email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

26 ขอแค่เข้มแข็ง

ชื่อตอน : 26 ขอแค่เข้มแข็ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 4

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2564 08:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
26 ขอแค่เข้มแข็ง
แบบอักษร

ความเชื่อใจ

 

สายลมอาจจะพัดผ่านมา

เพื่อที่จะพัดผ่านไป

 

 

 

 

Dream Talk

.

.

.

สายลมที่กำลังพัดมากำลังเป็นสัญญาณว่า ฤดูหนาวที่รอคอยกำลังหวนมาอีกครั้ง สายฝนที่กำลังโปรยปรายอาจจะเป็นคำบอกลาที่แสนเศร้า ปลายฝนต้นหนาวคือฤดูกาลที่หลายคนชอบรวมถึงหัวใจผมด้วย แต่มันคงไม่ใช่สำหรับร่างกายที่อ่อนแอของผม

"ดรีม ไม่สบายหรือเปล่าลูก"

"อื้อคงงั้นครับป๊า" ผมกำลังนั่งมองสายฝนที่กำลังทิ้งตัวดิ่งลงสู่พื้นดิน อยากออกไปเดินเล่นกลางสายฝนบ้างจัง

"งั้นวันนี้ก็ให้อาหมอตรวจอาการไข้ด้วยนะลูก"

"ครับป๊า"

วันนี้ผมมีนัดกับอาหมอ เป็นเรื่องปกติของผมที่ต้องตรวจร่างกายและอัพเดตอาการของตัวเองทุกๆสามเดือน น่าเบื่อ แต่มันก็เลือกไม่ได้ไม่รู้ว่าโรคที่เป็นอยู่มันสามารถกำเริบได้เมื่อไหร่และผมจะพลาดให้กับมันได้ตอนไหน

.

.

.

.

NT hospital

 

กลิ่นแอลกอฮอล เสียงวุ่นวาย ผู้คนมากมาย นี่แหละโรงพยาบาลที่ที่ผมไม่เคยจะชอบมันสักครั้ง ตั้งแต่เด็กจนโตผมอยู่โรงพยาบาลแห่งนี้มากกว่าบ้านตัวเองด้วยซ้ำ ห้องสีขาว ชุดสีขาว เตียงสีขาว เพดานสีขาว พัดลมสีขาว นั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมไม่ค่อยชอบสีขาวเท่าไหร่

"เชิญคุณศรัณย์ภัทร เกียรติถาวรกุลที่ห้องตรวจหมายเลข2ค่ะ"

.

.

แอดดดด

"สวัสดีครับน้องดรีม"

"สวัสดีครับอาหมอ" ผมยกมือไหว้อาหมอแทน หมอประจำตัวผมตั้งแต่เด็ก

"ทำไมวันนี้หน้าดูซีดครับๆ"

"ดรีมน่าจะมีไข้ครับอาหมอ"

"อ่า อาเห็นในชาร์ตแล้วงั้นอาขอดูอาการไข้ก่อนนะครับ"

"ได้ครับ"

หลังจากนั้นผมก็นั่งให้อาหมอตรวจและซักถามข้อมูลจนพอใจ

.

.

"ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ไม่แปลกที่ดรีมจะมีไข้หวัด ไม่ต้องเป็นห่วงนะอาจะจัดยาลดไข้ ลดน้ำมูกแล้วก็แก้ไอให้"

"กินเพิ่มอีกแล้วหรอครับ ดรีมไม่ชอบเลย"

"เลี่ยงได้ที่ไหนละครับ"

"..."

เบื่อกว่าการมาหาหมอคือทุกครั้งที่กลับไปผมมักได้ยาทานเพิ่มเสมอ เมื่อไหร่จะหายไปจากตัวผมนะไอ้โรคบ้านี่

"ผลตรวจเลือดออกแล้วนะดรีม อาคงต้องคุยกับป๊าแล้วก็ม๊าดรีมเป็นการส่วนตัวแล้วละ "

สีหน้าอาหมอดูไม่ดีเลย อาการผมมันแย่อีกแล้วหรอ หรือมีโรคแทรกซ้อนอีกแล้วครั้งนี้เป็นอะไรละดรีมทำไมอ่อนแออย่างงี้นะ

"ครับอาหมอ"

ผมเดินออกจากห้องตรวจมาด้วยความเซ็ง ไหนบอกว่ากินยาให้ตรงเวลา กินข้าวเยอะๆนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ร่างกายจะได้แข็งแรงเราจะได้หายจะจากโรคนี้สักทีไง ไม่เห็นจะดีขึ้นเลย ไม่ทรงตัวก็แย่ลง

"เป็นไงบ้างครับลูก"

"ม๊า ดรีมได้กินยาเพิ่มด้วย"

"โอ๋ๆนะคนเก่งของม๊า กินยาจะได้หายเร็วๆไงครับ"

หายเร็วๆ เหอะ ไม่เห็นจะจริง

"เดี๋ยวเราไปรับยาแล้วไปรออาหมอที่ห้องพักกันนะลูก ป๊ากับม๊ามีเรื่องต้องคุยกับอาหมอ" ป๊าพูดขึ้นหลังจากกลับมาจากคุยโทรศัพท์ ผมเดาว่าคงเป็นสายจากอาหมอนั้นแหละ

"ครับ"

.

.

.

ห้องพักแพทย์

 

"พี่วุฒิครับผมมีเรื่องจะแจ้งให้พี่ภากับพี่วุฒิทราบเกี่ยวกับอาการของดรีม"

เสียงอาหมอดังออกมาจากห้องพัก ไม่อยากได้ยินแต่ก็คงเลี่ยงไม่ได้

"มีอะไรหรอคะหมอแทน"

"เรื่องที่เราสงสัยกัน เป็นเรื่องจริงครับพี่ภา"

ตึง!!

"ภา! คุณเป็นไงบ้าง" ผมไม่รู้ว่าเหตุการณ์ในห้องเป็นยังไงเพราะผมต้องนั่งรอท่านทั้งสองอยู่หน้าห้องพักอาหมอ แต่เป็นเพราะประตูที่ถูกแง้งไว้จึงทำให้ผมได้ยินเสียงของพวกเขาชัดเจน

 

"ภาไม่เป็นไรค่ะ หมอล้อเล่นใช่ไหมคะ"

"ผมก็อยากให้มันเป็นเรื่องล้อเล่นนะครับพี่ภา แต่ทางนู้นเขาตรวจให้ผมสองรอบแล้ว เขายืนยันว่าดรีมเป็นลูคีเมียครับ"

 

ลูคีเมีย? หลังจากผมได้ยินชื่อโรคผมก็ไม่รอช้าที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสิร์ชหาว่ามันคือโรคอะไรกันแน่

อ๋อ มะเร็งเม็ดเลือดขาว เหอะ อยากหัวเราะให้โรงพยาบาลแตก แค่SLE ผมก็เจ็บปวดจะตายอยู่แล้ว แต่นี่มะเร็ง ยังได้อีกหรอดรีม ยังอ่อนแอกว่านี้ได้อีกหรอเกิดมา Loserขนาดนั้นเลยหรอ

"เราทำอะไรได้บ้างหมอแทน"

"พี่วุฒิไม่ใช่ผมไม่อยากรักษาหลานนะพี่แต่ ผมอยากให้หลานได้รักษากับอาจารย์ของผม ตอนนี้ท่านทำงานที่อังกฤษ พี่จะติดอะไรไหมถ้าผมอยากส่งตัวหลานไปรักษาที่อังกฤษ แต่พี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับผมจะไปดูแลหลานที่นั้นด้วย"

"คุณวุฒิ"

"ดรีมมีโอกาสหายใช่ไหมหมอ"

"ผมไม่แน่ใจว่าเปอร์เซ็นสูงแค่ไหนแต่ถ้าพี่โอเคผมจะลองปรึกษากับอาจารย์ของผมแล้วให้หลานไปรักษาตัวที้นู้นโดยด่วยเลยครับ"

แย่กว่าการเป็นโรคก็คือการไม่สามารถรับรู้ได้ว่าตัวเองป่วยเป็นอะไร และโอกาสจะมีชีวิตอยู่ต่อมีมากแค่ไหน เห้อออ เหมือนชีวิตผมมันจะมาได้แค่นี้เลย

"เอางั้นก็ได้ "

"งั้นไว้ผมติดต่อเรื่องนี้อีกทีนะครับ"

"เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมใช่ไหมคะหมอ"

"จะให้ดีผมอยากให้พี่พาหลานเดินทางอาทิตย์หน้า ช่วงนี้ร่างกายดรีมยังเดินทางไหว ถ้านานกว่านี้ผมกลัวจะแย่เอา"

"ได้ค่ะเราจะเตรียมตัวให้พร้อม"

"ครับ เรื่องที่จะคุยก็มีแค่นี้แหละครับ ช่วงนี้ดรีมอาจจะยังไม่มีอาการอะไร แต่อยากให้ช่วยกันสังเกตกันนะครับพี่วุฒิ"

"ได้หมอ งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ"

"สวัสดีครับพี่"

ผมรีบถอยออกมานั่งรอที่หน้าห้องเหมือนเดิม ตอนนี้ร่างกายผมชาหนึบ ไม่กล้ามองหน้าใครด้วยซ้ำ รู้สึกเหมือนเป็นภาระอีกแล้ว ไม่เอาหน่าดรีมสู้หน่อย เราต้องเข้มแข็งเข้าไว้ดรีม

"ไงเรา ช่วงนี้ใส่เสื้อหนาๆดื่มน้ำอุ่นเยอะๆนะครับจะได้หายป่วยเร็วๆ"

"ครับอาหมอ งั้นดรีมกลับก่อนนะครับสวัสดีครับ"

"สวัสดีครับ"

.

.

.

 

บ้านดรีม

 

"ป๊าครับ"

"ม๊าครับ"

"วะว่าไงครับลูก"

"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ"

"หืมม เป็นอะไรครับ"

"ก็ป๊ากับม๊าดูเครียดๆ เรื่องของดรีมมันแย่ลงหรอครับ"

ม๊าส่ายหน้าเบาแล้วยิ้มให้ผมบางๆ ม๊าจะรู้ไหมยิ่งทุกคนตั้งใจปกปิดผมยิ่งเจ็บปวด

"เรื่องที่ดรีมเป็นมะเร็งหรอครับ"

"น้องดรีม//ดรีม"

"ดรีมได้ยินหมดแล้วครับ ได้ยินทั้งหมด"

"ดรีมฮึก ม๊าขอโทษนะครับ"

"ม๊าขอโทษดรีมทำไมครับ ม๊าไม่ผิดสักหน่อย"

"ถ้าม๊าดูแลหนูดีกว่านี้ เรื่องนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น ฮืออออออ"

ผมเอื้อมมือไปบีบมือท่านเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบใจท่าน ผมรู้ว่าที่ผ่านมาท่านทั้งสองพยายามเพื่อผมมากแค่ไหน ตั้งแต่ผมป่วยท่านก็ทำงานหนักมากขึ้น เจียดเวลาพาผมไปเที่ยวและกลับมาร้องไห้ในห้องทุกครั้ง นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมพยายามจะยิ้มสู้เพื่อให้ท่านรู้ว่าตัวผมไม่ได้อ่อนแอผมสามารถหายจากโรคนี้ได้ แต่เหมือนกรรมของผมมันเยอะเกินไปไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนโรคก็ยังคงเหมือนเดิม

"อย่าโทษตัวเองเลยครับ ป๊ากับม๊าทำดีที่สุดแล้ว"

"คนเก่งของป๊า ป๊ารู้ว่าตอนนี้หนูก็คงเศร้าเหมือนกัน ไม่ต้องปลอบป๊ากับม๊าหรอกนะครับป๊ารู้ว่าเรื่องนี้มันหนักสำหรับหนูมาก"

ป๊าผมนี่เก่งจริงๆ อ่านใจผมออกทุกอย่างเลย

"ฮึก ดรีมไม่เป็นไรครับ ดรีมจะสู้นะครับ ป๊ากับม๊าไม่ต้องเป็นห่วง หมอที่นู้นเก่งดรีมสัญญาว่าดรีมจะไม่ดื้อ ดรีมจะทำตามที่หมอบอกทุกอย่างเลย"

"หนูโตขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันน้องดรีมของม๊า ฮืออออออ"

"อย่าร้องเลยนะครับม๊าดรีมไม่สบายใจเลย ดรีมไม่เป็นไร ไม่เป็นไรจริงๆ ฮือออ"

"..."

"ฮืออออออ"

"ตราบใดที่ดรีมยังมีม๊า มีป๊า มีพี่พาย มีเพื่อนๆดรีมโอเคทั้งนั้นครับ"

"ขอม๊ากอดหน่อย ฮืออออ"

"ม๊าไม่ต้องคิดมากนะครับ ดรีมเองก็จะไม่คิดมาก ไม่เครียด ดรีมสัญญา"

"คนเก่งของม๊า ฮือออออ"

.

.

.

นอกจากโรคแล้วชีวิตของผมมันก็มีความเศร้านี่แหละที่อยู่เป็นเพื่อนมาตลอด เห้อออออ อยากเป็นคนเก่ง เป็นคนที่น่าภูมิใจให้กับม๊ากับป๊าในทุกๆเรื่อง แต่ตอนนี้เป็นได้แค่ขี้แพ้จริงๆ

.

.

.

20.00น.

calling

 

บทสนทนา

 

"วันนี้ไปหาหมอเป็นไงบ้างครับ"

"เหมือนเดิมเลยย แถมดรีมยังได้ยามากินเพิ่มอีก"

"เซ็งละสิ"

"ช่ายยย เซ็งมาก"

"หึหึ"

เสียงหัวเราะของพี่พายดังมาตามสาย หลังจากทานมื้อค่ำกับป๊าและม๊า ผมก็ขึ้นมาอาบน้ำเพื่อรอคุยกับพี่พาย วันนี้ที่บ้านพี่พายมีธุระทั้งบ้านพี่พายจึงต้องอยู่เฝ้าบ้านให้คุณพ่อคุณแม่ เฮ้ออออ คิดถึงพี่พายจัง

"ทำไมทำหน้าแบบนั้นละ "

"แบบไหนงะ"

"แบบที่กำลังคิดถึงพี่"

บ้าจริงพี่พายมีเครื่องอ่านใจคนหรอทำไมถึงรู้ว่าตอนนี้ผมคิดถึงพี่พายมากแค่ไหน

"หลงตัวเองใครคิดถึงพี่พายกัน"

"นั้นสิ สงสัยมีแค่พี่ที่กำลังคิดถึงดรีมอยู่"

บ้าจริง ใครสั่งใครสอนให้หยอดมุกแบบนี้กัน ดรีมเขินเป็นนะพี่พาย

"อะหึ่มๆ เบาหน่อย"

"555 ก็มันจริงนี่ครับ เมื่อก่อนยังอยู่ได้เลยแต่ทำไมเดี๋ยวนี้ห่างกันแปบเดียวถึงได้คิดถึงมากขนาดนี้กัน"

"อืมมม ดรีมทำคุณไสยใส่พี่พายเองแหละ"

"จริงหรอ"

"บ้า ล้อเล่นดรีมจะไปรู้จักของพวกนั้นได้ยังไง"

"นั้นสิ ถ้าดรีมทำของใส่พี่พี่คงหลงดรีมหนักกว่านี้แน่" คนเจ้าเลห์ เมื่อก่อนเย็นชาจนนึกว่าหัวใจแช่แคปซูลอยู่อเมริกาซะอีก แล้วมาดูตอนนี้

"ทำไมเงียบละ ง่วงแล้วหรอ"

"อื้ออออออ สงสัยฤทธิ์ยา"

"งั้นฝันดีนะครับดรีม"

"ฝันดีงับพี่พาย ดรีมคิดถึงพี่พายนะครับ"

"พี่ก็คิดถึงเรามากๆ"

.

.

.

1week later

วันเดินทาง

 

"น้องจะไม่บอกพี่พายจริงๆหรอคะลูก"

"อืม ไว้เดี๋ยวดรีมถึงนู้นก่อนเดี๋ยวดรีมบอกครับ"

"ม๊าตามใจดรีมนะ"

"งั้นเราไปกันเถอะลูก"

"ครับป๊า"

ผมไม่ได้บอกพี่พายว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็ง ไม่ได้บอกพี่พายว่าตอนนี้ผมกำลังเดินทางไปรักษาตัวต่อที่อังกฤษ ดรีมขอโทษนะพี่พาย แต่ดรีมอยากเป็นดรีมคนเก่งในสายตาพี่พายเสมอไป ดรีมไม่อยากเป็นคนอ่อนแอ ดรีมอยากเท่ห์ให้สมกับการเป็นแฟนพี่พาย ขอโทษที่ตัดสินใจแทนพี่พาย หวังว่าพี่พายจะเข้าใจในเหตุผลของดรีมนะครับ

.

.

.

12 hr. later

หลังจากเดินทาง12ชม.เต็มผมก็มาถึงอักฤษอย่างปลอดภัย เราพักที่บ้านของคุณปู่ที่ท่านทิ้งไว้ให้พ่อก่อนที่ท่านจะลาโลกไป พอเปิดมือถือข้อความจากพี่พายและสายที่ไม่ได้รับมากมายก็พลั่งพรูเข้ามา ไหนจะแชทกลุ่มอีก เอาละดรีม ผมแวะทักทายพี่พายก่อนเป็นอันดับแรก แต่เหมือนตอนนี้พี่พายกำลังหงุดหงิดและโกรธผมอย่างหนัก จนต้องพึ่งตัวช่วยจากแกงค์ของผม หลังจากได้อ่านสิ่งที่พี่เอมและเพื่อนๆเตือนมามันจึงทำให้ผมกล้าตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้พี่พายฟัง

หลังจากพี่พายรู้เรื่องอาการป่วยพี่พายก็นิ่งไปจนผมหายใจไม่ทั่วท้อง ทำไงดีดรีมพี่พายต้องโกรธมากแน่ๆ แต่ผิดคาดพี่พายไม่โกรธแต่เข้าใจดรีมดี ดรีมขอโทษนะพี่พายที่ปิดบัง

ขอโทษที่ยังไม่กล้าหาญมากกว่านี้ไม่ได้ แต่ดรีมอยากให้พี่พายมั่นใจในตัวดรีมนะครับว่าวันข้างหน้าดรีมจะเป็นเด็กชายดรีมที่เข้มแข็งของพี่พายอีกครั้งให้ได้

.

.

.

สายลมอาจจะพัดผ่านมาเพื่อที่พัดจะผ่านไป

ดรีมก็หวังว่าเรื่องร้ายๆจะพัดผ่านมาเพื่อที่จะพัดผ่านไปเหมือนสายลม

 

 

 

.

#น้องดรีม

 

สถานการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเรื่องสมมุตินะคะ อยากให้ทุกคนเพลิดเพลินไปพร้อมๆกับเรา ฝากติดตาม รีวิว คอมเมนต์ได้นะคะ มีพร้อมรับฟัง

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว