email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 120

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 33

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2564 13:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 120
แบบอักษร

“เจ้าเป็นองค์หญิงลำดับที่หนึ่งของอาณาจักรบิสทาเนียอย่างนั้นสินะ ข้าเข้าใจถูกหรือไม่..” เฟียร์ที่เดินออกมาจากห้องที่ท่านพี่ของเธออยู่ มุ่งตรงมายังสวนหลังปราสาทในศาลาเล็กๆ เมื่อทั้งสองได้นั่งลง และมีเหล่าข้าราชบริวารมาถวายน้ำชาให้แล้ว เธอก็เริ่มเอ่ยปากถามกับทีน่าเลยในทันที

“เจ้าค่ะ องค์จักรพรรดินี.. ตัวข้ามีนามว่า ทีน่าเล็ท สวอน ออน ดิ บิสทาเนีย เป็นบุตรสาวของกษัตริย์แห่งบิสทาเนีย กับท่านแม่ที่เป็นสนมรองเจ้าค่ะ..” 

ทีน่าเอ่ยชาติกำเนิดของตัวเองออกไป จริงๆแล้วตัวของเธอนั้นเกิดมาจากแม่ที่เป็นบุตรสาวของขุนนางเล็กๆ แต่ด้วยความฉลาดของเธอ จึงได้รับการยอมรับให้เป็นเจ้าหญิงอย่างเต็มภาคภูมิ เธอกล่าวอย่างเกร็งๆเพราะบุคคลตรงหน้าเธอนั้นเป็นถึงจักรพรรดินีที่มีอำนาจถึงขนาดสั่งลบอาณาจักรของเธอออกจากแผนที่ได้เลย แล้วยังเป็นบุคคลที่ท่านพี่ต่างมารดาของเธอมีเรื่องด้วยอีก ทุกคำพูดของเธอก็ต้องระวังเอาไว้ให้ดี ไม่อย่างนั้นอนาคตของบิสทาเนียคงจะไม่ต่างอะไรจากเดิมเป็นแน่

 

“เอาเถอะ ข้าจะเรียกเจ้าว่าทีน่าก็แล้วกัน .. เจ้าเองก็คงรู้ว่าพี่ชายของเจ้าได้ก่อสร้างปัญหาเอาไว้กับเรา และท่านพี่ จนเจ้าจะต้องมาอยู่ในสถานะอย่างนี้ ข้าเชื่อว่าตัวเจ้านั้นไม่ได้รักท่านพี่ของข้าอย่างจริงใจ มันอาจจะเป็นเพราะสถานการณ์มันพาไปเท่านั้น .. แต่นั่นก็ไม่ต่างอะไรจากข้าสักเท่าไรนัก ข้าเชื่อว่าถ้าเจ้าได้รู้จักท่านพี่จริงๆ เจ้าจะหลงรักพระองค์อย่างสุดหัวใจ แน่นอนว่าข้าไม่ใช่คนใจแคบอะไร นอกจากนี้ข้ายังเคยให้สัตย์กับท่านพี่เอาไว้แล้วว่าพระองค์สามารถมีสนมได้มากตามที่ต้องการ ดังนั้นข้าก็จะยอมรับเจ้า เมื่อข้าเห็นว่าเจ้ารักท่านพี่เหมือนกับข้า..”

เฟียร์กล่าวออกมา สถานการณ์ของทีน่าจริงๆแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรกับตัวของเธอ เริ่มแรกที่เธอได้แต่งงานนั้นก็ไม่เต็มใจมากสักเท่าไร แต่ด้วยเป็นกฎของหมู่บ้านที่มีมาอย่างช้านาน ประกอบกับพ่อของเธอเป็นถึงหัวหน้าหมู่บ้านอีก ทำให้เธอไม่สามารถฝ่าฝืนกฎนี้ได้ 

 

แต่เมื่อพอเอาเข้าจริงๆแล้ว ตัวเธอกลับหลงรักชายคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็มีมืออุ่นๆที่จับเธอเอาไว้ไม่ไปไหน หากทีน่าที่อยู่สถานการณ์เดียวกันกับเธอ เธอก็เข้าใจ และยอมที่จะปล่อยให้เรื่องอดีตที่เคยถูกดูถูกดูแคลนมานั้นทิ้งไป เพราะความเสียสละของลูกผู้หญิงเหมือนกัน

“ข้าทราบว่าท่านพี่ของข้าทำสิ่งใดเอาไว้ และมันไม่น่าให้อภัยเลยแม้แต่น้อย.. ถึงตัวข้าจะจำใจยอมรับชะตากรรมในครั้งนี้ แต่ข้าก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อราชวงศ์โอเวอร์ลอร์ดในฐานะของข้าอย่างเต็มที่เจ้าค่ะ..” ทีน่ากล่าวออกมา เฟียร์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจก่อนจะจิบชาเล็กน้อย

“ในเมื่อเจ้าเอ่ยกับข้าว่าจะทำหน้าที่ของราชวงศ์ให้เต็มที่ .. วันนี้ก็มาทดลองไปทำงานกับข้าในฐานะคนของราชวงศ์ดูก็แล้วกัน ข้าไม่รู้ว่าอาณาจักรของเจ้า เจ้าได้ทำงานหรือมีหน้าที่อย่างไร แต่ที่นี่เราจะแบ่งเป็นกันออกเป็นกรมต่างๆ ซึ่งข้าจะได้ดูแลเต็มที่หนึ่งกรม.....” เฟียร์กล่าวถึงงานที่ตัวเองทำในตอนนี้ และเล่าถึงกรมต่างๆที่ถูกก่อตั้งขึ้นมา ถึงเธอคนนี้จะไม่เป็นอะไรเลย แต่เฟียร์ก็ตั้งใจว่าจะสอนงานให้กับทีน่าอยู่ดี แต่เฟียร์กลับไม่รู้เลยว่างานของตนจะเบาลงไป เมื่อได้ตัวของทีน่ามาช่วยงานในกรมสาธารณสุข

 

เฟียร์เล่าไปเรื่อยๆ ทีน่าเองก็มีความสนใจ และนึกคิดอย่างสนใจเป็นพิเศษ ระบบที่ออกแบบมาเพื่อการปกครองที่มีประสิทธิภาพเช่นนี้ทำไมเธอถึงไม่เคยนึกคิดขึ้นมา กรมการทำงานต่างๆเองก็สอดคล้องซึ่งกันและกัน ยิ่งฟังก็ยิ่งน่าสนใจการบริหารของโอเวอร์ลอร์ดมากขึ้นเสียแล้ว แต่ปัญหามันก็มีอยู่เหมือนกัน เธอเห็นช่องโหว่เรื่องหนึ่งขึ้นมา

“องค์จักรพรรดินีเจ้าคะ แล้วปัญหาเรื่องการทุจริตล่ะเจ้าคะ มันเป็นระบบที่ต้องใช้แรงงานคน ถ้าหากเป็นอย่างนั้นพวกเขาจะใช้อำนาจที่ตัวเองมีในทางที่ผิด หรือไม่ก็กดขี่เอารัดเอาเปรียบประชาชน ถึงจะมีระบบที่ดี แต่ในอนาคตมันก็ต้องเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นมาอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ มนุษย์น่ะเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกได้ว่าโลภมากที่สุด คงจะเป็นการดีที่จะหาทางป้องกันเอาไว้ก่อน..” ทีน่ากล่าว เฟียร์ที่ได้ยินก็เริ่มชอบใจทีน่าขึ้นมาบ้างแล้ว เธอเป็นคนที่ฉลาด หัวดี และเข้าหาตัวของเธอได้ดี 

“ทีน่า เจ้าฉลาดไม่น้อยเลยทีเดียว ข้าชักจะชอบเจ้าขึ้นมาบ้างแล้ว ..ข้าเองอยู่วังนี้ก็มีแต่ท่านพี่หญิงแนนซี่เท่านั้นที่ข้าสามารถพูดคุยด้วยได้ แต่ท่านพี่หญิงแนนซี่ฉลาดเกินกว่าที่ข้าจะเข้าใจในตัวท่านได้ แน่นอนว่ามันทำให้ข้ารู้สึกเหงาท่ามกลางปราสาทและระบบเช่นนี้ ไม่มีใครกล้าที่จะคุยกับข้าในฐานะที่ใกล้เคียงกันเลยสักครั้งเดียว มีเจ้ามาอยู่ด้วยก็ดีไม่น้อย ต่อไปก็เรียกข้าว่าพี่หญิงก็แล้วกัน เราต้องสนิทๆกันเข้าไว้..” เฟียร์กล่าวออกมาตามความจริง 

“เจ้าค่ะท่านพี่หญิง.. ต่อจากนี้น้องหญิงคนนี้ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวไว้กับท่านพี่หญิงแล้วเจ้าค่ะ..” ทีน่าเอ่ยออกมาด้วยความสัตย์จริง ถึงมันจะตรงแผนของเธอที่จะเข้าทางจักรพรรดินีเพื่อให้อยู่ในปราสาทได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ แต่ตอนนี้สิ่งที่เธอพูดออกมานั้น มันเป็นเพราะปัจจัยหลายอย่าง หนึ่งคือเธอสนใจระบบการทำงานของอาณาจักร สองคือท่านพี่หญิงใจดีกับเธอเป็นอย่างมาก

 

เมื่อเฟียร์ได้ยินอย่างนั้นก็คุยกันเรื่องงานการต่อในทันที ดูเหมือนว่าเธอจะคุยกันได้ถูกคอ คิดจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ ช่วยกันหาข้อดี และข้อเสียของโครงการนั้นโครงการนี้ไป จนหลงลืมเวลาไปเลยทีเดียว 

 

ฌอนที่ไม่ต้องคุยอะไรกับแนนซี่มากนัก เขารู้เหตุผลของแนนซี่ดีว่าต้องการที่จะแกล้งเขาเท่านั้น ถึงเป็นอย่างนั้นพวกเขาก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว จะมาเดือดร้อนอะไรไม่ใช่เรื่องมันก็ไม่ควร อีกอย่างมันก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เป็นไปได้โดยไม่ต้องสูญเสียอะไรมากนัก มหาสงครามก็ใกล้จะมาถึงแล้ว อะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด

“ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะเข้ากันได้ดีนะ เจ้าว่าอย่างนั้นไหมฌอน.. ทีน่าเป็นองค์หญิงที่ไม่เหมือนใคร ข้าเชื่อว่านางจะสามารถช่วยเหลืองานที่มากมายของเฟียร์ได้ ตอนนี้ก็น่าจะไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนก็แล้วกัน..” แนนซี่กล่าวออกมาเมื่อเห็นว่าทั้งสองสาวต่างก็คุยกันอย่างสนุกสนานชอบใจซึ่งกันแล้วกัน

“ไอ้ดีมันก็ดีอยู่หรอก แต่อย่าเอาปัญหาอย่างนี้มาให้บ่อยๆจะได้ไหมล่ะ ข้าเองก็อยากจะอยู่อย่างสงบสุข เจ้าก็รู้นี่นาแนนซี่..” ฌอนกล่าวออกมาในขณะที่แนนซี่เดินจากไปพร้อมกับโบกมือลาอย่างไม่สนใจอะไรมากนัก ฌอนที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะหันไปมองสองสาวที่สามารถเข้ากันได้เป็นอย่างดี…

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว