email-icon facebook-icon Line-icon

รบกวนทุกท่านด้วยนะคะ ><

Wolf Glamour - EP 12 ไม่จบแค่นี้

ชื่อตอน : Wolf Glamour - EP 12 ไม่จบแค่นี้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2564 21:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Wolf Glamour - EP 12 ไม่จบแค่นี้
แบบอักษร

ฉันหวีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนจะวิ่งปรู้ดหนีตายเมื่ออีกฝ่ายทำท่าทางเอาจริง แต่ด้วยแรงทางกายภาพที่สู้เขาไม่ได้เลยแม้แต่นิด ฉันเลยถูกคว้าคอเสื้อชุดนอนแบบทรงเสื้อเชิ้ตไว้จากด้านหลัง จนรังดุมถูกกระตุกอย่างแรงจนหลุดหลายไปสองเม็ดบน

แง ฉันเจ็บนะเฮ้ย

“ปล่อยนะ!! ฉันบอกให้ปล่อยยยย” 

“ตอบฉันมาเดี๋ยวนี้ เธอรู้จักฉันมาก่อนใช่ไหมหือ!?” 

น้ำตาถึงกับปริ่มออกมาจากตาฉันปรอยๆ ด้วยความรู้สึกแสบตรงคอที่โดนเสื้อรั้งไว้ พยายามดิ้นๆ ดึงๆ แบบไม่แรงมากเพราะเดี๋ยวเสื้อนอนบางๆ มันจะขาดมากไปกว่านี้ ฉันใช้มือข้างหนึ่งกุมคอเสื้อเอาไว้แล้วหยุดดิ้น หันปราดไปมองตอบสายตาคมดุด้วยเริ่มมีน้ำโห

“เออค่ะ! ฉันรู้จักพี่มาก่อนแล้วไง มหา’ ลัยออกจะใหญ่โต ใครจะไม่รู้จักพี่ไวล์ดละคะ” ฉันเปล่งเสียงสูงเข้าสู้เขาแบบพยายามดีเนียน บอกคำตอบกว้างๆ เอาไว้ก่อนจะได้ไม่ถูกเอาเรื่อง

“อ๋อเหรอ แต่ทำไมฉันรู้สึกว่าคุ้นๆ หน้าเธอนะ… เหมือนกับว่า…” 

“อะไรคะ เหมือนอะไร ฉันอาจจะหน้าโหลก็ได้” 

ฉันเริ่มเหงื่อตกในห้องแอร์เย็นฉ่ำเมื่อเขาพยายามเพ่งมองใบหน้าฉันจริงจัง นี่ฉันก็อาบน้ำล้างหน้าจนเครื่องสำอางไม่เหลือบนหน้าแล้ว

ถ้าเขาจำผู้หญิงหน้าสดได้ก็มหัศจรรย์แล้ว

จนเมื่อเขาเบิกตากว้างใส่ฉัน แล้วเกร็งมือบีบเสื้อฉันแน่นขึ้นกว่าเดิมนั่นแหละ ฉันก็เริ่มเตรียมพร้อมสะบัดตัวหนีอีกรอบ

“ฉันว่าฉันจำเธอได้ละ!! เธอเป็นคนที่ตามส่องเฟซฉันช่วงนี้ไม่ใช่

รึไง” แล้วเขาก็ทำหน้าช็อกโลกอีกรอบ

“เอ่อคือ…” 

“ฉันจำชื่อเธอไม่ได้หรอก แต่ฉันว่าเธอน่าจะเป็นพวกสตอล์กเกอร์ หรือพวกเล่นคุณไสยใช่มั้ย” ทำไมต้องพูดด้วยสีหน้าน่ากลัวขนาดนั้นนะ ถ้าฉันเป็นคนปกติมันก็ควรเป็นฉันที่กลัวเขาไม่ใช่เหรอ ในเมื่อเขานะ ‘ไม่ใช่คน’ 

“จะบ้าเหรอคะ ฉันเป็นคนธรรมดา สวยขนาดนี้ จะไปทำแบบนั้นทำไม” 

ฉันเม้มริมฝีปากแน่นจนใบหน้าแดงก่ำ รู้สึกเหมือนถูกคำพูดทีเล่นทีจริงนั่นดูถูกฉันอยู่

“งั้นเธอก็ตอบมาสิ ว่าเธอ ‘ทำอะไร’ กับตัวฉัน” 

เขาจับยึดไหล่ฉันให้หันมาสบตาเขาตรงๆ ตอนนี้นัยน์ตาเขากลายเป็นสีน้ำเงินเข้มปนเทาเรืองรองดูสวยเกินกว่าจะเป็นดวงตาคนทั่วไป นี่แสดงว่าที่ผ่านมาเขาใส่คอนแทคเลนส์จริงๆ สินะ

ฉันกลืนน้ำลายลงคอแบบคิดไม่ออกว่าจะพูดออกไปยังไงดี ให้พูดไปว่า ‘อ๋อ พอดีเห็นพี่ดูเหมือนไม่ใช่คน เลยอยากลองคาถาที่ตระกูลฉันสืบทอดมาเฉยๆ’ แบบนี้เหรอ? 

“คือ… ฉัน มะ ไม่ได้ทำอะไรกับพี่ซักหน่อย ไม่งั้นพี่จะกลับร่างเดิมเองได้ยังไงละคะ จริงมั้ย?” 

ฉันว่าพลางส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้เขา ทำไมรู้สึกร่างกายเริ่มสะบัดร้อนสะบัดหนาวกันนะ ราวกับกำลังถูกดวงตาและกลิ่นกายอีกฝ่ายปลุกอารมณ์ห้วงลึกในกายฉันให้ตื่นขึ้นมายังไงยังงั้น มันให้ความรู้สึกที่ต่างจากเขาในร่างหมาป่าลิบลับเลย

แบบนี้แย่แน่ๆ 

ฉันคิดแล้วหลุบตาลงต่ำ เผลอกลั้นหายใจเมื่อเขาค่อยๆ ดันฉันให้ถอยหลังไปจนล้มลงนั่งอยู่บนโซฟา แต่พอคิดจะเด้งตัวหนีก็ดันถูกมือหนาและแข็งยิ่งกว่าคีมเหล็กคว้าข้อมือทั้งสองข้างของฉันล็อกเอาไว้ แล้วกดยึดแน่นอยู่บนโซฟานุ่ม

เขาใช้มืออีกข้างเชยคางฉันขึ้นมาสบนัยน์ตาสีน้ำเงินสวยระยับอีกครั้ง พร้อมเปลี่ยนน้ำเสียงให้นุ่มทุ้มไม่กระโชกโฮกฮากเหมือนก่อนหน้านี้

“ฉันให้เวลาเธอลองคิดดีๆ อีกรอบนะ เธอไม่เคยได้ยินรึไงว่าหมาป่าในคืนพระจันทร์เต็มดวงน่ะ… อันตราย” 

“…อะ” 

ฉันยังไม่ทันที่จะตั้งตัวคิดอะไรต่อ เขาก็ค่อยๆ เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น จนหัวใจแทบจะออกมาเต้นข้างนอกอกอยู่รำไร ฉันหลับตาปี๋ลงเมื่อลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มแดงของฉัน โสตประสาทรับรู้ถึงกลิ่นเหล้าและกลิ่นของบางอย่างจากกายเขาที่ทำให้ร่างฉันเหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลปราดไปทั่วร่าง

 

จนเมื่อริมฝีปากเขาประผ่านขอบปากแดงก่ำของฉันราวกับจะยั่วเย้าแล้วเกลี่ยวนไปวนมาจนฉันแทบจะประสาทกิน และกลายเป็นฉันเสียเองที่ทนสิ่งเร้าไม่ไหว สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขาแล้วรั้งลำคอแกร่งลงมาประกบจูบทันที! 

ฉันดูดกลืนริมฝีปากหยักหนาได้รูปนั่นพลางขบกัดเบาๆ แต่คิ้วกลับขมวดมุ่นเพราะความรู้สึกภายในร่างฉันกำลังตีกันอยู่ ผิดกับอีกคนที่โดนฉันกระทำอยู่นั้นเอาแต่กระตุกยิ้มแล้วใช้แขนแข็งแรงของเขาค้ำโซฟาเหนือร่างฉันไว้ ปล่อยให้ฉันจูบอยู่ฝ่ายเดียวเหมือนกำลังดูลูกหมาเลียปาก

ละให้ตายเถอะ!! ฉันรู้สึกเหมือนกำลังมองตัวเองทำเรื่องน่าอับอายขายหน้าโดยที่ห้ามร่างกายตัวเองไม่ได้เลย นี่มันเป็นเพราะฟีโรโมนบ้าๆ ของเขารึเปล่าเนี่ย ฮือ

แต่ด้วยความที่เกิดมาฉันยังไม่เคยจูบใครดูดดื่มขนาดนี้มาก่อนนอกจากเหนือ แถมยังเคยจูบมาแค่ครั้งเดียวด้วย ทำให้ฉันทำอะไรไม่ประสาเงอะๆ งะๆ ไปหมด 

จนกระทั่งฉันไปต่อไม่ถูก คิดไม่ออกว่าต้องทำอะไรต่อ เลยค่อยๆ ละใบหน้าแดงก่ำออกห่างจากหน้าคมคร้ามของพี่ไวล์ด ที่ยังคงลืมตามองฉันและแสดงสีหน้าราวกับสนอกสนใจ

“อ้าว ทำได้แค่นี้เหรอ?” 

“…” 

ฉันหลบตาคู่คมแล้วเบนใบหน้าหลบแบบอึกอั่กๆ อีกฝ่ายเลยหยัดรอยยิ้มเยาะขึ้นมา 

“อย่าบอกนะว่า… ไม่เคย?” 

เจ้าของร่างสูงเปรยยิ้มๆ เหมือนกำลังหยอกเย้าฉันอยู่ แต่ฉันเห็นนะว่าใบหูเขาแดงก่ำไม่ต่างจากแก้มฉันตอนนี้เลย 

จนเมื่อฉันไม่ยอมพูดอะไรซักอย่าง เอาแต่มองตาเขานิ่งจนเขาจิ๊ปากแบบขัดใจ มือหนาผลักฉันให้ล้มลงไปนอนราบกับโซฟายาวก่อนเขาจะตามลงมาคร่อมฉันไว้ แล้วร่างสูงก็ประกบริมฝีปากกับฉันอย่างหนักหน่วงทันที

“!!” 

ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเขาบดจูบลงมาด้วยท่วงท่าที่แตกต่างจากที่ฉันกระทำต่อเขาเมื่อครู่ ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นมาจับช่วงกรามฉันไว้แล้วบังคับให้เปิดริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อย แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะให้เขาสอดลิ้นอุ่นร้อนเข้ามาแทรกแซงพัวพันกับลิ้นสั่นระริกข้างในปากฉัน

เขาทั้งดูดดึง กลอกกลิ้ง หยอกเอินไปมากับริมฝีปากและเรียวลิ้นเล็ก สลับกับสำรวจทุกซอกมุมจนฉันครางฮือออกมาแบบทนรับไม่ไหว มันรู้สึกวาบหวาบและเสียววาบไปทั้งสรรพางค์กายอย่างน่าประหลาด ทั้งๆ ที่สำหรับฉันแล้ว ยังเรียกเขาว่าคนรู้จักยังไม่ได้ด้วยซ้ำ

“…” 

ฉันหลับตาลงแล้วหันหน้าไปทางอื่นเมื่อเขายอมปล่อยฉันให้เป็นอิสระจากรสจูบลึกล้ำนั้น แล้วพยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติไม่ให้ไปหลงกลเขาอีก 

ไม่คิดว่าเขาจะใช้วิธีแบบนี้ในการคาดคั้นผู้หญิง ถึงมันจะเป็นวิธีที่ประนีประนอม ไม่มีความรุนแรงเลยก็เถอะ แต่มันอาจจะทำให้ฉันเสียตัวได้ง่ายๆ เลยนะ

 

เขามองฉันหอบหายใจช้าๆ อยู่แบบนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบยันกายขึ้นถอยห่างออกจากฉันราวกับกลัวอะไรบางอย่าง

“โอเคๆ ฉันไม่หยอกเธอละ และจะไม่คาดคั้นด้วยวิธีแบบนี้อีกแล้วกัน กับผู้หญิงแบบเธอที่ไม่เหมือนกับผู้หญิงทั่วไป ฉันทำไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร” 

เขาว่าแล้วยักไหล่แบบไม่มายด์ แต่ฉันที่เป็นคนเริ่มจูบก่อนนี่เสียเซลฟ์ชะมัด 

“เอาเป็นว่าตอนนี้ฉันกลับร่างเดิมได้แล้ว ก็จะยอมปล่อยผ่านไปซักครั้ง ว่าแต่… เธอชื่ออะไรนะ” 

บทจะง่ายก็ง่ายเกินคาดเลยนะพ่อคุณ… 

ฉันแอบแขวะเขาในใจ กลิ่นอายบางอย่างจากกายชายหนุ่มที่ดึงดูดฉันให้เข้าหาเขาเมื่อครู่เริ่มเบาบางลงจนฉันหันไปสบตาเขาได้ปกติแบบไม่ตะขิดตะขวงใจ ราวกับเขาสามารถบังคับการปล่อยฟีโรโมนได้งั้นล่ะ

“ฉันชื่อเซน่าค่ะ” 

“เรียนคณะไหน?” 

“เอ่อ… อักษรศาสตร์ค่ะ” 

ฉันตอบเขากลับไปแล้วหลบตา ยังไงก็ต้องรู้เข้าอยู่ดี ตอนนี้ฉันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว หลังจากที่ตบะแตกจูบเขาไปตะกี้

“อ้อ รุ่นน้องปีไหนละ สามใช่รึเปล่า” เขาพูดเหมือนชวนคุยไปเรื่อย แล้วละกายเดินไปหยิบเสื้อเชิ้ตของเขามาสวมเข้าไปซักที 

“ก็ประมาณนั้นค่ะ” 

 

ฉันเหล่มองเขาเช็คของที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง และคว้ากุญแจรถเอาไว้ในมือ 

“งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งพี่ข้างล่างนะคะ” ฉันรีบอาสาอย่างเป็นมิตร แต่ในใจคืออยากให้เขาไปให้พ้นจากห้องฉันเร็วๆ 

“ไม่ต้องหรอก นี่มันดึกแล้ว” 

พี่ไวล์ดพูดระหว่างที่ใช้มือเสยผมตัวเองลวกๆ และให้ตายเถอะ เขาเป็นผู้ชายที่หล่อคมและมีเสน่ห์มากจริงๆ แค่ปรายตามองผู้หญิงซักคนก็น่าจะทำให้สาวขาอ่อนแรงล้มลงไปกองกับพื้นได้เลย 

มนุษย์หมาป่าเป็นอย่างนี้กันทุกคนรึเปล่านะ

แต่ก่อนที่ฉันจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาก็พูดสกัดดาวรุ่งขึ้นมาทันทีก่อนฉันจะปิดประตู

“แล้วอย่าคิดนะว่าเรื่องมันจะจบลงแค่นี้นะ เซน่า”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว