facebook-icon

ขอบคุณมากค่าที่ติดตามผลงานของไรท์ ถ้าฟินโดนใจ ช่วยกด "ถูกใจ" ให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ

ชื่อตอน : บทที่ 1 ปฐมบท

คำค้น : ภักดิ์สิเน่หา, รักซึมร้าย, ลำนำน้ำผึ้ง, มายาพราน, ดอกผักบุ้งวุ่นรัก, วงล้อแห่งรัก, หัวใจในตะวัน, เอลยา, นิยายโรมานซ์, โรแมนติก, อีโรติก, นายหัว, พรานร้ายพ่ายรัก, กรุ่นรักไอปรารถนา, กรุ่นกลิ่นอราบิก้า, #นิยายโรมานซ์ฟินจิกหมอน , #นิยายอีโรติค, ธัญวลัย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2564 13:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ปฐมบท
แบบอักษร

"ไอ้แทน! ไอ้ตัวซวย! มึงมันเป็นตัวกาลกิณีต่อชีวิตกูรู้มั้ย! แม่งเกิดมาทำไมไม่รู้ ตั้งแต่มีมึงชีวิตกูฉิบหายวายป่วงและซวยซับซวยซ้อน ไอ้เด็กเวร ไปตายซะไป๊!" 

เสียงตวาดลั่นของผู้หญิงร่างอวบผมเผ้ากระเซิงหน้าตาเป็นมัน ดวงตาแดงก่ำและบวมแดง ใบหน้ามีรอยฟกช้ำเนื่องจากถูกคนเป็นสามีตบตีเป็นประจำ เด็กน้อยร้องไห้น้ำมูกไหลถูกผู้เป็นแม่ฟาดไปตามเนื้อตัวด้วยฝ่ามือหนักๆ เพื่อระบายความโกรธแค้นที่มีต่อคนเป็นพ่อเด็ก 

"เจ็บ แทนเจ็บ อย่าตีแทน แม่จ๋า ฮือๆๆ" 

"กูจะต้องเอาเลือดซวยๆ ออกจากตัวมึงซะมั่ง นี่แน่ะ! นี่แน่ะ!" เพียะ! เพียะ! 

"เพราะมึงมันลูกไอ้คนเฮงซวย พ่อมันเฮงซวย ลูกมันก็เลยได้เลือดชั่ว พลอยเฮงซวย ฉิบหายไปด้วย นี่แน่ะ!"  

เพียะ! เพียะ! เพียะ! 

กริ๊ง-กริ๊ง กริ๊ง-กริ๊ง 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้คนที่กำลังฝันร้ายสะดุ้งผวาตื่นลุกขึ้นนั่งพรวดพราดกลางเตียงใหญ่ เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มใบหน้าทั้งที่ห้องนอนเปิดแอร์เย็นฉ่ำ... ไอ้คนเฮงซวย... คำคำนี้ยังคงติดอยู่ในหูอย่างชัดเจนราวกับไม่ใช่ความฝัน 

"บ้าฉิบ..."  

แทนไทสบถพลางยกมือขึ้นเสยผมแรงๆ โทรศัพท์เงียบไปแล้ว ชายหนุ่มสะบัดหน้าเพื่อขับไล่ภาพความฝันที่เลวร้าย นานแล้วที่เขาไม่ได้ฝันร้ายแบบนี้ เหตุที่ฝันก็คงเป็นเพราะเมื่อคืนเขาซัดเหล้าเถื่อนของตาเล็งเข้าไปเต็มคราบเพื่อฉลองการต่อสัญญากับบริษัทเฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่ที่เขาส่งสินค้าให้เป็นระยะเวลาสามปีแล้วเกิดความพึงพอใจจึงทำการต่อสัญญาไปอีกสามปี โดยมียอดออร์เดอร์ชัดเจนว่าต้องการเท่าไหร่ต่อเดือน เมื่อคำนวณออกมาแล้วก็เป็นตัวเลขหลายสิบล้านบาทเลยทีเดียว ดังนั้นเขาจึงเลี้ยงลูกน้องหลายสิบคนเมื่อคืนนี้ พอจะจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่ากว่าจะแยกย้ายขึ้นเรือนมานอนก็ปาเข้าไปตีสองแล้ว 

กริ๊ง-กริ๊ง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง เขารีบเอื้อมมือไปรับมาดู เห็นชื่อคนโทร... อารุต ชายหนุ่มมองเวลา... แปดโมงครึ่ง เขารีบกดรับสาย 

"สวัสดีครับอา" เสียงห้าวค่อนข้างงัวเงียเอ่ยทักทายคนที่โทรมาปลุก  

วิศรุต อัครโสภาค เป็นเพื่อนของบิดาและมารดาบุญธรรมของแทนไทเอง อาณาเขตบ้านอยู่ติดกันและสนิทสนมกันดั่งครอบครัวใหญ่ 

"เฮ้ย แทน... อาโทรมาปลุกหรือเปล่าวะ ขอโทษทีว่ะ" 

"ไม่เป็นไรครับอา พอดีเมื่อคืนนอนดึกนิดหน่อยฮะ... อารุตมีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ"  

ชายหนุ่มเอ่ยถามผู้ที่เขาเคารพรักประดุจพ่อคนที่สอง ร่างสูงขยับบิดขี้เกียจเพื่อขับไล่ความง่วงงุนสองสามที  

"อามีเรื่องอยากให้เราช่วยหน่อยน่ะ" 

"มีอะไรครับอา บอกมาได้เลย" 

ชายหนุ่มกล่าวพลางขยับตัวลุกจากเตียง เขายังคงสวมกางเกงยีนส์ แต่ท่อนบนเปลือยเปล่า เห็นเสื้อยืดตกอยู่ข้างเตียงจึงก้มลงเก็บเอาไปโยนใส่ตะกร้าข้างตู้เสื้อผ้าบิลท์อินขนาดใหญ่ 

"ไอ้เจ้าริวน่ะสิ..."  

"ริว? ทำไมครับ" 

แทนไทขมวดคิ้วมุ่น ริว หรือชื่อเต็มว่า วศิรดา อัครโสภาค เป็นลูกสาวคนโตของอาวิศรุตกับอาวริดา เจ้าหล่อนอายุ 24 ปี ห่างจากเขาเจ็ดปี เวลานี้จบปริญญาโทแล้ว และรับตำแหน่งผู้จัดการกิจการรีสอร์ตบ้านสายใยรักของผู้เป็นมารดา ครอบครัวอัครโสภาคนั้นมีธุรกิจนำเข้ารถยนต์ มีหลายสาขาทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล และวิศรุตยังคงทำหน้าที่บริหารงานอยู่ ส่วนรีสอร์ตบ้านสายใยรักนั้นเป็นธุรกิจของวริดา ผู้เป็นภรรยาของวิศรุต และวศิรดาก็ชอบงานด้านรีสอร์ตมาก จึงทุ่มเทอย่างจริงจัง ตั้งใจจะขยายให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีก ทั้งหมดนี้แทนไทได้ยินมาจากวิศรุตไม่ใช่ตัววศิรดาเอง เนื่องจากเขาไม่ค่อยได้คลุกคลีพูดคุยกับหญิงสาวเลยหลังจากที่แยกตัวมาเรียนที่ภาคเหนือตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน 

"เจ้าริวเขาอยากไปดูบ้านน็อกดาวน์ที่ทางเหนือน่ะ จะเอามาเพิ่มที่รีสอร์ต อาบอกว่าจะให้แทนช่วยจัดการให้โดยที่ริวไม่จำเป็นต้องไป แต่ยัยริวมันไม่ยอม จะไปดูเองท่าเดียว และบอกไม่ให้อายุ่งด้วย แต่อาจะปล่อยให้ยัยหนูมันไปเองได้ยังไง แทนก็รู้นี่นา ว่ายัยริวมันใสซื่อแค่ไหน ไปเองเดี๋ยวก็โดนคนอื่นหลอกเอาอีก มันยิ่งเหมือนคุณย่าทวดอยู่ด้วย ใจอ่อนขี้สงสารก็ปานนั้น เจอลูกอ้อนเจอคนเขาเล่นละครให้สงสารหน่อย มันก็โดนตกไปตามระเบียบ อาเลยอยากให้แทนช่วยส่งรายชื่อแหล่งผลิตมาให้หน่อย แล้วอาจะเอามาให้เจ้าริวมันดู ให้ศึกษาและเลือกสักสองสามที่ ก่อนจะไปดูของจริง" 

วิศรุตร่ายมายาวเหยียด แทนไทฟังเสร็จก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง  

"แล้วริวอยากได้แบบไหนล่ะครับอา มีแบบมั้ยครับ แถวนี้เน้นไม้สักเป็นหลัก และก็มีบริษัทรับสร้างบ้านสำเร็จรูปเยอะแยะเลยครับ ถ้ามีแบบส่งมาให้ ผมจะจัดการให้ได้เลยโดยที่น้องริวไม่ต้องมาก็ได้" 

"ก็อย่างที่อาบอกไง ว่าเจ้าริวมันไม่ยอมให้ยุ่ง ยัยหนูอยากจะทำเองทุกอย่าง มันบอกว่าต้องการเรียนรู้ทุกสเต็ปทุกขั้นตอนกระบวนการของการทำรีสอร์ต และอยากจะไปเปิดโลกทัศน์ด้วย" 

แทนไททำเสียงรับทราบในลำคอ วศิรดาลูกสาววิศรุตนั้น แทนไทไม่รู้ว่าจะหาคำนิยามอะไรมาอธิบายถึงความเป็นเจ้าหล่อนดี เพราะบางทีเจ้าตัวก็น่ารักพูดง่าย แต่บางทีก็ดื้อตาใส บางครั้งก็แสนจะเจ้าเล่ห์เพราะมีพ่อชื่อวิศรุต นักธุรกิจผู้มีความแพรวพราวและพิษสงรอบตัว แต่บางทีก็แสนจะซื่อเพราะมีแม่ชื่อวริดาที่งดงามทั้งภายในและภายนอก มีความเป็นคนโลกสวยอยู่ในตัวเพราะถูกเลี้ยงดูจากคุณทวดที่เป็นคนจิตใจดีงาม ท่านเสียไปเมื่อตอนวศิรดาอายุสิบเก้า ซึ่งก็เมื่อห้าปีที่แล้วนี่เอง ศิริรวมอายุก็ 99 ปี แต่ท่ามกลางความโลกสวยเจ้าหล่อนก็มีพิษสงรอบตัวที่ได้รับการถ่ายทอดจากคนเป็นพ่อเช่นกัน สรุปก็คือ วศิรดาในสายตาของแต่ละคนนั้นมีนิยามที่ไม่เหมือนกัน แล้วแต่ว่าใครจะได้พบเจอกับเจ้าหล่อนในแง่มุมไหน ก็ตัดสินกันไปตามนั้น 

"อาหมายถึง จะส่งยัยหนูมันไปแพร่ แล้วให้แทนช่วยพาไปดูตามแหล่งผลิตที่แทนรู้จักหน่อย" 

"แต่... ริวจะยอมมาหาผมหรือครับคุณอา ก็รู้ๆ กันอยู่ว่า..." 

แทนไทเอ่ยอ้อมแอ้ม... ละท้ายประโยคไว้ในฐานที่เข้าใจ... แน่นอนว่ามันมีเหตุผลที่เขาได้เอ่ยประโยคนี้ออกไป... วศิรดาโกรธเขาด้วยเหตุบางประการในอดีต ความหมางใจที่เกิดขึ้นทำให้เธอกับเขาห่างเหินกันจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ไม่ได้ถึงกับไม่มองหน้ากัน แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมกันเหมือนอย่างสมัยอดีตตอนเป็นเด็กน้อยอีกแล้ว 

"เอาเป็นว่าแทนช่วยจองโรงแรมให้น้องก็แล้วกัน อาจะบอกว่าอาเป็นคนจัดการ แล้วแทนจะหาวิธีทำยังไงก็ได้ที่จะช่วยยัยริวให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามต้องการ อาเชื่อมือเรา" 

ให้มันได้งี้สิ! อารุตนะอารุต จู่ๆ ก็มาโยนงานหนักให้เขาแบบนี้ สรุปว่าตัวเองก็กลัวลูกสาวจะโกรธนั่นแหละ ที่แอบโทรมาหาเขาและขอให้เขาจัดการให้แบบนี้ 

"ครับอา... แล้วน้องจะมาเมื่อไหร่ล่ะครับ" 

"วันมะรืนนี้ อาจองตั๋วให้แล้ว แทนช่วยส่งรถไปรับน้องด้วยนะ ส่งให้ถึงที่พัก อาเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ยัยริวน่ะมันมองโลกในแง่ดี และเพราะมันคิดว่ามันมีวิชาด้วย มันเลยทำท่าไม่กลัวใคร แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวไปในที่แปลกถิ่น ยังไงก็น่าเป็นห่วงอยู่ดี แต่อาเชื่อว่าแทนจะดูแลน้องได้เป็นอย่างดี อาเชื่อใจแทน" 

เรื่องหยอดและยอเก่งแล้วล่ะก็ ไม่มีใครเกินอารุตของเขาหรอก... รู้ทั้งรู้ว่า ลูกสาวเหม็นขี้หน้าเขาแค่ไหน ยังจะส่งมาอีก ความจริงน่าจะไปเชียงใหม่นะ ส่งไปให้ฟาริมาศช่วยดูแล เพราะตอนที่ฟาริมาศกับหมอธีรดลเพื่อนของเขาไปฮันนีมูนที่รีสอร์ตบ้านสายใยรักนั้น ก็ได้กลายเป็นคนรู้จักคุ้นเคยกับครอบครัวอัครโสภาคไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนฟาริมาศนั้นก็เป็นทายาทเจ้าของโรงแรมแกรนด์อัลบิโน โรงแรมหรูระดับห้าดาวอีกด้วย ก็น่าจะช่วยให้คนที่อยากเป็นมืออาชีพเรื่องธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตอย่างวศิรดาได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้เป็นอย่างดี 

ส่วนที่บอกว่ามีวิชานั้น หมายถึงวศิรดารู้จักศิลปะป้องกันตัวเนื่องจากผู้เป็นพ่อได้ให้เรียนคาราเต้เพื่อให้ลูกสาวมีวิชาที่สามารถป้องกันตัวเองได้และถือเป็นการออกกำลังทำให้สุขภาพแข็งแรงด้วย 

"งั้นเดี๋ยวผมจะส่งเว็บไซต์ของบริษัทบ้านสำเร็จรูปที่ผมดีลด้วยไปให้ดูสักสามสี่บริษัท แล้วอารุตก็เอาให้ริวเลือกดูเองก็แล้วกัน ส่วนเรื่องที่พัก เดี๋ยวผมจะจองรีสอร์ตของเพื่อนเอาไว้ให้ อยู่ไม่ไกลจากบ้านของผมเท่าไหร่ รับรองว่าปลอดภัยครับอา อ้อ... อาช่วยส่งสเก็ตเที่ยวบินมาให้ผมด้วยนะครับ จะได้หาคนไปรับได้ถูกเวลา" 

"โอเค เยี่ยมมากแทน... สมกับเป็นหลานอา เดี๋ยวอาจะส่งเข้าไปในอินบ็อกซ์ก็แล้วกันนะ" 

"ครับอารุต" 

แทนไทคุยกับวิศรุตต่ออีกสองสามประโยคก็วางสาย ชายหนุ่มถอนหายใจหนักหน่วงออกมา ไม่อยากจะนึกถึงวันมะรืนนี้เลยให้ตายเถอะ... เลี่ยงกันมาได้หลายปี แต่คราวนี้จะต้องทำยังไง?  

"มิน่าล่ะมึงถึงฝันร้ายไอ้แทน" 

เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวและเดินเข้าห้องน้ำไป 

***** 

ในห้องนอนใหญ่ ตกแต่งด้วยโทนสีเขียวอ่อน ร่างเพรียวบางกำลังจัดกระเป๋าเดินทางด้วย หยิบสิ่งของใส่ลงไปอย่างเป็นระเบียบ ใบหน้ารูปไข่ผิวขาวเนียนละเอียดนั้นประกอบคิ้วเรียวโค้งได้รูป ดวงตาสองชั้นรูปเม็ดอัลมอนด์รีใหญ่เหมือนดวงตาเจ้าหญิงแขก จมูกโด่งสวยรับกับริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อเป็นธรรมชาติ เจ้าตัวสวมชุดนอนปาจาม่าสีชมพู 

ก๊อก-ก๊อก 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงคุยกันของคนสองคนที่ทำให้วศิรดาต้องยิ้มกว้างออกมา 

"เข้ามาเลยค่า ริวไม่ได้ล็อก" 

ตะโกนเสียงใส ไม่นานร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นพ่อก็โอบเอวผู้เป็นแม่ของเธอเข้ามาในห้อง 

"เก็บของเรียบร้อยแล้วเหรอลูก" 

วริดาเอ่ยถามลูกสาวคนโตที่กำลังกดล็อกกระเป๋าเดินทางใบขนาดกลางแล้วหิ้วไปวางใกล้กับตู้บิลท์อินติดผนังตลอดแนวห้องนอน 

"เรียบร้อยค่ะแม่" 

"คอนเฟิร์มตั๋วแล้วใช่ไหม แล้วโทรไปที่รีสอร์ตหรือยัง ตามเบอร์ที่พ่อหาให้น่ะ คนรู้จักของพ่อเขาบอกว่าสะอาดน่าอยู่ และรับรองเรื่องความปลอดภัย" 

วิศรุตเอ่ย ใช้คำว่า คนรู้จัก แบบไม่เน้นเพื่อไม่ให้ลูกสะกิดใจว่าเป็นใคร ร่างสูงสง่าหย่อนตัวลงนั่งปลายเตียงของลูกสาว มองดูร่างเพรียวที่หยิบโทรศัพท์มาสไลด์เปิดใช้งาน เจ้าตัวเดินมานั่งตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ 

"เรียบร้อยแล้วค่ะพ่อ นี่ไงคะห้องพักของริว... เจ้าของโรงแรมส่งมาให้ดูเป็นการส่วนตัวเลยเชียวนะ บริการดีจังเลยอ่ะ แถมมีรถไปรับที่สนามบินด้วย ส่งข้อความมาคอนเฟิร์มทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะ" 

"ดีแล้วลูก... อืม... แม่ฝากของไปให้พี่แทนหน่อยนะ" 

ประโยคของมารดาทำให้คนที่กำลังยิ้มแย้มแจ่มใสด้วยความตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้ต้องหุบยิ้มฉับและทำหน้างอทันควัน 

"ริวคงไม่ได้เจอพี่แทนหรอกค่ะ แม่ส่งไปรษณีย์ไปก็ได้นี่คะ พี่แทนเขายุ่งอยู่ในป่าในเขาโน่นไม่ใช่เหรอ คงไม่ได้มาเจอกันหรอก" 

วศิรดาไม่อยากจะเอ่ยถึงคนคนนี้เลย... เธอยังโกรธเขาอยู่ พี่แทนที่เคยแสนดีและน่ารักของน้องริว เวลานี้พี่แทนไม่ใช่พี่แทนคนเดิมคนนั้นอีกต่อไปแล้ว!  

"พ่อได้ข่าวว่าจังหวัดแพร่มันเล็กและแคบมาก บางที อืม... ริวก็อาจจะเจอพี่เขาก็ได้นี่นะ"  

คนเป็นพ่อเปรย วศิรดาหรี่ตามองหน้าท่าน เธอไม่ไว้ใจพ่อรุตเท่าไหร่ เพราะชอบแอบหมกเม็ดและมีลับลมคมนัยทั้งที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แบบนี้แหละ ส่วนมารดานั้นก็ทำท่าส่ายหน้าระอาให้เธอ 

"หนูริว เราเป็นน้องเป็นนุ่ง พี่เขาเคยเลี้ยงดูป้อนข้าวป้อนน้ำเรามาตั้งแต่เด็กๆ อย่ามาทำหน้าอกตัญญูแบบนี้ แม่ไม่ชอบ" มารดาเอ่ยสั่งสอนเสียงเคร่ง 

"อะไรกันคะเนี่ย ริวไปธุระเรื่องงานนะคะแม่ อีกอย่างของฝากพวกอาหารอะไรพวกนี้ไม่เห็นจำเป็นต้องฝากไปให้เลยนี่คะ เพราะมันมีขายทุกที่ พี่แทนเขาก็คงไม่อดอยากปากแห้งหรอกค่ะ อีกอย่าง น้าเรเชลก็คงจะฝากไปบ่อยๆ อยู่แล้ว" 

วศิรดาขึ้นเสียง ปกติเธอไม่ขึ้นเสียงกับผู้ให้กำเนิดถ้าหากไม่จำเป็น แต่สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแทนไทถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เธอจะไม่ทำอะไรให้เขาเด็ดขาด แม้ว่ายามอยู่ต่อหน้าเมื่อรวมครอบครัวเวลามีงานเลี้ยง เธอกับเขาจะได้พบกันแต่นั่นก็เป็นเรื่องของส่วนรวม แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว สโลแกนคือ... ตัวใครตัวมัน ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน โนสน โนแคร์ และโนเวย์ 

"เออๆ ช่างเถอะคุณ เดี๋ยวผมจะเอาไปส่งด่วนเอ็กซ์เพรสให้เอง นะจ๊ะที่รัก อย่าไปกวนยัยหนูมันเลย" 

นี่แหละพ่อที่สปอยล์ลูกจนลูกกลายเป็นลูกทูนหัวอย่างทุกวันนี้ วริดาส่ายหน้าให้กับคนเป็นสามี วศิราดาเป็นลูกคนแรกและวิศรุตรักและทะนุถนอมประดุจไข่ในหิน เติบโตมาด้วยการฟูมฟักดูแลอย่างดีจากคนเป็นพ่อที่พร้อมจะให้ลูกได้ทุกอย่าง ขนาดมีคุณย่าบ้านสวนของวริดาคอยสั่งสอนอบรมช่วยด้วย มีคุณหญิงมารดาของวิศรุตช่วยอีกแรง แต่ลูกสาวคนโตก็ยังไม่รอดจากการถูกพ่อสปอยล์ ลูกสาวคนที่สองคือ วัศรียา ซึ่งเวลานี้อายุ 22 ปี กำลังเรียนปริญญาโทที่อังกฤษ ส่วนลูกชายคนสุดท้องคือ วิศวัฒน์ อายุ 20 ปี กำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ พักอยู่ที่บ้านคุณปู่และคุณหญิงย่า ทั้งสองคนหลังค่อยยังชั่วหน่อย เพราะเกิดมาตอนพ่อเริ่มมีประสบการณ์การเลี้ยงลูกแล้ว จึงเพลาๆ เรื่องการตามใจลูกๆ ลงไปบ้าง 

วศิรดายิ้มแต้ กระโดดกอดและหอมแก้มผู้เป็นพ่อฟอดๆ อย่างแสนรัก  

"รักพ่อที่ซู้ดเลย... จุ๊บๆ" 

เอ่ยบอกรักพร้อมกับหอมแก้มอีกหลายฟอด ทำเอาคนเป็นพ่อยิ้มกริ่มมีความสุข แต่พอหันไปเห็นแม่ทำหน้าระอา หญิงสาวก็ยิ้มอ้อนแล้วโอบกอดหอมแก้มนวลของท่านบ้าง 

"รักแม่ที่สุดเหมือนกันค่า เอางี้ละกัน เพื่อแม่... ลูกริวทำให้ก็ได้... เดี๋ยวจะหิ้วไปให้ นั่นเป็นเพราะเพื่อแม่และเพื่อแม่เท่านั้นนะ ลูกจะยอมสักหน เพราะแม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง แม่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังไกวเปล... แม่เราชอบอมโอเล่ กล่อมลูกน้อยนอนเปลไม่ห่างหันหนีไปเที่ยวไกล... เนอะพ่อเนอะ" 

เสียงใสร้องเพลงค่าน้ำนมแบบผิดๆ ถูกๆ อย่างเสแสร้ง แล้วขยับกอดรัดฟัดเหวี่ยงผู้เป็นมารดาจนล้มลงบนเตียง โดยมีบิดาช่วยจี้เอวอย่างรู้จุดอ่อน จนคนถูกรุมแกล้งรีบปัดป้องและหัวเราะทั้งน้ำตาเพราะความจั๊กจี้ ร้องห้ามให้พ่อลูกหยุดแกล้งเสียที 

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ ทั้งพ่อทั้งลูกเลย พอแล้วคุณรุต ยัยริว... เดี๋ยวเหอะ!" วริดาตะโกนไปหัวเราะไป 

"โอเคๆ พอได้แล้วยัยริว อย่าแกล้งเมียพ่อ"  

พอแกล้งเมียจนพอใจแล้วคนเจ้าเล่ห์หันไปผลักลูกสาวให้หยุดแกล้งแม่ จากนั้นก็จัดการจี้เอวลูกบ้างเป็นการทำคะแนนกับเมียรัก วริดามองลูกกับพ่อต่อสู้กันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะดึงคนตัวใหญ่ 

"พอเถอะคุณ... ให้ลูกพักผ่อนได้แล้ว พรุ่งนี้จะต้องไปแอร์พอร์ตแต่เช้า" 

มารดากล่าวห้ามศึกจี้เอว ดึงลูกสาวเข้ามากอดและหอมแก้มอย่างแสนรัก วิศรุตก็ก้มลงหอมศีรษะทุยได้รูปของลูกสาว 

"กู๊ดไนท์ลูกพ่อ พรุ่งนี้เจอกัน" 

"กู๊ดไนท์ค่าคุณพ่อคุณแม่สุดเลิฟ เลิฟยูค่า"  

วศิรดาส่งบิดามารดาเสร็จก็ล็อกห้อง ใบหน้ายิ้มแย้มก็กลับมู่ทู่ เธอทำท่าย่นจมูกเมื่อนึกถึงเรื่องที่รับปากมารดาไป ไม่มีทางที่เธอจะไปพบเขาแน่ จังหวัดแพร่แม้จะเล็ก แต่เธอก็คงจะไม่ดวงซวยได้พบกับแทนไทง่ายๆ หรอก ส่วนของฝากนั้น... 

"เชอะ! เรื่องอะไรจะหิ้วไปให้ถึงโน่น เดี๋ยวแวะส่งที่ไปรษณีย์ไปให้ก็จบ... ทำให้ได้แค่นั้นแหละพี่แทนคนเฮงซวย!" 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว