ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 68 ข้อสรุปที่น่าเจ็บปวด

ชื่อตอน : ตอนที่ 68 ข้อสรุปที่น่าเจ็บปวด

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 584

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2564 17:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 68 ข้อสรุปที่น่าเจ็บปวด
แบบอักษร

ตะวันพูดด้วยความมั่นใจ เขาเชื่อว่าภรรยาของเขายังไม่ตาย 

“แต่ตำรวจเจอรองเท้ากับชายชุดราตรีของอัยย์ในที่เกิดเหตุนะลูก” คุณลลิลท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอก็ไม่อยากจะให้มันเป็นจริง แต่ก็คิดไม่ออกเลยว่ามันจะเป็นแบบอื่นไปได้ยังไง 

“ผลชันสูตรล่ะ?” ตะวันที่ยังดูซูบซีดหันไปหาเกริกที่ยืนอยู่หน้าประตู 

“กำลังเร่งอยู่ครับ แต่ว่า...มีบางอย่างแปลกๆ ครับ” 

“อะไร?” 

“เราคงจะใช้เวลาตามรอยนานกว่านี้ เพราะพวกมันเตรียมการมาดีมาก แต่ว่ามีคนโทรแจ้งเบาะแสกับตำรวจ ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น” 

“ใคร?” 

“ไม่ทราบครับ แต่เบาะแสจากคนคนนั้น ทำให้พวกเราตามไปเจออู่นั่น แล้วก็เจอคุณลูน่าอีกด้วย บริเวณที่พบตัวคุณลูน่า เราพบศพคนร้ายสองศพ ส่วนที่อู่มีทั้งหมดสี่ศพ แต่เรายังไม่สามารถระบุตัวได้” 

“เกริก” 

“ครับ” 

“นาย....คิดว่าเธอยังอยู่ไหม?” น้ำเสียงที่สั่นพร่าของตะวันนั้นทำให้เกริกหดหู่ คนที่ไม่เคยกลัวอะไรอย่างตะวัน กลับดูหวาดกลัวคำตอบจากเขา 

“ผมว่าเราน่าจะรอผลการชันสูตรก่อนนะครับ อย่าเพิ่งคิดในแง่ร้ายเลยครับ” 

ตะวันส่ายหน้าเบาๆ “ฉันเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง อัยย์ยังไม่ตาย ส่งคนออกไป พยายามสืบจากหลักฐานเท่าที่มี เผื่อจะได้เบาะแสเพิ่ม แล้วก็ตามพอลให้ฉันที ฉันอยากจะคุยกับเขา” 

เมื่อคืนนี้เขาหมดสติไปก่อน ทำให้อาจจะพลาดอะไรไป แต่พอลที่มีสติกว่าอาจจะสังเกตเห็นอะไรมากกว่าเขา 

 

คุณลลิลขอตัวกลับไปที่บ้าน ปล่อยให้ตะวันคุยกับพอลสองคน 

“เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ ว่านายเห็นอะไร ทุกอย่าง....” 

พอลมองหน้าไร้สีเลือดของคนที่นอนป่วยอยู่บนเตียง อาการป่วยทางใจของคนคนนี้ดูจะหนักหนาเกินคาด 

พอลยืนนิ่ง แม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้ญาติดีต่อกันมากนัก แต่ทุกอย่างที่ตะวันแสดงให้เขาเห็นนั้นทำให้พอลต้องยอมรับ เขาต้องยอมรับว่าความรักที่ตะวันมีต่ออัยย์นั้นลึกซึ้งและมากมายเสียจนคาดไม่ถึง  

มากจนเขาอยากจะยอมแพ้  

มากจนเขาอยากจะให้การช่วยเหลือ 

พอลค่อยๆ เล่าทุกอย่างที่เขาเห็นให้ตะวันฟัง ไม่ว่าจะเป็นคราบเลือด เศษซากดำไหม้ของรถและศพที่เขาเห็น  

หลังจากได้ฟังแล้ว ตะวันก็นิ่งคิดอยู่พักใหญ่ สีเลือดค่อยๆ คืนกลับสู่ใบหน้าเขาแล้วตะวันก็พูดออกมาอย่างมั่นใจมากขึ้น 

“นั่นไม่ใช่อัยย์ ไม่ใช่อัยย์แน่นอน” 

“นายรู้ได้ยังไง?”  

“นายบอกว่าศพนั้นนอนคว่ำมีแต่ส่วนแขนที่ยื่นออกมาใช่ไหมล่ะ?” 

“ใช่ แต่มันก็ไหม้จนเหลือแต่กระดูก อะไรทำให้นายมั่นใจว่าไม่ใช่เธอ” 

“แหวน...ถ้าเป็นมือซ้ายต้องมีแหวนติดอยู่บนนิ้วนางของเธอสิ” 

พอลอยากจะเถียงว่าของมีค่าแบบนั้น คนร้ายอาจจะเห็นแล้วแย่งเอาไปก็ได้ แต่สีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังของคนป่วยทำเอาเขาไม่กล้าเปิดปาก 

ถ้ามันจะเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจให้ตะวันลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง เขาก็ไม่อยากจะแย้ง 

“ฉันไม่มีอะไรจะถามแล้ว นายออกไปได้” 

ไอ้บ้านี่ นึกจะเรียกก็เรียก นึกจะไล่ก็ไล่ เขาไม่น่าเผลอไปสงสารเลย 

หลังจากเหลือตัวคนเดียวในห้องแล้ว ตะวันก็ซบหน้าลงบนฝ่ามือแล้วร้องไห้ออกมาเงียบๆ  

เขาเสียเธอไปไม่ได้ ความคิดที่ว่าอัยย์ได้จากโลกนี้ไปแล้วมันเจ็บปวดและน่ากลัวเกินไป  

มันมากเกินที่หัวใจของเขาจะรับไหว.......... 

 

 

 

เจสันที่มีผู้หญิงในอ้อมแขนเดินหน้านิ่งเข้าไปในคลินิกเล็กๆ แห่งหนึ่ง 

แม้ด้านนอกจะดูเก่าแก่จนแทบจะเหมือนตึกร้างที่ตั้งอยู่บนถนนเส้นเล็กๆ ห่างจากถนนใหญ่หลายกิโลเมตร แต่เมื่อเดินผ่านประตูบานเลื่อนสีเขียวด้านหลังเคาน์เตอร์ ผ่านประตูเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังผ้าม่านใน ห้องตรวจที่ดูเก่าหลายสิบปีก็กลับกลายเป็นคลินิกที่พรั่งพร้อมไปด้วยเครื่องมือใหม่เอี่ยม ด้านในนั้นสะอาดสะอ้านแตกต่างจากการตกแต่งภายนอกราวฟ้ากับเหว 

“มาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่?” ชายร่างท้วมผมหยักศกสีดำ ผิวขาว ใส่แว่นกลม หันมาถามด้วยความแปลกใจ 

เจสันไม่ตอบแต่วางผู้หญิงในอ้อมแขนลงบนเตียงพยาบาล 

“สลบ” เขาพูดสั้นๆ แล้วเดินหนีไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่มุมห้อง 

มิกก้าหมอประจำคลินิกส่ายหัวให้กับอาการประหยัดคำพูดของเจสันแล้วเดินไปตรวจผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงตรวจผู้หญิงสวยในชุดราตรี แต่อยู่ในสภาพกระเซอะกระเซิงเหมือนตุ๊กตาที่ถูกกระชากไปมา  

เธอคงเป็นเหตุผลที่ทำให้เจสันถูกส่งตัวมาที่นี่สินะ 

คลินิกลับแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายพวกเขา ไม่ใช่แค่ในไทย แต่ในหลายๆ ประเทศในเอชีย รวมถึงรัสเซียก็มีสถานที่ลับแห่งนี้เป็นจำนวนมาก  

เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พวกเขาจำเป็นต้องมีสถานที่ที่คอยรักษาอาการบาดเจ็บเป็นของตัวเอง และที่มากไปกว่านั้นหลังจากรักษาอาการเบื้องต้นที่คลินิกเล็กๆ เหล่านี้แล้วยังสามารถผู้บาดเจ็บต่อไปยังโรงพยาบาลใหญ่ที่เป็นหนึ่งในธุรกิจของพวกเขา 

พ่อของพอลนั้นถือเป็นบุคคลพิเศษเพราะเป็นทายาทของแก๊งมาเฟียรัสเซียกับลูกสาวของยากูซ่าจากญี่ปุ่น นั่นทำให้เขาสามารถเชื่อมโยงโลกใต้ดินของฝั่งตะวันตกและตะวันออกไว้ด้วยกัน 

ถ้าพอลยอมรับช่วงต่องานของพ่อ เขาก็จะกลายเป็นคนที่มีอำนาจมากคนหนึ่ง อาจจะมากกว่าตะวันเสียด้วยซ้ำ 

“จะให้ช่วย หรือจะให้ฆ่า?” ต่างจากท่าทางที่ดูเหมือนหมีใหญ่ใจดี มิกก้าพูดเรื่องฆ่าคนได้อย่างหน้าตาเฉย 

“ช่วยก่อน...นายสั่งให้ไปเอาตัวมา” 

“หา...?” 

มิกก้าเอียงคอมองผู้หญิงที่นอนอยู่ เธอสวยพอตัว แต่ก็ดูอายุน้อยกว่านายของพวกเขามาก แทบจะเป็นพ่อลูกกันได้เลย แล้ว.... 

“นายใหญ่จะเอาไปเป็นเมียน้อยเหรอ? นายหญิงได้ลุกขึ้นมาแหกอกแน่ๆ” มิกก้าส่ายหัวเบาๆ ให้กับภาพจินตนาการที่เกิดขึ้นในหัวตัวเอง 

คำถามไร้แก่นสารของมิกก้า ทำเอาเจสันถอนหายใจ เขาเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่ามิกก้าถามเพราะอยากรู้จริงๆ หรือถามเพราะอยากจะกวนประสาทเขากันแน่ 

“ถามออกมาได้ ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าเป็นไปไม่ได้ แค่ดูแลเธอก็พอน่า ถ้าต้องส่งต่อไปที่โรงพยาบาลก็ทำเลย แค่ไม่ระบุชื่อผู้ป่วยก็น่าจะพอแล้ว” 

โรงพยาบาลในเครือข่ายเขานั้นเป็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดกลางที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าโรงพยาบาลใหญ่ๆ บางแห่งเสียอีก เครื่องมือที่พร้อมสรรพกับทีมแพทย์ที่เก่งกาจถูกซื้อตัวมาด้วยราคาที่สูงลิบลิ่ว เพราะมันเป็นผลตอบแทนที่พ่วงค่าปิดปากไปด้วย  

ถ้าพวกเขาไม่ต้องการเปิดเผยก็อย่าหวังว่าจะมีใครที่จะเข้ามาถึงข้อมูลของพวกเขาได้เลย 

มิกก้าเลิกถามแล้วหันมาให้ความสนใจกับผู้หญิงที่สลบอยู่ เขาตรวจดูเบื้องต้นแล้วก็พบว่านอกจากรอยถลอกและรอยช้ำแล้ว เธอแทบจะไม่ได้รับบาดเจ็บที่ไหนเลย ที่สลบไปก็น่าจะเป็นเพราะความกลัวหรือความเหนื่อยอ่อนมากกว่า 

 

เวิ้งว้าง...ว่างเปล่า 

อัยย์ที่ติดอยู่ในฝันรู้สึกได้ถึงความเวิ้งว้างว่างเปล่า เธอพยายามมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่มีทางให้ไปเลย  

สิ้นหวัง....ใช่สิ่งนี้ไหมนะที่เธอกำลังรู้สึกอยู่  

เธอสูญสิ้นความหวังที่จะได้หลุดพ้นจากฝันร้ายเหล่านี้ ได้แต่ปล่อยให้ตัวเองยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความเปล่าเปลี่ยว 

อัยย์ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเธอกำลังร้องไห้ ร้องไห้สะอึกสะอื้น ทั้งๆ ที่กำลังหลับอยู่ อาการของเธอทำเอามิกก้าที่ยืนมองอยู่ต้องขมวดคิ้ว 

“คุณ...คุณ เป็นอะไรหรือเปล่า?” 

ภาพแรกที่เห็นหลังจากลืมตาขึ้นมาพร้อมน้ำตาที่นองไปทั่วใบหน้าก็คือคนแปลกหน้าที่มองมาด้วยสายตากังวล 

“คุณเป็นใคร แล้วที่นี่ที่ไหน?” อัยย์พยายามยันร่างลุกจากเตียงแต่ถูกคนแปลกหน้าดันที่ไหล่เบาๆ ให้เธอกลับลงไปนอนตามเดิม 

“ไม่ต้องกังวลนะครับ คุณปลอดภัยแล้ว ที่นี่เป็นคลินิก คุณแค่สลบไป” คนแปลกหน้าที่เป็นชาวต่างชาติพูดปลอบโยนเธอในภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว 

“คุณเป็นใครคะ?” 

“เดี๋ยวผมจะตอบคำถามนะ แต่คุณต้องใจเย็นๆ แล้วนอนลงก่อน ร่างกายของคุณยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่”  

อัยย์ค่อยๆ เอนตัวลงตามที่คนแปลกหน้าบอกแล้วหันไปมองสายน้ำเกลือที่ปักอยู่บนแขนของเธอ  

“โอเค...ดีมาก พยายามอย่าขยับตัวอย่างกะทันหันนะครับ หลังจากสลบมาสองวัน ร่างกายของคุณยังต้องการ การฟื้นฟูอีกเล็กน้อย”  

ร่างกาย...ลูก 

มือทั้งสองข้างของอัยย์ขยับไปแตะที่ท้องโดยอัตโนมัติ ลูกของเธอ.... 

ราวกับรู้ว่าเธอกำลังกังวลเรื่องอะไร ชาวต่างชาติคนนั้นเอ่ยปากบอกในสิ่งที่เธอต้องการรู้ทันที “ไม่ต้องกังวลนะครับ เด็กปลอดภัยดี แกอาจจะแข็งแรงกว่าคุณแม่ด้วยซ้ำ”  

“คุณ...เป็นหมอเหรอคะ?” 

มิกก้าเอียงคอเล็กน้อย แล้วพยักหน้าเบาๆ “อืม.....เรียกอย่างนั้นก็ได้ครับ”  

ตัวตนของเขานั้นน่าสับสนเกินกว่าจะอธิบายให้ใครเข้าใจ การบอกเธอว่าเขาเป็นหมออาจจะง่ายที่สุดแล้ว... 

อัยย์ถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อได้ยินว่าลูกปลอดภัย  

เด็กน้อยที่โชคร้ายต้องมาอยู่กับแม่ที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในอันตรายหลายต่อหลายครั้ง 

ขอบคุณนะลูก...ที่ยังอยู่กับแม่คนนี้ 

ความทรงจำที่เธอคุยกับลูน่าในคืนนั้นย้อนกลับเข้ามาให้คิด  

ทำให้อัยย์ก็รู้สึกสิ้นหวัง สิ้นหวังที่ได้รู้ว่าเธออาจจะไม่มีโอกาสได้อยู่กับลูกอีก  

ผู้หญิงคนนั้น...จะมาเอาลูกของเธอไป ผู้หญิงที่ลูน่าพูดถึง  

เธอชื่อ..............นารา 

อัยย์ปะติดปะต่อเรื่องราวที่ได้ยินได้ฟังบวกกับท่าทีของตะวันที่ผ่านมา 

ทำให้เธอสรุปเรื่องราวทั้งหมดตามความเข้าใจของตนเอง  

เธอนึกย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของพวกเขาในวันที่ตะวันเสนอข้อตกลงแต่งงานให้เธอ  

ข้อตกลงหนึ่งปีตามสัญญา หนึ่งปีที่เธอจะอยู่ในฐานะภรรยาของเขา  

หากเธอตั้งท้อง ลูกของเธอจะได้เป็นทายาทของเขา 

สัญญาก็ระบุชัดเจนอยู่แล้วว่าเธอมีเวลาแค่หนึ่งปี แต่เป็นเพราะความโง่ของเธอเอง 

เธอโง่ที่หลงคิดว่าเขารักเธอจริง โง่ที่คิดว่าพวกเขารักกันจนเผลอวาดฝันว่าการแต่งงานนี้จะคงอยู่ตลอดไป 

ยิ่งตะวันจัดงานเลี้ยงเปิดตัวเธอในฐานะภรรยาก็ยิ่งทำให้อัยย์ปักใจว่าเขาจะอยู่กับเธอตลอดไป 

จนกระทั่ง..............เข้าไปได้ยินความลับ ความลับที่เขาไม่อยากให้เธอรู้ 

สิ่งที่ตะวันพูดกับทนายทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่เคยลืม และไม่เคยคิดที่จะยกเลิกสัญญานั้น 

นอกจากจะไม่อยากยกเลิกแล้ว ตะวันยังต้องการเพิ่มเงื่อนไขในสัญญาอีกต่างหาก 

เงื่อนไขที่ไม่สามารถบอกกับเธอได้ตามตรงจนต้องพยายามวางแผนให้เธอเซ็นโดยไม่รู้ตัว 

ตะวันไม่ได้อยากอยู่กับเธอ สิ่งที่เขาทำลงไปทั้งหมดก็เพื่ออนาคต 

เพื่ออนาคตของของเขากับผู้หญิงคนนั้น คนที่เป็นเจ้าของหัวใจ...เป็นตัวจริงในใจของตะวัน 

ผู้หญิงที่ชื่อนารา เธอป่วยเป็นโรคหัวใจอาการมันร้ายแรงมากเสียจนต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ  

หลังจากหย่ากับเธอ เขาก็จะไปแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น และลูกของเธอก็จะมีผู้หญิงคนนั้นเป็นแม่เลี้ยง 

แต่สิ่งที่ยังคาอยู่ในหัวใจของอัยย์ก็คือเงื่อนไขในเอกสารที่เขาต้องการให้เธอเซ็นนั้นคืออะไร 

เพราะเทียบกับเขาและผู้หญิงคนนั้นแล้ว อัยย์ไม่มีอะไรสักอย่าง จำนวนเงินที่เธอจะได้ตามสัญญาก็นับเป็นแค่เศษเงินสำหรับพวกเขา  

เมื่อคิดได้แบบนั้นก็ทำให้อัยย์ปักใจว่าสิ่งเดียวที่เธอมี สิ่งสำคัญที่พวกเขาต้องการแย่งจากเธอไป 

ก็คือลูก....ลูกของเธอ 

ตามสัญญาเดิมแม้จะหย่ากันแล้ว เธอยังสามารถมาพบมาดูแลลูกของเธอได้ 

เขาคงอยากจะทำให้แน่ใจว่าเธอไม่มีสิทธิ์ในตัวลูกที่จะเกิดมา 

เพราะคนต้นเรื่องอย่างตะวันไม่ได้บอกความจริงกับเธอ ทำให้อัยย์คิดฟุ้งซ่านจนได้ข้อสรุปที่น่าเจ็บปวด 

ตะวันแต่งงานกับเธอเพื่อให้ตั้งท้องแทนคนรักที่อ่อนแอจนไม่สามารถตั้งท้องเองได้ หลังจากครบกำหนดสัญญา เขาจะกำจัดเธอให้พ้นจากชีวิตของลูก ตะวันจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น ส่วนลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกของพวกเขา 

เรื่องราวของพวกเขาจะจบลงอย่างมีความสุข ส่วนเธอก็ต้องตกอยู่ในนรกแห่งความปวดร้าว 

 

มิกก้ายืนมองอารมณ์อันหลากหลายที่ปรากฏบนใบหน้าผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียง ทั้งความเศร้าหมอง ความเจ็บปวด ความโกรธเกรี้ยวและความเคียดแค้น ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเขาภายในระยะเวลาไม่กี่นาที 

เธอเป็นอะไรนะ?.......... 

เขาค่อยๆ ยื่นมือไปแตะบนหลังมือของอัยย์ที่ตอนนี้นอนนิ่งๆ แต่นัยน์ตาแดงก่ำจนน่ากลัว 

“คุณ...หยุดร้องไห้เถอะนะ ผมบอกแล้วไงว่าคุณกับลูกปลอดภัยดี คุณต้องทำตัวให้แจ่มใสเข้าไว้นะ เพื่อลูกไง” 

ใช่สิ...ผู้ชายคนนี้พูดถูก เพื่อปกป้องลูกจากผู้หญิงคนนั้น เธอต้องเข้มแข็งเข้าไว้  

จะปล่อยให้คนเจ้าแผนการอย่างตะวันและนารามาเลี้ยงดูลูกของเธอไม่ได้ 

“พยายามพักผ่อนให้มากๆ นะครับ ถ้าต้องการอะไรให้บอกผมได้เลย” 

“บอกได้จริงๆ เหรอคะ?” 

“ครับ” มิกก้าพยักหน้าเพื่อยืนยันคำพูด ไม่น่ามีอะไรเกินความสามารถของเขาหรอกน่า........... 

“ฉันอยากฟ้องหย่า หมอช่วยฉันได้ไหมคะ?” 

“หา.............?” 

อนิจจา...เขาคงพลาดไป ใครจะไปคิดว่าคำขอของผู้หญิงคนนี้จะไม่ใช่เรื่องการรักษา 

แต่เป็นเรื่องหย่ากับสามี.......... 

 

…………………………………………………... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว