facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามซ่อนรัก 29 : ส่งไม้ต่อ

ชื่อตอน : ฉลามซ่อนรัก 29 : ส่งไม้ต่อ

คำค้น : ฉลามซ่อนรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2564 18:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามซ่อนรัก 29 : ส่งไม้ต่อ
แบบอักษร

ฉลามซ่อนรัก 29 : ส่งไม้ต่อ 

#ฉลามซ่อนรัก 

 

           “ก็มาดิครับ” เราสองคนหัวเราะให้กับคำพูดผมท้าทายของผม บอกเลยว่าผมพร้อมชนอยู่แล้วไม่ว่าเขาจะมาท่าไหน ผมยินดีจะขยับเองและให้เขาขยับให้ ผมเป็นเด็กว่านอนสอนง่ายจะตายไป อาอยากให้ผมทำอะไรผมก็ทำได้ทั้งหมด

 

           ผมโน้มคอเขามาจูบ เกี่ยวกระหวัดเรียวลิ้นชื้นแสนหวาน เราจูบกันดูดดื่มมากเหมือนเมื่อคืนไม่ได้จูบกันทั้งที่ความจริงเราทำมากกว่านั้นซะอีก

 

           ผมมีความสุขมากตอนนี้เหมือนชีวิตถูกเติมเต็มทุกด้าน

 

           เป็นช่วงเวลาที่เพอร์เฟคมากหลังต่อสู้กับทุกอย่างมานาน

 

           ถึงจะยังหลงเหลือไว้บ้าง

 

           แต่เราจะผ่านมันไปด้วยกัน

 

           “ว้าว คุณชายกับคุณหนูเสด็จแล้ว” นั่นเป็นคำทักทายแรกของวันที่ดังมาจากปากพี่ชายคนรองของผม แดเนียลกำลังเล่นเกมขับรถอยู่กับซีวานซึ่งน่าแปลกมากที่เห็นเขาผ่อนคลายขนาดนี้ ปกติพี่ไม่ค่อยเล่นเกมเท่าไหร่เว้นเสียว่าจะว่างจริงๆ

 

           ออสตินหันมายิ้ม เขานั่งอยู่บนตักของแดเนียล

 

           “อรุณสวัสดิ์ซีน หลับสบายไหมเมื่อคืน”

 

           “ยิ่งกว่าหลับสบายอีกมั้ง กลิ่นคนคลั่งรักมันฟุ้งทั้งคืน” แดเนียลแทรกขึ้นมา “เห็นเงียบๆ แบบนี้ถึงว่าจะขรึม ที่ไหนได้ อาก็ไม่แผ่วเลยนะครับ”

 

           “ระ...รู้ได้ไงเนี่ย !” อาถึงกับเลิ่กลั่กทำเอาทุกคนที่อยู่ตรงนั้นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันไปหมด ก็บอกแล้วว่าประสาทสัมผัสของฉลามไวจะตาย ยิ่งตอนมีอะไรกันยิ่งปล่อยฟีโรโมนออกมาไม่มีหยุด ถึงเมื่อคืนฝนจะตกพอจะดับกลิ่นได้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้อยู่ไกลขนาดนั้น

 

           และผมค่อนข้างเสียงดัง 

 

           พวกเขาจะรู้กันก็ไม่แปลก

 

            “เมื่อคืนฝนตกไม่ใช่เหรอ”

 

           “ฝนตกไม่ได้แปลว่าจะไม่ได้กลิ่นนะครับอา เราก็แค่ได้กลิ่นน้อยลง” พี่ชายคนรองผมขยันพูด “และอีกอย่างเราอยู่ในบ้านเดียวกันยังไงก็ต้องได้กลิ่นชัดอยู่แล้ว”

 

           “แบบนี้พ่อแม่เราก็ต้องรู้ด้วยสิ”

 

           “เตรียมใจเป็นมื้อเช้าวันนี้หรือยังล่ะ”

 

           “เฮ้ย !!!”

 

           “กล้ามากนะปาร์คเกอร์” เสียงเขียวดังมาจากชั้นสองก่อนที่ฝีเท้าจะขยับเข้ามาใกล้ชิดติดแผ่นหลัง เล่นเอาอาถึงกับรีบมาหลบหลังผม ใช้ผมเป็นเกราะกำบังพ่อดีแลนที่หน้าบูดมาแต่ไกล คิ้วเขานี่กระตุกยิกๆ ด้วยความไม่พอใจชนิดที่เรียกอาด้วยนามสกุลเหมือนคนไม่สนิทกัน

 

           ตามมาด้วยแม่กับพ่อดายที่ยกยิ้มขบขัน อันที่จริงต้องบอกว่าแม่คนเดียวเท่านั้น

 

           ส่วนพ่อดายก็ทำหน้านิ่งปกติ

 

           “คุณแตะต้องลูกผมในบ้านเรา คุณไม่ไว้หน้าเราเลยนะ !”

 

           “ลูกคุณยั่วผมก่อนเอง”

 

           “โนเอล !”

 

           “ซีน พ่อเราจะเขมือบหัวอาแล้ว”

 

           “พ่อครับ อย่าดุสิ ไม่น่ารักเลย” ผมยู่ปากเข้าไปกอดพ่อดีแลนแล้วยื่นหน้าไปจุ๊บแก้มเขา หวังให้เขาอารมณ์ดีขึ้นไวๆ แต่เหมือนจะยิ่งสุมไฟในอก เขานี่ตัวร้อนยิ่งกว่าตากแดดมาทั้งวัน อาการหวงลูกเพิ่มถึงขีดสุดจนผมต้องเพิ่มแรงกอดรัด

 

           กลัวว่าเขาจะไปกระชากหัวอามากินตับ

 

           “ไม่โมโหนะครับ นี่เช้าวันใหม่แล้วนะ”

 

           “วันไหนก็ไม่เกี่ยว โนเอลรังแกลูกนะ !”

 

           “ทีพ่อยังรังแกแม่เป็นประจำ”

 

           “ซีน !”

 

           “แดเนียลก็รังแกพี่ออสตินทั้งคืน”

 

           “ซีน” ออสตินเป็นฝ่ายเลิ่กลั่กที่ถูกแวะมาหา ผมก็ต้องขอแซวหน่อยไม่งั้นพ่อก็จะหวงไม่เลิก “ช่วยน้องหน่อยสิแดน”

 

           “ไม่เอาอ่ะเบ้บ เรื่องของเขาเราไม่ต้องไปยุ่ง” เจ้าตัวไหวไหล่ “ให้เขาจัดการกันเอง หน้าที่เราหมดแล้วเพราะเขาได้กัน”

 

           “ลูกควรหวงน้องนะ !”

 

           “อาใช้ถุงยางไซซ์ไหนเหรอครับ”

 

           “แดเนียล !”

 

           “ฮ่าๆ” ทุกคนพร้อมใจหัวเราะขบขันมีแค่พ่อดีแลนที่โกรธหน้าดำหน้าเขียวอยู่คนเดียว เขามองอาอย่างอาฆาตแค้นมาก แม่เลยต้องเข้ามากอดแขนพร้อมกับลูบหลัง “ไม่เอาน่าดีแลน เรื่องแบบนี้มันปกตินะ เรายังทำกันเลยเพราะเรารักกัน”

 

           “แต่ลูกเรายังเด็กนะที่รัก เขาเพิ่งจะ...”

 

           “ยี่สิบเอ็ด” ผมขัด “จะยี่สิบสองแล้วด้วยเพราะงั้นผมไม่เด็กแล้วนะครับ”

 

           “จะยังไงก็เด็กในสายตาพ่ออยู่ดี ใครจะไปทำใจได้ที่เห็นลูกโดนคนแบบนี้รังแก”

 

           “ขอโทษนะคุณชาย ผมดูแลลูกคุณอย่างดี” อาย่นคิ้วใส่ “และเมื่อคืนนี้ผมพยายามคุมตัวเองสุดชีวิต แต่ลูกคุณน่ะยั่วไม่หยุด ผมก็เป็นมนุษย์จะไม่ให้ผมรู้สึกอะไรเลยก็แปลกแล้วไหม”

 

           “คุณมันไม่หักห้ามใจ !”

 

           “ผมไม่อยากได้ยินคำนี้จากคนที่เอาเมียสามวันสามคืนจนไข้ขึ้นหรอกนะ” อาตอบหน้าตายพลางทำหน้าเบื่อหน่ายใส่พ่อดีแลน เรื่องนี้เขารู้กันทั่วว่าพ่อจัดแม่หนักหน่วงขนาดไหน จำได้ว่าแม่ไข้ขึ้นเป็นอาทิตย์เลยเพราะต้องแบกรับความคลั่งรักของพวกพ่อโดยเฉพาะพ่อดีแลนที่ต้องการคนเอาใจ

 

           และแม่ก็ใจดีเหลือเกินที่รับทุกอย่างไว้ ผมอันเดียวก็แทบตาย นี่แม่โดนไปตั้งสองอัน

 

           บางที่ก็สี่อันด้วยเวลาพ่อกลายร่างน่ะ

 

           “แต่ผมยืนยันว่าเมื่อคืนผมไม่ได้บังคับหรือฝืนใจเขาเลย” พ่อว่าเสียงแผ่ว “ขอโทษด้วยที่ทำกันที่นี่ ผมรู้ว่ามันดูไม่ไว้หน้าคุณ แต่มันเกิดขึ้นแล้วและผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากขอโทษ และขอสัญญาว่าจะดูแลลูกชายคุณให้ดีกว่านี้”

 

           “อย่าคิดมากเลยโนเอล ดีแลนแค่ต้องการเวลาทำใจสักนิด” แม่ยิ้มแล้วลูบหลังปลอบคนโตกว่าที่กอดเขาแน่นเป็นการออดอ้อนกึ่งฟ้องที่อากับผมมีอะไรกัน “คนหวงลูกก็งี้ แต่เดี๋ยวเขาก็ทำใจได้ ยังไงนี่มันก็เป็นเรื่องปกติ ซีน่อนโตขนาดนี้จะอยากมีเซกส์มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”

 

           “เพราะผมได้เลือดแม่มาเยอะ เมื่อคืนผมเลยจัดอาซะหนัก” ผมทำเป็นงอแงทั้งที่ในใจยิ้มร้ายกาจ “แต่ผมไม่ได้ถูกฝืนใจนะครับ เมื่อคืนนี้มันดีมาก”

 

           “เอาส้อมมาจิ้มผมให้ตายที”

 

           “ลูกเราโตแล้ว ทำใจนะที่รัก” ผมลอบยิ้มขำ “ลูกโอเคก็ดีแล้วซีน เรื่องแบบนี้มันไม่ควรฝืนใจกัน”

 

           “คนที่ถูกฝืนใจมันควรเป็นผมมากกว่า ผมถูกลูกชายคุณยั่วนะ”

 

           “ทำคุณตบะแตกได้ถือว่าไม่ธรรมดา”

 

           “โซล”

 

           “แล้วเป็นไง ลูกผมเด็ดไหมล่ะ”

 

           “!!!”

 

           “ผมสอนมากับมือเลยนะ คงทำคุณขึ้นสวรรค์เลยสิ :)” 

 

           “อานี่ตาลอยเลยครับ” ผมยิ้มกว้างภูมิใจมากที่ทำอาตาลอยเพราะความสุข เมื่อคืนนี้เขาน่ารักมากถึงจะขยับช้าไปบางจังหวะ แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะส่วนใหญ่ผมก็ขยับเองอยู่แล้ว ถ้ามัวแต่รอเขามีหวังคงแห้งตาย “ผมคิดว่าคืนนี้ผมจะทำอีก”

 

           “เซฟเอวผมที”

 

           “ทำใจนะโนเอล” แม่ยักคิ้วให้ เขาไม่เคยบ่นหรือว่าเลยนะเวลาเราพูดเรื่องนี้ กลับกันเขาจะสอนให้ผมรู้วิธีป้องกันและวิธีรู้สึกดี ผมชอบอะไรแบบนี้นะ มันทำให้เราสนิทกันและคุยกันได้ทุกเรื่อง “ไว้ไปยืมของเล่นที่ห้องแม่ได้”

 

           “แม่พกมาด้วยเหรอครับ นึกว่ามีแต่ที่บ้านหลักซะอีก”

 

           “ของแบบนี้มันก็ต้องมีติดบ้าง พ่อลูกชอบจะตาย”

 

           “คนที่ชอบคือคุณต่างหาก”

 

           “แต่ไม่มีอะไรดีไปกว่าของพวกคุณอีกแล้ว” แม่ขยิบตาให้พ่อดายที่แก้ตัวให้ ซึ่งประโยคของแม่ทำพ่อยิ้มกริ่ม พ่อดีแลนยู่ปากไม่โอเคแต่เหมือนเขาจะทำใจได้นิดหน่อยแล้ว เดาว่าเมื่อคืนนี้แม่คงจัดการไปบ้าง วันนี้เขาเลยไม่งอแงหนักอย่างที่ผมคิดไว้

 

           ถึงอย่างนั้นอาก็เลือกที่จะทำให้มันเป็นทางการโดยการจับมือผม เดินมายืนข้างๆ ต่อหน้าพ่อแม่ที่เลิกคิ้วใส่

 

           “ผมขออนุญาตคบกับลูกชายคุณนะ”

 

           “หืม ?”

 

           “ขอโทษที่ก่อนหน้านี้ผมทำลูกคุณเสียใจด้วย” ทุกคนถึงกับชะงักที่จู่ๆ อาก็เข้าสู่โหมดจริงจังโดยไม่ทันตั้งตัว แต่ผมรู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่าเขามีบางอย่างติดค้างอยู่ในใจ นั่นอาจเป็นสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่ตอนนี้ก็ได้ “ตลอดมาผมกลัวที่จะยอมรับความรู้สึกตัวเอง ผมกลัวสายตาคนอื่นที่จะมองลูกคุณ”

 

“โนเอล”

 

“กลัวว่าจะทำให้ซีน่อนถูกมองไม่ดี และกลัวว่าพวกคุณจะเกลียดผมคนนี้” พ่อแม่ตั้งใจฟัง “สำหรับผมแล้วว่าพวกคุณทุกคนคือคนสำคัญ เป็นครอบครัวที่ผมรักและผมไม่อยากเสียพวกคุณไป ผมถึงเลือกที่จะรักษาระยะห่างกับซีน่อนไว้เพราะผมรู้ว่าเขารู้สึกกับผมยังไง”

 

“อาครับ”

 

“ผมอยากอยู่กับพวกเขาคุณตลอดไป แต่การกระทำของผมกลับทำให้คนที่ผมรักที่สุดต้องเจ็บปวด” เขากำลังครุ่นคิดเรื่องที่ผ่านมา “ผมแคร์คนอื่นมากจนไม่ทันเห็นว่าซีนต้องทนทุกข์กับความรู้สึกนี้ขนาดไหน ผมเอาแต่มองว่าคนอื่นจะคิดยังไงทั้งที่ผมควรสนใจเขามากที่สุด”

 

“…”

 

“ผมขอโทษพวกคุณด้วยที่ทำให้ลูกชายพวกคุณต้องเจ็บปวดขนาดนี้ ผมมันก็เป็นมนุษย์โง่ๆ คนนึง” เขาหลุบตาหนีก่อนจะสูดหายใจเข้า สบตากับพ่อแม่อีกที “แต่หลังจากนี้มันจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว ผมจะไม่หนีความรู้สึกตัวเองและจะไม่ทิ้งให้ซีนเผชิญกับมันเพียงลำพัง”

 

เขาพูดอย่างแน่วแน่ทำเอาใจผมเต้นแรงไม่เป็นส่ำ

 

“ผมจะรักและดูแลเขา อาจจะทำได้ไม่เท่าที่พวกคุณทำให้เขา แต่ผมจะทำทุกอย่างเท่าที่ผมจะทำได้ จะไม่ทำให้เขาเสียใจหรือร้องไห้ จะทำให้เขามีความสุขมากกว่าใคร”

 

“แล้วคุณมีความสุขไหม”

 

“หืม ?”

 

“คุณมีความสุขที่มีเขาอยู่ในชีวิตหรือเปล่า” แม่ถามกลับทำอาชะงักไปชั่วครู่เหมือนไม่เข้าใจคำถาม “ตลอดมาผมให้คุณดูแลเขาเพราะเราเป็นเพื่อนกัน คุณอาจคิดว่าการปกป้องเขาเป็นหน้าที่และคุณอาจเคยชินจนหลงลืมมัน ผมถึงต้องถามว่าคุณมีความสุขจริงๆ หรือเปล่าหรือมองว่ามันคือหน้าที่ที่ต้องแบกรับ”

 

“ผมไม่มีความสุขหรอกโซล ผมไม่เคยรู้สึกแบบนั้น”

 

“...!”

 

“เพราะความสุขทั้งหมดน่ะคือเขา”

 

“อา”

 

“ผมยกให้เขาไปหมดแล้ว ทุกความสุขที่ผมมี เขาถึงเป็นความสุขเดียวในชีวิตที่ผมอยากดูแลไปชั่วชีวิตยังไงล่ะ” ผมถึงกับน้ำตาคลอเบ้า ไม่คิดว่าเขาจะพูดแบบนี้เพราะประโยคก่อนหน้าทำเอาผมเผลอกลั้นหายใจ นึกว่าทำให้เขาไม่มีความสุขมาตลอดแต่ที่ไหนได้ เขาจะสื่อว่าความสุขทั้งหมดที่เขามีเขายกให้ผมหมดแล้ว

 

 ตอนนี้ผมเลยกลายเป็นความสุขของเขาไง

 

เหมือนกับเขาที่เป็นความสุขของผม

 

“เพราะงั้นอนุญาตให้ผมได้ดูแลเขาไปชั่วชีวิตด้วยนะ ผมสาบานว่าจะรักและซื่อสัตย์กับเขาคนเดียวเท่านั้น”

 

“แล้วถ้าเขากลัวคุณจะทำยังไงกัน”

 

“ผมก็จะกลัวไปกับเขา จะจับมือเขาและบอกว่าเราจะผ่านมันไปด้วยกัน” เขาจับมือผมบีบเบาๆ พร้อมยิ้มให้ “เราอาจจะเจอเรื่องที่ยากลำบากกว่านี้อีก แต่ผมจะทำทุกทางให้เราผ่านมันไปได้ จะไม่มีการทิ้งให้เขาโดดเดี่ยวเพียงลำพัง”

 

“คุณรักเขามากไหม”

 

“หมดหัวใจ”

 

“…”

 

“ผมรักเขามากกว่าผืนทะเลทั้งโลกอีก :)” 

 

“อาครับ” ผมถึงกับน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งก่อนจะโอบกอดเขาเป็นการขอบคุณที่จริงใจและรักผมมากขนาดนี้ ผมไม่เคยรู้สึกได้รับความรักขนาดนี้มาก่อน มันเอ่อล้นกว่าตอนเราทำกันอีก “ขอบคุณนะครับ ขอบคุณจริงๆ ผมเองก็รักอามากกว่าทะเลบนโลกใบนี้”

 

“อารักซีนนะ”

 

“งื้ออ” ผมฝังหน้าลงกับบ่าเขาปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความปลื้มปิติเปียกบ่ากว้าง แรกเริ่มระหว่างเรามันมีหลายอย่างมาขวางกั้น ทั้งด้านอายุ ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ ไหนจะเรื่องร้ายๆ อีกที่ทำเราท้อกันหนักมาก

 

แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาด้วยกัน เรายิ้ม ร้องไห้ ฝ่าฟันทุกอย่างแม้จะเจ็บปวดหนักมากก็ตาม

 

ทว่ามันก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเรารักกันมากขนาดไหน ไม่งั้นเราคงผ่านมันมาด้วยกันไม่ได้

 

“งั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องห่วงอะไร”

 

“ดาย”

 

“ขอให้คุณมีความสุขกับเขามากๆนะโนเอล”

 

“พ่อครับ” ผมผละจากอาไปกอดพ่อ กล่าวขอบคุณเขาที่ยอมรับเราสองคน พ่อดายหอมหัวผมพลางกอดตอบอย่างแน่นราวกับกลัวว่าจะไม่ได้กอดผมอีก ผมเดาว่าเขาหวงผมไม่ต่างจากพ่อดีแลน แค่อยากให้ผมมีความสุขมากกว่า

 

“ดูแลอาให้ดีนะซีน เขาเป็นคนที่ดีและเขารักลูกมาก” พ่อดายกระซิบ “ถึงบางครั้งเขาจะหัวช้าและอืดอาดไปบ้างแต่ก็ต้องอดทนนะ”

 

“ผมรู้ครับพ่อ ผมจะอดทนทุกอย่าง”

 

“แต่ถ้าไม่ไหวก็กลับมาบ้าน”

 

“พ่อครับ”

 

“ทุกคนยินดีต้อนรับลูกเสมอ” 

 

“ฮือ” ผมร้องไห้หนักกว่าเดิมเพราะคำพูดเขา พ่อดายมักจะอ่อนโยนและอบอุ่นเสมอติดแค่ว่าเขาไม่ค่อยพูดเท่านั้น พ่อดีแลนที่เห็นแบบนั้นก็เดินเข้ามากอดผมเช่นกัน เขาถอนหายใจอยู่หลายครั้ง พยายามทำใจให้ได้ พลันแม่ก็จับมือผมกับอามากุมกันไว้ “แม่ครับ”

 

“หลังจากนี้ต้องดูแลกันให้มากรู้ไหม” เขายิ้มให้ “ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนก็ต้องผ่านไปด้วยกัน เมื่อรักกันแล้วก็อาจมีผิดใจกันบ้าง งอแงกันบ้างเพราะงั้นอะไรที่ยืดหยุ่นได้ก็ยืดหยุ่นนะ อย่าเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง”

 

“...”

 

“อะไรที่ไม่ไหวก็พูดคุยและปรับเข้าหากัน อย่าใช้อารมณ์ ให้ใช้เหตุผลและใช้หัวใจเข้าหากัน”

 

“ขอบคุณที่ยอมรับผมนะ” อาตอบกลับ “คุณใจดีกับผมมาก ถ้าไม่มีคุณก็คงไม่มีผมในวันนี้”

 

“ผมสิต้องพูด คุณทำเพื่อเรามาตั้งหลายอย่าง” แม่ขบขัน “หลังจากนี้อย่างเดียวที่คุณต้องทำคือดูแลความรู้สึกของคุณนะ ส่วนคนอื่นน่ะช่างมันเถอะ เขาไม่ใช่ปัญหาที่คุณต้องมาแบกรับ สนใจแค่คนที่คุณรักก็พอแล้วล่ะ”

 

“ผมจะพยายาม”

 

“คุณทำได้อยู่แล้วเพื่อนรัก คุณเก่งจะตาย” แม่ลูบมือเรา “ถึงเวลามีความสุขแล้วนะโนเอล ปล่อยวางเรื่องของคนอื่นซะ โฟกัสแค่ตัวเองกับคนที่คุณรักเท่านั้น”

 

“ผมจะดูแลเขาให้ดี ผมสาบาน” เขาหันมายิ้มให้ผม “และผมต้องขอบคุณคุณที่ทำให้เขาเกิดมา ผมจะไม่พูดว่าเขาเกิดมาเพื่อผมหรือเขาเกิดมาเพื่อให้เราคู่กัน เพราะมันไม่ใช่แบบนั้น เขาเกิดมาเพื่อเป็นความสุขต่างหาก”

 

“อาครับ”

 

“ขอบคุณที่ทำให้ผมได้รักเขา”

 

“…”

 

“ขอบคุณที่เกิดมาให้อารักนะซีน :)” 

 

“อาจะทำให้ผมตกหลุมรักมากไปแล้วนะครับ”

 

“ฮ่าๆ” เราสองคนกอดกันท่ามกลางความสุข การถูกยอมรับจากคนรอบข้างโดยเฉพาะคนในครอบครัวมันช่างวิเศษมาก ผมรู้สึกว่าตัวเองมีพลังทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าเรื่องนั้นมันจะหนักหน่วงมากแค่ไหน แต่ผมเชื่อว่าเราจะผ่านมันไปได้

 

เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกันไง

 

“งั้นถึงเวลามื้อเช้าแล้วใช่ไหม หรือว่ามื้อสายแล้วเนี่ย”

 

“ไอ้เด็กอ้วน”

 

“ซิล !”

 

“หึ” พี่ชายคนโตหัวเราะในลำคอให้กับอดีตเด็กอ้วนที่กระเง้ากระงอดใส่เขา บอกเลยว่าแดเนียลยิ่งโตยิ่งกินดุเขาถึงต้องออกไปว่ายน้ำทุกวันวันละหลายรอบ ยิ่งช่วงใกล้แข่งว่ายน้ำเขาก็ยิ่งออกกำลังกาย พอเผาผลาญมากไปเขาก็กินมากเท่านั้น

 

แต่บางทีเขาก็หันไปกินพี่ออสตินนะเพราะรายนั้นน่าจะอิ่มกว่า ถึงตัวจะเล็กไปบ้างทว่าก็เด็ดพอตัวเลย

 

ถามว่ารู้ได้ไง...

 

แดเนียลน่ะชอบโชว์จะตาย เขารู้กันทั้งบ้านนั่นแหละครับ

 

“ว่าแต่น้องๆ มีแฟนกันหมดแล้ว เราไม่คิดจะมีบ้างเหรอซิล” อาถามขึ้นมาให้คนที่เพิ่งเล่นเกมชนะหันมาสบตาก่อนจะยิ้มมุมปากให้ “หล่อขนาดนี้ก็น่าจะมีคนมาจีบไหม”

 

“ผมกำลังตามหาอยู่ครับ ยังมีเวลาให้ตัดสินใจ”

 

“ถ้าเรามีแฟนนี่ สาวๆ คงอกหักกันเต็ม” ซีวานอมยิ้ม ไม่ได้ตอบกลับ “แต่อาก็อยากรู้นะว่าแฟนเราจะเป็นคนแบบไหน มาตรฐานเราสูงจะตาย”

 

“ผมไม่ได้ตั้งสเปคไว้สูงหรอกครับ ผมแค่อยากเจอคนที่ใช่”

 

“มีในใจไหม”

 

“ถ้าบอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิครับ”

 

“แรงมาก” ผมหลุดขำตกใจที่อาใช้ศัพท์วัยรุ่น “ไว้อาจะรอดู จะจับตาดูทุกฝีก้าวเลย”

 

“อาไม่รู้หรอกครับเพราะผมจะลงน้ำไม่ให้ใครจับได้”

 

“อาเกาะครีบซีนไปก็ได้”

 

“ไล่ไม่ทันหรอกจิ๋วน่ะ”

 

“อย่าร้ายกับน้องสิครับ” ผมยู่ปากใส่นั่นเรียกรอยยิ้มจากพี่ชายได้ดี บรรยากาศในบ้านกลับมาเป็นปกติแล้ว ไม่มีใครเครียดหรือกังวลใจอีก พ่อแม่และอาไปช่วยกันทำอาหารขณะที่ผมมานั่งเล่นเกมกับพวกพี่ๆ เราหัวเราะ สนุกสนานไปกับช่วงเวลาอบอุ่นนี้

 

กระทั่งตอนที่เราปิดเกม เปลี่ยนเป็นช่องดูทีวีธรรมดาเพื่อที่จะไปกินข้าว

 

เราก็ได้พบกับข่าวร้อนสะเทือนวงการ

 

‘ตอนนี้เราอยู่กับเจมส์ เทรย์สัน นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่กำลังจะสร้างปรากฎการณ์ครั้งใหญ่แห่งท้องทะเล’

 

“!!!”

 

‘เมื่อกี้คุณบอกว่ากำลังจะสร้างอควาเรียมกลางทะเลอย่างนั้นเหรอคะคุณเทรย์สัน’

 

นักข่าวสาวจ่อไมค์ไปทางผู้ชายคนนึงที่อยู่ในชุดสูทสีดำ เขายกยิ้มนั่งไขว้ห้างอยู่บนโซฟาของรายการชื่อดังที่มักจะเชิญเซเลบไม่ก็ดาราดังๆ ไปออกเสมอ และวันนี้เขาได้เชิญคนใจร้ายที่ผมฆ่าร่างโคลนเขาทิ้งไปมาออก

 

เจ้าตัวเหยียดยิ้มผ่านกล้องราวกับรู้ว่าพวกเราดูอยู่ ก็พอได้ยินชื่อทุกคนในบ้านก็มามุงดู

 

พวกเราต่างจับจ้องไปที่ผู้ชายที่หน้าตาคล้ายพ่อดายแต่มีรอยบากบนใบหน้า

 

‘เรียกผมว่าเดม่อน’ คนในทีวีตอบกลับ ‘และใช่ ผมกำลังจะเปิดตัวอควาเรียมกลางทะเลที่ผมทุ่มเงินมหาศาลในการสร้าง’

 

‘ทำไมคุณถึงสร้างมันขึ้นมาล่ะคะ เพื่อวิจัยอะไรหรือเปล่า’

 

‘เปล่า ผมแค่ต้องการโชว์สิ่งมหัศจรรย์ที่โลกนี้หลงลืมมัน’ เขาแสยะยิ้มร้ายกาจ ‘สิ่งมีชีวิตที่ทุกคนคิดว่ามันสูญพันธุ์ ผมจะเปิดตัวมันที่นี่เป็นครั้งแรก’

 

‘พอจะบอกได้ไหมคะว่ามันคืออะไร’

 

‘ถ้าบอกไปก็ไม่เซอร์ไพรส์หนิจริงไหม’ เขาหัวเราะ ‘เอาไว้คุณรอไปดูเองดีกว่า เรียกว่าคุ้มค่าการรอคอยแน่นอน’

 

‘ฉันชักตื่นเต้นแล้วสิ มันจะเกี่ยวกับข่าวช่วงนี้ที่มีคนเห็นเมกาโลดอนหรือเปล่า’

 

‘คุณต้องรอลุ้นแล้ว แซลลี่ แต่ผมรับรองว่ามันน่าตื่นเต้นมาก’

 

‘แล้วคุณจะเปิดตัวเมื่อไหร่คะ’

 

‘อีกไม่นาน’

 

‘…’

 

‘และผมอยากฝากคำเชิญไปถึงคนกลุ่มนึง’

 

‘หืม ใครเหรอคะ’

 

‘ครอบครัวอิลเดนสัน’

 

“อะไรนะ”

 

‘ผมอยากเชิญพวกเขามาเปิดงานในฐานะครอบครัวเดียวกัน :)’ 

 

นี่มัน...สาสน์ท้าเหรอ ?

 

เปิดพรี #ฉลามซ่อนรัก แล้วน้า สนใจสั่งซื้อ > https://www.readawrite.com/c/f24e289619a54b9e9efbea9a781a44bf  

*ฝากส่งฟีดแบ็ก #ฉลามซ่อนรัก ด้วยน้า เปิดพรีวันที่ 21 พค – 23 กค นาจา* 

LOADING 100 PER 

ส่งไม้ต่อในตอนเกือบสุดท้าย สาสน์ท้ารบได้ส่งมาหาแล้ว 

หมดแล้วทุกความเจ็บช้ำ เหลือเพียงความรักที่มอบให้ 

ไม่ต้องพบเจอความทุกข์ทรมานใจ มีแต่ความสุขที่วิ่งมาหา 

แต่เกมสุดท้ายกำลังเริ่มขึ้นมา มีคนส่งสาสน์ท้ามาถึงที่ 

นี่คือการส่งไม้ต่อชั้นดีเพื่อให้น้องได้ใช้ชีวิต แล้วให้พี่ชายสยบทุกสิ่งแทน :) 

หวีดลงแท็กด้านล่างเมื่อพูดถึงความแซ่บของนิยายเรื่องนี้ 

#ฉลามซ่อนรัก 

Follow Me 

Twitter : ael_2543 

PAGE : Avery Pie 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว