนน…

 

 

 

“เฮ้ย!!! ” ฉันอุทานได้แค่นั้น เพราะหัวใจจะวาย ดีนะไม่ล้ม

 

 

 

คือพอฉันบิดคันเร่งแล้วรถมันพุ่งไปข้างหน้าเร็วเกิน ไม่ได้ค่อยๆ ออกตัวเหมือนตอนที่เขาขี่เลยตกใจจนรถส่ายไปมา ฉันก็เลยบีบก้านเบรกให้รถหยุด แล้วรถหยุดกะทันหันจนหัวทิ่มไปด้านหน้า โชคดีที่รถคันไม่ใหญ่มากฉันเลยประคองรถไม่ให้ล้มเอาไว้ได้

 

 

 

“แฮ่ก แฮ่ก นี่น้องแพรค่อยๆ บิดคันเร่งสิ ไม่ใช่บิดทีเดียวสุดคันเร่งเลย” เสียงคนสอนหอบไปพูดไปอยู่ด้านหลัง ฉันเลยหันไปมอง เลยได้เห็นความจริงที่ทำให้รถไม่ล้ม

 

 

 

คือเขาจับท้ายรถวิ่งตามมาด้วย เลยเป็นคนช่วยจับประคองรถเอาไว้ ทำให้รถฉันไม่ล้ม

 

 

 

เพล้ง…เสียงคนหน้าแตกอย่างฉัน หลงคิดว่าเก่งประคองรถไม่ให้ล้มได้ด้วยตัวเอง

 

 

 

“ก็พี่ไม่ได้บอกนี่ว่าต้องค่อยๆ บิด บอกให้บิดแพรก็บิดเลย ก็เห็นบอกว่าเป็นออโต้ ก็นึกว่ามันจะแบบคำนวณให้เองว่าต้องใช้ความเร็วเท่าไหร่ตอนออกตัวนี่” ฉันบ่นใส่เขาไป

 

 

 

จริงอยู่ที่แม่ฉันเคยหัดให้เมื่อตอนปีหนึ่ง แต่ไม่สำเร็จ ก็รถของแม่ที่ฉันใช้หัด มันเป็นรถที่มีเกียร์ด้วยไม่ใช่แบบนี้ ฉันเลยคิดว่ามันต่างกัน

 

 

 

“ไม่เป็นไรเอาใหม่นะ ตอนออกตัวค่อยๆ บิดคันเร่ง” เขาให้ลองใหม่อีกครั้ง

 

 

 

“ไม่เอาแล้ว เดี๋ยวล้ม” ฉันส่ายหัวให้ทันที

 

 

 

“ไม่ล้มหรอก เมื่อกี้ยังไม่ล้มเลยเห็นมะ” เขาพยายามชักจูงต่ออย่างใจเย็น

 

 

 

“ก็เมื่อกี้พี่ช่วยจับนี่” ฉันยังคงเถียง

 

 

 

“ก็เดี๋ยวพี่ช่วยจับอีกไง” เขาบอกท่าทางดูจริงจังมาก

 

 

 

#รถป๊อบคันมันเล็กเบาะมันสั้น เวลาซ้อนต้องสิงกันไปนะคะ

 

#หน้าพี่ไม่มีไรติดหรอก มีแค่รอยยิ้มอะค่ะ

 

#แพรเธอเรียนวิศวะ เธอเป็นสาวห้าว แต่เธอทำไมโก๊ะ

 

#เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน ฤดูหนาว...พราวรัก

ความคิดเห็น