ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

+++ บทที่42 โกโก้ร้อนแลกกลิ่นหอม +++

ชื่อตอน : +++ บทที่42 โกโก้ร้อนแลกกลิ่นหอม +++

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2564 18:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
+++ บทที่42 โกโก้ร้อนแลกกลิ่นหอม +++
แบบอักษร

 

บทที่42 

โกโก้ร้อนแลกกลิ่นหอม 

Trigger Warning 

Harassment = การคุกคามที่ไม่ใช่การลวนลาม 

ฮาแกนเดินทางกลับมาที่ค่ายทหารในวัลฮัลลา เขาใช้สิทธิในฐานะพันเอกเข้าห้องเซิร์ฟเวอร์ของค่ายทหาร เพื่อใช้คอมพิวเตอร์ค้นข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับผู้ชายที่ชื่อฟิวส์ ข้อมูลทุกอย่างของกองทัพจะลิงก์ถึงกันผ่านเครือข่ายข้อมูลกลาง ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องกลับอวาลอนเพื่อหาเบาะแส 

  

“ออกไป! ออกไปให้หมด!!!” 

“ท่านครับ ท่านเข้ามาในนี้ไม่ได้ถ้าไม่ได้ทำเรื่องขอก่อน...” 

“.....” 

“ปะ...ปะ...ไปเดี๋ยวนี้ครับท่าน” 

  

อัลฟ่าจ่าฝูงที่กำลังร้อนรนและโกรธจัดตะโกนไล่ทุกคนที่อยู่ในห้องเซิร์ฟเวอร์ให้ออกไป แรงกดดันจากฟีโรโมนแผ่กระจายไปทั่วจนเจ้าหน้าที่ที่เป็นเบต้าบางคนขาไม่มีแรงและเข่าอ่อน บางคนถึงกับคลานออกจากห้องด้วยความหวาดกลัวกับแรงกดดันที่จ่าฝูงคนนี้ปล่อยออกมา 

ดีแลนบอกว่าเมื่อสองปีก่อนเคยทำงานพิเศษที่ร้านของฟิวส์ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์คาร์บอม ในระกว่างรอดาวน์โหลดข้อมูลฮาแกนหยุดนิ่งและคิดถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น ดูเหมือนว่าพวกมันจะไหวตัวทัน ทั้งๆ ที่พวกเขาก็แทรกซึมเข้าพื้นที่ไปอย่างแนบเนียนแล้ว คิดไม่ถึงว่าพวกมันจะยอมใช้วิธีการระเบิดร้านทิ้งเพื่อหลบหนี และเหมือนว่าจะเป็นโชคดีของมันที่ดีแลนเกิดฮีท มันถึงได้หลุดรอดสายตาของเขาไปได้ แต่ในตอนนี้เขาก็ยังคิดไม่ออกว่าทำไมมันถึงต้องการตัวคนของเขานัก 

มือใหญ่ทุบโต๊ะและยกกำปั้นขึ้นปิดปากอย่างเคร่งเครียด ฟิวส์เหมือนจะมีหลายตัวตนเพราะแค่เขาเอาอัตลักษณ์ใบหน้าที่ได้จากกล้องของไพธอนไปเช็กดู ข้อมูลก็ขึ้นมาเป็นสิบรายชื่อ หนึ่งในนั้นระบุว่าเป็นทหารในกองทัพ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนในโดยตรง และน่าจะเกี่ยวข้องกับคนที่เอาภารกิจช่วยตัวประกันล็อกไว้ให้กลุ่มของดีแลนได้ทำตอนสอบเทอมแรก 

  

“สัส...นี่มันเหี้ยอะไรเนี่ย” 

  

ร้อยเอกไพธอนที่เดินตามเข้ามาในห้องถึงกับร้องอุทานอย่างหัวเสียเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอโฮโลแกรม รายชื่อที่ปรากฏบนจอนับสิบทว่าใบหน้าเจ้าของชื่อนั้นคือคนเดียวกัน 

  

“เกลือเป็นหนอนอย่างแรงแล้วมึง...จะเอาไงต่อฮาแกน” 

“ถ่ายทอดคำสั่งออกไป ให้ทุกหน่วยที่เรามีอำนาจสั่งการบุกทุกแหล่งกบดานที่พวกเรารู้ จับเป็นพวกมันให้ได้มากที่สุด กูจะลงภาคสนามสอบสวนเอง” 

“มึงเอาจริงหรอ เท่ากับว่าประกาศสงครามแล้วนะ” 

“เดี๋ยวนี้” 

“…ครับท่าน” 

  

ในเมื่อมันอยากที่จะเล่นเกมซ่อนหานักเขาก็จะเล่นมันให้หนัก จะตามหาตัวมันให้เจอโดยใช้ทุกอย่างที่เขามี ไพธอนเม้มปากและเดินหลบบรรยากาศอึดอักจากฟีโรโมนกดข่มของอัลฟ่าจ่าฝูงออกมาด้านนอกห้อง มันรุนแรงมากขนาดเขาที่ว่าแข็งแกร่งเทียบเท่าอัลฟ่ายังทนไม่ได้ เบต้าร่างใหญ่กดวอชสั่งการให้ทหารทุกหน่วยเตรียมตัวให้พร้อมกับการบุกทำลายแหล่งกบดานของพวกผู้ก่อการร้าย และไม่ลืมเน้นคำสั่งให้จับเป็นทุกคน 

ทางด้านอีริคและเอมิเลีย ทั้งสองคนถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินในค่ายทหารของวัลฮัลลา อีริคเสียเลือดไปมากจากแผลถูกแทงที่บริเวณหัวไล่ แต่ด้วยความที่เขาเป็นอัลฟ่าและพลังของเขาสามารถควบคุมการไหลเวียนของเลือด อีกทั้งในตอนนี้ยังสามารถห้ามเลือดได้เองแล้ว ทำให้อาการของเขาไม่น่าเป็นห่วงนักต่างจากเอมิเลีย 

อัลฟ่าสาวถูกรถทับที่ขาทั้งสองข้าง อีกทั้งแรงปะทะตอนที่รถคว่ำทำให้ซี่โครงของเธอหักทิ่มปอดหลายซีก ผลจากการเอกซเรย์ทำให้ทีมแพทย์รู้ว่ากระดูกขาของเธอแตกเสียหายหนักมาก อาการของเธอจึงน่าเป็นห่วงที่สุด ฉิงหลงกับเรเชลยืนกอดปลอบกันอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน 

  

“พระเจ้า ฮึก...ทำไม...ทำไมต้องเป็นพวกเราด้วย ทำไมต้องเป็นเพื่อนเรา” 

“ผมน่าจะใส่เครื่องติดตามไว้ในกระเป๋าคุณดีแลนด้วย...ไม่งั้นป่านนี้คงเจอตัวแล้ว” 

  

วิสตาร์และรุ่นพี่ในหน่วยอีกสองสามคนเดินเข้ามาพูดคุย เพื่อปลอบใจเด็กใหม่ทั้งสองคนเท่าที่พวกเขาจะทำได้ นี่พึ่งภารกิจแรกเองแต่เพื่อนในกลุ่มสองคนบาดเจ็บสาหัสกลับมา ส่วนอีกคนยังหาตัวไม่พบไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง สถานการณ์ตอนนี้เป็นใครก็เสียขวัญกันหมด เพราะไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น 

ความสูญเสียเป็นสิ่งที่พวกเขาเผชิญมาตลอดชีวิตการทำงาน พวกเขาไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะตายวันตายพรุ่ง ไม่รู้เลยว่าเพื่อนที่นั่งกอดคอดื่มเบียร์กันเมื่อชั่วโมงที่แล้วจะกลายเป็นร่างไร้วิญญาณหรือไม่ นี่แหละคือสิ่งที่น่าหวาดกลัวของแนวหน้า 

ณ ที่แห่งหนึ่งในยูโทเปีย ดีแลนค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นช้าๆ คนตัวเล็กไม่ยอมลืมตาใช้พลังสำรวจไปรอบๆ สถานที่ที่เขาอยู่ ห้องที่อยู่ในตอนนี้มันเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นกลางวันหรือกลางคืนเพราะห้องนี้มันไม่มีหน้าต่างและไม่มีนาฬิกา แต่สภาพของเขานั้นยังคงถูกมัดนอนหงายอยู่บนเตียงผู้ป่วย ดูเหมือนจะมีสายน้ำเกลือเจาะอยู่ที่มือซ้าย 

  

“อึก...” 

  

ภายในห้องที่มีแต่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ไม่มีกลิ่นหอมอบอุ่นของวู้ดดี้ที่ชวนให้รู้สึกปลอดภัย มันทำให้โอเมก้าตัวเล็กที่พึ่งผูกพันธะไปได้ไม่นานรู้สึกกระวนกระวาย แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของดีแลนร้องว่าห้ามทำตัวมีพิรุธเด็ดขาดเพื่อไม่ให้ฟิวส์เห็น จนกระทั่งเอาจุดอ่อนของเขามาต่อรอง 

ความเครียดที่เกิดขึ้นทำให้ร่างกายของดีแลนนั้นเริ่มปฏิเสธอาหารและทรุดโทรมลงทีละน้อย เท่าที่คนตัวเล็กสังเกตอาการร่างกายตัวเอง เหมือนเขาจะถูกจับตัวมาหลายวันแล้ว แต่เขาแทบจะไม่มีสติรับรู้เรื่องราวใดๆ รอบตัว เพราะถูกจับฉีดยานอนหลับเรื่อยๆ ในระหว่างที่พวกมันทำการขนย้ายตัวเขาไปที่ต่างๆ เป็นการป้องกันไม่ให้เขาหลบหนี 

  

แกร๊ก... 

  

เสียงประตูนิรภัยถูกปลดล็อกเรียกความสนใจของดีแลนให้ใช้พลังเพ่งมองไปที่ต้นเสียง ฟิวส์เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับสปินเนอร์ในมือข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งถือเอกสารบางอย่าง ร่างสูงเดินมาใกล้กับเตียงวางเอกสารปึกนั้นเอาไว้ที่โต๊ะสำหรับให้ผู้ป่วยทานอาหาร 

  

“อยากลุกขึ้นนั่งไหม?” 

“…..” 

  

ดีแลนไม่ตอบ ฟิวส์ละสายตาจากใบหน้าหวานไปที่รีโมทของเตียง จัดการปรับระดับของเตียงให้คนตัวเล็กสามารถนั่งพิงได้สบายๆ ดีแลนยังคงหลับตาและคิดหาทางหลบหนี เขาพยายามใช้พลังในการอ่านใจของตัวเองอ่านใจฟิวส์อยู่หลายครั้ง บางครั้งมันเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง สับสนและน่าอึดอัดเหมือนครั้งแรกที่เขาลองอ่านมัน ทว่าบางครั้งมันก็มีแต่ความว่างเปล่า 

จิตใจของฟิวส์เป็นอะไรที่ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาบังเอิญได้รู้จากการอ่านใจของฟิวส์คือ ฟิวส์จะยังไม่สกัดฟีโรโมนของเขาออกมาจนกว่าร่างกายของเขาจะพร้อม อีกฝ่ายจึงพยายามขุนและบำรุงร่างกายของเขาอย่างดี เพราะเขาเป็นวัตถุดิบที่มีค่ามากในตอนนี้ ทว่าอาการห่างคู่ของโอเมก้านั้นทำให้เขาไม่อยากอาหารและซึมเศร้า 

ดีแลนใช้พลังมองเอกสารบนโต๊ะอาหารสำหรับผู้ป่วย ทว่ามันเป็นตัวเลขและโค้ตบางอย่างที่เขานั้นไม่เข้าใจ ฟิวส์นั่งลงที่ด้านข้างเตียงพลางหมุนสปินเนอร์ในมือไปเรื่อยๆ กลิ่นที่โชยออกมาจากเขามีเพียงกลิ่นของบุหรี่เท่านั้น ดีแลนไม่เคยนึกถามถึงเพศรองของผู้ชายคนนี้มาก่อน แค่ก็ทึกทักเอาเองว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นเบต้า เพราะเขาไม่เคยได้กลิ่นฟีโรโมนจากอีกฝ่าย ฉะนั้นเรื่องที่จะใช้ฟีโรโมนควีนในการทำให้ฟิวส์ยอมปล่อยเขาเป็นเรื่องที่ถูกปัดตกไป 

  

“ช่วงนี้นายดูไม่สดใสเลย ในนี้มันอุดอู้เกินไปใช่ไหม” 

“ถ้าอยากรู้คุณก็ลองล่ามตัวเองไว้กับเตียงแบบไม่รู้เวลา หรือเห็นเดือนเห็นตะวันบ้างนะคุณฟิวส์” 

“ถ้านายยอมมาร่วมมือกับผมดีๆ ผมอาจจะให้นายออกไปสูดอากาศที่ด้านนอกบ้าง” 

“คุณก็น่าจะรู้ว่าคำตอบของผมคืออะไร” 

“อย่าดื้อไปหน่อยเลยน่ะ ฟีโรโมนของนายมันมีค่ามากเลยนะ ผมล่ะเสียดายจริงๆ ถ้าต้องรีดมันออกมาโดยที่นายไม่เต็มใจ...นั่นหมายถึงนายอาจจะตาย” 

“.....” 

  

ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ประตูนิรภัยของห้องก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ร่างสูงโปร่งของผู้มาใหม่ถลาเข้ามาหาดีแลนพร้อมกับแก้วโกโก้ร้อนที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ผู้มาใหม่วางแก้วโกโก้ทับกองเอกสารของฟิวส์อย่างไม่ไยดีและคุกเข่าลงที่ข้างเตียง ฝังใบหน้าที่สวมหน้ากากประหลาดๆ ที่มีเครื่องกรองเล็กๆ ด้านข้างลงกับฝ่ามือของดีแลน 

  

ฟืดดดดดดดดดดดดดดดดด 

  

“อ่าาาาา...หอมจังเลย ฟิวส์......ฟืดดดดดดดด นี่มัน...ของดีสุดๆ ไปเลย” 

  

ผู้มาใหม่แกะสายรัดข้อมือของดีแลนออกข้างหนึ่ง และพยายามยกมือของดีแลนขึ้นมาดมอีกครั้ง ทว่าก็ทำได้ยากลำบากเพราะคนตัวเล็กพยายามดึงมือของตัวเองออกจากการคุกคาม แต่ดีแลนที่อยู่ในช่วงอ่อนแอนั้นไม่สามารถต้านแรงของผู้ชายคนนี้ได้นานนัก สุดท้ายก็โดนดึงแขนไปดมอย่างหลงใหล 

กลิ่นเหมือนเหล้ารัมที่โชยออกมาจากตัวของเขา ทำให้ดีแลนรับรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นอัลฟ่า และที่สำคัญเป็นอัลฟ่าที่มีพลังพิเศษ ฟิวส์มองท่าทางหลงใหลนั่นก่อนจะส่ายหน้า แล้วหันไปยกแก้วโกโก้ร้อนออกมาวางไว้ข้างกองเอกสาร พลางเอ่ยถามด้วยเสียงเย็นๆ 

  

“มาทำไม ‘อีลอน’ ?” 

“ฟืดดดดดดดด...โจเซบอกว่าให้มาดูของ...อ่าาาาาาา หอมๆๆๆ” 

  

ดูเหมือนว่าผู้ชายที่ชื่ออีลอนจะไม่หนำใจ มือใหญ่ยกขึ้นปลดหน้ากากแปลกๆ นั้นออก แล้วฝังจมูกลงกับฝ่ามือของดีแลน ทำให้คนตัวเล็กเห็นใบหน้าที่แท้จริงของอีลอนได้ชัดเจน คนตัวเล็กนิ่งค้างไปพร้อมกับพิจารณาอีกฝ่าย ใบหน้าของอีลอนนั้นเรียกได้ว่าคล้ายกับอีริคเพื่อนของเขามากๆ เพียงแต่สีผมของอีลอนเป็นสีม่วงเข้มเหมือนกับนัยน์ตาของเจ้าตัว ไม่ใช่สีแดงสดเหมือนเลือดอย่างของอีริค 

ดีแลนที่กำลังพิจารณาอีกฝ่ายก็พยายามชักมือหนีอีกครั้ง เมื่อจมูกโด่งเป็นสันถูไล่ขึ้นมาจากฝ่ามือจนใกล้ถึงข้อพับแขน โดยที่ฟิวส์ยืนมองการกระทำนั้นอยู่เฉยๆ ฟีโรโมนกลิ่นเหล้ารัมจากอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกไม่ดี ถึงแม้มันจะหอมแต่โอเมก้าที่มีคู่แล้วจะไม่เข้าใกล้อัลฟ่าคนอื่นเพราะฟีโรโมนจากอัลฟ่าที่ไม่ใช้คู่มักทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย 

  

“ยะ...หยุดนะ อย่ามาถูกตัวผม” 

“ขอโทษครับ ผมไม่เคยได้กลิ่นอะไรหอมขนาดนี้มาก่อนเลย” 

  

อีลอนผละใบหน้าออกจากข้อพับแขนของดีแลน แล้วยื่นมือไปหยิบแก้วโกโก้ร้อนบนโต๊ะ โดยที่ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากคนตัวเล็ก แก้วโกโก้ร้อนถูกยืนมาให้ดีแลนพร้อมกับสายตาคลั่งไคล้จากร่างสูง โอเมก้าเพียงหนึ่งเดียวในห้องมองท่าทางหลุกหลิกนั้นอย่างไม่ไว้วางใจ 

  

“ผมได้กลิ่นความเครียดจากคุณ โกโก้ช่วยให้ผ่อนคลายไม่เครียดนะ ผมให้” 

“…..” 

“ผมกินไปนิ๊ดนึงแล้วจะแบ่งให้คุณก็ได้ แต่ขอแลกกับให้ผมดมกลิ่นคุณใกล้ๆ อีกนิดได้ไหม นะๆ” 

“ไม่เอา...” 

“โจเซชงอร่อยมากๆ เลยนะ ปกติผมไม่แบ่งให้ใครหรอก” 

  

โจเซคือใคร? ทำไมถึงสั่งให้อีลอนมาดูของ? แล้วของที่ว่าคือเขาใช่ไหม? ข้อมูลที่ได้มาใหม่ทำให้ดีแลนลองอ่านความคิดของอัลฟ่าร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีม่วงเข้มดู แต่ก็ต้องนิ่วหน้าเพราะความคิดในหัวของอีลอนตอนนีมีแต่เรื่องของกลิ่นเขา 

อีลอนเป็นอัลฟ่าไม่ผิดแน่นอน จากการคาดการอีกฝ่ายน่าจะมีฝีมือในการต่อสู้อยู่บ้าง ถึงแม้ดูจากหน่วยก้านแล้วอาจจะไม่เก่งนัก แต่คงจะพอถ่วงเวลาให้เขาสามารถแกะสายรัดแล้วจัดการกับฟิวส์ต่อเพื่อหนีออกไปได้ ดีแลนมองอีกฝ่ายอย่างหวาดระแวง แต่ก็ยอมยื่นมือสั่นๆ ไปรับแก้วโกโก้จากอีลอนมาถือไว้ 

ร่างสูงยิ้มกว้างเมื่อคนตัวหอมยกแก้วโกโก้ขึ้นจิบ ความหอมหวานของมันทำให้ดีแลนรู้สึกน้ำลายสอแต่ก็ไม่ไว้วางใจพอจะกินมันลงไป จึงทำได้เพียงจิบเข้าไปเล็กน้อยและปล่อยมันค้างไว้ในปากสักพัก และบ้วนมันทิ้งใส่แก้วเดิมอย่างแนบเนียน 

  

“อร่อย...” 

“เห็นไหมผมบอกแล้ว มา...ขอดมคุณหน่อย” 

  

อัลฟ่าร่างสูงโปร่งคว้าตัวดีแลนเข้าสู่อ้อมกอดและซุกไซร้จมูกกับเรือนผมสีขาว ดีแลนขนลุกซู่และใจสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เขากลัวเหลือเกินแต่ก็จำเป็นต้องทำ คนตัวเล็กพยายามรวบรวมสติก่อนจะเริ่มปล่อยฟีโรโมนควีนให้ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง อีลอนที่ซุกหน้าลงกับไหล่ของเขาพอได้กลิ่นของฟีโรโมนที่เปลี่ยนไปก็เหมือนจะชะงัก ดีแลนที่เห็นเป็นจังหวะดีจึงยื่นหน้าเข้าไปกระซิบที่ข้างหูอย่างเบาที่สุดเพื่อไม่ให้ฟิวส์ได้ยิน 

  

“หะ...หอม...โอ้ พระเจ้า” 

“ช่วยจับตัวฟิวส์ไว้แน่นๆ ได้ไหมครับ ถ้าจับได้แล้วคุณจะดมกลิ่นของผมอีกเท่าไหร่ก็ได้นะ” 

  

เมื่อดีแลนพูดจบอีลอนก็กระโจนข้ามเตียงพุ่งตัวใส่ฟิวส์ในทันที อีกฝ่ายเสียหลักล้มลงทั้งสองคนฟัดกันอยู่ที่พื้น อีลอนที่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของฟีโรโมนพยายามจับตัวฟิวส์เอาไว้ ในขณะที่ดีแลนเร่งมือปลดสายรัดแขนและขาของตัวเองออกโดยเร็ว ฟีโรโมนกดข่มของอีลอนฟุ้งกระจายในระดับที่เบต้าอย่างฟิวส์น่าจะทนไม่ไหว ทว่าดีแลนนั้นคิดผิด 

  

ผลัวะ!!! 

  

ฟิวส์ที่ตั้งตัวได้ปล่อยหมัดใส่หน้าของอีลอนจนเขาสลบกลางอากาศ ร่างสูงโปร่งล้มลงไปนอนแผ่ที่พื้นห้องอย่างหมดสภาพ ฟิวส์พุ่งเข้าไปกดดีแลนเอาไว้กับเตียง พลางตะโกนเรียกให้การ์ดด้านนอกเข้ามาพาตัวอีลอนออกไป คนตัวเล็กถูกมัดเอาไว้กับเตียงอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในครั้งนี้แน่นหนากว่าเดิมเป็นเท่าตัวจนเขารู้สึกอึดอัด ฟิวส์ลุกขึ้นยืนตรงและจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ ดวงตาคมมองมาที่ดีแลนเจือปนด้วยความรู้สึกเย้ยหยันและเวทนา 

  

“นายคิดจะใช้มุกเดิมๆ เหมือนตอนที่ควบคุมลูกน้องฉันใช่ไหม” 

“.....” 

“ขอโทษนะ ฟีโรโมนของพวกนายมันทำอะไรฉันไม่ได้หรอก” 

  

ดีแลนมองไปอีกทางอย่างคนไม่อยากเสวนาอะไรกับอีกฝ่ายแล้ว เพราะอย่างไรฟีโรโมนควีนของเขาก็ทำอะไรเบต้าอย่างฟิวส์ไม่ได้ ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้กับร่างเล็กบนเตียงก่อนจะก้มหน้าเข้าไปใกล้ เพื่อสูดดมกลิ่นของอีกฝ่ายที่อีลอนว่าหอมนักหนา แต่สำหรับเขานั้นไม่เคยได้กลิ่นอะไรพวกนี้เลยมาตลอดทั้งชีวิต 

  

“แต่อย่าเอาฉันไปรวมกับเหมารวมกับพวกเบต้าหรืออัลฟ่าขยะอย่างพวกแกเชียว” 

“…..” 

“เพราะฉันน่ะคือ มนุษย์” 

  

  

ติดตามข่าวสาร อัปเดตข้อมูลเข้าไปพูดคุยเม้ามอย หอยสังข์ ทวงนิยายกันได้ที่ 

ทวิตเตอร์ #โอเมก้าตาบอด 

ใจร่มๆ มาจิบโกโก้ร้อนคลายเครียดกันก่อนค่ะ 

  

TALK with Poydswat. 

 

สวัสดีค่ะรีทเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน 

มีใครงงที่ฟิวส์บอกว่าตัวเองเป็นมนุษย์ไหมคะ คือไทม์ไลน์ในเรื่องเป็นในอีก1400ปีข้างหน้า ซึ่งมนุษย์วิวัฒนาการไปเป็นมิวเทท ทำให้มีเพศรองเป็นอัลฟ่า เบต้า โอเมก้า แล้วมนุษย์ที่เป็นมนุษย์จริงๆ คือโดนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไปหมดแล้วโดยพวกมิวเททในรุ่นแรกค่ะ ในส่วนนี้มีเขียนบอกไว้ในบทนำแล้วนะคะ ใครข้าม......ใคร!!!!! ใครข้าม!!!!!!!! กลับไปอ่านนน!!!!!!!!!! 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว