email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 119

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 29

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มิ.ย. 2564 11:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 119
แบบอักษร

เมื่อเย็นของวันเดียวกันนั้นเอง องค์หญิงทีน่า และเหล่าผู้ติดตามก็ตามเดินทางมาถึงเมืองหลวงของอาณาจักรดีไวท์ ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนโอเวอร์ลอร์ดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภาพตรงหน้าที่ทีน่าได้เห็นนั้นคือปราสาท และมันก็ไม่ได้ใหญ่มากจนเกินไป เพราะฌอนไม่ได้นำเงินของตนหรืออาณาจักรปรับปรุงมันเลย เขาคิดว่าแบบเดิมนั้นดีอยู่แล้ว คนที่รอต้อนรับเขานั้นคือแนนซี่ที่กำลังยกยิ้มบางๆอยู่ตรงหน้าปราสาท

 

“สวัสดียามเย็น เจ้าหญิงทีน่า แห่งอาณาจักรบิสทาเนีย .. ข้ามีนามว่าแนนซี่ ส่วนตำแหน่งที่ข้าถือครองอยู่นั้น..อื้ม.. ช่างหัวมันเถอะ เอาเป็นว่าข้าเป็นคนที่ตกลงกับข้อเสนอของท่านก็แล้วกัน..” แนนซี่เอ่ยแนะนำตัวเองกับทีน่า และแน่นอนว่าองค์หญิงที่ได้มอง และได้ฟังก็ถึงกับต้องขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ

“ท่านหมายความว่าอย่างไรหรือ คนที่เชิญข้ามาอย่างเป็นทางการไม่ใช่ตัวของจักรพรรดิเองหรอกหรือ..” ทีน่ากล่าวถามออกไปด้วยความสงสัย มันก็มีหลายกรณีที่มันอาจจะเป็นไปได้ อีกฝ่ายเล่นไม่ซื่อกับเธอ หรืออาจจะถูกหลอกมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วก็เป็นไปได้ ในหัวของเธอพยายามประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อคิดตามหลักเหตุผล แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียว

“ฮ่าๆ ..เจ้าไม่ต้องคิดเลยว่าโดนหลอกมาหรืออะไรทั้งนั้น หน้ามันฟ้องซะขนาดนั้น ไม่ต้องถามก็ได้ ..จะว่าอย่างไรดีล่ะ ข้าคงเป็นคนเดียวในอาณาจักรแห่งนี้ที่สามารถตัดสินใจอะไรก็ได้ หรือจะพูดให้ถูกก็คือข้าสามารถกำหนดทิศทางของอาณาจักรได้ล่ะนะ ..ทำหน้าอย่างนั้นคงคิดว่าข้าเป็นขุนนางที่มีอำนาจซินะ แต่เปล่าเลย เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ถ้าตามหลักแล้ว..ข้าน่ะ เป็นทาสขององค์จักรพรรดิต่างหากล่ะ..”

 

นานๆทีจะเจอกับคนที่ฉลาดในโลกนี้แนนซี่เลยจัดให้เต็มที่ เธอได้หัวเราะออกมาก่อนจะพูดในสิ่งที่เจ้าหญิงทีน่ากำลังคิดอยู่ เพื่อทำลายความมั่นใจ และความคิดของเจ้าหญิงให้ป่นปี้ ให้ความภาคภูมิที่คิดว่าตัวเองฉลาดกว่าผู้ใดนั้นถูกหักล้างไปซะ 

 

แสดงให้เห็นว่าใครกันแน่ที่ฉลาดกว่ากัน ส่วนทีน่านั้นก็ได้แต่ทำหน้านิ่ง และพยายามคิดตามเหตุผล แต่ก็ไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียว เธอต้องยอมรับแล้วว่าผู้หญิงตรงหน้าเธอคนนี้ฉลาด แถมยังเจ้าเล่ห์มากอีกด้วย

“เฮ้อ... เอาเถอะ ถึงข้ามาที่เมืองแห่งนี้ก็ต้องมาเป็นเชลยให้กับอาณาจักรของข้าอยู่แล้ว ข้าจะไปมีสิทธิ์อะไรล่ะ..แต่งงานเป็นสนมอย่างนั้นรึ.. จะเอาข้าไปต้มยำทำแกงอย่างไรก็เชิญท่านเถอะ ” ทีน่าถอนหายใจแล้วกล่าวออกมา แนนซี่ที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่หัวเราะออกมาเสียงดังก่อนจะกล่าวอะไรเล็กน้อย

“เจ้านี่ทำให้ข้าสนุกขึ้นมาเสียจริง.. ข้าจะบอกอะไรกับเจ้าสักอย่าง.. องค์จักรพรรดิยังมิได้รู้เกี่ยวกับตัวตนของเจ้าเลยด้วยซ้ำ แน่นอนว่ารวมถึงองค์จักรพรรดินีเองก็ด้วยล่ะนะ.. ข้อตกลงที่เจ้าได้เสนอมานั้นข้าเป็นคนรับข้อเสนอก็จริง แต่เจ้าคิดว่ายังไงล่ะว่าองค์จักรพรรดิจะรับเจ้าเป็นสนมหรือไม่..” แนนซี่กล่าว และทีน่าก็ได้แต่นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนที่ในหัวของเธอจะกลับมาแล่นอีกครั้ง

ถ้าหญิงคนที่พูดออกมาอย่างนี้ และเธอสามารถที่จะทำให้เธอเป็นสนมได้จริงแล้วล่ะก็ นั่นก็หมายถึงว่าเธอเป็นคนที่มีอิทธิพลกับจักรพรรดิเป็นอย่างมาก มันเหมือนเป็นการแสดงอำนาจที่เธอมีว่าสามารถทำอะไรได้บ้างให้กับเธอเห็นทางอ้อมอีกด้วย

“อย่ามัวแต่เสียเวลาเลย รีบไปเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิจะดีกว่า ข้าขอแนะนำให้สงบคำพูดเอาไว้ต่อจากนี้ไป เพราะจริงๆแล้วเจ้ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลยสำหรับอาณาจักรนี้ แต่ข้าชอบเจ้าเป็นการส่วนตัวจึงได้ช่วยพูดให้ในครั้งนี้.. โปรดเข้าใจไว้ด้วย..” แนนซี่กล่าวพร้อมกับเดินนำไปข้างหน้า ทีน่าที่ได้ยินก็ไม่รู้ว่าสิ่งไหนจริงหรือสิ่งไหนปลอม ตอนนี้เธอต้องใช้สมองอันชาญฉลาดของเธอในการคิดคำนวณสิ่งต่างๆให้ดีๆ จากนั้นก็ค่อยเดินตามไปอย่างช้าๆ

 

ภายในราชวังที่ฌอน และเฟียร์กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ที่ห้องหนังสือ ก็ปรากฏองครักษ์หน่วยอินทรีย์ขาวขึ้นมาพร้อมกับรายงานการเข้าเฝ้าของแนนซี่ และยังได้บอกอีกว่ามันเกี่ยวข้องกับอาณาจักรบิสทาเนีย แน่นอนว่าเมื่อเฟียร์ได้ยินก็ตาลุกวาว และลุกขึ้นยืนในทันที ส่วนฌอนก็ได้แต่ถอนหายใจ และปิดหนังสือที่กำลังอ่านอย่างบรรจงก่อนจะบอกให้องครักษ์เชิญพวกเขาไปรอที่ห้องรับแขก

 

จากนั้นไม่นานเท่าไรนักฌอน และเฟียร์ก็เดินเข้ามาภายในห้องที่มีแนนซี่กับเจ้าหญิงนั่งรออยู่แล้ว ฌอนที่เห็นว่ามีคนแปลกหน้าอยู่ด้วยแถมยังเป็นหญิงสาวด้วยแล้วนั้น ก็เข้าใจสถานการณ์ได้ในทันทีที่ได้เห็นหน้าของแนนซี่ เขาก็ยิ่งถอนหายใจหนักเข้าไปอีกก่อนจะถามออกไป

 

“จะเอาอย่างนี้แน่ๆหรือแนนซี่.. ข้าคิดว่ามันไม่จำเป็นหรอกนะ...” ฌอนกล่าว ส่วนแนนซี่ที่ได้ยินอย่างนั้นก็วางถ้วยชาลง และหันไปยิ้มให้กับฌอน 

“ก็ไม่เห็นแปลกเลยนี่.. เจ้าก็เป็นถึงจะจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่การจะมีเพิ่มอีกสักคนสองคนจะเป็นอะไรไป...” แนนซี่กล่าวตอบรับคำถามของฌอนในทันที และมันก็เล่นเอาเฟียร์ที่ยืนอยู่ถึงกับงงสงสัยว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่เธอจะมองไปยังหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงนั้น 

แน่นอนว่าเธอเข้าใจเลยว่าหญิงคนนี้ต้องมาเป็นสนมของท่านพี่ของเธอเป็นแน่ เธอไม่ได้ใจแคบ แต่ก็แค่ยังไม่มั่นใจว่าหญิงคนนี้เข้ามาเป็นสนมจะไว้ใจได้มากแค่ไหนเท่านั้นเอง

“...ไหนลองว่ามาซิ เจ้าเป็นใครมาจากไหนล่ะ..” ฌอนที่เดินมานั่งโซฟาประจำเจ้าบ้าน และได้เอ่ยถามขึ้นมา เจ้าหญิงทีน่าก็รู้สึกเกร็งๆเล็กน้อยที่จะกล่าวออกไป ในตอนแรกเธอเองก็เตรียมใจไว้ไม่น้อยเลยว่าจักรพรรดิที่เธอต้องมาเป็นสนมนั้นจะต้องเป็นตาลุงแก่ๆลามกๆอย่างแน่นอน และไม่คิดเลยว่าทุกอย่างมันจะคลาดเคลื่อนไปจากที่เธอคิดเอาไว้ เขาดูดีดูหล่อ และรัศมีที่เปล่งประกายออกมานั้น นี่แหละคือชายในฝัน

“ข้า..คือ..องค์หญิงลำดับที่หนึ่งของอาณาจักรบิสทาเนีย ทีน่า เดอ บิสทาเนียเจ้าค่ะท่านองค์จักรพรรดิ องค์จักรพรรดินี..ที่ข้ามาในวันนี้เพื่อที่จะได้ชดเชยในสิ่งที่ท่านพี่ผู้โง่เขลาของข้าได้กระทำเอาไว้กับท่านทั้งสอง..” ทีน่าลุกขึ้นก่อนจะก้มหัวให้กับฌอนแล้วก็เฟียร์ในทันที

“นี่มันอะไรกันแนนซี่.. เราตกลงที่จะทำลายอาณาจักรนั้นให้สิ้นซากไม่ใช่หรือยังไง แล้วพวกนั้นมันคิดยังไงถึงได้ส่งตัวขององค์หญิงลำดับที่หนึ่งมาเป็นสนมอีก .. พวกมันไม่มีหัวจิตหัวใจกันเลยอย่างนั้นรึ” ฌอนกล่าวออกมาพร้อมกับน้ำเสียงที่เข้มๆเล็กน้อย เฟียร์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็คิดเหมือนกับท่านพี่ของตนที่หญิงสาวคนนี้ถูกส่งมาเป็นเครื่องมือให้พวกตนรอดก็เพียงเท่านั้น

“มิใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะองค์จักรพรรดิ ตัวข้านั้นเป็นคนที่เสนอตัวเข้ามาเพื่อปกป้องอาณาจักร และเหล่าประชาชนของข้าเอง .. ถึงท่านพี่ของข้าจะทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยต่อท่านทั้งสองไป แต่ประชาชนของข้านั้นย่อมไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในครั้งนี้ ข้าทนเห็นพวกเขาทนทุกข์กับสงครามมิได้ ข้าจึงยอมเสนอตัวมา หากข้าเสียสละเพียงผู้เดียว ประชาชนนับแสนคนจะไม่ต้องทนทุกข์เจ้าค่ะ..”

 

เฟียร์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกผิดนิดๆ เพราะอารมณ์โกรธของเธอที่จะทำลายอาณาจักรนั้นทิ้ง โดยที่เธอไม่ทันได้นึกถึงผู้คนอื่นๆเลย ทั้งๆที่ทุกๆครั้งที่มีสงคราม ตัวของเธอเองก็ทุกข์ใจเช่นกันที่บิดาจะต้องออกไปรบ และคำพูดของทีน่าทำให้เฟียร์เริ่มนับถือความกล้า และการเสียสละของเธอบ้างแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทั้งหมด เฟียร์ลุกขึ้นยืนก่อนจะตรงไปยังทีน่า และเอ่ยขึ้นมา

“เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก.. เอาเถอะ เรื่องการเมืองก็ให้พวกเขาคุยกันไปสองคนเถิด ส่วนเจ้าเมื่อเจ้าเลือกเดินทางนี้แล้ว ก็ตามข้ามา.. เรามีเรื่องจะต้องคุยกันอีกเยอะ..” เฟียร์กล่าว..

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว