ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 32 นักสู้แสวงพ่าย

ชื่อตอน : บทที่ 32 นักสู้แสวงพ่าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 16

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มิ.ย. 2564 15:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 32 นักสู้แสวงพ่าย
แบบอักษร

บทที่ 32 นักสู้แสวงพ่าย 

  

         “ขอผมลงทะเบียนเถอะคร้าบบ” เสียงอ้อนวอนของชายคนหนึ่งดังขึ้นที่โต๊ะลงทะเบียนหน้าสนามต่อสู้ 

         “ไม่ได้ค่ะ นี่เป็นการแข่งประเภททีมสองคนนะคะ หาคู่มายืนยันให้ได้แล้วดิชั้นจะลงทะเบียนให้ค่ะ” พนักงานสาวตอบกลับอย่างสุภาพ

         “แล้วผมลงทะเบียนคู่กับสัตว์เลี้ยงหรือผู้ติดตามได้มั้ยครับ” ชายคนนั้นไม่ละความพยายาม

         “ไม่ได้ค่ะ ต้องคู่กับผู้เล่นด้วยกันเท่านั้น และไม่อนุญาตให้ผู้ติดตามร่วมสู้ด้วยนะคะ” พนักงานสาวให้ข้อมูลเพิ่มเติม

         “ฮื~~อ อยากได้โมโนไบก์” ชายคนนั้นครางออกมาอย่างสิ้นหวัง

         หมับ!!

         “น้องกำลังหาคู่ใช่มั้ย พี่ก็เหมือนกัน” ชายผมแดงที่ใส่แค่กางเกงในตัวเดียวเดินมาจับมือชายหนุ่มที่กำลังสิ้นหวัง

         “โอ้วว!! สวรรค์โปรด พระเจ้าช่วย ฟ้าบันดาล อัลเลาะห์เมตตา” ชายผู้สิ้นหวังถึงกับกล่าวบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งมวลที่เขารู้จัก ที่ส่งชายใส่กางเกงในตัวเดียวคนนี้มาช่วยเหลือเขายามอับจนหนทางเช่นนี้

         “จะลงทะเบียนมั้ยคะ อีกหนึ่งนาทีจะปิดรับแล้วนะคะ” พนักงานสาวกล่าวเตือน

         “ลงครับ ๆ ลงชื่อบรันโด้กับ ...พี่ชายชื่อไรครับ” ชายหนุ่มผมดำผู้กลับมามีความหวังหันมาถามชายหนุ่มกางเกงใน

         “มาตาร์ครับ” ชายหนุ่มผู้ใส่กางเกงในตอบ

         “คุณบรันโด้กับคุณมาตาร์ได้รับหมายเลขทีมเบอร์หนึ่งร้อยสามสิบสองนะคะ”

         เมื่อการลงทะเบียนเสร็จสิ้น ทั้งสองคนก็เดินเข้าไปในสนามต่อสู้

         “เอ้อโทษนะคุณบรันโด้ ขอผมไปหาอะไรมาคลุมตัวหน่อยเหอะ แบบว่ามันโป๊ไปหน่อย” มาตาร์บอกชายหนุ่มที่เพิ่งจับคู่กับเขา

         “อ้า พี่มาตาร์ไม่ต้องกังวล ผมมีเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้เยอะเลย เอาของผมไปใช้เถอะครับ เอ้อ แล้วก็เรียกผมบรันโด้เฉย ๆ ดีกว่า ไม่ต้องเรียกคุณนำหน้าหรอกครับ” บรันโด้กล่าวพร้อมกับล้วงเอาเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋าคาดเอวของเขา

         มาตาร์ไม่ปฏิเสธ ดีกว่าไปหาผ้าคลุมยาจกมาใส่ตั้งเยอะแถมยังมีคนให้ฟรี ๆ แต่รู้สึกเหมือนเคยเห็นเจ้าหมอนี่ที่ไหนสักแห่ง

         ‘เอ๋ ระดับแบบนี้ มันไอ้เทพกลางเมืองที่มาสู้กับมังกรสามหัวเมื่อวันก่อนนี่หว่า’ มาตาร์จำได้ เพราะระดับของผู้เล่นที่เมืองเริ่มต้นแห่งนี้ไม่มีใครสูงเกินหนึ่งร้อย เพราะไม่มีภารกิจปลดขีดจำกัด แต่เจ้านี่มันสูงเกินห้าร้อยขึ้นไป ถึงจะอยากลืมก็ลืมไม่ลงหรอก 

         “บรันโด้ พี่เห็นน้องสู้กับมังกรสามหัวกลางเมืองเมื่อวันก่อนด้วย” มาตาร์ร้องทักขึ้นมาในขณะที่หยิบเสื้อผ้ามาใส่ทีละชิ้น 

         “อ้าว เห็นด้วยเหรอครับ น่าขายหน้าจริง ๆ ทำคนเค้าเดือดร้อนไปหมดเลยตอนนั้น” บรันโด้ถ่อมตัวอย่างเกรงใจ 

         “แล้วไปทำอีท่าไหน ทำไมระดับถึงได้สูงขนาดนี้ล่ะ” มาตาร์ถามตรง ๆ ‘กางเกงนี่มันหลวมไปหน่อยแฮะ’ 

         “ผมเปิดของรางวัลได้ครับ ทำให้ได้รับค่าประสบการณ์มากขึ้นร้อยเท่าแล้วไม่ถูกจำกัดระดับ” บรันโด้ก็ไม่มีปิดบัง 

         “สุดยอดเลย อย่างนี้ก็สู้สบายเลยสิ ใช่มั้ย” มาตาร์ถามถึงความรู้สึกที่น่าจะแตกต่างกับเขาราวฟ้ากับเหวมาตลอด ‘ไม่มีเสื้อแบบอื่นให้เลือกแล้วเหรอเนี่ย’ 

         “ไอ้ตอนสู้มันก็สบายอยู่หรอกครับ แต่กดดันน่าดู” บรันโด้ตอบอย่างมีนัย 

         “อ้าว กดดันยังไงล่ะ” มาตาร์สงสัย ‘อืม มีถุงมือให้ด้วยเว้ย’ 

         “ผมได้ทักษะที่เพิ่มพลังโจมตีกับความเร็วมา แต่มันทำให้สถานะผมไม่ขึ้นเลยพี่ พลังป้องกันกับพลังชีวิตของผมยังแค่ร้อยเดียวอยู่เลยนะ พูดง่าย ๆ ว่าถ้าผมโดนจัง ๆ หมัดเดียวนี่ถึงตาย” บรันโด้เฉลยไม่มีปิดบัง ท่าทางเขาจะเป็นผู้เล่นที่ไร้พิษภัยคนหนึ่ง ที่บังเอิญโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้ที่ได้ทักษะแบบนี้มา 

         “อ้าว ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ” มาตาร์สงสัย ‘อืม รองเท้าคู่ไหนดีหว่า’ 

         “ก็พลังโจมตีของผมมันสูงมากไงครับต่อยทีเดียวก็ตายกันหมด สถานะหรือทักษะอะไรก็เลยไม่ขึ้น” บรันโด้กล่าวถึงทักษะที่ดูเหมือนจะทำให้เขาซวยมากกว่า 

         “อย่างนี้น้องก็ต้องรีบไปเจอพวกเก่ง ๆ นอกเกาะสิ จะได้สมน้ำสมเนื้อ ค่าสถานะจะได้ขึ้น” มาตาร์แนะนำ ‘อืม เนี้ยบ’ 

         “ถ้าไปเจอพวกนั้น ด้วยสถานะของผม ผมก็ตายทันทีล่ะครับ” บรันโด้กล่าวอย่างไร้ความหวัง 

         “เราเดินไปคุยกันไปเถอะ เดี๋ยวเค้าจะเริ่มซะก่อน” มาตาร์แต่งตัวเสร็จแล้วก็ชวนบรันโด้เดินไปสนามประลองด้านในทันที 

         “แล้วมีทางแก้ไขมั้ยเนี่ย” มาตาร์ถามต่อในประเด็นที่คุยค้างกันไว้ในขณะเดินไปด้วย 

         “ผมคงต้องตายจนกว่าระดับจะลดจนฝึกสถานะได้สะดวกแหละครับ” บรันโด้ตอบ 

         “ถึงขั้นต้องยอมตายเลยเหรอเนี่ย?” มาตาร์สงสัยในทางออกอันสิ้นคิดของบรันโด้ 

         “เพราะถ้าผมตายครั้งนึง ทักษะของผมจะถูกปลดครับ แต่ผมก็ไม่อยากจะตายแบบง่าย ๆ อย่างน้อยก็ขอสู้สุด ๆ ก่อนตายเท่านั้นเอง” บรันโด้ตอบ 

         มาตาร์รับรู้ได้ว่าบรันโด้คนนี้น่าจะเป็นคนประเภทเดียวกับเขา ต่างกันแค่โชคเท่านั้นเอง ซึ่งเขาก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าตกลงเจ้าบรันโด้นี่มันโชคดีหรือโชคร้าย ‘คุณมาตาร์ก็โชคดีไม่ใช่เหรอครับ?’ คำพูดของพ่อบ้านที่เคยกล่าวกับเขาดังขึ้นมาในใจ หรือว่าเขาจะโชคดีจริง ๆ อย่างที่พ่อบ้านเคยบอกไว้ 

         เมื่อทั้งสองเดินเข้ามาที่ประตูด้านใน ก็เห็นผู้เข้าร่วมประลองกว่าพันคน ซึ่งมีทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่มปะปนกันไป ผู้คนมากมายส่งเสียงคุยกันระงมไปหมด 

         “เชิญทุกท่านแบ่งกลุ่มตามประเภทค่ะ” เสียงประกาศดังขึ้น ให้ผู้เข้าร่วมประลองแบ่งกลุ่ม ทั้งแบบเดี่ยว แบบคู่ สามคน สี่คน และห้าคน 

         มาตาร์และบรันโด้เดินไปบริเวณที่เป็นกลุ่มของการแข่งแบบคู่ ก็เห็นว่ามีผู้แข่งขันกว่าร้อยคู่ยืนชุมนุมกันอยู่ 

         “แล้วมันจะแข่งกันแบบไหนหว่า” มาตาร์สงสัยขึ้นมา 

         “พี่มาตาร์!!” เสียงหญิงสาวที่คุ้นหูดังขึ้น 

         “อ้าวเมล! คุณราตรี นึกว่ากลับกันไปหมดแล้วก็เลยไม่ได้ส่งข้อความหา” มาตาร์ที่มาสายซะจนเกือบหมดเวลาลงทะเบียนคิดอย่างนั้นจริง ๆ และเขาก็รู้สึกเกรงราตรีอยู่เหมือนกัน ถ้าส่งข้อความไปเดี๋ยวแม่จะด่ากลับมาจึงไม่กล้า 

         “แล้วนาย จะมาช้าทำไมไม่บอกก่อน ปล่อยให้ชั้นกับเมลรอตั้งนาน” ราตรีแหวขึ้นมาตามคาด ‘ชิ! ทีเมลล่ะเรียกซะสนิท ทีชั้นล่ะมีคุณนำหน้า’ 

         “แฮะ ๆ ๆ พอดีตาย กว่าจะฟื้นก็เกือบหมดเวลาลงทะเบียนแล้ว” มาตาร์พูดเหมือนกับว่าเรื่องตายเป็นเรื่องเล็ก ๆ ทั้ง ๆ ที่ทุกคนในเกมนี้พยายามอย่างมากที่จะไม่ตาย 

         “พี่มาตาร์ตายอีกแล้วเหรอคะ” เมโลดี้มีน้ำเสียงเป็นห่วง แม้จะรู้ว่าชายหนุ่มตายแล้วก็ฟื้นขึ้นมา แต่เธอก็ยังไม่ชินสักที 

         “แฮะ ๆ ๆ เออนี่ บรันโด้ พี่เจอเขาไม่มีคู่อยู่ที่โต๊ะลงทะเบียนพอดี เลยจับคู่กันมา” มาตาร์แนะนำคู่หูตัวเองให้ทั้งสองสาวรู้จัก ทั้งสามโค้งให้กันเล็กน้อย 

         “อุ๊ย! คุณมาตาร์ ดิชั้นหาคุณไม่เจอก็เลยจับคู่กับคนอื่นมาร่วมประลองซะแล้วล่ะค่ะ เสียดายจัง” เสียงใส ๆ ของซารีน่าดังขึ้น พร้อมกับชี้คู่ของเธอที่ยืนอยู่ไกลออกไป 

         ‘หา? ยัยซารีน่าจับคู่กับพวกชื่อแดงเนี่ยนะ แถมชื่อมันก็คุ้นเหมือนเคยเห็น’ มาตาร์ส่องดูคู่หูของซารีน่าแล้วก็ลอบแปลกใจ 

         “ถ้าคุณมาตาร์ได้มาสู้กับคู่ของดิชั้น หวังว่าคงจะเอาชนะคู่หูของดิชั้นได้นะคะ” ซารีน่าพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนประชดพร้อมกับขยิบตาให้มาตาร์ทีหนึ่งเหมือนยั่วยวน “ดิชั้นหวังกับคุณมาตาร์เอาไว้มากเลยนะคะ” 

         “ย่อมได้ซารีน่า เธอจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ชั้นจะซัดไอ้หมอนั่นให้เละเลย!” มาตาร์ตอกกลับอย่างดุเดือด 

         แต่ซารีน่ายังคงยิ้มกลับอย่างแจ่มใส “แล้วเจอกันค่ะ” เธอพูดเสร็จแล้วก็เดินจากไปยังบริเวณที่คู่หูของเธอยืนอยู่ 

         “โห! ดุเดือด คุณซารีน่าเค้าเอาแฟนใหม่มายั่วนายต่อหน้าเลยนะเนี่ย” ราตรีเข้าใจว่าทั้งคู่เพิ่งเลิกกันและท้ารบกันเรียบร้อยแล้ว 

         “พูดเรื่องอะไรของคุณน่ะครับ คุณราตรี” มาตาร์ไม่เข้าใจสิ่งที่ราตรีพูด แฟนใหม่อะไร แล้วมีแฟนเก่าด้วยเหรอ 

         “อ้าว? ก็คุณซารีน่าไม่ได้เคยเป็นแฟนนายมาก่อนเหรอ” ราตรีพูดไปอย่างที่เข้าใจ 

         “หา? ผมเนี่ยนะ แฟนยัยซารีน่า? เข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่าครับ” มาตาร์คิดให้ตายยังไงก็ไม่เห็นว่ามันจะเหมือนแฟนกันตรงไหน ‘ถ้าคู่กัดล่ะยังพอว่า’ 

         “ก็พี่ซารีน่าบอกพวกเราเมื่อวานว่าพี่เป็นคนสนิทนี่คะ” เมโลดี้ที่อัดอั้นมานาน เห็นช่องทางจึงรีบไขข้อข้องใจทันที 

         “สนิทเหรอ? ...มันก็ไม่เชิงอะนะ แค่เคยเจอกันสามสี่ครั้งเอง แต่ก็เป็นเพื่อนคนแรกของพี่ในเกมนี้เลยล่ะ” มาตาร์เฉลย โดยเลี่ยงเหตุการณ์ที่ถูกซารีน่าจิ้มพุงเอาไว้เพราะกลัวจะเสียหน้า 

         “อ๋อ ...อย่างนั้นเองเหรอคะ” เมโลดี้มีสีหน้าและน้ำเสียงสดใสขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าทั้งคู่เป็นแค่เพื่อนที่เจอในเกมเมื่อไม่นานมานี้ 

         “สวัสดีค่ะผู้เข้าแข่งขันทุกคู่ ดิชั้นจะขอแจ้งกติกาการประลองให้ทราบก่อนนะคะ” เสียงพิธีกรสาวดังขึ้น 

         ผู้เข้าแข่งขันทุกคนหยุดคุยกันเพื่อฟังว่าพิธีกรสาวจะพูดอะไร 

         “การแข่งขันสามารถใช้อาวุธและอุปกรณ์ได้ทุกชนิดนะคะแต่ไม่อนุญาตให้ใช้น้ำยาฟื้นพลังใด ๆ และไม่อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงหรือผู้ติดตามเข้าร่วมประลองค่ะ การแพ้ชนะมีสองกรณี คือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตายหมดทีม หรือว่าประกาศยอมแพ้ด้วยตัวเองนะคะ ผู้ชนะไม่ว่าจะเหลือกี่คนในทีมให้แข่งต่อไปได้ในสภาพนั้นค่ะ” เมื่อพิธีกรสาวร่ายยาวถึงกติกาการแข่งทั้งหมดแล้ว เสียงอื้ออึงของผู้เข้าประลองก็ดังขึ้นทันที 

         “อืม ...พูดว่ายอมแพ้ได้ ไม่ต้องตายก็ได้สินะ” 

         “ถ้าชนะแล้วแต่คู่หูตายก็ยังแข่งต่อได้” 

         เสียงผู้เข้าแข่งต่างพูดคุยถึงกฎการประลอง 

         “การประลองรอบคัดเลือก จะจับคู่แบบแพ้คัดออก ให้เหลือแค่แปดทีม เพื่อไปแข่งในรอบจริงค่ะ” พิธีกรสาวพูดขึ้นอีก 

         “ขอเชิญผู้เข้าแข่งที่เวทีประลองด้านในค่ะ” 

         แล้วพิธีการสาวเดินนำผู้ประลองแบบทีมสองคนไปที่ประตูด้านใน ซึ่งมีเวทีย่อยอยู่อีกแปดเวที ซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นเรียบที่ตีเส้นเป็นวงกลมและมีตัวเลขตั้งแต่หนึ่งถึงแปดอยู่ข้างในวง แต่นี่เป็นการประลองแบบที่ไม่มีออกนอกเวที เส้นนั่นก็เป็นเพียงขอบเขตคร่าว ๆ เท่านั้น 

         “การจับคู่ประลองจะเป็นแบบสุ่ม ดิชั้นจะเรียกหมายเลขทีมสองทีมแล้วตามด้วยเวทีนะคะ ขอให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนตั้งใจฟังนะคะ” พิธีกรสาวกล่าว 

         ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดก็นิ่งเงียบและตั้งใจฟัง เป็นวินาทีที่ทุกคนรอคอยเพื่อที่จะได้เริ่มแข่งขันกันสักที 

         “ทีมหมายเลขหนึ่งและทีมหมายเลขหนึ่งร้อยสามสิบสองที่เวทีหนึ่งค่ะ” พิธีกรสาวกล่าว 

         “คร้าบบ” บรันโด้ขานรับทันทีแล้วเดินไปที่เวที แต่มาตาร์ยังงง ๆ อยู่ว่าถึงคิวของตนแล้วหรือ แต่ก็เดินตามไป 

         พิธีกรยังคงประกาศหมายเลขและเวทีต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ จนครบแปดเวที ซึ่งมาตาร์ก็ไม่ได้สนใจฟังแล้ว 

         คู่ต่อสู้ของพวกมาตาร์เป็นคู่ผู้ชายล่ำบึ้กถือดาบโค้งใบดาบใหญ่ทั้งสองคน 

         “ฮ่า ๆ ๆ แกสองคนจะเป็นเหยื่อสังเวยคู่แรกของพวกเราล่ะ” ชายร่างใหญ่ที่เป็นคู่แข่งคนหนึ่งพูดขึ้น 

         “พี่มาตาร์ให้ผมลุยคนเดียวก็ได้ครับ ถ้าผมตายไปเลยก็ยินดี” บรันโด้พูดเพราะเขาอยากจะตายสักครั้งอยู่แล้ว เพียงแต่ขอตายแบบแพ้การต่อสู้จริง ๆ เท่านั้นเอง ไม่ใช่ยอมตายเฉย ๆ 

         “เฮ้ย ไม่ดีมั้ง พี่หวังของรางวัลอ้ะ ถ้าน้องตายไปพี่ก็ลำบากขึ้นสิ” มาตาร์ซึ่งมีเป้าหมายชัดเจนไม่สนว่าบรันโด้จะต้องการอะไร อย่างน้อยก็อยากให้มีคนช่วยสู้จนชนะ 

         “การแข่งขันเริ่มได้ค่ะ!!” 

         สิ้นเสียงพิธีกรสาว เจ้าชายล่ำบึ้กทั้งคู่ก็พุ่งมาทันที 

         ปึ้กก!! ปั้กก!! 

         บรันโด้หายไปต่อหน้ามาตาร์แล้วพุ่งไปต่อยคู่ต่อสู้คนหนึ่งจนกระเด็นไปชนอีกคนหนึ่ง ส่งผลให้ทั้งคู่กลายเป็นแสงหายไปทันที แม้แต่มาตาร์ก็แทบจะมองตามไม่ทัน 

         “เฮ่อ ...ยังแพ้ไม่ได้อีกแล้ว” บรันโด้บ่นออกมาเหมือนไม่พอใจถึงผลลัพธ์ที่เขาเป็นผู้ชนะ 

         ‘อะไรของมันวะเนี่ย เร็วและแรงขนาดนี้ คนบนเกาะเริ่มต้นคนไหนจะชนะมันได้’ มาตาร์ตื่นตะลึงถึงความสามารถของบรันโด้ ซึ่งแค่พุ่งเข้าไปต่อยธรรมดา ๆ ก็ชนะแล้วโดยไม่ต้องใช้ปราณหรือท่าไม้ตายอะไรเลย 

         “เอ่อ ...บรันโด้ พี่ว่าอย่างน้องถ้าอยากแพ้คงต้องออกจากเกาะเริ่มต้นจริง ๆ ล่ะมั้ง” มาตาร์พูดกับบรันโด้อย่างรู้สึกทึ่ง 

         การประลองแต่ละเวทีใช้เวลาเฉลี่ยแค่รอบละหนึ่งนาทีเท่านั้น และเมื่อมีเวทีไหนแข่งจบ พิธีกรก็จะประกาศคู่ต่อไปเข้ามาแทนทันที 

          

         จนในที่สุด เวลาผ่านไปประมาณสิบนาที 

         “ทีมหมายเลขห้าสิบสองกับหมายเลขหนึ่งร้อยสามสิบสองที่เวทีหนึ่งค่ะ” พิธีกรสาวเรียกทีมของมาตาร์อีกครั้ง 

         คู่ต่อสู้ของทีมมาตาร์คราวนี้เป็นหญิงทั้งคู่ คนหนึ่งใช้ดาบตรง ส่วนอีกคนสวมถุงมือผลึกเวททั้งสองมือ 

         บรันโด้เห็นคู่ต่อสู้ทั้งคู่แล้วยิ้มออกมาทันที 

         “มีอะไรน่ายินดีเหรอบรันโด้” มาตาร์ถามเมื่อเห็นว่าหน้าตาของบรันโด้ดูดีใจ 

         “ผมแพ้ทางเวทมนตร์สุด ๆ เลยครับ” บรันโด้ตอบเหมือนกับว่ายินดีที่มีโอกาสจะแพ้ 

         “การแข่งขันเริ่มได้ค่ะ!!” 

         สิ้นเสียงสัญญาณจากพิธีกร บรันโด้ยังคงพุ่งตัวออกไปเหมือนเดิม ส่วนมาตาร์ก็รอดูท่าทีเหมือนเดิม 

         ฟิ้ว!! ฟิ้ว!! ฟิ้ว!! 

         ดาบในมือหญิงสาวแหวกอากาศเข้าปัดป่ายที่ร่างของชายหนุ่มผมดำ แต่เขากลับหลบได้อย่างง่ายดายด้วยความเร็วที่แตกต่าง 

         ส่วนหญิงสาวอีกคน อากาศรอบ ๆ ตัวของเธอมีไอหมอกสีขาวลอยออกมาอย่างต่อเนื่อง แล้วเข้าพัวพันที่ขาของบรันโด้เอาไว้ เหมือนพยายามจะหยุดการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของเขา 

         ฟิ้ว!! ฟิ้ว!! เชียะ!! 

         บรันโด้เคลื่อนไหวช้าลงจนปลายดาบเฉี่ยวเสื้อผ้าของเขาได้แล้ว 

         กรึก!! อ๊ายยย!! กร๊อบ!! 

         ร่างของหญิงสาวผู้ใช้เวทมนตร์ถูกกระชากขึ้นมาก่อนจะถูกฝ่ามือกระแทกเข้าที่ศีรษะจนคอหักกระดูกทิ่มออกมานอกร่าง ก่อนจะสลายเป็นแสงไป 

         ผู้ที่ลงมือก็คือมาตาร์นั่นเอง เขากระชากแขนของหญิงสาวเข้าหาอย่างแรงด้วยเคล็ดความเร่ง เท่านี้แขนก็หักแล้ว ก่อนจะใช้อีกมือกระแทกที่หัว สวนแรงกระชาก ส่งผลให้หญิงสาวคอหักตายอย่างง่ายดาย 

         “งานนี้เค้าสู้กันเป็นคู่นะน้อง ไม่ใช่หนึ่งต่อสอง” มาตาร์ซึ่งลงมืออย่างโหดเหี้ยมร้องเตือน 

         ปึ้ก!! ปึ้ก!! 

         เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งส่งเสียงร้องออกมา หญิงสาวที่ใช้ดาบก็เสียสมาธิแวบหนึ่ง ส่งผลให้บรันโด้ส่งหมัดเข้าร่างของหญิงสาวอย่างจังสองหมัด จนร่างของเธอสลายตามไปอีกคน 

         “โห!! พี่มาตาร์ลงมือโหดมากครับ กระดูกปลิ้นออกมาอย่างนั้น” บรันโด้ตกตะลึงอยู่เหมือนกันที่เห็นวิธีต่อสู้ของมาตาร์ 

         “โหดเหดอะไรกัน ใช้เวลาไม่ถึงวิก็ตายแล้ว ไม่ทันรู้สึกเจ็บหรอก...มั้ง” สำหรับมาตาร์สภาพก่อนตายไม่ได้เป็นตัวบอกว่าอย่างไหนโหดอย่างไหนไม่โหด ในเมื่อมันก็คือตายเหมือนกัน ตายเร็วย่อมดีกว่าตายช้า จากประสบการณ์ตรงของเขา ให้ตายเร็ว ๆ ถือว่าปรานีแล้ว 

         ผ่านการต่อสู้ไปสองรอบ ผู้คนเหลือแค่หนึ่งในสี่ จากหนึ่งร้อยสามสิบสองทีม ตอนนี้เหลือแค่สามสิบสามทีมเท่านั้น บางทีมก็เหลือสมาชิกคนเดียว 

         รอบต่อไปเป็นทีมที่เหลือคนเดียวสู้กัน จนในที่สุดก็เหลือทั้งหมดสามสิบสองทีม 

         “อีกสองรอบก็ได้เข้ารอบจริงแล้ว” มาตาร์พูดออกมาเมื่อเห็นจำนวนทีมที่เหลือ 

         “ทีมหมายเลขสี่กับทีมหมายเลขหนึ่งร้อยสามสิบสองที่เวทีหนึ่งค่ะ” 

         คู่ต่อสู้ของทีมมาตาร์คราวนี้เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ผู้ชายใช้ไรเฟิล ส่วนผู้หญิงใช้เวท 

         บรันโด้เห็นแล้วก็ยิ้มอีกครั้ง 

         “คราวนี้อะไรอีกล่ะบรันโด้” มาตาร์ถามเมื่อเห็นบรันโด้ยิ้มอีก 

         “ผมแพ้กระสุนปืนเหมือนกันครับ” บรันโด้ตอบเมื่อคิดว่าตัวเองอาจจะมีโอกาสตาย 

         การโจมตีที่ไม่คิดคำนวณค่าความต่างของระดับอีกชนิดหนึ่ง นั่นก็คือการโจมตีด้วยดินปืน ไม่ว่าจะเป็นระเบิดหรือกระสุนปืน และจะไม่คิดค่าสภาพร่างกายของผู้ใช้ปืนด้วย การโจมตีด้วยอาวุธดินปืนมีความรุนแรงตามสภาพอาวุธโดยตรง หมายความว่าถ้าคนระดับต่ำถือปืนที่โจมตีได้ห้าร้อยกับคนที่มีระดับสูงถือปืนกระบอกเดียวกัน ผลลัพธ์จะออกมาห้าร้อยเหมือน ๆ กัน ไม่ว่าใครจะยิง และเป้าหมายจะเป็นคนที่ระดับต่ำหรือระดับสูง ก็จะได้รับแรงโจมตีเท่ากัน 

         ดังนั้นสำหรับบรันโด้ที่ระดับสูงมาก การโจมตีด้วยไรเฟิลย่อมเห็นผลอย่างแน่นอน ถ้าเขาโดนเข้าก็มีสิทธิ์ตายได้ 

         “การแข่งขันเริ่มได้ค่ะ” 

         เปรี้ยงง!! 

         กระสุนถูกยิงออกมาจากไรเฟิลของผู้ชายทันที แต่บรันโด้และมาตาร์พอจะมองวิถีกระสุนออกด้วยการใช้ค่าสมาธิทำให้หลบได้ 

         วูบ! ปุก! 

         บรันโด้พุ่งเข้าไปแล้วเหวี่ยงหมัดเข้าหาร่างของผู้ชาย แต่กลับมีกำแพงใสป้องกันเอาไว้ได้ 

         “เวทเกราะ!” มาตาร์รู้ทันที เพราะมันเหมือนกับที่เมโลดี้ใช้เลย 

         เปรี้ยง!! 

         กระสุนดังขึ้นอีกนัดในระยะแทบจะประชิดตัวบรันโด้ 

         ร่างของบรันโด้กระเด็นถอยหลังออกไปทันที 

         เพล้ง!! ฉัวะ! ฉัวะ! 

         มาตาร์ไม่เสียจังหวะ แม้จะเห็นว่าบรันโด้เสียท่า 

         ชายหนุ่มผมแดงพุ่งเข้าหาชายหญิงทั้งคู่ โดยเคล็ดเท้าไร้เงาแล้วใช้หมัดความเร่งกระแทกใส่เวทเกราะจนแตกในครั้งเดียวด้วยการเสริมปราณจนแทบหมดตัว ตามด้วยการตะปบเอาหัวของคนทั้งคู่ออกจากตัวด้วยเคล็ดเพลงมวยของเขา จนกลายเป็นแสงไปอย่างรวดเร็ว โดยทำมือไขว้กันใช้มือหนึ่งล็อกไหล่ส่วนอีกมือสวนเข้าที่หัวในทิศทางตรงข้าม ซึ่งเกิดจากการประยุกต์กระชากแล้วผลัก เปลี่ยนเป็นดันซ้ายแล้วตบขวา ดันขวาแล้วตบซ้าย ซึ่งส่งผลไม่ต่างจากของเดิมเลย 

         มาตาร์ลงมืออย่างรวดเร็วมากซึ่งเกิดจากความเคยชินของเขา เพราะการฝึกในแมนชั่นแห่งความตายเขาสามารถฝึกได้มากเท่าที่ต้องการโดยไม่มีอาการล้า จึงส่งผลได้เร็วขนาดนี้ 

         “บรันโด้ ...ตายรึยัง?” มาตาร์ถามบรันโด้ที่ล้มลงไปนอน แต่ก็ยังไม่กลายเป็นแสงหายไป 

         “ยิงมาโดนชุดเกราะซะได้” บรันโด้พูดขึ้นมาพร้อมทั้งชี้ให้ดูกระสุนที่ฝังคาอยู่ที่เกราะอกของเขาซึ่งหนากว่าหนึ่งนิ้ว 

         “ทำไมน้องเสียท่าง่ายอย่างนี้ล่ะ จงใจรึเปล่าเนี่ย” มาตาร์ถามเพราะเห็นว่าบรันโด้อยากจะตายอยู่แล้ว 

         “ไม่หรอกพี่มาตาร์ สองคนนั่นเก่งจริง ๆ จังหวะป้องกันและโจมตี เข้าขากันสุด ๆ ผมไม่เห็นว่ามันจะมีช่องว่างให้โจมตีได้เลย แต่พี่กลับใช้กำลังฝ่าไปตรง ๆ ซะนี่” บรันโด้พูดด้วยความชื่นชม 

         “พอดีเคยเห็นเวทเกราะใกล้ ๆ มาแล้วน่ะ จริง ๆ เวทเกราะนั้นแข็งแกร่ง แต่ถ้าถูกโจมตีแรง ๆ ผู้ใช้เวทก็จะต้องเสียพลังวิญญาณสูงมากตามไปด้วย ทีนี้พี่ก็วัดกันที่พลังวิญญาณของตัวเองกับแม่สาวจอมเวทคนนั้น พอดีน้องต่อยเข้าไปแล้วครั้งนึง ก็เลยทุ่มปราณกับพลังวิญญาณสุดตัวเพื่อทำลายเวทให้ได้ในครั้งเดียว แล้วอาศัยจังหวะที่เวทสลาย โจมตีทันที” มาตาร์ไล่ลำดับเหตุการณ์ว่าเขาทำอย่างไรเมื่อสักครู่ 

         “แต่ท่าโจมตีของพี่นั่นอะไรน่ะ มีแต่ท่าหักคอกระชากหัวเหรอไงเนี่ย” บรันโด้พูดถึงการโจมตีของมาตาร์ที่ดูโหดสุด ๆ 

         “ก็คอมันอ่อนแอที่สุดในร่างกายที่โดนโจมตีทีเดียวแล้วตายนี่นา จะไปเสียเวลาเล่นงานลำตัว เกิดไม่ตายขึ้นมาก็โดนสวนน่ะสิ” มาตาร์บอกเหตุผลที่ท่าโจมตีของเข้าทั้งหมดมีแต่การหักคอกระชากหัว 

          

         การต่อสู้รอบนี้ทำให้เหลือทีมทั้งหมดแค่สิบหกทีม และครั้งต่อไปเป็นการต่อสู้รอบคัดเลือกครั้งสุดท้าย 

         “ทีมหมายเลยเก้าสิบเก้ากับทีมหมายเลขหนึ่งร้อยสามสิบสอง เวทีหนึ่งค่ะ” 

         “อุ๊ย! ในที่สุดก็เจอกันจนได้นะคะคุณมาตาร์” เสียงหญิงสาวทีมคู่ต่อสู้พูดขึ้น 

         “ได้เวลาเช็กบิลกันซะทีนะซารีน่า” มาตาร์ตอบกลับทีมคู่ต่อสู้ของตน 

         “บรันโด้ ไม่ต้องสนใจยัยผู้หญิงนั่นนะ พี่จะเล่นเธอเอง” มาตาร์หันไปพูดกับบรันโด้ 

         “การแข่งขันเริ่มได้ค่ะ” 

ความคิดเห็น