ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : #3 ปลดสาย 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 47

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2564 16:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#3 ปลดสาย 2
แบบอักษร

เขาก็ช่างว่าง่ายเหลือเกิน สะกิดปุ๊บจอดปั๊บ พอรถจอดสนิทฉันก็วาดขาพาตัวเองลงมาจากมอเตอร์ไซค์ และก็เปิดหน้ากากหมวกกันน็อกขึ้น

 

“พี่ปลดสายให้หน่อยสิ เดี๋ยวถอดไม่ได้อายคนอื่นเขา” ฉันโปรยยิ้มส่งไปให้ เขาก็เลยเปิดหน้ากากหมวกกันน็อกส่งยิ้มกลับมา

 

เอาจริงๆ ยิ้มเขาน่ารักมากนะ ฉันว่าที่พอลล่าชอบ เพราะเป็นผู้ชายขาวๆ ตี๋ๆ ปากบางๆ แต่มุมปากเหมือนยกยิ้มตลอดเวลา และยิ่งเวลายิ้มจริงๆ จนตาหยีนี่โคตรของโคตรเสน่ห์ของเขาเลย

 

หึหึ…นังพอลล่า แกชอบแบบนี้ใช่ไหม ฉันนี่แหละจะทำให้แกต้องคลั่งตาย

 

“ให้ปลดสายอะไร” เขายิ้มล้อแปลกๆ

 

“ปลดสายเบลท์สิพี่ พี่จะปลดสายอะไรล่ะ” นี่เขาคิดถึงสายอะไรอยู่ คิดทะลึ่งอยู่ปะวะเนี่ยอีพี่โลมา ถ้าไม่ติดว่าคู่อริอยู่แถวนี้จะถามให้รู้เรื่องเลย

 

“อ่อ ให้พี่ปลดสายให้ไม่อายใช่ไหม”

 

“พี่ปลดให้มันแป๊บเดียวก็เสร็จไง แต่ถ้าแพรปลดเองมันไม่ถนัด มองไม่เห็น มันจะนาน” ฉันแก้ตัว

 

แอบกลัวอยู่นิดๆ ว่าเขาจะรู้ทันว่าฉันแกล้งขอให้ปลดสายเบลท์ให้ เพราะไม่ลองปลดออกเองก่อนเเบบนี้ จะคิดว่าฉันไปอ่อยจริงๆ หรือเปล่าล่ะเนี่ย

 

“งั้นมาใกล้ๆ หน่อย”

 

ฉันขยับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ เขาก็ปลดสายเบลท์พร้อมกับถอดหมวกกันน็อกออกจากหัวให้เลย แล้วก็เอาหมวกกันน็อกใส่ลงไปในกระเป๋าเป้

 

“ขอบคุณนะพี่ ไปละนะ บาย” ฉันรีบโบกมือลาเขา

 

“ตอนบ่ายๆ เจอกัน” เขาโบกมือตอบ และก็ทิ้งท้ายคำพูดก่อนจะบิดมอเตอร์ไซค์ออกไป โดยที่ไม่ได้หันมามองหน้าฉันสักนิด ว่ากำลังงง นี่เรานัดกันหัดขี่รถตอนเย็นไม่ใช่เหรอ ตอนบ่ายจะมาทำไม?

 

แต่ฉันต้องปรับสีหน้าที่กำลังงุนงงให้เปลี่ยนเป็นยิ้มร่าอย่างมีความสุข ทำตัวให้เหมือนคนมีความรัก หันหลังกลับเดินเข้าคณะ โดยเลือกทางที่เดินผ่านร้านกาแฟที่เป้าหมายของฉันนั่งอยู่ ถึงแม้ว่ามันจะอ้อมกว่าก็ตาม และไม่ลืมที่จะแอบชำเลืองมองคนในร้านด้วยหางตา ที่มองมาด้วยแววตาอิจฉาริษยาแหละฉันดูออก เลยสาดยิ้มเยาะส่งไปให้สักหน่อย

 

เดินผ่านร้านกาแฟนั้นไปแบบเชิดๆ สวยๆ มุ่งหน้าไปที่ห้องเรียน

 

“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนี้ ไปโดนตัวไหนมาล่ะเนี่ย” เสียงนังก๊อฟฟี่มันทักฉันทันทีที่เจอหน้ากันในห้องเรียน เพราะวันนี้ฉันมาถึงค่อนข้างสายกว่าทุกวัน เพื่อนเลยมารอกันที่ห้องเรียนก่อน

 

“ฉันไม่ได้โดน แต่เป็นคนอื่นต่างหากที่โดน” ฉันยิ้มให้เพื่อนอย่างอารมณ์ดี

 

“ใครโดนอะไรเหรอคะ” คราวนี้เป็นน้องนิดที่ถามบ้าง

 

“จะใครล่ะ ก็นังสองตัวนั้นไง” ฉันพยักเพยิดไปทางคนที่เพิ่งเดินเข้าประตูมา

 

“เอ๋กับพอลล่าเนี่ยนะ สองคนนั้นไปโดนอะไรมาเหรอคะ” นังน้องนิดก็พาซื่อถามฉัน

 

“โดนน้ำมนต์ ตอนนี้น่าจะร้อนน่าดูเชียวแหละ” ฉันตอบไปแบบนี้ ยิ่งทำให้คนถามงงหนักเข้าไปใหญ่ สังเกตจากหัวคิ้วที่ขมวดเป็นปมยุ่งเหยิงของยัยน้องนิด พอเห็นแล้วฉันก็อดขำไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ขยายความอะไร

 

“ฉันรู้นะแกคิดจะทำไรอะ” อิดด้ากระซิบกับฉัน

 

นี่ขนาดฉันไม่ได้บอกมันนะ มันรู้ได้ยังไง หรือมันลักไก่กันล่ะเนี่ย

 

“แกรู้จริงดิ” ฉันกระซิบถามกลับเพื่อลองเชิงดูก่อนว่าอิดด้า รู้จริงหรือเปล่า

 

“ฉันจะไม่ห้ามนะ แต่แค่อยากเตือนเอาไว้อย่าเล่นตลกกับความรัก ถ้าเขารู้เข้ามันจะจบไม่สวยเอา” ที่อิดด้าเตือนฉันแบบนี้แสดงว่ามันรู้ทันฉันจริงๆ ด้วย

 

พอฟังเพื่อนจบฉันได้แต่นิ่ง และคิดตาม หรือฉันจะเลิกดีเพราะยังไงซะเขาก็เป็นเพื่อนของแฟนอิดด้า อาจจะต้องเจอกันไปอีกนาน ถ้าเขารู้เข้าอาจจะมองหน้ากันไม่ติดก็ได้ แต่ถ้าไม่ใช้เขาแล้วฉันจะใช้ใครล่ะ

 

เผลอเหม่อคิดจนวิชาที่อาจารย์เข้าสอนตลอดคลาสเช้านี้ มันไม่ได้เข้าหัวฉันเลยสักวิชา

 

“ไอ้แพรโว้ยไปกินข้าวกันได้แล้ว” ก๊อฟฟี่ตะโกนมาที่หูฉัน

 

“โอ๊ย เรียกดีๆ ดิวะทำไมต้องตะโกนใส่หูกันด้วย”

 

“ฉันเรียกมากี่รอบแล้วห๊า ถามไอ้ด้ากับไอ้น้องนิดสิ”

 

“เป็นสิบรอบได้แล้วมั้งคะ แพรเหม่ออะไรเหรอ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” นังน้องนิดก็พาซื่อตอบคำถามของนังก๊อฟฟี่ ทั้งที่มันแค่พูดเพื่อด่าฉันเท่านั้น

 

“คิดไรนิดหน่อยอะ” ฉันตอบเพื่อนไป

 

“ไม่หน่อยแล้วมั้งแกอะ เหม่อมันทั้งสามวิชาเลยเนี่ย” อิดด้าตบบ่าฉัน

 

“หิวละไปกินข้าวกันดีกว่า” ฉันรีบเปลี่ยนเรื่อง ก่อนที่เพื่อนจะถามอะไรกันไปมากกว่านี้

 

 

…@หอแพร…

 

วันนี้ฉันติดรถพี่ดินกลับมาที่หอ เพราะเพื่อนไม่ยอม พอบอกว่าเดินกลับเองได้ หอก็ใกล้ๆ แค่นี้เอง แต่ไม่ยอมกันทั้งพี่ดินแล้วก็อิดด้า ฉันเลยต้องยอมนั่งรถมาด้วยกัน

 

และทันทีที่ไขกุญแจเปิดประตูเข้าไปในห้อง เสียงไลน์ก็ดังขึ้น ฉันเลยเปิดดูไปด้วยในขณะที่เดินเข้าไปในห้อง

 

ห้องแชทส่วนตัว ‘โลมา&แพร’

 

โลมาไม่ใช่ปลา : “น้องแพรกลับถึงหอหรือยังเอ่ย”

 

Pairry : “เพิ่งถึง”

 

โลมาไม่ใช่ปลา : “งั้นเดี๋ยวพี่ไปหานะ”

 

ฉันพลิกข้อมือดูนาฬิกา นี่มันเพิ่งจะสามโมงกว่าๆ เอง แดดก็เปรี้ยง รถก็เยอะ

 

Pairry : “พี่จะสอนขี่รถตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอ”

 

โลมาไม่ใช่ปลา : “เปล่า หัดขี่ตอนเย็นดิ รถจะได้น้อยๆ ไม่ร้อนด้วย”

 

Pairry : “อ้าวแล้วจะมาเพื่อ?”

 

โลมาไม่ใช่ปลา : “พี่อยากกินไอติม”

 

Pairry : “ก็ไปดิ กินเสร็จค่อยไปหัดขี่กัน”

 

โลมาไม่ใช่ปลา : “หัดขี่กัน? คิดลึกนะเนี่ย”

 

Pairry : “ไอ้ทะลึ่ง!!”

 

โลมาไม่ใช่ปลา : “^^”

 

โลมาไม่ใช่ปลา : “จะชวนไปกินไอติมกัน”

 

เอ่อแล้วทำไมไม่ถามก่อนว่าจะไปไหม อยู่ดีๆ ก็บอกจะมาหา ไหวไหมเนี่ยไอ้พี่โลมา

 

Pairry : “ที่ไหน?”

 

โลมาไม่ใช่ปลา : “หน้ามอ”

 

นี่คือฉันคงต้องไปสินะ

 

Pairry : “ได้ๆ มาถึงแล้วไลน์มานะพี่”

 

โลมาไม่ใช่ปลา : “ถึงแล้ว”

 

Pairry : “เมา?”

 

โลมาไม่ใช่ปลา : “ตอนนี้อยู่หน้าหอแล้วเนี่ย”

 

ตอนนี้ก้นฉันยังไม่ทันจะได้แตะสักพื้นที่ในห้องนี้เลย เขามาถึงแล้วได้ยังไงกัน วาร์ปมาหรือไง

 

Pairry : “เฮ้ยก็พี่เพิ่งถามเมื่อกี้ ถึงแล้วได้ไง”

 

โลมาไม่ใช่ปลา : “มาถึงแล้วถึงได้ไลน์หาอะ”

 

Pairry : “กวนตีน?”

 

โลมาไม่ใช่ปลา : “เปล่าน๊า”

 

Pairry : “จริงปะเนี่ย”

 

โลมาไม่ใช่ปลา : “จริงๆ อยู่ข้างล่างแล้วเนี่ย ยังเห็นไอ้ดินจอดส่งอยู่เลย”

 

Pairry : “แล้วจะมาถามว่ากลับถึงหอหรือยังเอ่ย เพื่อ?”

 

โลมาไม่ใช่ปลา : “เป็นมารยาท^^”

 

Pairry : “รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวแพรออกไปค่ะ ขออนุญาติเอาเสื้อคลุมก่อนนะคะ”

 

โลมาไม่ใช่ปลา : “พิมพ์ซะสุภาพจัง”

 

Pairry : “เป็นมารยาท :-p”

 

เฮ้อ…ให้มันได้อย่างนี้สิน่า ฉันส่ายหัวให้กับความกวนของเขา แต่ไม่เป็นไร กวนมากวนกลับ ไม่โกง แล้วก็จัดการเอากระเป๋าเป้วางบนโต๊ะ เหลือไว้แต่กระเป๋าสะพายใบเล็กที่ใส่พวกกระเป๋าตังค์มือถือ และเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อแขนยาวมาใส่คลุมเพื่อเตรียมพร้อมกับการซ้อนรถมอเตอร์ไซค์

 

 

#โปรยยิ้มมาโปรยยิ้มกลับ ไม่โกงค่าา

#อีพี่โลมาทะลึ่งไม่พอยังกวนteen อีก

#สาดน้ำมนต์ไปเบาๆ

#เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน ฤดูหนาว...พราวรัก ( เรื่องนี้มีวางจำหน่ายเป็นอีบุ๊กที่ meb แล้วนะคะ)

ความคิดเห็น