facebook-icon

ขอบคุณนักอ่านที่รักทุกคน

ชื่อตอน : ตอนที่ 37

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มิ.ย. 2564 23:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 37
แบบอักษร

ตอนที่ 37 

ดาริกา : อีพลอย อีกัส พรุ่งนี้พวกแกช่วยปล่อยข่าวฉันแอบนัดคุณสินธรที่ห้องโถงหน่อยนะปล่อยข่าวแบบเนียนๆนะเว้ยและอีกอย่างข่าวนี้ต้องถึงหูรินลดา

พลอยประภา : แกคิดจะทำอะไร ให้พวกฉันปล่อยข่าวเรื่องของแกกับคุณสินธรเนี่ยนะมันจะไม่ไปกันใหญ่เหรอวะยัยมนต์

ดาริกา : ก็อย่างที่อีกัสบอกนั่นแหละคนมันจะนินทามันไม่สนใจหรอกว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง ฉันก็แค่ต้องการพื้นที่แก้ข่าว ถ้าไม่เอาชื่อไอ้สินธรมาเกี่ยวข้องแกคิดว่าคนพวกนั้นจะถ่อสังขารมาสอดรู้สอดเห็นเรื่องของฉันเหรอ

กัสจัง : เออก็จริงว่ะ…แสดงว่าแกต้องการให้ทุกคนไปที่ห้องโถงรวมถึงยัยเลขาหน้าวอกด้วยใช่ไหม

 

เช้าวันถัดมา

ตั้งแต่ดาริกาก้าวขาเข้าบริษัททุกสายตาต่างจับจ้องมาที่เธอ แม้ในใจรู้สึกอึดอัดกับคำพูดหุนหันพลันแล่นที่คนเหล่านั้นจงใจใส่ร้ายโดยไม่คำนึงถึงความจริงแม้เพียงนิด

แต่เพื่อให้เรื่องทุกอย่างจบลงอย่างราบรื่น เธอจำเป็นต้องแสดงละครทำทีเป็นไม่สนใจสายตาประชาชีที่พากันมองเหยียดหยามเธอด้วยสายตา

“แกโอเคใช่ไหมมนต์” ดาริกาเป็นคนเข้มแข็งก็จริง แต่ทว่าสีหน้าของเธอเจื่อนลงจนเห็นได้ชัดพลอยเดาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้หนักหนาเกินกว่าที่เธอคาดหวังเอาไว้

พนักงานทุกคนพูดจากระแทกแดกดัน เหยียดหยามเธอราวกับเป็นโสเภณีอีกทั้งยังทำท่าทีขยะแขยงรังเกียจเดียดฉันท์เหมือนเธอเป็นตัวอะไรสักอย่าง

ที่ไม่ใช่คน…

“พี่พลอยค่ะ มุกวางเอกสารไว้ด้านนะไม่อยากเข้าไปข้างในมันสกปรก” พลอยมุกสาวน้อยแผนกบัญชีเอ่ยขึ้นเสียงดังพลางชายตามองดาริกาก่อนสะบัดหน้าเดินกลับออกไป

หล่อนจงใจพูดเสียดสีเธอ

“เด็กอะไรไม่มีมารยาทเลย”

ท่าทางหงุดหงิดแสดงออกมาอย่างชัดเจน พลอยประภาเหลือทนกับคำพูดของพลอยมุกเสียจริง อารมณ์โกรธของหล่อนทำให้พนักงานใต้สังกัดไม่กล้าแม้แต่จะปริปากด่าทอดาริกาเฉกเช่นคนอื่นๆ

ภายในใจพวกหล่อนหวังให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความเข้าใจผิด เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาดาริกาไม่เคยทำตัวเป็นผู้หญิงไร้ยางอายแบบนั้น และอีกอย่างเธอเป็นคนดีจนเพื่อนร่วมงานออกปากชมอยู่เสมอ

“ใจเย็นๆ นะยัยพลอย แกทำตามแผนของฉันก็พอฉันจะออกไปเข้าห้องน้ำเริ่มเลย!” ดาริกากระซิบเสียงแผ่วทำทีออกไปเข้าห้องน้ำเปิดทางให้คนเป็นเพื่อนได้ทำตามแผนที่วางไว้

ครั้นดาริกาเดินออกจากห้องจนลับสายตา พลอยประภาไม่รอช้าหยิบมือถือโทรหากัสจังทันที ทั้งคู่สวมวิญญาณนักแสดงเล่นไปตามบท พูดคุยถึงเรื่องสินธรอย่างแนบเนียนก่อนทำท่าทางตกใจ

กระทั่งเผลอพูดเรื่องที่ดาริกาแอบนัดเจอสินธรที่ห้องโถง...ด้วยความตั้งใจ

ใช่! พวกหล่อนตั้งใจพูดเสียงดังให้คนทั้งแผนกได้ยิน คนเหล่านั้นทำงานเสมือนนกพิราบตอนพักเที่ยงของวันนี้ข่าวคงปล่อยออกไปไวยิ่งกว่าอินเทอร์เน็ตความเร็ว 4G ไม่สิ 5G เสียด้วยซ้ำ

พลอยประภาแสดงออกมาอย่างสมจริง หล่อนทำหน้าตาเลิ่กลั่กเมื่อเผลออุทานเรื่องของเพื่อนจนคนรอบข้างได้ยิน ทุกสายตาในแผนกจึงให้ความสนใจไปที่หล่อน

ถือว่าพลอยประภาทำสำเร็จ

“อีกัส...ฉันเผลอพูดเสียงดังไม่รู้น้องในแผนกได้ยินหรือเปล่า อย่าให้คุณรินลดากับบอสรู้เรื่องนี้ก็พอไม่นั้นยัยมนต์โดนบอสด่าแน่ๆ”

[‘ก็ใช่นะสิ!ถ้าคุณรินรู้เรื่องขึ้นมาเธอคงเอาเรื่องนี้ไปบอกบอส ยัยมนต์ต้องแย่แน่ๆ’]

กัสจังพูดพลางลอบระบายลมหายใจ นัยน์ตาสีเทากวาดมองปฏิกิริยาคนรอบข้างและก็เป็นอย่างที่หล่อนคิด ทุกคนทำงานด้วยความตั้งใจไม่มีแม้แต่เสียงพูดซุบซิบให้ได้ยิน หากคนเป็นเจ้านายมาเห็นแผนกของกัสจังคงได้รับโบนัสก้อนโตเพราะความขยันของพนักงาน

แต่ทว่าสิ่งเหล่านี้คือความผิดปกติ การที่พวกเขานิ่งเงียบไม่ใช่ตั้งใจทำงาน…แต่เพราะต้องการฟังเรื่องที่หล่อนกำลังคุยกับพลอยประภาตั้งหาก

สังคมกอสซิปไม่มีผิด

และแล้วเวลาที่ดาริการอคอยก็มาถึง เธอตั้งใจเข้าห้องน้ำเพื่อแต่งหน้าแต้มตาด้วยเครื่องสำอางชิ้นดี เวลาใกล้เลิกงานแบบนี้พนักงานผู้หญิงต่างพากันหมกตัวอยู่ในห้องน้ำ

เวลานี้จึงเหมาะแก่การเรียกแขกอีกทางหนึ่ง

“แต่งหน้าซะสวยเชียว จะไปเหรอจ่ะน้องมนต์” ดาวรวีรุ่นพี่แผนกฝ่ายการตลาดเอ่ยถามดาริกาน้ำเสียงเย้ยหยัน

“ไปจับผู้…อุ้ยลืมไปมนต์คงบอกพี่ดาวไม่ได้หรอกค่ะเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว พี่ดาวคงไม่ได้อยากรู้เรื่องส่วนตัวของมนต์ใช่ไหมคะ” ว่าพลางเดินออกจากห้องน้ำ ใบหน้างามเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

ยิ่งเป็นเรื่องส่วนตัว…พวกเขายิ่งอยากรู้อยากเห็น

“ยืนบื้อกันอยู่ทำไมล่ะ รีบตามยัยมนต์ไปสิกล้านัดผู้ชายมาถึงบริษัทหน้าด้านชะมัด”

“โถ่…พี่ดาวก็ผู้ชายคนนั้นเป็นถึงลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทแถมฐานะทางบ้านยังรวยเท่าๆกับบอสด้วยซ้ำ นางคงอยากเปิดตัวว่าเป็นผู้หญิงของคุณสินธร ดีไม่ดีรูปหลุดน้ำมนต์อาจเป็นคนปล่อยออกมาด้วยซ้ำไม่อย่างนั้นคงไม่ลอยหน้าลอยตาอยู่แบบนี้หรอก”

“เออ!รีบไปเถอะ คืนนี้มีเรื่องให้เมาส์อีกละ”

 

“คินค่ะ พอดีรินอยากถามเรื่องงานมาหารินที่ห้องโถงได้ไหม” รินลดาเดินออกจากห้องน้ำพร้อมมือถือในมือ หล่อนเหยียดยิ้มมองดูใบหน้าหวานของตัวเองหน้ากระจก

‘โถๆน้ำมนต์ ดูเหมือนข่าวที่ฉันปล่อยไปจะทำให้แกกลายเป็นคนดังซะงั้นอันที่จริงแกควรขอบคุณฉันด้วยซ้ำ’

ร่างระหงเดินทอดสะโพกไปยังที่หมายด้วยความสบายใจ สองสามวันมานี้รินลดารู้สึกมีความสุขจนแทบสำลักตาย ตั้งแต่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังความสัมพันธ์ระหว่างสินธรกับดาริกา หล่อนเสมือนคนตายที่ได้เกิดใหม่

หนทางกำจัดดาริกาออกจากชีวิตภาคินอยู่ใกล้แค่เอื้อม

“คินค่ะทางนี้ค่ะ”

“รินมีอะไรหรือเปล่า” รินลดาทำทีเปิดแฟ้มเอกสารในมือ ทว่าเสียงโหวกเหวกโวยวายในห้องโถงดังขึ้นจนทั้งคู่ต้องให้ความสนใจ

“พนักงานรวมตัวกันในห้องโถงทำไม คุณรู้ไหมริน”

“ไม่รู้สิคะรินก็เพิ่งมาถึง ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานด้วยซ้ำไปทำอะไรกันอยู่ตรงนั้นนะ” รินดาพูดจาหน้าตาเฉย แววตาเจ้าเล่ห์ไม่สามารถหลุดพ้นสายตาภาคินไปได้

อยู่ๆ คำพูดของดาริกาก็ลอยเข้ามาในหัว

เธอบอกกับเขา…วันนี้มีเรื่องต้องสะสางเพื่อลบล้างมลทินให้ตัวเองหรือเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะเป็นฝีมือของรินลดา หล่อนจงใจปล่อยภาพของเธอกับสินธร ความเป็นไปได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ภาคินรู้ดีถึงแรงจูงใจที่รินลดาลงมือทำเรื่องแบบนี้

ทั้งหมดเป็นเพราะเขา…เขาเป็นต้นเหตุ

“ทำไมรินถึงนัดผมมาที่นี่” คำพูดเอ่ยถาม สายตาคาดคั้นคำตอบ

“เอ่อ…คือรินเห็นว่าที่นี่ไม่ไกลจากห้องทำงานคิน และอีกอย่างใกล้จะเลิกงานแล้วด้วยรินขี้เกียจเดินกลับไปที่โต๊ะแล้วค่ะ นึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องต้องถามก็เลยนัดคินมาที่นี่

แต่รินว่าเรื่องของพนักงานพวกนั้นน่าจะสำคัญกว่า เจ้าของบริษัทอย่างคุณควรเข้าไปดูสักหน่อยเผื่อมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งขึ้นมาจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เอานะคะคิน”

คำพูดประโยคเล้าโลมทุกทางจนภาคินไม่อาจปฏิเสธถึงแม้รินลดาจะไม่พูดจาโน้มน้าว ภาคินตั้งใจเข้าไปข้างในอยู่แล้วในเมื่อเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น

เขาเป็นต้นเหตุ…เพราะฉะนั้นภาคินจะหยุดมันด้วยตัวเอง

ประตูหนาถูกเปิดออกอย่างเงียบเชียบ จึงไม่มีใครสังเกตเห็นภาคินและรินลดาที่ตามเข้ามาภายหลังทุกคนต่างให้ความสนใจดาริกาที่ยืนพูดอยู่บนโต๊ะ

โดยมีพลอยประภาและกัสจัง ยืนโอบกอดกันราวกับรูปต้นฉบับที่มีหลุดว่อนไปทั่ว

ดาริกาพูดใส่ไมค์น้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ เธอตั้งใจเล่าเรื่องที่แต่งขึ้นสดๆร้อนๆระหว่างความสัมพันธ์ของเธอกับสินธรและยังมีเพื่อนสนิททำหน้าที่เป็นตัวละครเดินบทอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

“ทุกคนค่ะมนต์ทำงานที่นี่มานานรู้จักกับคุณสินธรมาหลายปี วันนี้มนต์ต้องการอธิบายให้ทุกคนฟังเพราะทุกคนเป็นเพื่อนร่วมงานของมนต์ รูปที่หลุดออกไปเป็นเพียงอุบัติเหตุคุณสินธรเห็นมนต์ลื่นล้มเขาเลยเข้ามาช่วยประคองไว้

เพราะฉะนั้นเลิกเข้าใจผิดและกล่าวหามนต์เสียๆหายๆ ทุกคนลองคิดดูแล้วกันถ้าคุณสินธรรู้เรื่องนี้เข้าเขาคงไม่พอใจเท่าไหร่ ดีไม่ดีอาจจะฟ้องร้องคนที่พูดจาใส่ร้ายเขาก็ได้นะคะ ถ้าทุกคนไม่เชื่อมนต์จะโทรหาเขาเดี๋ยวนี้เลย”

ดาริกาหยิบมือถือออกมามือไม้สั่น ใจเธอเต้นแรงยากต่อการควบคุมหากไม่มีใครพูดขัดเธอตอนนี้มีหวังสิ่งที่ร่ายไปทั้งหมดจบเห่แน่

“เอ่อ…เดี๋ยวก่อนน้องมนต์ไม่ต้องโทรหาคุณสินธรหรอกพวกพี่เข้าใจผิดไปเอง ต้องขอโทษน้องมนต์ด้วยนะที่ไม่ถามหาความจริงก่อน อย่าให้ถึงหูคุณสินธรเลยนะถือว่าพี่ขอร้อง” ภาคินกระตุกยิ้ม ดาริกาแสบใช่ย่อยเขาไม่คิดว่าเธอจะใช้วิธีนี้จัดการกับข่าวเสียหาย

คนเหล่านี้พูดจานินทาเธอเพราะไม่สนความจริง เธอจึงพูดแก้ตัวโดยไม่สนความจริงเช่นกัน

“มนต์ไม่ได้อยากให้เรื่องนี้ถึงหูของคุณสินธรหรอกค่ะ อย่างน้อยทุกคนก็เป็นเพื่อนที่ทำงานเดียวกันกับมนต์ถ้าเกิดคุณสินธรไม่พอใจฟ้องร้องทุกคนขึ้นมา มนต์คงจะรู้สึกผิดแย่เลยเนอะ”

รินลดากำมือแน่น ใบหน้างามฉายชัดจนเห็นสันกรามยามหล่อนโกรธ

'อีตอแหล!' 

ดาริกาหมุนตัวมองทั้งคู่ เธอเหยียดยิ้มมุมปากเยาะเย้ยสาวร่างเล็กที่ยืนทำท่าแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของท่านประธานหนุ่ม

ภาคินสะบัดมือจากเรียวแขนบางมุ่งหน้าไปยังคนเจ้าปัญหา แววตาของเขาทอประกายวาววับใบหน้าหล่อคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับพนักงานที่ยืนอยู่บริเวณนั้นหลายสิบคน

''โอ๊ะ ท่านประธาน"

"บอสมาทำอะไรที่นี่ค่ะพี่ดาว"

"ดูสายตาของบอสสิ มองน้ำมนต์เหมือนกับ..."

 

***** 

บอสจะทำอะไร บอกไรท์มาเดี๋ยวนี้ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว