email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 โรงเรียนของเราน่าอยู่

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 โรงเรียนของเราน่าอยู่

คำค้น : รักวัยรุ่น ผี

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 26

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2564 16:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 โรงเรียนของเราน่าอยู่
แบบอักษร

“พ่อเป็นไงบ้างคะแม่” เมย์ถามแม่ด้วยน้ำเสียงปนเศร้า ในขณะที่พ่ออยู่ในห้อง ICU ด้วยอาการแสนสาหัสจากอุบัติเหตุรถยนต์

“ยังไม่ฟื้นเลย...หมอก็เจาะท่อแล้ว ตอนนี้รอดูอาการไปเรื่อยๆ” แม่ที่กินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่ต้องฝีนใจทำเหมือนว่าตัวเองแข็งแรงต่อหน้าลูกๆ เมื่อเสาหลักในครอบครัวกำลังผุพัง

“พ่อจะหายใช่ไหมแม่” มายด์ถามด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น ก่อนที่แม่จะโน้มตัวเข้ามาโอบกอดลูกสาวทั้งสองด้วยความห่วงใย

สักพัก คุณหมอก็เดินมาเรียกแม่เข้าไปคุยเรื่องค่าใช้จ่าย เมย์ที่ยืนอยู่ไกลๆก็สัมผัสได้ว่า ครอบครัวของเธอกำลังอยู่ช่วงวิกฤต ก่อนที่แม่จะเดินมาหาพวกเธอด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

“เด็กๆ...ไปโรงเรียนได้แล้วไป สายแล้ว” แม่พูด ก่อนที่จะยื่นเงินค่าขนมและค่าแท็กซี่ให้เมย์และมายด์ไปโรงเรียน

ขณะนั่งแท็กซี่ไประหว่างทาง เมย์กลับคิดถึงแต่เรื่องพ่อ และเรื่องค่าใช้จ่ายที่แม่ต้องเป็นผู้แบกภาระไว้คนเดียว จนเธอลืมไปว่า ตอนนี้เธอกำลังสายแล้ว

กรี๊งๆๆๆๆ เสียงออดโรงเรียนดังยามเช้า เป็นสัญลักษณ์ให้ทุกคนที่ได้ยินต้องเดินมารวมตัวกันหน้าเสาธง และจัดแถวอย่างเป็นระเบียบในเวลา 20 นาที ก่อนเริ่มพิธีหน้าเสาธง

เมย์และมายด์ สองสาวพี่น้องที่กำลังลงจากรถก็รีบวิ่งทันที หลังจากที่เห็นคนกำลังวิ่งกันเป็นโขยงเพื่อเข้าแถวในโดม ท่ามกลางเสียงดุด่าของครูเวรประตูหน้าโรงเรียน บรรยากาศอันร้อนอบอ้าว ยิ่งตอกย้ำให้เมย์และมายด์ไม่รีรอ ที่จะรีบวิ่งไปเข้าแถว

“ ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย ” เสียงร้องเพลงชาติดังกระหึ่ม กลบเสียงเท้าที่กำลังเดินมาเข้าแถวแบบเงียบๆของเมย์ได้อย่างแนบเนียน เสมือนว่าโจรแอบย่องเข้าไปขโมยของ ในร้านสะดวกซื้อ

ทุกคนในห้องต่างตั้งหน้าตั้งตายืนร้องเพลงอย่างเป็นระเบียบ ไม่เอะใจที่เมย์แอบมาต่อหลังแถวกันเลยสักนิด ยกเว้นแต่ ปุ้ย ที่ยืนอยู่หน้าเมย์ ก็หันหลังไปยิ้มทักทายเธอ ก่อนที่สายตาจะมองไปที่ ครูอิงอร ครูที่ปรึกษาของพวกเธอ กำลังยืนมองด้วยสายตาดุดัน อย่างกะจระเข้จ้องจับเหยื่อในบึง ทำให้ปุ้ยรีบหันหน้ากลับไปร้องเพลงชาติต่อโดยเร็วพลัน

หลังจากเคารพธงชาติ สวดมนต์ไหว้พระเสร็จ ครูเวรก็จะรับหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินกิจกรรมการมอบเกียรติบัตรแก่นักเรียนที่ได้รับรางวัลต่างๆในทุกๆเช้า ทำให้โรงเรียนแห่งนี้ มีชื่อเสียงมากมาย สมเป็นโรงเรียนน่าอยู่ของใครหลายๆคน

หลังจากนั้นผอ. ก็ขึ้นมาให้โอวาทแก่นักเรียน เรื่องการสอบชิงทุนการศึกษาประจำปีนี้ เป็นทุน 100% จำนวน 1 ทุนเท่านั้น โดยต้องผ่านเกณฑ์ต่างๆอย่างครบถ้วนด้วย

เมย์ได้ยินดังนั้นก็เริ่มสนใจขึ้นมา เพราะจำนวนเงินทุนที่ได้ มากพอที่จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลของพ่อเธอได้สบายๆ ส่วนเรื่องเกณฑ์ต่างๆไม่ใช่ปัญหาของเมย์ เพราะเธอเป็นเด็กเรียนเก่งตั้งแต่ไหนแต่ไร เธอจึงมีความตั้งใจที่จะสอบชิงทุนนี้ให้ได้

หลังเสร็จกิจกรรมหน้าเสาธง ครูเวรได้ปล่อยให้นักเรียนทุกคนขึ้นชั้นเรียน เมย์ที่กำลังจะเดินออกจากแถว ก็ต้องหยุด เพราะครูอิงอรกำลังเดินตรงมาที่เธอด้วยท่าทางจริตจะก้าน ก่อนที่จะมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูหมิ่นเหยียดหยาม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆว่า

“ มาสายอีกแล้วนะมนชนก ถ้าครั้งหน้าเธอมาสายอีกครั้ง ครูจะให้เธอมาแก้แถววันเสาร์นะ ”

“ ค่ะครู ครั้งหน้าจะไม่มาสายแล้วค่ะ ” เมย์น้อมรับผิด ก่อนจะลาครูแล้วเดินขึ้นห้องไปด้วยความรำคาญใจ

“ นักเรียนทั้งหมดทำความเคารพ ” เสียงกังวาล ดังหนักแน่นไปทั่วห้อง ม.3/9 หลังจากที่มายด์ทำหน้าที่หัวหน้าห้อง ในการสั่งให้ทุกคนทำความเคารพคุณครูประจำวิชา ทุกคนที่กำลังพูดคุยกันเสียงดังวุ่นวาย ก็เงียบสงบลงทันที เสมือนมีคนยิงปืนขึ้นฟ้าในป่าจิ้งหรีด

“ซาาาา หวัดดดด ดีดีดีดีดี คร้าบบบ/ค่ะะะะะะะ คุณณณณณณ ครูรรรรรรร” เสียงกล่าวเคารพอันยืดยาว อันเป็นเสียงเอกลักษณ์ของเด็กนักเรียนไทยก็ดังขึ้น

“สวัสดีตอนเช้าค่ะนักเรียน วันนี้คุณครูมีข่าวดีและข่าวร้ายมาบอก นักเรียนอยากฟังข่าวไหนกันก่อน”

“ข่าวร้ายครับ” เสียงนักเรียนส่วนใหญ่พูดต้านขึ้น

“ข่าวร้ายคือ วันนี้ครูจะไปราชการ ครูเลยจะให้ทำแบบฝึกหัดต่ออยู่ในห้องเงียบๆ” “เย่ๆๆๆๆๆๆ” เสียงร้องดังกระหึ่มทันทีทันใด

“อันนี้ผมว่าข่าวดีนะครับครู” เสียงกรกตพูดขึ้น

​“นายกรกต หัก 10 คะแนน” คุณครูพูดตัดทันที ก่อนที่เสียงหัวเราะของทุกคนจะดังเยาะเย้ยนายกรกตที่นั่งหน้าตาละห้อย

“ส่วนข่าวดีก็คือ เราจะมีเพื่อนย้ายเข้ามาใหม่ เข้ามาสิจ๊ะ ” คุณครูกวักมือเรียกให้นักเรียนใหม่ที่ยืนอยู่หน้าห้องเดินเข้ามา

“แนะนำตัวให้เพื่อนๆฟังตรงนี้เลยค่ะ”

“สวัสดีครับ ผมชื่อนายผรัณชัย โชคบัณฑิต ชื่อเล่นชื่อ เป้ ครับ” หลังจากที่เป้แนะนำตัวอย่างมั่นใจ ไม่มีอาการเคอะเขินใดๆทั้งสิ้น รวมถึงหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ ทำให้สาวๆในห้องกลับเขินอายกันเอง

“เบาๆหน่อยค่ะลูกสาว เก็บอาการนิดนึง ส่วนผรัณชัย เดี๋ยวเธอไปนั่งที่ว่างๆได้เลยนะ” “ครับ” เป้ ยกมือไหว้ ก่อนที่จะเดินไปนั่งโต๊ะที่ว่างๆ

“ชนัญชิดา!”

“คะ?” มายด์ตอบรับหลังจากที่ได้ยินคุณครูเรียกชื่อ

“ดูแลเพื่อนใหม่ด้วยนะ ส่วนใครเสียงดังก็จดชื่อมาให้ครูด้วย”

“ทราบค่ะ” หลังจากที่มายด์ตอบรับคุณครูเสร็จ เธอก็หันหน้าไปมองเป้ ที่กำลังส่งยิ้มทักทายเธอด้วยท่าทีเป็นมิตร มายด์ยิ้มตอบรับด้วยท่าทีเคอะเขิน ก่อนจะหันหน้าลงทำแบบฝึกหัดของตัวเองต่อ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก “ขออนุญาติค่ะ” เมย์เคาะประตูห้องพักครูอิงอร

“ว่าไงมนชนก” ครูอิงอรถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ

“คือหนู...มาขอใบสมัครสอบชิงทุนค่ะ”

“อย่างเธอเนี่ยนะจะมาสอบชิงทุน มาโรงเรียนให้ทันแถวก่อนเถอะ” ครูอิงอรพูดต่อหน้าด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม ก่อนจะเดินไปหยิบกระดาษให้เมย์ แล้วยื่นให้เธอ

“ขอบคุณค่ะ” เมย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ก่อนจะรับกระดาษจากมือครูไป แล้วออกจากห้องมาด้วยความรู้สึกแย่

ระหว่างที่เธอเดินออกมาจากห้องนั้น เธอก็ได้เดินสวนกับปุ้ยและ ตาล สองสาวเพื่อนสนิทที่ตัวติดกันตลอด กำลังหอบถุงอาหารและเครื่องดื่มขึ้นมาบนอาคาร ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องพักครูอิงอรด้วยความเคยชิน ทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่า โรงเรียนที่น่าอยู่สำหรับทุกคนตอนนี้ มันไม่ใช่สำหรับเธอแล้ว

“เมย์.....ช่วยด้วย” เสียงผู้หญิงที่กำลังร้องไห้ข้างถนน เผยโฉมหน้าให้เมย์เห็นชัดๆ เธอจึงแน่ใจว่าผู้หญิงคนนี้คือปุ้ย ก่อนที่เธอจะรีบเข้าโอบกอดเพื่อนเก่าอย่างไม่ลังเล ไม่ใช่เพราะความสนิท แต่เป็นเพราะความสงสารและเห็นใจ ทำให้เมย์ตัดสินใจทำแบบนั้น 

“ช่วยเราด้วยนะเมย์...เรากลัว” ปุ้ยร้องไห้สะอึกสะอื้น จนทำให้พูดไม่ค่อยชัด แต่เธอก็ฟังออกว่าปุ้ยพยายามที่จะขอความช่วยเหลือจากเธอ

“ไม่ต้องกลัว เราอยู่กับปุ้ยแล้วนะ ไม่ต้องกลัว” เมย์พยายามพูดปลอบใจปุ้ยให้รู้สึกดี เพราะสถานการณ์ตอนนี้ทำให้เธอลืมเรื่องที่เคยน้อยใจปุ้ยตอนที่เป็นลูกรักครูอิงอรสมัยเรียนไปได้

หลังจากนั้น เมย์ก็พาปุ้ยขึ้นรถและขับรถชมวิวไปเรื่อยๆ เพื่อให้ปุ้ยได้สงบสติอารมณ์ลง ก่อนที่จะไปส่งปุ้ยที่บ้าน

ระหว่างทางเมย์ได้มองดูกระจกหลังเป็นระยะๆ เพื่อสังเกตดูหน้าน้องสาว ที่ดูเหมือนมีความลับอะไรบางอย่าง

โดยปกติ มายด์จะเป็นคนตรงๆ สงสัยหรือไม่พอใจอะไร เธอก็จะพูดออกมาโดยไม่ค่อยคิดอะไรสักเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้ มายด์กลับไม่พูดอะไรเลย เอาแต่นั่งเงียบๆเหมือนอากาศ ทำให้เมย์อดสงสัยในตัวน้องสาวเธอไม่ได้

บรรยากาศบนรถจากที่มีเสียงสูดน้ำมูกก็เงียบลง เมื่อปุ้ยเริ่มสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้ แต่เมย์ก็ยังไม่กล้าที่จะถามไถ่อะไรก่อน และรอจังหวะที่เหมาะสมกว่านี้

“ขอบคุณนะเมย์ ถ้าไม่ได้แก เราคงคิดสั้นไปละ” ปุ้ยพูดประโยคนี้ขึ้นมา ทำให้เมย์และมายด์ที่นั่งอยู่บนรถเงียบๆถึงกับหันหน้าไปหาปุ้ยทันที

“พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ” เมย์ตอบกลับด้วยความเห็นใจ

“แกเคยฝันถึงคนตายไหม” ปุ้ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง เมย์และมายด์หันไปจ้องตากันสักพัก ก่อนจะหันไปตอบปุ้ยด้วยท่าทีเข้าใจ

“เคยสิ....เราฝันถึงพ่อประจำแหล่ะ น้องมายด์ก็เคยเหมือนกัน ใช่ปะมายด์”

“อืม…ใช่” มายด์ตอบอย่างเร็วพลัน

“แล้วพ่อแก....เคยเข้าฝันมาบอกว่าอยากเอาแกกับน้องไปอยู่ด้วยไหม” เมย์และมายด์ถึงกับสะดุดกับคำถาม ก่อนที่เมย์จะหยุดรถ เพื่อจะคุยกับปุ้ยอย่างจริงจัง

“ปุ้ย....แกอยากบอกอะไรกับเราอะ” เมย์ถามด้วยสีหน้าจริงจัง

“เราฝันถึงมันอะ....มันจะเอาเราไปอยู่ด้วยอะเมย์” ปุ้ยพูดไปร้องไห้ไป

“มันนี่...คือใครหรอปุ้ย” เมย์ถามด้วยความสงสัย ก่อนที่ปุ้ยจะตั้งสติแล้วพูดออกมาว่า

“อีตาล”

ติดตามตอนต่อไป 

 

 

 

 

ความคิดเห็น