ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ ๐๑ ข้าตายแล้ว

ตอนที่ ๑ ข้าตายแล้ว


ข้าเคยได้ยินเหล่าบัณฑิตเปรียบเปรยชีวิตเป็นดั่งละคร มีตนเองเป็นตัวเอกของเรื่องราว หากเป็นเช่นนั้นชีวิตของข้าคงจะเป็นละครโศกกระมัง...


ข้าตายด้วยวัยเพียงยี่สิบ อา ช่างเป็นอายุที่สั้นเหลือเกิน ก่อนตายข้าถูกใส่ร้ายว่าวางยาพิษคนรักของท่านอ๋องสี่ ยังมิทันจะได้อ้าปากเอ่ยแก้ต่างด้วยซ้ำกลับถูกลงทัณฑ์จนตายเสียแล้ว แต่กระนั้นข้าก็ไม่เสียใจ มีเพียงอย่างเดียวที่ข้าเสียดายและคับแค้นใจยิ่งนัก


ข้าคงไม่มีโอกาสได้เห็น ‘เขา’ อีกแล้ว...


ความปรารถนาอันน้อยนิดอย่างเดียวของข้า แค่ขอมีชีวิตยืดยาวเพื่อที่จะได้เห็นเขาให้นานมากกว่านี้สักหน่อย แม้จะเจ็บปวดที่ได้แค่ยืนมองเขารักใคร่ผู้อื่น แต่ข้าก็อยากเห็นนัก อยากเห็นเขาผู้นั้นมีความสุข แล้วไยสวรรค์ถึงไม่เมตตาเห็นใจ? ข้ามักน้อยเพียงนี้ เหตุใดถึงไม่ให้ข้าสมหวัง!


เอาเถิด อย่างไรข้าก็ตายแล้ว เฮ้อ


ยังดีก่อนตายได้เห็นเขายิ้มมีความสุขกับคนที่เขารัก เพียงแค่นั้นก็พอทำให้ข้าตายตาหลับแล้วละ ว่าแต่ว่าตายแล้วข้าจะได้ไปที่ใดกัน หวังว่าเสี่ยวชีเพื่อนรักจะเผากระดาษเงินกระดาษทองมาให้ข้าใช้จ่ายในนรกภูมิบ้าง หือ นี่ข้าคิดว่าตนเองจะได้ลงนรกแล้วหรือนี่ เฮ้อ หากรู้ว่าจะตายเช่นนี้ข้าจะหมั่นทำบุญไหว้พระบำเพ็ญเพียรตบะบ้างก็คงดี ตายแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์เป็นเทพเซียนสุขสบาย


เอาเถิด ข้าตายแล้ว จะนรกหรือสวรรค์ไยต้องเรื่องมากอีก


หือ? ข้าคล้ายได้ยินเสียงลุงเถียนตะโกนด่าทอ หูแว่วเสียแล้วกระมัง ข้านั้นตายแล้วนี่ เอ๊ะ แล้วเหตุใดเสียงของลุงเถียนตาเฒ่าผู้ช่วยพ่อบ้านถึงได้ดังขึ้นเรื่อยๆ กัน อ่า หรือว่าลุงเถียนคนนั้นจะโศกเศร้าคร่ำครวญกับการตายของข้า คงเป็นมิตรภาพของซาลาเปาหมูสับลูกนั้นเป็นแน่ ลุงเถียน อย่าเศร้าไปเลย ข้านั้นตายแล้ว


“เจ้าโง่! ตื่นขึ้นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้! จะนอนเกียจคร้านไปถึงเมื่อไร!?”


ลุงเถียนไยตื๊อเช่นนี้ ข้าตายแล้วนะ เฮ้อ ไม่คิดเลยว่าลุงเถียนจะโศกเศร้ากับการตายของข้าขนาดนี้ รู้สึกดีใจนิดๆ แม้ตายไปแล้วก็ยังมีคนห่วงใยข้าอยู่บ้าง ลุงเถียน ข้าจะรอท่านที่สวรรค์ เอ๋ หรือนรกก็แล้วแต่ ข้ารู้ว่าท่านแก่มากแล้วคงอยู่ได้ไม่นานนักหรอก แคกๆ ข้าไม่ได้แช่งท่านนะ อย่าเข้าใจผิด


“เจ้าลูกเต่านี่! ยังไม่ตื่นอีกรึ!? ได้ เอาแบบนั้นใช่หรือไม่ เจ้าเจอดีแน่!”


ลุงเถียน ข้าตายแล้ว อย่าตื๊อนักได้ไหม...


ซ่า!!!


ข้าคล้ายได้ยินเสียงน้ำสาดพร้อมๆ กับรู้สึกว่าร่างกายเปียกชุ่ม อ้าว เหตุใดถึงได้รู้สึกว่าตัวเปียกและหนาวเช่นนี้นะ เอ๊ะ ข้าจำได้ว่ามันยังฤดูร้อนอยู่นี่ ถึงแม้จะเอาศพไปทิ้งขว้างไว้สักแห่ง แต่มันต้องไม่หนาวเช่นนี้สิ นี่มันหนาวราวกับฤดูหนาวมิผิด! ข้าคันจมูกยิกๆ เหมือนมีมดมาตอมไต่สี่ห้าตัว จากนั้นข้าก็ระงับไม่อยู่...


“ฮัดชิ้ว!”


ข้าลืมตาขึ้นมาเจอเพดานห้องโทรมๆ ที่มีหยากไย่เกาะชั้นแล้วชั้นเล่า หือ ประเดี๋ยวก่อน นี่นรกหรือสวรรค์งั้นรึ ไยถึงได้เหมือนบ้านร้างผีสิงเช่นนี้ ถึงข้าจะไม่เคยทำบุญสร้างเจดีย์แต่ข้าก็บริจาคเงินให้แก่วัดสองสามอีแปะตลอดนะ เหตุใดที่อยู่หลังตายของข้าถึงได้ทรุดโทรมเช่นนี้ บุญบารมีที่สะสมมาทั้งชีวิตของข้ามีเพียงเท่านี้รึ? หรือว่าภพภูมิหลังความตายภาษีแพง สร้างห้องหับได้เพียงเท่านี้?


ข้าค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เจ็บปวดไปทั่วทั้งกายเชียว หรือหลังข้าตายแล้วพวกริษยาหน้าเหม็นนั่นซ้อมข้าต่อกัน? แล้วไยข้าตัวเปียกๆ เช่นนี้เล่า? ข้าจับเสื้อผ้าเก่าๆ ซีดๆ บนตัวอย่างงุนงง หรือคนพวกนั้นเอาศพข้าโยนลงแม่น้ำให้ปลากัดกินซากศพ? เฮ้อ ใจร้ายกันยิ่งนัก ข้าถอนหายใจปลงตก เอาเถิด โยนทิ้งหรือเผามันก็ไม่เกี่ยวกับข้าแล้ว เพราะข้าตายแล้วนี่นะ


“เจ้าเด็กหน้าเหม็นนี่! ตื่นแล้วยังเหม่ออยู่อีก! รีบลุกมาทำงานได้แล้ว อย่าทำเป็นสำออย ข้ารู้ทันเด็กขี้เกียจเช่นพวกเจ้าดี! ลุกขึ้น!”


ข้าขมวดคิ้ว เหมือนได้ยินลุงเถียนตะโกนข้างหู แต่ว่าข้าตายแล้วนะ นี่ลุงตามมาว่าข้าถึงภพหลังความตายเลยรึ!? ข้าหันไปมองด้านข้างแล้วผงะตกใจกับใบหน้าบูดบึ้งเป็นปีศาจของลุงเถียน


เอ๊ะ ลุงเถียนตายพร้อมกับข้าหรือนี่!? เหตุใดท่านถึงไม่ไปอยู่ห้องของท่านเล่าลุงเถียน ข้าจำมิได้ว่าเคยทำบุญร่วมกับท่านมาก่อน จะมาใช้บุญสะสมของข้าไม่ได้นะ ข้ายิ่งมีน้อยๆ อยู่! ท่านเป็นถึงผู้ช่วยพ่อบ้านต้องมีบุญเยอะกว่าสิ พอเห็นข้าตกใจลุงเถียนก็ถลึงตาใส่ราวกับว่ายังทำให้ข้าตกใจไม่มากพอ ข้าเลิกคิ้วขึ้น ในมือของลุงเถียนถือถังไม้ใบใหญ่ใบหนึ่ง


“ลุกขึ้นได้แล้วหูจิ้งถิง! ได้เวลาทำงานแล้ว เจ้ามัวแต่นอนเช่นนี้ ข้าจะให้เจ้าอดกินข้าวหนึ่งมื้อ” ลุงเถียนเอ่ยด้วยใบหน้าดุดันข่มขู่ ชี้นิ้วเรียกร้องให้ข้าลุกขึ้นไปทำงาน


หือ ช้าก่อนลุงเถียน ทำงานรึ? นี่ตายแล้วยังต้องทำงานอีกรึ!? งั้นข้าคงได้ลงนรกแล้วละ ที่สวรรค์คงไม่ใช้แรงงานเช่นนี้หรอก เฮ้อ คนไร้ความสามารถเช่นช้าก่อนหรือหลังตายก็มิพ้นถูกจิกหัวใช้งาน ช่างเป็นความจริงที่โหดร้ายเหลือเกิน ข้าพยักหน้าอย่างอดสู ค่อยๆ พาร่างบอบช้ำลงจากเตียง ข้าทรงตัวยืนพร้อมกับหนาวสั่น บ้าจริง ผู้ใดบอกไว้ว่านรกร้อนอย่างไรเล่า ตอนนี้ข้าหนาวจนสั่นไปหมดแล้ว!


ข้าหันไปมองลุงเถียนแล้วต้องขมวดคิ้วงงหนักกว่าเดิม ประเดี๋ยวก่อน ข้าสูงเลยลุงเถียนไปตั้งสามสี่ปีก่อนนี่ เหตุใดตอนนี้ข้าถึงได้สูงเท่าลุงเถียนกันเล่า!? นี่ลุงเถียนตายแล้วสูงขึ้นรึ!? ข้าตกตะลึงในความอยุติธรรมของนรก ตายแล้วเพิ่มความสูงให้นี่มันทำบุญด้วยอะไรกัน ลุงเถียนหันมามองข้าด้วยสายตาดุเมื่อเห็นข้ายืนนิ่ง เขาเอ่ยเสียงเข้ม


“อย่ามัวอืดอาด! มีงานให้ทำเยอะแยะ วันพรุ่งท่านอ๋องจะกลับมาถึง ทุกคนตื่นแต่เช้าทำงานกันงกๆ มีเพียงเจ้าที่นอนอุตุ”


ท่านอ๋อง!? ในนรกมีท่านอ๋องด้วยรึ!? ข้าเบิกตากว้างอย่างตกใจ นึกว่าที่นรกจะเท่าเทียมกันเสียอีก


“ท่านอ๋องรึ? อ๋องไหนรึ?”


เอ๊ะ ไยเสียงข้าถึงได้เด็กเยี่ยงนั้น?


“นี่เจ้าเป็นไข้สองวันแล้วโง่งมขึ้นรึ!? จะมีอ๋องไหนอีก นอกเสียจากฉินอ๋อง องค์ชายสี่เหวินเสวี่ยยังไงเล่า!”


ข้าทำหน้าเอ๋อราวกับไม่รู้เรื่องสิ่งที่ลุงเถียนได้กล่าว เหวินเสวี่ย!? เดี๋ยวๆ! ท่านอ๋องน่ะรึ!? ท่านอ๋องก็ตายแล้วงั้นรึ!? ข้ายืนอ้าปากค้าง ตัวแข็งทื่อ ชาไปทั้งร่างกาย ไม่จริงน่า เหตุใดเขาถึงได้... ข้าไม่เชื่อ!


“ยืนทึ่มทื่ออันใดอยู่อีก เฮ้อ คงหนาวละสิ ต่อไปอย่าได้นอนเลยเวลาเช่นนี้อีก” ลุงเถียนดุข้าที่ยังยืนนิ่ง แต่พอเห็นใบหน้าข้าซีดเผือดก็เอ่ยเสียงอ่อนลง เขาถอนหายใจเตือนข้าด้วยความหวังดี ตวัดมือแปะฝ่ามือบนตัวของข้า ฉับพลันข้ารู้สึกร้อนวูบ มีไอระเหยขึ้นมาจากตัวข้าแล้วจางหายไปชั่วพริบตา เสื้อผ้าที่เปียกของข้าแห้งสนิท ข้าไม่ตกตื่นใจเพราะข้ารู้อยู่แล้วว่าลุงเถียนมีพลังวิเศษทำให้สิ่งที่เขาสัมผัสแห้งได้


“ขอบคุณขอรับ” ข้าพึมพำออกมาแม้ยังมึนงงอยู่ก็ตาม ลุงเถียนพยักหน้าแล้วกำชับพร้อมอธิบายให้ข้าฟังอีกครั้ง ทำราวกับว่าข้านั้นหัวช้าคิดตามไม่ทัน


“เหตุที่วุ่นวายเช่นนี้ก็เพราะเราต้องจัดงานเลี้ยงครบรอบวันเกิดสิบเก้าปีแก่ท่านอ๋อง แม้ว่าท่านอ๋องจะมีคำสั่งมิให้จัดงานเลี้ยงใหญ่โต แต่นานครั้งวังหย่งเฮ่าของเราจะได้จัดงานเลี้ยงสักครั้ง ย่อมต้องจัดไม่ให้เสียหน้าเสียตาท่านอ๋อง เจ้าไปล้างหน้าล้างตาแล้วไปช่วยงานที่ห้องครัวเช่นเดิม”


“ขอรับ” ข้าตอบรับเสียงสั่นไหวค่อยๆ พาตนเองเดินไปล้างหน้า ในหัวนั้นว่างเปล่ามีแต่ความงุนงง


ครบรอบสิบเก้าปีงั้นรึ? ท่านอ๋องมิใช่อายุยี่สิบห้าปีแล้วรึ!? เหตุใดถึงกลายเป็นสิบเก้าไปได้เล่า


นี่ข้ากำลังฝันระหว่างรอยมทูตขาวดำมารับวิญญาณหรือไร ข้าเดินมายังบ่อน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาให้หายมึน ข้าใช้มือรองน้ำในถัง ก่อนจะวักน้ำล้างหน้านั้นข้าก็ชะงักเมื่อเห็นมือน้อยๆ ของตนเอง ไยมือข้าถึงได้ดูเล็กกว่าเดิม? ข้ายกมือขึ้นมาดูราวกับไม่เคยเห็นมันมาก่อน ทันใดนั้นราวกับมีสายฟ้าฟาดลงตรงตัว ข้าสะดุ้งโหยง รีบก้มมองถังน้ำ บนผิวน้ำกระเพื่อมสะท้อนภาพใบหน้าของข้า 


ใช่ ใบหน้าของข้า แต่มันเป็นใบหน้าเมื่อตอนอายุสิบสี่ปีชัดๆ!


ข้าเบิกตาตัวแข็งทื่ออย่างไม่เข้าใจ

นี่มันหมายความว่าอย่างไร***!!?***





หูจิ้งถิง ออกตัวก่อนว่าไม่ค่อยรู้เรื่องจีนเท่าไรเลยค่ะ หากมีอะไรไม่ถูกต้องโปรดให้คำแนะนำด้วยนะคะ ฝากเอ็นดูหนูจิ้งถิงด้วยนะคะ!!

สวัสดีค่ะ PoyPoy ค่ะ!!! //คุกเข่า หัวโขกพื้น!

เรียกสั้นๆ ว่าปอยก็ได้ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกๆ ท่าน

เป็นนักเขียนสายสงสัย(วายยยยยย!)มาเนิ่นนานตาปีแย้ว

 

สามารถตามไปหาอ่านได้ที่... แฟนเพจของปอย

ไปพูดคุย ทวงนู่นนั่นนี่ หรือติดตามการอัพนิยายได้ที่เพจเลยนะ

อะแฮ่มมมมมม ฝากเพจเลยละกันนนนนน

v

v

v

https://www.facebook.com/poypoy.land/

 

 

 

::: ALL :::

นิยายรัก (แฟนตาซี)

คู่กัดที่รัก (โซโล่xพรีสต์) //จบแล้ว

Darling~ Love Me! ที่รักครับ~ รักผมสิ! (วินเซอร์xฮอยฮัก)


Angel & Devil (ดีสุดขั้ว ชั่วสุดขีด)(เฮดีสxเนรัญ)

เจ้าสาวจ้าวสมุทร  (โพไซดอนxฟ็อกซ์)

 

นิยายรัก (จีนโบราณ)


เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว

 


ปล่อยข้าไปเถิดองค์รัชทายาท!

 

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น