email-icon facebook-icon Line-icon

รบกวนทุกท่านด้วยนะคะ ><

Wolf Glamour - EP 18 แทงฉันหน่อยค่ะ (2)

ชื่อตอน : Wolf Glamour - EP 18 แทงฉันหน่อยค่ะ (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2564 15:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Wolf Glamour - EP 18 แทงฉันหน่อยค่ะ (2)
แบบอักษร

เวอชั่นเต็มจิ้มค่า 

 

จิ้ม
0
0
0
.

 

-------- 

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยใช่ไหมคะ?”  

ฉันถามขึ้นมาเสียงค่อย แล้วขยับเอามือออกจากอกเขาช้าๆ แอบรู้สึกวาบหวิวเหมือนกันตอนแตะตรงกลางอกแน่นๆ นั่น ใจนี่เต้นกระเด้งกระดอนไปพักนึงเลยเชียว 

“ใช่ ไม่ได้รู้สึกว่ากำลังจะกลายเป็นหมานะ” เขาตอบกลับมาไม่สั้นไม่ยาว ฉันเลยพยักหน้ารับไปสองสามครั้งจงใจเมินน้ำเสียงประชดนั่น ก่อนจะพูดกับเขาเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ 

“เมื่อกี้ฉันไม่ได้ใช้เลือดแบบรอบแรกที่เคยทำ งั้นขอลองอีกรอบนะคะ” ว่าจบ ฉันก็ใช้คัตเตอร์อันเดิมจิ้มตรงนิ้วกลางซ้ายอีกครั้งเบาๆ ให้เลือดซิบออกมาแค่หยดสองหยด จากนั้นก็แตะที่กลางอกเขาแล้วท่องคาถา 

ฟุ่บ! 

“โฮ่ง” เขาเป็นหมาอีกแล้ว 

“โอ้ยย แบบนี้แสดงว่าทุกการใช้คาถา มันต้องใช้เลือดฉันจริงๆ สินะ” ฉันบ่นกระปอดกระแปดกับตัวเอง รู้สึกเห็นเค้าลางความซวย สมมุติถ้าเอาเลือดบีบใส่ขวดเก็บไว้ใช้แทนการเอามีดจิ้มนิ้วจะได้มั้ยนะ 

ว่าแล้วฉันก็ปล่อยให้พี่ไวล์ดนั่งเป็นหมากระดิกหางไปก่อน แล้วเอากระปุกวิตามินที่ฉันพกไว้กินมาหยดเลือดเก็บไว้ใช้ล่วงหน้า จากนั้นก็เอาเลือดจากในนั้นมาแต้มนิ้วแล้วจิ้มไปที่ร่างหมาเพื่อร่ายคาถา 

ปุ๊ง 

“เธอเล่นอะไรของเธอเนี่ย จะบริจาคเลือดรึไง” เขาว่าพลางหยิบเอาเสื้อบนพื้นมาปิดของสงวนไว้แบบขี้เกียจจะใส่แล้ว 

“ก็ฉันไม่อยากมานั่งจิ้มนิ้วตัวเองบ่อยๆ นี่คะ” ว่าจบก็ยืนคิดหาวิธีต่อ 

“งั้นฉันว่า ฉันจะลองนั่งรถไฟฟ้าไปสองสถานีเหมือนเดิมนะคะ จะได้ดูว่ามันไปหักลบกับคาถาแรกมั้ย” 

ฉันว่าจบก็เห็นเขาผงกหัวให้เล็กน้อย แล้วลงไปนั่งขัดสมาธิอีกรอบ เมื่อกดโทรทิ้งไว้เรียบร้อยฉันก็ทำตามกระบวนการเดิม และพอกลับมายังที่นัดพบก็ถึงกับใจแป้วด้วยความผิดหวัง เมื่อเห็นว่าเขากลับเป็นหมาป่าอีกแล้ว 

“โอ้ย ทำไมมันยากแบบนี้นะ” เมื่อฉันช่วยเขากลับร่างคนไปเป็นรอบที่สอง ก็ถึงกับลอบบ่นเบาๆ 

“หึ ก็เพราะใครหาเรื่องใส่ตัวละ” เขาพูดแบบเซ็งๆ 

“นี่โชคดีนะที่ฉันอยู่ปีสี่คณะเดียวกับเธอ ปีนี้ฉันทำธีสิสกับมีเรียนไม่กี่วิชาเลยยังพอจะอยู่ใกล้เธอได้อยู่ แต่ยังไงซะถ้ายังหาทางแก้ไม่ได้ในเร็วๆ นี้ ฉัน ต้อง ไป อยู่ กับ เธอ” 

“ง่ะ”  

ฉันปาดเหงื่อตัวเองด้วยความตระหนกเมื่อเริ่มเห็นเค้าลางของปัญหากรายๆ นี่เขาพูดง่ายไปมั้ย ฉันเป็นผู้หญิงนะยะ พูดแบบนี้ใครเขาจะมองฉันเป็นคนยังไงเนี่ย 

“เอาเถอะ ว่าแต่เธอมีอะไรอยากทดสอบอีกมั้ย?” 

“ก็… มีที่สงสัยอยู่เหมือนกันค่ะ แต่ก็แอบกลัว” ฉันกลืนน้ำลายแล้วนิ่งคิดไปแปบนึง ก่อนจะยกมีดคัตเตอร์ใบเล็กขึ้นมาชูให้เขาดู  

“คืองี้ค่ะ ตอนนี้ฉันยังถามแม่ไม่ได้ไปอีกเกือบเดือนว่าจะแก้ปัญหายังไง เพราะงั้นอะไรที่พอจะทดลองได้ฉันก็อยากลองก่อน จากที่ฉันลองอิงจากตำราโบราณอื่นๆ มันน่าจะเป็นคาถาที่ทำให้เราผูกติดกัน แต่ในแง่ของ 

บริบถไหนฉันฟันธงไม่ได้ค่ะ เพราะงั้น…” 

ฉันยื่นมีดคัตเตอร์ใบนั้นใส่มือเขา ก่อนจะจ้องตาเขาด้วยสีหน้ามั่นใจ 

“ฉันอยากให้พี่ลอง ‘แทง’ ฉันดูค่ะ” 

“หืม?? แทง??” 

“ชะ ใช่ค่ะ ฉันก็กลัวนะ แต่ว่าฉันค่อนข้างมั่นใจ ว่าพี่น่าจะทำร้ายฉันไม่ได้น่ะค่ะ” ฉันเม้มปากแน่นก่อนจะว่าต่อ  

“ตอนนี้ฉันคิดว่า ฉันมีสถานะเหมือน เจ้านาย ของพี่ ถ้าพี่กลางร่างเป็นหมาป่าเองและกลับร่างคนตอนอยู่ใกล้ฉันพี่ก็ทำได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าออกห่างจากฉันแล้วกลายร่างพี่จะกลับร่างคนไม่ได้ในสองชั่วโมง และตอนนั้นต้องเป็นฉันเท่านั้นที่ทำให้พี่กลับร่างเดิมได้” 

“เดี๋ยวๆๆ เธอจะบอกฉันว่า ไอ้คาถานั่นทำให้ฉันเป็น ทาส เธอเหรอ?” เขาถึงกับหัวเราะขึ้นมาแบบขำกับการมโนของฉัน ฉันเม้มปากตัวเองด้วยความอาย ขอโทษค่ะที่มโนเก่ง 

“ก็ไม่มีอะไรจะต้องเสียแล้วนี่คะ เอาเป็นว่าฉันยอมสละตัวเองขนาดนี้ให้พี่ก็เพื่อชดเชยอยู่นี่ไงคะ” 

“อะ ก็ได้ ฉันจะลองดูละกัน”  

เขายักคิ้วข้างหนึ่งขึ้นพลางกระตุกยิ้มมองฉันด้วยแววตามาดร้าย แล้วเลื่อนใบมีดขึ้นช้าๆ จนฉันที่มองอยู่เผลอหดคอลงด้วยความกลัว  

นี่ถ้าบอกว่าเปลี่ยนใจแล้วจะทันมั้ยอ่ะ 

“งะ งั้นลองจิ้มฉันตรงฝ่ามือก็ได้ค่ะ”  

ฉันยื่นมือบางไปให้เขาที่กำลังมองคัตเตอร์สลับกับหน้าฉัน และเมื่อเขาส่งยิ้มเหมือนคนโรคจิตมาให้พลางย่างสามคุมมาหาฉันถึงกับผวา เดินถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังไปชนเข้ากับกำแพงอิฐ 

“พี่ไวล์ดคะ อย่าทำหน้าน่ากลัวแบบนั้นซิคะ…”  

“อ้าว ก็เธอบอกให้ฉันจิ้มเธอไม่ใช่รึไง” 

“กะ ก็ ก็ใช่ แต่พี่ดูน่ากลัวเกินไปอ่ะ”  

ฉันว่าก่อนจะหลับตาปี๋เมื่อเขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ สัมผัสได้ถึง 

ความร้อนจากมือหนาของพี่ไวล์ดที่กำลังประคองฝ่ามือฉันไว้ แล้วยกขึ้นมาในระดับไหล่ เขาใช้ปลายนิ้วโป้งลูบเกลี่ยไปมาตรงกลางมือฉันเบาๆ ก่อนจะกระซิบข้างหูเพื่อให้ฉันทำใจ 

“จุ๊ๆ ไม่ร้องนะคะ พี่จะทำไม่แรงนะ”  

เสียงนุ่มทุ้มฟังดูอ่อนหวานกว่าปกติ อาจจะเพราะสรรพนามที่เปลี่ยนไปนั่นด้วย ทำให้ฉันถึงกับหน้าซับเลือดฝาด อดใจแอบลืมตาแล้วมองหน้าเขาในระยะใกล้ไม่ไหว 

ดวงตาคมดุสีน้ำเงินเข้มกำลังมองตรงมาที่ฉันนิ่ง ฉันรู้สึกเหมือนถูกสะกดด้วยรูปโฉม กลิ่น และสัมผัสจากเขาที่กำลังขับกล่อมให้ฉันลืมตัวไปว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไม่รู้สึกแม้กระทั่งจังหวะที่เขากรีดใบมีดลงมากลางฝ่ามือเล็กของฉันแล้ว แต่ฉันกลับไม่รู้สึกอะไรเลยซักนิด 

ไม่เจ็บเลย…  

เอ้ะ หรือเพราะเขาใช้เสน่ห์ของหมาป่ากับฉันนะ 

“หืม”  

แต่กลับเป็นเขาที่ส่งเสียงออกมาก่อน เขาเสมองไปที่มือฉันด้วยความสงสัย ฉันเลยหันไปมองตาม ก็พบว่าใบมีดนั่นอยู่ห่างจากกลางมือฉันแค่มิลเดียว 

“พี่ไม่ได้จิ้มลงไปใช่ไหมคะ?” ฉันถามเพื่อความชัวร์ 

“ก็… จิ้มนะ แต่มันกดลงไปไม่ได้” เขาว่า พลางพยายามเกร็งมือลงมาอีกครั้ง แต่มือเขาก็ไม่ขยับเลยซักนิด 

ฉันถึงกับระบายยิ้มกริ่มด้วยความโล่งใจ แบบนี้ก็แสดงว่าต่อให้เขาโกรธหรือโมโหฉันแค่ไหน เขาก็ทำร้ายฉันไม่ได้แล้ว 

“ดีจังเลย งั้นพี่ก็ทำอะไรฉันไม่ได้อะซิ” ฉันว่าด้วยน้ำเสียงปลื้มปริ่ม แต่คงจะมากไปจนเขาหันมาจ้องฉันอีกครั้ง 

“ดูเหมือนจะดีใจมากนะ”  

เขากระตุกยิ้มมุมปากด้วยสีหน้าชั่วร้าย ก่อนจะปล่อยคัตเตอร์ในมือทิ้ง แล้วใช้มืออีกข้างกุมกระชับข้อมือทั้งสองข้างของฉันยึดไว้กับกำแพงด้านหลัง จนฉันดิ้นหนีไปจากเขาไม่ได้ 

“อะ พี่ไวล์ด พี่จะทำอะไรเนี่ย!”  

ฉันรีบโวยวายแล้วพยายามจะเตะขาออกไปข้างหน้า แต่เขาเหมือนจะรู้ทันเลยใช้ขาสองข้างหนีบล็อกขาฉันเอาไว้แน่น 

“ก็ในเมื่อเธอพิสูจน์แล้วว่าใช้ของมีคมไมได้ ฉันก็อยากจะทดลองบ้างว่าจะใช้ ‘ของนิ่มๆ’ ทำร้ายเธอได้รึเปล่า” 

จบคำพูดนั้น ฉันยังไม่ทันจะพูดอะไร อีตาหมาป่าเจ้าเล่ห์ก็เลื่อนใบหน้ามาฉกชิมริมฝีปากแม่มดน้อยตัวจ้อยอย่างฉันจนแทบหายใจไม่ทัน อะไรนุ่มๆ ของเขากำลังขบเม้มดูดดึงริมฝีปากฉันแบบรุนแรง ดุดันซะเหมือนกับอดอยากมาจากไหน จนเมื่อเขาพอใจแล้วจึงได้ละริมฝีปากหนานั่นออกห่างจากปากที่บวมแดงของฉัน แล้วยักคิ้วให้แบบกวนๆ 

“สงสัยไอ้การเป็นทาสที่ว่าเนี่ย คนบัญญัติคาถานั่นคงไม่ได้ใส่ข้อห้ามเรื่องแบบนี้เข้าไปมั้ง แต่พี่ว่าพวกแม่มดที่คิดคาถาน่าจะเอาพวกหมาป่า 

ที่โดนอาคมไปสนองตัณหารึเปล่านะ หึๆ” 

“อะ ไอ้ ไอ้พี่ไวล์ด”  

ฉันกัดฟันกรอดแล้วตะเบ็งเสียงขึ้นไอ้กับพี่เขา 

ในใจก็แอบคิดเอนเอียงเห็นด้วยกับเขาเหมือนกันนะ ก็ในเมื่อมนุษย์หมาป่าส่วนใหญ่รูปงาม หล่อเหลา น่าฟัดเบอร์นี้ คนสมัยก่อนโน้นคงไม่แคล้วจับมาเป็นทาสรักในเรือนเบี้ยกันหมดคอกแน่ๆ 

 

แต่นั่นมันก็เรื่องวัตถุประสงค์ของคนสมัยนั้นรึเปล่า ฉันไม่ได้อยากจะจับเขามาเป็นทาสกามแบบนี้นะ!! 

แล้วระหว่างนี้ฉันจะทำยังไงกับเขาดีละเนี่ย ถ้าเกิดหาทางแก้ไม่ได้ ฉันยังไม่อยากเลี้ยงหมาบ้าตัวยักษ์หื่นกามไปตลอดชีวิตหรอก  

ฮือๆ มัมมี๊ปะป๊าขา ช่วยหนูเซนด้วยยยยยย 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว