email-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กุญแจแห่งโซโลมอน(7)

ชื่อตอน : กุญแจแห่งโซโลมอน(7)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 494

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2564 23:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กุญแจแห่งโซโลมอน(7)
แบบอักษร

ฟิ้วววว 

เสียงแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมกับร่างของหนึ่งในปีศาจเงาทั้งเจ็ดได้ลอยบินไปติดกำแพง สายตาของปีศาจทุกตนเบิกกว้างจับจ้องไปยังร่างสีดำทมิฬของมนุษย์ผู้ถูกหุ้มไปด้วยปรสิตสีดำที่กำลังค้างอยู่ในท่าเตะ 

พวกมันที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ละทิ้งซึ่งกายหยาบย่อมไม่อาจรับผลของการโจมตีเชิงกายภาพ แต่เหตุใดเพื่อนของมันถึงถูกทีบส่งด้วยแรงเตะธรรมดาๆ 

"อย่าตกใจกันแบบนั้นสิ" 

บรูซพูดพร้อมยกขาลงก่อนจะเดินย่างสามขุมไปหาปีศาจตนที่เหลือพร้อมกับกริชสองเล่มที่ปรากฏขึ้นในมือของเขา  

กริชทั้งสองเล่มนั้นมีรูปลักษณ์เหมือนค้างคาวสีดำทมิฬหากแต่ส่วนใบดาบนั้นเป็นสีทองดูหรูหรา ตัวกริซแผ่กลิ่นอายพลังเวทอันแกร่งกล้าออกมา พร้อมกับอากาศรอบใบดาบที่เหมือนกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง 

"แก! คลื่นเสียงสินะ" 

ปีศาจตนที่ถูกเขาเตะอัดกำแพงนั้นลุกขึ้นมาพร้อมพูดด้วยนํ้าเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะและความไม่พอใจ ตรงส่วนที่ถูกเตะนั้นเผยให้เห็นถึงเนื้อหนังของมนุษย์ที่มันสิงสูแต่ก็ค่อยๆกลับมาสมานอย่างรวดเร็ว 

ใช่แล้วสิ่งบรูซใช้โจมตีปีศาจเงาเหล่านี้นั้นคือคลื่นเสียง ไม่สิ เรียกว่าคลื่นความถี่สูงคงถูกกว่า โดยสิ่งที่เขาทำนั้นคือการใช้พลังจิตทำเกราะคลื่นความถี่คลอบร่างกายแต่ยังไม่สัมผัสกับตัวของซิมไบโอตของเขา 

ทันทีที่คลื่นความถี่นั้นสัมผัสกับร่างของปีศาจ ร่างกายส่วนที่เป็นปีศาจก็จะกลับมาเป็นมนุษย์ การโจมตีกายภาพต่อจากนั้นย่อมมีผลเมื่อส่วนนั้นเป็นมนุษย์ที่มีกายหยาบ 

"ใช่แล้วล่ะ ข้าสามารถสร้างคลื่นความถี่ได้ด้วยพลังจิต เท่านี้เจ้าคงรู้แล้วสิน่ะว่าพวกเจ้าแพ้ทางข้าขนาดไหนเหล่าปีศาจเอ๋ย" 

"ถึงไม่คิดว่าจะฟัง แต่ถ้ายอมอยู่เฉยๆข้าขอสัญญาด้วยเกียรติของราชามนตราว่าจะข้าพวกเจ้าก่อนที่จะรู้สึกตัวซะอีก" 

บรูซพูดพรางกระชับกริซในมือ ออร่าพลังชี่สีม่วงแผ่กระจายตามชุดปรสิตของเขา เช่นเดียวกับกริซทั้งสองข้างที่มีสีม่วงแซมๆปกคลุมอยู่ 

"อย่ามาหยามกันให้มากนักเจ้ามนุษย์!" 

ปีศาจเงาตนหนึ่งพูเด้วยโทสะแทนพวกของมันทั้งหมด การพูดของมนุษย์ตรงหน้าที่มีกลิ่นอายเหมือนพวกมันนั้นไม่ต่างกับการหยามเกียรติเผ่าพันธ์ุของมันว่าจะฆ่าเมื่อไหร่ก็ได้ 

อุปกรณ์เวทที่พวกมันครอบครองนั้นต่างเรืองแสงออกมาหลังได้รับพลังเวทจากเหล่าปีศาจเงา วงเวทอัญเชิญมากมายได้ปรากฏขึ้น ได้มีร่างของเหล่าปีศาจหมาแดงหรือปีศาจตนอื่นๆปรากฏขึ้น 

ไม่ใช่แค่นั้นยังมีสองตนที่ไม่ได้ร่ายเวทอัญเชิญแต่เป็นร่ายเวทโจมตี บอลนํ้า หอกสายฟ้าหรือคมมีดอากาศถูกสร้างขึ้นพุ่งเข้าหาร่างของบรูซอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากกระสุนปืน 

การโจมตีนั้นถาโถมเข้าหาบรูซอย่างบ้าคลั่งเพื่อระบายโทสะจากการถูกมนุษย์ดูถูก น่าเสียดายถ้าเป็นจอมเวททั่วไปที่ไม่ค่อยมีความสามารถสู้ระยะประชิดละก็คงถูกโจมตีจนตายไปนานแล้วไม่ว่าจะใช้เวทป้องกันบทใดก็ตาม 

แต่อย่างว่าเขานั้นได้ทะลวงขีดจำกัดของจอมเวทมานานจะห้าสิบปีแล้ว การต่อสู้ระยะประชิดเหรอ ย่อมไม่ต้องพูดถึงเพราะในโลกก่อนเขาก็สู้ระยะประชิดผสานกับเวทมนตร์อยู่แล้ว 

ยิ่งตอนนี้เขานั้นพัฒนาจากตอนนั้นไม่รู้เท่าไหร่แถมยังฝึกฝนพลังชี่ของเหล่าจอมยุทธด้วย ยังไม่นับรวมพลังคอสมิคและพลังจิต การโจมตีเท่านี้ล้วนไม่ต่างกับการสะกิดตัวของเขา 

น่าเสียดายที่เขาไม่อาจหลบหรือทำลายการโจมตีพวกนี้ได้เพราะถ้าเขาทำนอกจากอาคารจะพัง นาตาชาที่อยู่ด้านหลังเขาก็คงโดนลูกหลงจากการโจมตีไปด้วย 

เขาได้ปากริซคู่ไปทางปีศาจเงาที่ใช้เวทโจมตี กริซนั้นปักเข้ากลางหัวจนร่างโฮสต์ของเหล่าปีศาจพวกนี้นั้นตายทันที 

"ปลดปล่อยโฮกุ:ลอร์ดคาเมล็อต" 

ปราการแสงสีขาวฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้าของบรูซ พร้อมกับโล่ที่คล้ายกางเขนที่ถูกยกขึ้นในมือ ปราการแสงที่ถูกสร้างขึ้นนั้นแม้จะถูกลดขนาดจนไม่ต่างกับปราการจำลอง แต่ก็ดูมั่นคงราวกับจะไม่ถูกตีแตก 

ทันทีที่การโจมตีนั้นสัมผัสถึงตัวกำแพงก็ไม่ต่างกับการต่อยภูเขาที่สูงตระหง่านฟ้า การโจมตีที่ไม่ต่างกับมดตัวน้อย  

เวทโจมตีนั้นสลายหายไปเช่นเดียวกับร่างของปีศาจที่พุ่งเข้ามานั้นถูกอัดเละคากำแพง 

นี้คือพลังของโฮกุ ลอร์ดคาเมล็อต:ป้อมปราการของยูโทเปียอันห่างไกล โล่ของหนึ่งในอัศวินโต๊ะกลมของคาเมล็อต เซอร์กาลาฮัดบุตรชายของเซอร์แลนสล็อต อัศวินแห่งทะเลสาบและอัศวินโต๊ะกลมที่แข็งแกร่งที่สุดของคิงอาเธอร์ 

โฮกุนี้คือปราการอันไร้พ่ายของคาเมล็อตที่จะใช้ต่อต้านศัตรูและความชั่วร้ายต่อตัวของอาณาจักรบริเทน 

ปิ้ววว 

ตอนนั้นเองกระสุนเลเซอร์ความร้อนสูงก็ได้ถูกยิงเข้าใส่ร่างของเหล่าปีศาจอัญเชิญที่เหลืออยู่ แม้พวกมันจะเป็นปีศาจที่ก็ไม่สามารถต้านทานกระสุนเลเซอร์ที่ร้อนแรงไม่ต่างจากผิวของดวงอาทิตย์ได้ 

โดยผู้ที่ยิงนั้นก็คือนาตาชา โรมานอฟที่ไม่อยากให้ตัวเองเป็นภาระในการต่อสู้ครั้งนี้กับเจ้านายคนใหม่ของเธอ 

"ยิงได้สวย" 

บรูซพูดชมพร้อมเก็บโล่ของวีรชนแห่งโต๊ะกลมลงพร้อมกับย่อตัวระเบิดพลังขาและพลังชี่พุ่งเข้าหาเหล่าปีศาจเงาในชั่วพริบตา 

กริซค้างคาวโผล่ขึ้นมาอีกคู่หนึ่งพร้อมใช้ฟันใส่ร่างของปีศาจเงาตนหนึ่งเป็นรูปกางกบาท น่าเสียดายที่ปีศาจนั้นดันหลบได้ด้วยร่างกายเหนือมนุษย์ของตนเองแต่ก็ถูกเฉียวๆไปนิดหน่อยจนต้องถอยหลังไป หากแต่ตอนที่ร่างนั้นลอยอยู่กลางอากาศ 

"คนใช้ปืนน่ะไม่ได้มีคนเดียวหรอกนะ" 

บรูซยกยิ้มขึ้นพร้อมกับกริซทั้งสองที่ถูกแทนที่ด้วยปืนเลเซอร์แบบของนาตาชา หากแต่นี้นั้นแหล่งพลังงานของมันคือพลังเวท 

ปิ้ว!ๆๆๆ 

กระสุนเลเซอร์กว่าสิบนัดถูกยิงพร้อมกันทะลุร่างของเหล่าปีศาจเงาจนตายคาที่ 

. 

. 

. 

อีกด้าน ณ ที่เก็บสมบัตของโซโลมอน 

บัดนี้ทั่วทั้งห้องนั้นถูกวาดวงเวทขนาดยักษ์ด้วยเลือด กลิ่นคาวนั้นคละคลุ้งไปทั่วห้อง กลางห้องนั้นคือแท่นบูชายัญที่บนแท่นนั้นถูกวางไว้ด้วยคัมภีร์เล่มหนึ่งที่เต็มไปด้วยความเก่าแก่และมนต์ขลัง 

หากแต่คัมภีร์นั้นสั่นไหวราวกับมีชีวิต คลื่นพลังเวทนั้นต่างสั่นไหวราวกับไม่ต้องการจะถูกใช้โดยผู้ที่กำลังจัดการพิธีกรรมบ้างอย่าง อย่างประณีต 

"เหล่าลูกๆของข้าถูกจัดการไปหมดเลยเหรอ? ฮึ คงเป็นจอมเวทสักคนที่ขโมยสมบัติละสิ" 

"จากฝีมือน่าจะพอๆกับราชามนตรา แต่ฮึๆๆๆ แกมาสายไปแล้วกว่าแกจะมาถึงที่นี้" 

"ข้าก็คงทำพิธีอัญเชิญท่านผู้นั้นออกจากการคุ้มขังของเจ้าพวกพี่น้องโง่เง่าพวกนั้นได้" 

"อาาา นายท่านโปรดรออีกสักหน่อยข้าจะอัญเชิญท่านออกมาเอง" 

ปีศาจเงาตนสุดท้ายผู้มีรูปร่างเหมือนราชาของเหล่าปีศาจเงานั้น หัวเราะอย่างบ้าคลั่งแลดูเสียสติไม่ต่างจาดโจ๊กเกอร์ ศัตรูคู่ปรับตลอดกาลที่บรูซต้องเจอไม่เว้นเดือน 

พลังเวทสีดำอันไร้รูปแลดูสะอิดสะเอียนนั้นปกคลุมไปทั่วห้องจนน่ารู้สึกอึดอัดและขยะแขยง 

วงเวทยักษ์นั้นต่างค่อยๆถูกเติมเต็มไปด้วยพลังเวทจนเริ่มทำงาน คัมภีร์ที่ถูกวางไว้บนแท่นบูชานั้นเหมือนพยายามขัดขืนอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้สิ่งที่ปีศาจเงาตนนี้ต้องการนั้นสำเร็จ  

หาไม่แล้วนั้นอาจเป็นจุดจบของจักรวาล 

. 

. 

. 

อีกด้านบรูซและนาตาชาที่เคลียร์พวกปีศาจเงาและปีศาจที่ถูกอัญเชิญได้จนหมดแล้ว ต่างก็รีบวิ่งลงมายังห้องเก็บสมบัติที่กำลังเกิดพิธีอัญเชิญบ้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่นับตั้งแต่จักรวาลยังว่างเปล่าขึ้น 

บ้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่และเกรียงไกร มีอำนาจล้นพ้นทำให้จักรวาลที่เต็มไปด้วยชีวิตนั้นต้องเคยโกลาหลด้วยเหล่ากองทำมฤตยูสีดำทมิฬ และดาบแห่งความมืดมิดที่สังหารเทพเจ้ามานับไม่ถ้วน 

พวกเขานั้นจะไปทันหรือไม่ หากไม่แล้วโลกใบนี้คงถูกความโกลาหลอันมืดมิดเข้าครอบงำเป็นแน่ 

. 

. 

. 

+++ 

อีกไม่กี่ตอนก็จะจบบทกูญแจแหละ//ขอโทษที่ตอนสั้นแต่ไรท์กำลังทำการบ้าน(คัดภาษาจีน)อยู่ เลยไม่ค่อยว่างเขียน เฮ้อ~ ขอเรียนออนไลน์ต่อไม่ได้เหรอจะได้นอนดึกมีเวลามาปั่นนิยายต่อ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว