facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

9. หวานรักเมืองเหนือ 50%

ชื่อตอน : 9. หวานรักเมืองเหนือ 50%

คำค้น : หวาน

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 138

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2564 00:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
9. หวานรักเมืองเหนือ 50%
แบบอักษร

บทที่ 9 

หวานรักเมืองเหนือ 

  

“บอสจะดื่มอะไรไหมคะ เดี๋ยวเฟิร์นไปซื้อให้”

ชิดชญาเอ่ยถามบอสที่กำลังนั่งรอเช็คอินขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่

ครั้งนี้คนที่ไปธุระจริง ๆ มีแค่สามคนคือ บอส เกาซิ่งและชิดชญา

ส่วนไอ้ฮวง...

เป็น ‘แขกพิเศษ’ ของคุณนภัทร

ทั้งหมดมากันครบและรอขึ้นเครื่องพร้อมกัน

เฉินเฉียวอิงเตรียมควักกระเป๋าส่งเงินให้ แต่ชิดชญายกมือห้าม

“ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวเฟิร์นเลี้ยงเอง”

“แหม...อิเจ๊” เสียงวายุสอดขึ้นในทันใด “ผีอะไรเข้าสิงถึงได้เลี้ยงบอสล่ะ”

“ก็บอสเลี้ยงข้าวฉันหลายครั้งแล้วนี่”

“แล้วน้องฮวงไม่เคยทำกับข้าวให้เจ๊เลยใช่ไหม? ” น้องชายประชด

“ฉันก็เลี้ยงทั้งหมดนี่แหละ อย่าบ่นได้ไหม แล้วมาช่วยฉันถือด้วย! ลุกมาเร็ว! ”

ชิดชญารับออเดอร์จากทุกคนครบแล้วก็พาน้องชายไปซื้อเครื่องดื่มสี่แก้ว

ตอนเธอเปิดกระเป๋าตังค์ก็ต้องแปลกใจ

คีย์การ์ดห้องบอสยังอยู่ในกระเป๋าเธอ...

วันนั้นเธอไม่ได้วางไว้ให้เขาแล้วหรอกหรือ?

ท่าทางเธอจะทำงานจนมึน

“บอสคะ”

เธอยื่นเอสเปรสโซเย็นให้เขาพร้อมกับคีย์การ์ด แต่เรารับไปแค่กาแฟ และพยักพเยิดไปที่คีย์การ์ดในมือเธอก่อนจะบอก

“เก็บไว้”

“แต่เฟิร์นไม่ต้องใช้นะคะ”

“เก็บไว้ก่อน”

บอสรับสั่งก็ต้องทำสินะ

แต่ว่ามันแปลก ๆ

เธอลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา

ถ้าเธอเพิ่งรู้จักเขาวันนี้เป็นวันแรกจะไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะเป็นบอส

วันนี้เฉินเฉียวอิงไม่เหลือคราบบอสเลยสักนิด เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มร่างบางในชุดเสื้อยืดสีขาวที่คลุมทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายตารางสีแดงตัวหลวม ๆ กับกางเกงยีนส์สามส่วนและรองเท้าผ้าใบ ปล่อยผมหน้าม้าธรรมชาติ

เหมือนเด็กมหาลัย...

แต่ที่ทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัวก็ไอ้ท่าทางเย็นชานี่แหละ

ถึงจะรู้สึกมีอะไรแปลก ๆ พิกลที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้

แต่มันก็คง...

“อุ้ย! แหะ ๆ ”

ชิดชญาสะดุ้งเมื่อหันหน้ามาสบสายตาที่เธอกำลังจ้องเขาอยู่พอดี

เดี๋ยวเขารู้หมดว่าเธอกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง

แต่เห็นสายตาแข็ง ๆ เหมือนกำแพงอย่างนี้แล้ว...

เลิกสงสัยก็ได้วะ

ชิดชญาขึ้นเครื่องและนั่งริมหน้าต่าง โดยมีบอสนั่งข้าง ๆ

เกาซิ่งนะเกาซิ่ง...จองตั๋วแบบเอาตัวรอดไปนั่งกับไอ้ฮวง ที่จริงสองคนนั่นก็สนิทกันอยู่แล้ว เพราะมักจะนัดกันไปกินหมูกระทะด้วยกันเป็นประจำ แถมบางครั้งยังแอบนัดกันนอกรอบโดยไม่ชวนชิดชญาเสียด้วย

ชิดชญานึกต่อว่าเพื่อร่วมงานอยู่ในใจที่จงใจเลือกที่นั่งแสนประเสริฐให้กับเธอ

เป็นที่นั่ง ‘สัมผัสบารมีบอส’

ความจริงบอสควรจะนั่งกับไอ้ฮวงถึงจะถูก คงจะได้จ้อไปตลอดทาง บอสก็น่าจะชอบใจมากกว่านี้

กึ้ก!

เครื่องบินตกหลุมอากาศ เสียงผู้โดยสารบางคนร้องออกมาอย่างตกใจ

ชิดชญาเพียงอุทานออกมาเบา ๆ

แต่มือของเธอถูกเฉินเฉียวอิงยึดไว้แล้ว

หญิงสาวมองมือเรียวยาวที่กุมลงบนมือเธอ

ไม่สิ...เขายึดมือเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย!

ชิดชญาหันไปมองชายหนุ่มก็เห็นเขาหน้าซีด หน้าตาตกใจขวัญเสียสุด ๆ

มือของเขาเย็นเฉียบ

บอสเสียอาการอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

“บอสเป็นอะไรรึเปล่าคะ? ”

“ไม่เป็นไร”

เขาตอบเสียงเบา แต่ไม่ยอมปล่อยมือ แถมยังหายใจเข้าออกแบบตั้งสติ

เขาไม่ได้แกล้งแน่ ๆ

มือเขาสั่นและเย็น

“บอสคะ ไม่ต้องกลัว”

เป็นครั้งแรกที่ชิดชญามองเขาด้วยสายตาอ่อนโยนกว่าที่เคย ก่อนจะเอามือกุมทับลงไปบนมือที่สั่นเทาของเขา

บอสผู้เก่งกล้าทำไมต้องตกใจกับแค่เครื่องบินตกหลุมอากาศ...

ชิดชญากุมมือเขาจนหายสั่น

“ดีขึ้นไหมคะ? ”

“อือม์” เขาพยักหน้าช้า ๆ

หญิงสาวค่อย ๆ คลายมือออก ก่อนจะตัดสินใจถาม

“บอสกลัวตกหลุมอากาศเหรอคะ แล้วเวลาเดินทางทุกครั้งทำยังไง”

เขานิ่งไป

ชิดชญารู้แล้วว่าเขาไม่สะดวกตอบ

“ไม่ตอบก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าต้องการความช่วยเหลือก็บอกนะคะ”

 

เครื่องลงจอดที่สนามบินเชียงใหม่ก่อนเที่ยง

นภัทรขับรถเก๋งห้าประตูมารับด้วยตัวเองและขับพาไปที่รีสอร์ท โดยบอกว่าได้ให้คนที่รีสอร์ทเตรียมรถอีกคันไว้แล้วเพื่อให้เฉินเฉียวอิงใช้ขับระหว่างอยู่ในเชียงใหม่

ที่พักเป็นวิลล่าหนึ่งหลังมีสี่ห้องนอนซึ่งพอดีสำหรับเฉินเฉียวอิงและผู้ติดตาม

รีสอร์ทริมแม่น้ำปิงบรรยากาศเต็มไปด้วยสวนดอกไม้ และวิลล่าแบบโมเดิร์นผสมล้านนาแห่งนี้มีนภัทรเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เจ้าตัวเคยคุยอวดว่าที่พักในเชียงใหม่หลายแห่งก็มีเขาเป็นหุ้นส่วน ดังนั้นเขาสามารถจัดหาที่พักรับรองให้ได้หลากหลายแบบ

จะว่าไปนภัทรที่จริงแล้วจัดเป็นพ่อเลี้ยงระดับแถวหน้าของเชียงใหม่เลยก็ว่าได้

ไอ้ฮวงมันมีบุญ...

ชิดชญานึกถึงเหตุการณ์เมื่อวันก่อนที่นภัทรแอบนัดเธอลงไปคุยที่โรงอาหารของอาณาจักรจิวเวลรี่

วันนั้นเขาอิดเอื้อนอยู่นานกว่าจะสารภาพความจริง

“คุณเฟิร์นให้โอกาสผมสักครั้งได้ไหมครับ? ” 

“เรื่องอะไรคะ? ” 

“คือ...ไปเชียงใหม่คราวนี้ผมแค่อยาก...อยากขอโอกาสได้...” 

นภัทรหน้าแดงก่ำเขินสุดฤทธิ์จนชิดชญาไม่กล้าขัดจังหวะ แต่เมื่อเห็นยืดยาดมากเลยต้องเร่ง ไม่งั้นวันนี้ก็ไม่รู้เรื่องซะที 

“ได้อะไรคะคุณนภัทร? ” 

“ได้พิสูจน์ตัวเองกับ...คุณฮวง” 

“ไอ้ฮวง? คุณนภัทรชอบฮวงเหรอคะ? ” 

ชิดชญางงแตก 

ให้ตาย! ทำไมเธอไม่เคยเอะใจ! 

ใช่...ทุกครั้งที่ลงไปกรุงเทพฯ เขามักจะถามถึงแต่ไอ้ฮวงทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเจอกันเลย เธอไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าที่แท้นภัทรพยายามตีสนิทกับน้องชายเธอ 

นภัทรพยักหน้าที่แดงก่ำแบบยอมรับเต็ม ๆ  

ชิดชญามองออกว่าเขาคงใช้ความพยายามอย่างมากที่จะพูดเรื่องนี้ออกมา 

“คุณเฟิร์นไม่ว่าอะไรนะครับ” 

“เฟิร์นก็ไม่ว่าหรอกค่ะ แต่เฟิร์นไม่รู้ฮวงมันจะว่ายังไงนะคะ” 

เธอพูดความจริง... 

เพราะตัวเธอเองยังไม่รู้เลยว่าที่จริงแล้วน้องชายเธอเป็นแบบไหนกันแน่ คนที่บ้านเธอก็ไม่มีใครสนใจเรื่องนี้ ทุกคนมีแต่ความรักให้ไอ้ฮวงแบบไร้เงื่อนไข 

ไอ้ฮวงมันโชคดี มีแต่คนรัก 

ส่วนเธอเป็นพี่สาวและเป็นเหมือนเพื่อน ก็เคยถามมันเหมือนกันว่าตกลงมันเป็นประเภทไหนกันแน่ 

คำตอบที่ได้รับก็คือ 

‘ก็เป็นคนนี่แหละ ทำไมจะต้องมานิยามกันให้มากนัก’ 

พอถามว่าชอบผู้ชายหรือผู้หญิง... 

‘ชอบผู้ชายหรือผู้หญิงมันสำคัญอะไร ทำไมคนเราต้องมาคิดเยอะกันนักวะ ถูกชะตากับใครก็เป็นความรักได้ทั้งนั้นแหละ’ 

ความจริงตอนมัธยมไอ้ฮวงมันก็ฮอตในหมู่สาว ๆ อยู่หรอก 

แต่เพราะความปากจัดกัดเก่ง สุดท้ายผู้หญิงที่มาจีบมันกลับเห็นมันเป็นเหมือน ‘เพื่อนสาว’ ไปเสียอย่างนั้น 

ส่วนตอนอยู่เกาหลีมันจะใช้ชีวิตยังไงเธอไม่แน่ใจ 

แต่สรุปว่าเท่าที่ชิดชญารู้ก็คือ... 

น้องชายเธอไม่เคยมีแฟนให้เห็น 

กลับมาที่นภัทร... 

“เรื่องนี้ผมไม่บังคับจิตใจคุณฮวงนะครับ เพียงแต่ผมขอให้คุณเฟิร์นเปิดโอกาสให้ผมได้ใกล้ชิดกับคุณฮวงได้ไหมครับ? ” 

“ก็ได้ค่ะ เฟิร์นแค่เปิดทางให้เฉย ๆ นะคะ แต่เรื่องอื่นต้องแล้วแต่ฮวงค่ะ” 

“ขอบคุณครับคุณเฟิร์น! ” 

ที่จริงไม่ต้องขอบคุณหรอก

ชิดชญาเดาได้ว่านภัทรน่าจะแพ้ตั้งแต่ยังไม่ลงแข่งแล้ว!

เพราะถ้าให้ไอ้ฮวงเลือก มันต้องเลือกบอสก่อนอยู่แล้ว

แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้...

เธอจะปิดโอกาสใครก็ใช่ที่

นภัทรก็ไม่ได้แย่ แค่โปรไฟล์แพ้บอสอยู่นิดหน่อย และที่สำคัญออกจะเสียเปรียบด้านระยะทางด้วย

อย่างไรก็ตามชิดชญาคิดว่าอาจเป็นเพราะเขายังไม่มีโอกาสได้ ‘แสดงฝีมือ’

ให้ลองดูหน่อยจะเป็นไรไป

ไอ้ฮวงไปตัดสินใจเอาเองก็แล้วกัน

ในตอนนั้นเธอไม่เลือกเขา...

พานลั่วเฉิงมองแก้วเหล้าในมือ

ลึกลงไปในน้ำเมาสีเหลืองอำพันที่ชื่อ ‘บรั่นดี’ มันมีความหลัง

เขาเคยดื่มมันจนเมามายไม่เป็นผู้เป็นคน หลังจากหญิงคนรักที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย และมีความหวังที่จะได้ใช้อนาคตร่วมกัน กลับปันใจไปให้ผู้บริหารบริษัทที่เขาทำงานอยู่

ตอนนั้น...เขาจะทำอะไรได้

พานลั่วเฉิงในวัยยี่สิบห้าเป็นเพียงพนักงานขายในบริษัท จะเอาอะไรไปสู้กับบอสใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยสง่าราศีและทรัพย์สมบัติ

เขาทำได้เพียงออกจากบริษัทนั้นอย่างเงียบ ๆ 

บอสใหญ่ก็ชดเชยความเสียหายทางใจให้เขาเป็นเงินจำนวนที่เขาสามารถอยู่ได้ทั้งปีโดยที่ไม่ต้องทำงาน

เอาเงินให้เพื่อซื้อผู้หญิงของเขาไป...

เหมือนตอนที่บริษัทพ่อของเขาล้มละลายในตอนที่พานลั่วเฉิงอยู่ชั้นมัธยมปลาย เมียของพ่อไม่ว่ากี่คนต่างก็อันตรธานไปแบบหาตัวไม่เจอสักคน

ไม่ต้องพูดถึงแม่..

เพราะนั่นหนีไปตั้งแต่รู้ว่าพ่อเลี้ยงผู้หญิงไว้อีกสามคนแล้ว

พอหมดบารมี ผู้หญิงก็หนีหาย

ฉากจบคือ...

พ่อของพานลั่วเฉิวฆ่าตัวตาย

พานลั่วเฉิงบอกกับตัวเองว่าเขาจะไม่เป็นแบบพ่อ

ต่อให้เขาถูกผู้หญิงทิ้ง แต่เขาจะต้องยิ่งใหญ่

หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบยังคงจับจ้องอยู่ที่แก้วบรั่นดี จวบจนเงาสะท้อนร่างของดรุณีน้อยห้านางผ่านเข้ามา

“เป็นไงคะคุณพี่ วันนี้มาคนเดียวเหรอคะ”

หนึ่งในห้าสาวร้องทักทาย

แต่ละคนแต่งกายรัดรึง โชว์สัดส่วนอวบอัด แต่ส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน

คนหนึ่งนั่งลงบนตักเขา เคล้าคลอบดเบียดอย่างรู้ใจ

คลับแห่งนี้เป็นที่ซึ่งเขามาพักผ่อนหย่อนใจเป็นประจำ

ห้องส่วนตัวสุดหรู มีโต๊ะเล่นพูลและคาราโอเกะ บางครั้งเจิ้งสิงฝานก็มาด้วย แต่วันนี้ฝ่ายนั้นบอกว่าจะไปเสี่ยงโชคที่มาเก๊าแล้วค่อยไปทำความรู้จักกับเฉินเฉียวอิงต่อที่เชียงใหม่

ให้พวกมันลอยกระทงให้สนุกกันก่อน

หึ! ไอ้บอสหน้าอ่อน

อยากรู้เหมือนกันว่าจะอาศัยความหล่อประคองสมองน้อย ๆ ของแกไปได้อีกนานแค่ไหน!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว