ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 64 สองสิ่งที่ขัดแย้งกัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 64 สองสิ่งที่ขัดแย้งกัน

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 418

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2564 17:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 64 สองสิ่งที่ขัดแย้งกัน
แบบอักษร

ทนายวิวัฒน์แอบมองตะวันที่กำลังตั้งใจอ่านเอกสารอย่างละเอียด 

เขาไม่เข้าใจว่าตะวันกำลังคิดอะไรอยู่  

ถ้าตะวันไม่ต้องการอยู่กับอัยย์ ทำไมไม่ยึดตามสัญญาเดิม 

ทำไมเขาต้องเพิ่มเงื่อนไขพวกนี้เข้ามา เงื่อนไขที่ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ตัวเองเลยแม้แต่น้อย 

เงื่อนไขที่มีแต่คนรักกันเท่านั้นถึงจะทำให้กันได้ขนาดนี้ 

แต่ถ้าเขารักภรรยาก็ไม่ควรจะหย่าขาดจากเธอสิ  

ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ 

แล้วที่ไม่เข้าใจที่สุดก็คือ ทำไมต้องเป็นวันนี้..........วันที่มีงานเลี้ยงแนะนำตัวอัยย์ในฐานะภรรยาของตะวัน 

ต่อหน้าคนมากมาย เขาประกาศความรักที่มีต่อภรรยา 

แต่หลับหลังกลับมานั่งอ่านเอกสารการหย่าแบบนี้ 

หลังจากตรวจทานจนแน่ใจแล้ว ตะวันก็วางเอกสารลงบนโต๊ะแล้วพยักหน้าเบา 

“ผมจะเอาเอกสารหย่าพวกนี้ แทรกเข้าไปในเอกสารอื่นที่จะให้เธอเซ็น ถ้าผมคอยชวนคุยไปด้วย เธอก็คงจะไม่ได้สังเกตมัน” สายตาของเขาตอนพูดนั่นล่องลอยไปแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น 

อัยย์เชื่อใจเขาแค่ไหน ทำไมตะวันจะไม่รู้ 

ถ้าเขาบอกให้เธอเซ็นเอกสารที่ปะปนกันพวกนี้ เธอก็คงจะก้มหน้าก้มตาเซ็นโดยไม่ถามสักคำ 

ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งสมเพชตัวเอง...ที่ใช้ความเชื่อใจที่เธอมีให้มาทำเรื่องแบบนี้ 

แต่นี่เป็นวิธีเดียว...ที่เขาจะตระเตรียมทุกอย่างโดยไม่ให้เธอรู้ 

ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะเขาไม่อยากให้เธอต้องมารับรู้ก่อนเวลาอันควร  

แม้ว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเธอไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ขอทำให้มั่นใจว่าอัยย์และลูกจะมีชีวิตที่มั่นคงปลอดภัยและมีความสุข 

แม้จะไม่มีเขาอยู่เคียงข้าง...... 

 

หลังจากตะวันบอกถึงแผนที่จะหลอกให้อัยย์เซ็นเอกสาร ทั้งห้องก็เงียบงัน พวกเขาสามคนต่างรู้สึกหดหู่จนไม่รู้จะพูดอะไรออกมา  

ไม่มีใครสังเกตเห็นประตูห้องที่ค่อยๆ ปิดลงอย่างแผ่วเบา 

 

หลังจากเงียบอยู่นาน ทนายวิวัฒน์ก็เป็นคนแรกที่เอ่ยปากทำลายความอึดอัด 

“ถ้าไม่มีอะไรให้ผมแก้ไขเพิ่มเติม คุณก็สามารถนำเอกสารนี้ไปให้คุณอัยย์เซ็นได้เลยนะครับ.......แต่” 

“พูดออกมาเถอะครับ” ตะวันเอ่ยปากอนุญาตเมื่อเห็นท่าทีอึกอักของทนาย 

“คือ....ผมคิดว่า แม้ว่าคุณจะอยากให้สิ่งดีๆ กับคุณอัยย์และลูก แต่ว่า....ห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าหุ้นทั้งหมด มันไม่มากไปเหรอครับ” 

เกริกที่เพิ่งได้รู้ว่าข้อความในเอกสารคืออะไร ไม่สามารถเก็บสีหน้าที่ตกใจเอาไว้ได้ 

คุณตะวัน.............. 

ห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์......... 

เขาคงจะไม่ได้คิดที่จะ............ 

“ผมเข้าใจว่าคุณเป็นห่วงเรื่องอะไร แต่ผมตัดสินใจไปแล้ว และก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงมัน” ตะวันยืนยันความตั้งใจกับทนายที่มองด้วยความเป็นห่วง 

เขารู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่และรู้ด้วยว่าถ้าทำไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แต่เขาก็จะไม่เปลี่ยนใจ 

เมื่อเจ้าตัวยืนยันแบบนี้ทนายก็ได้แต่เงียบ.... 

แต่กลายเป็นเกริกที่ทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปากออกมา เขาทนมองเฉยๆ ไม่ได้จริงๆ... 

“คุณตะวันครับ ลองทบทวนดูอีกทีดีไหมครับ? คุณเป็นทายาทคนเดียวนะครับ หุ้นที่เกินครึ่งหนึ่งที่ให้ไปก็ไม่ต่างอะไรกับการให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับเธอนะครับ” 

เกริกที่อยู่กับตะวันมานานหลายปี แค่ได้ยินจำนวนหุ้นที่ออกจากปากของทนาย เขาก็เดาได้แล้วว่าตะวันต้องการจะทำอะไร  

ทายาท.... 

ทรัพย์สมบัติโดยเฉพาะอำนาจในการบริหารบริษัท ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะมอบให้ใครได้ง่ายๆ 

จะยกให้ใครง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้.... 

“ฉันตัดสินใจไปแล้ว”  

“แต่คุณตะวันครับ” แม้จะอยู่กับตะวันมานาน แต่เมื่อถูกมองด้วยสายตาเย็นชาแบบนั้น เกริกเองก็อดกลัวไม่ได้ 

“เกริก...ฉันตัดสินใจไปแล้ว ตอนนี้ทุกคนก็ได้รู้แล้วว่าอัยย์เป็นภรรยาของฉัน นั่นจะทำให้ลูกของเราได้รับการยอมรับ ในฐานะทายาทของฉันโดยอัตโนมัติ จะไม่มีใครสามารถคัดค้านสิทธิ์อันชอบธรรมของลูกเราได้”  

“ครับผม” ยิ่งรู้ใจเจ้านายมากเท่าไหร่ก็ยิ่งปวดใจแทนเขามากเท่านั้น 

“เรื่องนี้ขอให้รู้กันแค่พวกเรา ห้ามแพร่งพรายออกไปเป็นอันขาด”  

“ครับคุณตะวัน” 

“ครับคุณตะวัน” 

ตะวันถอนหายใจออกมาช้า แล้วอ้าปากเพื่อจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็กลับหยุดนิ่งไปพักใหญ่ราวกับต้องเค้นหัวใจพูด 

“เกริก...เมื่อเธอเซ็นมันแล้ว หลังจากนี้อีกเก้าเดือน ทันทีที่ครบกำหนดหนึ่งปี ทนายวิวัฒน์จะจัดการโอนทรัพย์สินทั้งหมดให้อัยย์กับลูกทันที ส่วนนาย...ให้เตรียมบอดี้การ์ดมือดีที่สุดไว้ หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ให้พาอัยย์กับลูกหนีไปต่างประเทศซะ ไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ที่ที่จะไม่มีใครสามารถไปแตะต้องพวกเขาได้” 

“คุณตะวัน” 

“นายต้องทำนะเกริก นายเป็นคนที่ฉันไว้ใจที่สุด”  

เกริกไม่เคยเห็นมุมนี้ของตะวันมาก่อน มุมที่เกือบสิ้นหวังและเกือบจะอ้อนวอน.... 

“คุณตะวันไม่ต้องกังวลนะครับ ผมจะทำให้ดีที่สุด”  

“ขอบใจนะเกริก ขอบใจจริงๆ” 

เกริกมองดูเจ้านายที่กำลังจัดเรียงเอกสารด้วยตนเอง  

ทำไมเขาถึงรู้สึกใจหายอย่างประหลาดนะ? 

มันเป็นแค่การเลิกรา แต่ทำไมตะวันถึงทำเหมือนจะลาตาย? 

แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่เก็บความสงสัยเอาไว้  

 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?” เฉินที่ยืนอยู่บริเวณทางเดินที่ว่างเปล่า รีบเดินเข้ามาหา เมื่อเห็นอัยย์ที่เดินหน้าซีดออกมา 

เพราะอยากให้เธอมีความเป็นส่วนตัว เขาจึงปล่อยให้อัยย์เดินเข้าห้องพักไปคนเดียว แล้วยืนเฝ้าอยู่บริเวณทางเดินแทน แต่สีหน้าของเธอที่เดินกลับออกมานั้นแย่เสียจนเขาใจคอไม่ดี 

เย็นเอาไว้...เธอต้องพาตัวเองออกไปจากตรงนี้ก่อน 

จะให้เขารู้ไม่ได้ ว่าเธออยู่ที่นี่....... 

อัยย์พยายามควบคุมสีหน้าแล้วส่ายหัว “ไม่มีอะไร แค่อยากออกไปสูดลมด้านนอกมากกว่า อยู่แต่ในตัวตึกมานาน เลยรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก” 

พอได้คำตอบแบบนั้นเฉินก็ไม่สงสัยอะไรเพราะรู้ว่าเธอกำลังตั้งท้องอยู่  

เขาใช้ความคิดสักครู่แล้วพาเธอลงลิฟต์มาที่ชั้นห้า เฉินเปิดประตูกระจกบานใหญ่แล้วเดินนำอัยย์เข้าไปยังสวนลอยฟ้าของโรงแรม 

“นั่งที่สวนเล็กๆ ตรงนี้ดีไหมครับ? คงไม่มีใครขึ้นมาที่ชั้นนี้” 

อัยย์พยักหน้าแล้วก้าวเข้าไปในสวน 

“ไม่ต้อง...ไม่ต้องตามมา” จิตใจที่ปั่นป่วนทำให้เธอเผลอขึ้นเสียงใส่เขา  

เฉินชะงักแล้วมองไปที่ฝ่ามือสั่นๆ ของอัยย์ที่ยกขึ้นมาห้ามเขาไว้ 

“แต่คุณตะวันสั่งให้ผมคอยดูแลคุณนะครับ” สีหน้าที่ตกใจของเฉินทำเอาอัยย์รู้สึกผิด 

ตะวัน........ชื่อนี้ทำเอาเธอแทบกรี๊ดออกมา อัยย์เบือนหน้าหนีแล้วบอกตัวเองให้ใจเย็นๆ แล้วค่อยๆ พูดกับเขา 

“ฉันขอโทษ....คือ... ฉันแค่อยากนั่งพักเงียบๆ คนเดียว ไม่ต้องห่วงนะ” 

เฉินตัดสินใจทำตามความต้องการของเธอ เขายืนมองอัยย์ที่ค่อยๆ ก้าวเข้าไปในสวน 

หลังจากสลัดเฉินหลุดได้แล้ว อัยย์ก็เดินเข้าไปในสวน เธอเลือกม้านั่งที่อยู่ในศาลาขนาดเล็กเพื่อปิดบังตัวเองจากสายตาของเฉิน 

อัยย์ทรุดตัวลงที่ม้านั่ง ซบหน้าลงบนฝ่ามือทั้งสองข้าง สมองพยายามทบทวนสิ่งที่ได้ยินมา 

เธอหูฝาดไปใช่ไหม? มันต้องมีอะไรสักอย่างที่ผิดพลาดไปแน่ๆ 

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นภาพลวงตาอย่างนั้นเหรอ? 

ตะวันไม่ได้อยากอยู่กับเธอ...เขาไม่ได้อยากจะยกเลิกสัญญาแต่อยากจะเพิ่มเงื่อนไขต่างหาก 

แม้ว่าเธอจะพยายามตั้งสติมากแค่ไหน แต่อัยย์ก็เจ็บปวดและสับสนเสียจนทำอะไรไม่ถูก  

อยากจะร้องก็ร้องไม่ออก ได้แต่มองเหม่อไปข้างหน้า 

สิ่งที่ตะวันพูดออกมาจากปาก มันทำให้เธอตกใจ 

หลอกให้เซ็นต์เอกสาร.... 

หย่า................................. 

ความเชื่อใจที่เธอมีให้ มันเป็นแค่เครื่องมือให้ฉกฉวยมาใช้ก็เท่านั้น 

อัยย์ไม่เข้าใจว่าจริงๆ แล้วตะวันต้องการจะทำอะไรกันแน่ 

ถ้าเขาไม่ต้องการอยู่กับเธอต่อก็แค่รอให้ครบกำหนด แล้วเลิกรากันไปก็เท่านั้น 

แต่ทำไม...เขาต้องทำราวกับว่ารักเธอหนักหนา? ทำไมต้องลงทุนจัดงานเลี้ยงแนะนำตัวเธอด้วย? 

สองสิ่งที่ขัดแย้งกัน มันเกิดขึ้น เพราะอะไรนะ? 

เงื่อนไขอะไรที่เขาไม่ต้องการให้เธอเห็น หรือจะเป็นเรื่องลูก? 

แต่ยิ่งคิดเท่าไหร่อัยย์ก็คิดไม่ออก เพราะถ้าจะบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นการหลอกลวงเพื่อทำให้เธอเสียใจ 

แต่เขาจะทำมันไปทำไม? จะทำไปเพื่ออะไร? 

เขาเกลียดเธอมากเสียจนต้องวางแผนอันซับซ้อนเพื่อทำให้เธอเจ็บปวดอย่างนั้นหรือ? 

ในหัวของอัยย์มีแต่คำว่า “ทำไม?” และยิ่งเสียใจมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งคิดอะไรไม่ออก 

เธอมัวแต่จมอยู่กับความคิดของตนเองจนไม่ได้สังเกตเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาจากอีกฟากของสวน 

“อัยย์...อยู่นี่เอง” ลูน่าที่หายใจหอบเล็กน้อย รู้สึกโล่งใจเมื่อได้เห็นคนที่ตามหา เธอเดินหาอัยย์ไปทั่วโรงแรมจนเกือบจะล้มเลิกความตั้งใจไปแล้ว..... 

อัยย์พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แล้วหันไปตอบรับกับคนที่เดินเข้ามาหาโดยที่เธอไม่รู้เนื้อรู้ตัว “คุณลูน่า”  

ไม่ใช่แค่อัยย์ที่สับสน แต่ลูน่าเองก็มีเรื่องที่ต้องกังวลเสียจนไม่ได้สนใจตาแดงๆ ของอัยย์ 

ไม่มีอะไรหรอก...มันคงไม่มีอะไร รีบทำๆ ให้เสร็จ เธอจะได้ออกไปจากงานนี้เสียที 

ลูน่าที่พยายามปลอบใจตนเอง เธอก้าวไปคว้าแขนอัยย์ไว้ แล้วเอ่ยปากออกมา 

“ฉันมีอะไรจะคุยด้วย เธอมากับฉันแป๊บหนึ่งสิ”  

ถ้าเป็นปกติ อัยย์คงจะเฉลียวใจเพราะลูน่าที่ไม่เคยญาติดีกับเธอสักครั้งกลับมาบอกว่าอยากจะคุยกับเธอ  

แต่อัยย์ไม่ได้อยู่สภาพปกติ เธอไม่มีสติพอจะคิดหรือสังเกตเห็นความผิดปรกตินั้น 

อัยย์ที่แทบจะเลื่อนลอย ลุกขึ้นตามแรงฉุดของลูน่าแล้วเดินไปตามแรงจับจูงของคนที่เดินนำ  

มือของลูน่าที่เย็นเฉียบ เธอจับมือของอัยย์ไว้แน่น แล้วพาเธอเดินกลับเข้าไปในตัวตึก  กว่าเฉินที่ได้ยินเสียงคนคุยแว่วๆ จะเดินตามทัน ทั้งคู่ก็เข้าไปในลิฟต์เสียแล้ว.... 

ลูน่าอย่างนั้นเหรอ? ลูน่ากับอัยย์สนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่? 

เฉินที่เริ่มรู้สึกสะกิดใจ เขาหยิบวอร์ขึ้นมา แล้ววอร์ลงไปสั่งบอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่ชั้นล่างให้คอยติดตามพวกเธอไว้ เสร็จแล้วก็รีบลงลิฟต์ตามไป 

 

อัยย์ที่ล่องลอยเดินตามลูน่าไป แม้หูจะได้ยินเสียงแว่วๆ แต่ก็ไม่รับรู้และเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงอะไร 

“ไปหาที่เงียบๆ ตรงไหนดีนะ?” ลูน่าชะเง้อคอมองซ้ายมองขวาเพื่อหาสถานที่ลับตาคน ก่อนที่บอดี้การ์ดของอัยย์จะตามมาทัน จะให้เรื่องนี้จะรู้ไปถึงหูตะวันไม่ได้เป็นอันขาด  

เธออยากจะรีบจัดการให้นาราได้วิดีโอคอลกับอัยย์ ให้มันเสร็จๆ ไป แล้วเธอจะได้หลุดพ้นจากความอึดอัดนี้เสียที 

ลูน่าตั้งใจไว้แล้วว่าครั้งหน้าไม่ว่านาราจะอ้อนวอน หรือคร่ำครวญมากแค่ไหน เธอก็จะไม่เอาตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง กับเรื่องรักสามเศร้าของพวกเขาอีกแล้ว  

 เพื่อเห็นแก่ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กันมานานหลายปี....  

ครั้งเดียว...แค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่เธอจะเอาตัวเข้ามาแส่เรื่องนี้ หลังจากนั้นก็ทางใครทางมัน 

ลูน่ายังมีสามัญสำนึกพอที่จะรู้ว่าเธอไม่ควรเข้าไป......เสือก เพราะตะวันกับอัยย์กำลังจะมีลูกด้วยกันแล้ว  

“อ้อ...ไปตรงนั้นแล้วกัน” ลูน่ามองไปที่สวนด้านนอกโรงแรม แล้วพยายามจะพาอัยย์เดินออกไป 

แต่ทว่า........... 

จู่ๆ ก็มีแขนที่อยู่ในชุดสูทสีดำสนิทยื่นเข้ามาขวางไม่ให้เธอเดินต่อ ลูน่าชักสีหน้าแล้วหันไปมองหน้าบอดี้การ์ด ที่มาขวางเธอไว้ 

“คุณตะวันสั่งห้ามไม่ให้คุณผู้หญิงออกไปข้างนอกครับ” 

ลูน่าชักสีหน้าใส่เขา แล้วสะบัดเสียงใส่ “พวกเราจะไปคุยกันที่สวนแค่นี้เอง ไม่ได้ออกไปไหนสักหน่อย” 

“ผมขอโทษจริงๆ ครับ แต่ช่วยเห็นใจผมด้วยนะครับ ถ้าผมปล่อยให้พวกคุณออกไป ผมคงลำบากแน่ๆ” 

ลูน่าถอนหายใจ แล้วคิดหาทางที่จะทำให้พวกเธอได้ออกไปได้ 

“อัยย์...อัยย์” ลูน่าเขย่าแขนอัยย์เบาๆ  

“หา” อัยย์ที่ยังคงมึนงงอยู่ หันไปหาลูน่าที่เอนตัวเข้ามากระซิบ 

“เธอบอกบอดี้การ์ดให้หลบไปได้ไหม เขาไม่ยอมปล่อยให้พวกเราออกไป เพราะตะวันสั่งห้ามไว้” 

ตะวัน......... 

ชื่อของเขาทำให้เธอรู้สึกต่อต้านโดยอัตโนมัติ แม้ยังไม่เข้าใจว่าจะทำไปเพื่ออะไร แต่อัยย์ก็อยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการต่อต้านเขา 

“หลีกไป...” ท่าทีขึงขังของอัยย์ทำเอาบอดี้การ์ดเครียดขึ้นมาทันที 

“แต่คุณผู้หญิงครับ คุณตะวันห้าม....” 

ตะวัน...ตะวันอีกแล้ว 

ตอนนี้อย่าว่าแต่เห็นหน้ากันเลย แค่ชื่อของเขาอัยย์ก็ไม่อยากได้ยินแล้ว 

เธอได้ยินมามากพอแล้ว ได้ยินแล้วว่าเขาอยากจะบงการชีวิตเธอยังไง 

จะแต่ง... 

จะหย่า... 

จะหลอกให้รัก...แล้วทิ้งกันไป 

ยิ่งคิดยิ่งปวดใจ....อัยย์กำมือไว้แน่น แล้วหันไปใส่อารมณ์กับบอดี้การ์ดแทน 

“คำพูดของฉันไม่มีความหมายใช่ไหม? จะเดินเหินไปทางไหนก็ต้องขออนุญาตไปเสียทุกอย่าง ในสายตาพวกคุณ เห็นฉันเป็นตัวอะไร?”  

ใช่...ในสายตาของตะวันและคนของเขา เธอเป็นใครกันแน่ 

เป็นเมีย? 

เป็นแม่ของลูก? 

เป็นตัวอะไรในสายตาเขา? 

 

…………………………………………………………. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว