ฝากติดตามกันด้วยนะฮับ

EP_23 สงครามเงียบ

ชื่อตอน : EP_23 สงครามเงียบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 16

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มิ.ย. 2564 15:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP_23 สงครามเงียบ
แบบอักษร

Friday | 22/12/2046 | 11:17 | Charlotte Haynes 

 

สภาพอากาศอันแปรปรวนระหว่างร้อนกับหนาว ก่อให้เกิดม่านหมอกปกคลุมไปทุกแห่งหน 

ลีออนแบกผมขึ้นหลังเดินมาไกลแสนไกล ในพื้นที่ที่ผมไม่คุ้นเคยและแน่ใจว่าไม่เคยผ่านมาเลยสักครั้ง แบบนี้จะเรียกว่าหลงทางรึเปล่านะ 

 

นายรู้ทางจริงรึเปล่าเนี่ย 

คฤหาสน์การ์ดเนอร์อยู่ติดกับทะเลสาบ แค่ตามกลิ่นนํ้าจืดไปก็พอแล้ว 

หนาวแบบนี้จมูกยังรับกลิ่นอยู่เหรอ 

ร่างกายของเรามันไม่เหมือนกัน แค่ร่างกายระหว่างเราก็ชัดเจนแล้ว 

จะยอมเชื่อก็ได้ครับ โม้ไปเถอะผมเอาคางเกยไหล่กว้างลีออนต่อไป เพราะแม้จะขี่หลังกันก็ยังโดนบังวิสัยทัศน์อยู่ดี 

 

เสื้อคลุมดำตัวเดียวช่วยกันหนาวให้เราเดินมาถึงริมทะเลสาบจนได้ พื้นผิวนํ้าเป็นแผ่นนํ้าแข็งเรียบแต่ยังคงเห็นฝูงปลาอ้วนแหวกว่ายอยู่เบื้องล่างอย่างเชื่องช้า 

ยังไงก็ตามบริเวณริมทะเลสาบนั้นมีหมอกปกคลุมหนากว่าในป่าเสียอีก แบบนี้ไม่มีทางที่เราจะมองเห็นคฤหาสน์การ์ดเนอร์ได้เลย 

 

หมอกหนาขนาดนี้เราคงต้องสุ่มทางเดินกลับแล้วล่ะผมมองซ้ายมองขวาด้วยความลังเล 

คิดจะ 50-50 เหรอเขาพูดด้วยนํ้าเสียงเบื่อหน่าย 

งั้นคฤหาสน์นายตั้งอยู่ทิศไหนของทะเลสาบล่ะ 

ตะวันตก 

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผมจึงใช้เวทมนตร์สร้างสนามความร้อนไปทั่วอาณาบริเวณ เพื่อทำให้หมอกจางลงจนท้องฟ้ารอบตัวเราสดใสอีกครั้ง 

ขณะนี้เวลาน่าจะยังไม่ถึงเที่ยงวัน ผมสามารถระบุทิศทางจากตำแหน่งของเงาและพระอาทิตย์ได้ ซึ่งเงาพวกเราจะชี้ไปทางทิศตะวันตกพอดี ในขณะที่ทิศทางที่แสงสาดส่องจะเป็นตะวันออก 

แต่เงาของเรามันเฉียงขึ้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งผมต้องถามเขาก่อนเพื่อไม่ให้เราหลงทางไปมากกว่านี้ 

 

เอ่อ เท่าที่ผมเคยดูในแผนที่โลกของนาย เราอยู่แทบซีกโลกเหนือใช่ไหม 

เออ เราอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบเขาหันมองซ้ายซึ่งหมอกค่อยๆ เข้าปกคลุมเราอีกครั้ง 

นายรู้เรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ 

นี่คิดว่าฉันเป็นไอ้โง่รึไง 

คิดว่านายเป็นพวกบ้าระห่ำอย่างเดียว 

ถ้าทหารไม่ฉลาด ไม่มีกลยุทธ์ มันก็ปกป้องใครไม่ได้สิฟะ กองทัพอาณาจักรนอร์สอย่างเราไม่รับคนโง่เป็นทหารเว้ย 

นึกว่าจะมีแต่ผู้บังคับบัญชาเสียอีกที่ฉลาด 

ก็เพราะเป็นตำแหน่งที่ห้ามคนโง่แตะ เราก็เลยห้ามมีคนโง่ไว้ในกองทัพไงล่ะ พอกันทีขี้เกียจคุยกับเธอแล้ว 

 

หลังจากพล่ามมาสักพัก ลีออนก็หันซ้ายก้าวเท้ามุ่งสู่คฤหาสน์การ์ดเนอร์ ซึ่งคาดว่าอยู่ไม่ไกลจากริมทะเลสาบตรงนี้ 

 

 

 

เราเดินกันมาเกือบ 20 นาที ในที่สุดเราก็ออกจากเขตหมอกพิศวงสู่ฤดูเหมันต์ตามธรรมชาติ หิมะขาวโพลนกับท้องฟ้าแสนสดใสคือสิ่งที่พิสูจน์ว่า ที่แห่งนี้ปราศจากการแทรกแซงจากเวทมนตร์โดยสิ้นเชิง 

 

เรานิ่งเงียบกันโดยไม่พูดอะไร จนกระทั่งเราเห็นหลังคาคฤหาสน์พร้อมกับขบวนรถทหารที่มุ่งตรงมาหาเรา พวกเขาจอดลงและลงมาพร้อมกับอุปกรณ์ช่วยเหลือมากมาย ทั้งเปลขนย้าย ผ้าห่มแสนหนานุ่มและชุดปฐมพยาบาล 

 

ขออนุญาตครับท่านนายทหารเกือบ 10 นาย มุ่งตรงมาทางเรา โดยคนที่หามเปลสองคนเข้ามาอุ้มผมลงบนเปลขนย้าย 

ระวังด้วย ยัยนั่นมันกระดูกอ่อนจากนั้นนายทหารก็ส่งผ้าห่มให้ลีออนกับผม ซึ่งเราก็ไม่รีรอที่จะเอามาคลุมกายเลยแม้แต่วินาทีเดียว 

ขอโทษครับคุณหนู ที่เราพึ่งจะเข้ามาช่วยเหลือ แต่ในม่านหมอกนั้นมีบางอย่างลอบโจมตีเรานายทหารซึ่งเป็นหัวหน้าพ่อบ้านประจำคฤหาสน์การ์ดเนอร์ เดินมากล่าวขอโทษด้วยตัวเอง 

โจมตี? แต่ฉันกับยัยตุ๊กตาไม่โดนงั้นเหรอลีออนเหลียวหลังกลับไปยังม่านหมอก มันกินวงกว้างและสูงราวกับภูเขามหึมาที่ครอบคลุมได้ทั้งมหานคร 

สิ่งที่โจมตีเราไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์ป่าแปลกๆ ที่เหมือนหลุดมาจากเทพนิยายครับคุณหนูพูดจบก็มีนายทหารยื่นเศษเขากวางที่ยังพอมองออก แต่ลักษณะของมันเป็นแท่งไฟร้อนๆ ราวกับเครื่องทำความร้อนเคลื่อนที่ 

เพราะแบบนี้ ปลาในทะเลสาบเลยตัวอ้วนขึ้นสินะลีออนกล่าวพร้อมกับหันมาทางผมด้วยความฉงนใจ 

อา ผมรู้แล้ว ชัดเจนขนาดนี้ก็คงเป็นฝีมือผมนั่นแหละแต่มันควบคุมไม่ได้จริงๆ นะ 

เฮ้อ~ เอาเถอะ เหนือสิ่งอื่นใดเขากลับไปสนใจนายทหารพ่อบ้านอีกครั้งเฟยอินยังอยู่ที่บ้านฉันใช่ไหม 

ครับคุณหนู เธอยังนอนหมดสติอยู่ 

อาจจะเป็นการรบกวนเกินไปหน่อย แต่เราต้องมีคนงานกะกลางคืนแล้ว ฉันกับลุงคงดูแลตาแก่กับยัยพวกนี้ไม่ไหวหรอก 

ทราบแล้วครับ 

อีกอย่าง ส่งยัยนั้นกลับไปรักษาที่คฤหาสน์ของเรา ตอนนี้เราไว้ใจใครไม่ได้จนกว่าจะรู้แน่ว่าศัตรูเราเป็นใคร 

งานใหญ่สินะ คุณหนู 

เออ เตรียมออกรถได้แล้ว 

 

ทั้งลีออนและผมต่างพากันขึ้นรถเพื่อที่จะกลับไปยังคฤหาสน์ แม้ว่าผมจะไม่ชอบกลิ่นรถเลยก็ตามแต่คราวนี้มันจำเป็นจริงๆ 

 

 

Friday | 22/12/2046 | 11:42 | Leon Gardner 

 

เหตุผลที่พวกมันต้องการตัวชาร์ล็อต คงจะเป็นที่พลังอำนาจที่เธอควบคุมมันไม่ได้ เราต่างถูกหมายหัวโดยศาลนกยูงซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่มีใครรู้ว่ามีอยู่บนโลก 

หากฉันเป็นราคาที่ต้องจ่าย ชาร์ล็อตก็คงเป็นขุมทรัพย์อัญมณีเม็ดงามที่พวกมันคอยมองหามาโดยตลอด 

ดูจากวิธีการที่พวกมันพยายามจะฆ่าฉัน มันเลือกลอบโจมตีกันมากว่าเผชิญหน้าตรงๆ เท่ากับว่าต่อให้เป็นยอดนักสู้ก็ต่อกรกับมันไม่ได้แน่ๆ แม้แต่ฉันเองก็ตาม 

พวกที่ตายในป่าต่างเป็นพวกมากฝีมือและใช้เวทมนตร์ได้เหมือนชาร์ล็อต แม้ว่าพวกมันจะใช้ได้ไม่ชำนาญ แต่มันก็มากพอที่จะใช้ข่มขู่ใครก็ตามที่อยากจะมีเรื่องด้วย ครั้งนี้ฉันโชคดีที่ไม่ตายแม้จะโดนทิ่มแทงทะลุหัวใจก็ตาม 

เหตุผลที่ไม่ตายก็เพราะว่าฉันไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว ส่วนสาเหตุการกลายพันธุ์เกินมนุษย์ก็คงมีสาเหตุมาจากชาร์ล็อต เธอเป็นตัวการที่ทำให้สิ่งมีชีวิตแปรสภาพจริงๆ โดยที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ควบคุมไม่ได้ 

พวกเราทั้งหมดกำลังอยู่ในอันตราย 

 

 

 

หลังจากกลับมายังคฤหาสน์ฉันก็รีบมุ่งหน้าไปยังห้องที่เฟยอินพักฟื้น เมื่อเปิดประตูออกก็เห็นมาดามเฟยหลานในชุดกี่เพ้าสีแดง อยู่ข้างๆ เฟยอินที่นอนบาดเจ็บอยู่บนเตียง 

สะบักสะบอมเชียวนะ คุณลูกสะใภ้ 

คุณนายมาที่นี่เพราะเป็นห่วงลูกสาวจริงๆ หรือแค่มายืนยันการตายของลูกสะใภ้ล่ะ?”  

ดิฉันแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออก ลูกสาวย่อมมาเป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้ว 

เป็นห่วง? แต่ก็ส่งเธอมาเสี่ยงตายในสงครามนอร์ส? แถมยังส่งมาฆ่าฉัน?”  

 

ฉันค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเฟยอินที่เตียง โดยไม่แยแสมาดามเฟยหลานแม้แต่น้อย 

 

บอกฉันทีสิเฟย เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นฉันที่พยายามสบตากับเธอ กลับโดนเธอหลบสายตา สีหน้าที่แสดงความหวาดหวั่นของเธอที่ฉันไม่เคยเห็นแม้ในยามสงคราม ครั้งนี้เรากำลังเผชิญหน้าอยู่กับอะไร 

 

เธอก้มหน้าก้มตาลงอย่างที่นายเข้าใจ องค์กรส่งฉันมาคอยจับตาดูนาย...เพื่อสักวันเราจะได้เอาตัวนายไป 

 

เธอไม่ได้ลงมือฆ่าฉันใช่ไหม 

 

พวกเขาลงมือฆ่านายเพราะเห็นว่าใช้ประโยชน์ไม่ได้-”  

หลังจากฆ่าเธอแล้วเรากะจะฆ่ายกคฤหาสน์ แล้วยึดทรัพย์สมบัติกับสาวน้อยผมบลอนด์ไปด้วย 

 

นี่แก…”  

 

แค้นเคืองไป ก็มีแต่จะเสียคะแนนนิยมเปล่าๆ เธอก็รู้นี่ว่าอาณาจักรนอร์สอยู่ในช่วงเปลี่ยนขั้วอำนาจ ถ้าเกิดเป็นศัตรูกับอำนาจใหม่ที่ประชาชนเป็นคนถือครอง คงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น 

 

“…” ถ้าฆ่ามันตรงนี้ จะเกิดการเรียกร้องให้เปลี่ยนระบอบอำนาจเร็วขึ้น เมื่ออำนาจเป็นของสามัญชน ก็เท่ากับอำนาจเป็นของพวกมัน เพราะชาวนอร์สตอนนี้กระหายเสรีภาพละทิ้งโคตรเหง้าแล้วปล่อยให้คนต่างแดนแทรกแซง ซึ่งคนต่างแดนดันเป็นองค์กรร้ายไปเสียได้ 

 

เฟยหลานเดินมากุมมือลูกสาวเธอลูกไหวไหม 

เฟยอินพยักหน้าตอบรับผู้เป็นแม่ไหวค่ะ 

ก่อนจะหันมาสนใจฉันอีกครั้งเราขอเสนอให้เธอมาร่วมองค์กรกับเรางานแรกของเธอก็แค่ส่งตัวจอมเวทชาร์ล็อตให้เรา งานง่ายๆ แลกกับความปลอดภัยของครอบครัวเธอมันย่อมคุ้มค่าอยู่แล้วจริงไหม 

“…”  

 

ชีวิตของชาร์ล็อตแลกกับชีวิตของครอบครัวฉันงั้นเหรอ 

 

เมื่อเธอพร้อม ก็เอาลูกสาวฉันไปเลยรีบหน่อยล่ะ ท่านผู้นั้นคาดหวังกับเธอ 2 คนเอาไว้มากสองแม่ลูกจับมือกันก่อนที่จะหายตัวไปในชั่วพริบตา ราวกับพวกเธอไม่เคยอยู่ที่นี่มาก่อน 

 

ชีวิตของครอบครัวฉันอยู่ในกำมือพวกมัน ซึ่งการส่งตัวชาร์ล็อตให้พวกมันก็เท่ากับยินยอมเป็นลิ่วล้อ แต่มันเป็นทางที่ดีที่สุดจริงเหรอ 

 

ไม่จริงเลยสักนิด ถ้าคิดในมุมมองของพวกมัน หากฉันหรือโนเอลมาสืบทอดมรดกต่อหลังจากการตายของตาแก่ นั้นย่อมได้ประโยชน์สูงที่สุด 

เจตนาของพวกมันจริงๆ ก็คือฆ่าฉันกับตาแก่แล้วก็ไว้ชีวิตโนเอลมารับมรดก ก่อนจะช่วงชิงมันไปโดยการบังคับให้เธอมาเป็นลิ่วล้อ เพราะโนเอลมีแนวโน้มถูกควบคุมง่ายกว่าฉันมาก 

ส่วนชาร์ล็อตคงจะเป็นเหยื่อที่ดวงซวยที่สุดในเหตุการณ์นี้ 

 

สรุปแล้วการยกชาร์ล็อตให้มันไป ก็ไม่ได้หมายความว่าครอบครัวฉันจะปลอดภัย จะยอมทำตามมันเฉยๆ ก็มีแต่เสียเปรียบ หาทางโต้กลับน่าจะดีที่สุด 

 

 

Tuesday | 2/4/1888 | 14:12 | Leon Gardner 

 

แสงโทนอบอุ่นสีแสดสาดส่องจากบนเพดาน สัมผัสพื้นเตียงอันอ่อนนุ่มและกลิ่นเหล้าเตะจมูก เรือนไม้ในฤดูหนาวที่นี่มันที่ไหนกัน 

 

ตื่นสักทีนะ ไอ้เปรตในขณะที่ลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ก็ได้ยินเสียงลอร์ดเตี้ยซดเหล้าอยู่ข้างๆ 

นี่แกโรคจิตหรือไงถึงมาเฝ้าตอนฉันหลับวะ 

จำไม่ได้จริงๆ ด้วยสินะ ว่าแกพึ่งจะโจมตีหมู่บ้านนี้ แล้วฉันก็มาเฝ้าดูแกไม่ให้คลุ้มคลั่งอีก 

“…”  

 

ไอ้หมายักษ์นั่นอีกแล้วเหรอ 

 

โชคยังดีที่ไม่มีคนบาดเจ็บ เพราะนายพึ่งจะกินเนื้อเบียนก้าไป 

เธอยังไม่ตายใช่ไหม?”  

เผ่าพันธุ์เธออึดใช้ได้ ตอนนี้เธอสบายดี คนของเรามีเลือดให้เธอดื่มมากพอ แต่คราวหน้าเราคงต้องพกเนื้อมาด้วยแล้วไอ้เตี้ยก็กระดกเหล้าทั้งขวดต่อ 

นี่แกไม่รู้รึไง ว่าเด็กเขาห้ามดื่มเหล้าฉันก็เลยฉกขวดเหล้ามันมายกซดแทน 

เฮ้ย!ไอ้เปรตนี่!นั่นมันของฉันเว้ย!”  

 

จากนั้นเราก็แย่งขวดเหล้ากัน มันใช้พลังเงาเข้าสู้งัดแขนงัดมือฉันให้ได้ แต่ด้วยพละกำลังที่มีมาแต่เกิด ก็เพียงพอที่จะขัดขืนแล้ว 

 

เพล้ง!!’ แต่สุดท้ายขวดก็ตกลงพื้น อดแดกด้วยกันทั้งคู่เลยแบบนี้ 

 

ทันใดนั้นเองก็มีเสียงฝีเท้าคนเดินมาเปิดประตูห้องข้ามาขัดจังหวะพวกท่านรึเปล่าคะยัยโกเลมเหล็กผมสีมิ้นท์นัยน์ตาสีม่วง ถ้าจำไม่ผิดเธอพึ่งจะโดนฉันกัดไปเมื่อวาน 

ผมก็แค่จัดการกับคนปากเสียน่ะ 

อย่ามาทำเป็นพูดดีหน่อยเลย ไอ้เตี้ยอย่างแกก็ปากหมาพอๆ กันแหละ 

หน็อย!!” ฉันพร้อมจะเปิดศึกกับไอ้เตี้ยนี้มานานแล้ว 

 

ก๊อก!ก๊อก!’ เสียงแขนจักรกลของยัยหัวมิ้นท์ เคาะบานประตูเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเรา 

 

ก็อยากดูหนุ่มๆ จู๋จี๋กันอยู่หรอก แต่มีคนมาหาเจ้ามนุษย์ค่ะท่านพอยัยหัวมิ้นท์พูดจบคิทกับชายแปลกหน้าผมสีดำนัยน์ตาสีขาวในชุดสูทสุภาพบุรุษก็เดินเข้ามาในห้อง 

เจอตัวสักทีนะ เขาอยากเจอตัวนายจะแย่แล้วน่ะ 

 

ชายแปลกหน้าคนดังกล่าวโค้งคำนับเล็กน้อยยินดีที่ได้รู้จักครับ ลีออน การ์ดเนอร์ ผมเดินทางมาจากอาณาจักรไพร์คร็อก ดินแดนแห่งวิทยาการและศาสตร์แห่งศิลป์ ผม ศาสตราจารย์ อัลเฟร็ด นอร์แมน ผมมาหาพวกคุณเพราะลูกศิษย์ของผมเอง 

 

ใครวะแล้วใครลูกศิษย์มัน 

 

ลูกศิษย์?”  

 

เขามองตรงมาที่ฉันด้วยสายตาที่เหมือนจะมืดบอด แต่มันก็ไม่ใช่ปฏิกิริยาของคนตาบอดเลยสักนิดชาร์ล็อต เฮย์เนส เธอคือลูกศิษย์ของผม และผมมาเพื่อช่วยเธอ 

ความคิดเห็น