ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

5 เข้าใจ (ไปเอง)

ชื่อตอน : 5 เข้าใจ (ไปเอง)

คำค้น : ทิน , พี่ลม , พัน , พี่ฟ้าคราม , นิยาย yaoi , นิยายวาย , นิยาย y , ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2559 16:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5 เข้าใจ (ไปเอง)
แบบอักษร

5 เข้าใจ (ไปเอง)

     ณ ตึกวิศวะที่เดิม...

     ไม่มีเหตุมีกิจอะไรที่ผมจะต้องมา แต่มันกลับกลายเป็นที่ๆ ต้องมาหลังเรียนทุกครั้ง

     ถึงแม้ว่าตอนแรกๆ จะโดนบังคับให้มาตลอดจนเคยชิน แต่ตอนนี้มันกลับไม่ใช่...

     เป็นความตั้งใจ ว่าอยากมา... หา....

     ถึงแม่ว่าระยะทางมันจากห่างเป็นกิโลก็ตาม ยังไงก็อยากมา...

     “ไงมึง หมดอีเว้นแล้วงั้นสิ ถึงมาได้?” พอนั่งลงโต๊ะกลุ่มรุ่นพี่วิศวะทั้ง 4 คน ก็โดนพี่แบงค์แซะกัดก่อนใครเลย

     “ครับ...”

     “ถึงว่าล่ะ ไม่งั้นใครบางคนมันจะมานั่งอยู่นี่หรอ เห็นไปนั่งรอจนดึกเลยนี่...” พอพี่แบงค์มันแซะเสร็จพี่ไบท์ก็ตามมาล้อ จนคนที่โดนพาดพิงร้อนตัว

     “อะไร พวกมึงจะพูดอะไร ห้ะ!

     “อะไร มึงจะร้อนตัวทำไมไอ้ลม กูไม่พูดชื่อสักหน่อย เนอะทินเนอะ”

     “เอ่อ...” พี่ไบท์หันมาถามความเห็นผมจนผมก้มหน้า ซึ่งมันเป็นการล้อผมทางอ้อมซะมากกว่า

     “แล้วไอ้พันล่ะ ทำไมมันยังไม่มา” พอเห็นผมไม่ตอบพี่ฟ้าครามก็เปิดประเด็นใหม่แทน

     “พันมันไปเดทกับแฟนน่ะ วันนี้ไม่มาหรอก”

     “...”

     เอ้ะ? ผมพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า?

     “เหยดดดด ไอ้พันน้อยมันมีแฟนแล้วหรอวะ”

     “แล้วเป็นไง แฟนมันสวยไหม ขาวไหม แล้วอึ๋มป่าว?”

     เอิ่ม... พี่แบงค์มันพูดตรงประเด็นไปไหม?

     “ผมไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นยังไงหรอก แต่เห็นมันมันบอกว่าน่ารักมาก” ยังจำตอนที่มันเพ้อเมื่อคืนได้เลย

     “แล้วไงมีข้อมูลอีกไหม”

     “ก็... อยู่นิเทศปีสองอ่ะ ที่มันบอกอ่ะนะ”

     “เชดดดด เล่นคนแก่กว่าเลยหรอวะ”

     “โม้รึป่าวมันน่ะ อย่างไอ้พันเนี่ยนะจะมีแฟนแก่กว่า” พี่แบงค์กับพี่ไบท์ก็ยังคงเม้าสนุกกับข่าวใหม่ที่ได้ยิน บวกกับพี่ลมที่นั่งขำฟังพี่แฝดอยู่ และก็พี่ฟ้าครามที่นั่ง...เงียบ

     ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ ที่ตอบคำถามไป พี่ฟ้าเขาก็ดูนิ่ง เหมือนช็อคยังไงอย่างนั้น

     “พี่ฟ้าเป็นอะไรหรือป่าว”

     “...”

     “พี่ฟ้าคราม?”

     “หะ เอ่อ ป่าว ไม่มีอะไร” พี่เขาตอบแล้วหันกลับเหมือนนั่งคิดอะไรอยู่

     ผมว่า ที่พี่เขาตอบมาเหมือนมันไม่จะจริงอย่างที่พูดเลยสักนิด

     ผมสังเกตเห็นนะ สายตาที่วูบไหวเมื่อกี้น่ะ

     แต่ถ้าถามพี่เขาอีกครั้งเขาก็คงตอบมาเหมือนเดิม หวังว่าคงไม่มีอะไรอย่างที่พี่เขาบอกละนะ

 

[Phun’s Part]

     คงจะรู้กันอยู่แล้วว่าผม ไอ้พันคนงามคนนี้มีแฟนแล้ว

     พี่ฝ้ายทั้งสวยทั้งน่ารัก ถึงแม้จะแก่กว่าผมแค่ปีเดียว แต่เธอก็ตรงสเปกผมที่สุดเลยก็ว่าได้

     ตัวเล็กๆ ตาโตๆ ขาวใสๆ ปากบางๆ ยิ้มทีนี่ใจละลายเชียว

     “ฝ้ายไม่ลองกินวาฟเฟิลหน่อยหรอครับ อร่อยนะ”

      “ไม่เอาหรอก ฝ้ายไดเอทอยู่นะ”

      “อะไรกัน ผมว่าพี่ออกจะหุ่นดีแล้วนะ กินนิดเดียวไม่อ้วนหรอกนะ อั้ม” ผมยื่นชิ้นวาฟเฟิลพอดีคำให้ ซึ่งคนน่ารักตรงหน้าก็ทำท่าจะลังเลอยู่หน่อยๆ

     “ไม่เอาหรอก เกิดฝ้ายอ้วนแล้วพันทิ้งฝ้ายไปจะว่าไงล่ะ”

     ดูสิ แฟนใครเนี่ย น่ารักน่าทะนุถนอม

      “พันไม่มีวันทิ้งฝ้ายหรอก ออกจะรักมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ” ผมยิ้มขำๆ หยอดคำหวานให้อีกคนเชื่อใจว่าจะไม่ทิ้งกันไปไหน

     ใช่... พันจะไม่ทิ้งฝ้ายไปไหน จะอยู่กับฝ้ายแม้ว่าร่างกายจะเปลี่ยนไปก็ตาม

     น่าขำนะ เพิ่งคบกันไม่ถึงครึ่งเดือนแต่กลับรู้สึกกับเขามากขนาดนี้ อาจเป็นเพราะเธอเป็นแฟนคนแรกหรือผมอาจจะหลงเธอมากแน่ๆ

      “พันพูดแบบนี้ฝ้ายก็เขินนะ” ว่าจบพี่ฝ้ายก็ยิ้มเขินๆ ตัดไอติมปิดบังความเขินอาย

     “น่ารักจัง” ผมก็แกล้งแหย่เพิ่ม พี่ฝ้ายน่ะ ยิ่งเวลาเขินยิ่งน่ารัก

     “บ้าหรอ...” พี่ฝ้ายหน้าแดงด้วย “จริงสิ พรุ่งนี้ฝ้ายต้องอยู่ซ้อมจนดึกด้วยน่ะ พันไม่ต้องมาหาก็ได้นะ”

     “ไม่เป็นไร พันรอได้” ปกติผมต้องไปหาเขาแล้วก็ไปรอส่งเขาทุกครั้งตั้งแต่เราคบกัน

     “ไม่ต้องหรอกๆ ฝ้ายเลิกดึกมาก ฝ้ายไม่อยากให้พันรอนานน่ะ”

     “แต่พันเป็นห่วงฝ้ายนะ”

     ผู้หญิงตัวเล็กๆ น่ารักๆ กับกลางคืนนี่มันอันตรายเกินไปแล้ว

     “แค่วันเดียวเอง ไม่เป็นอะไรหรอกนะ” พี่ฝ้ายยิ้มหวานๆ ใส่ รอยยิ้มนี้เห็นทีไรใจแทบละลายทุกที

     “อ่า ก็ได้ครับ งั้นตอนเย็นผมโทรไปหานะ”

     “อื้อ”

     เวลาแห่งความสุขนั้นก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วทุกครั้ง

     เข้าใจเลยว่าความรู้สึกของคนมีความรักมันเป็นยังไง?

     เวลาที่เราได้อยู่กับคนที่เรารักช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขซะจริง...

     อยากจะหยุดช่วงเวลานี้ไว้...

     ผมว่าผมเข้าใจความรู้สึกนี้แล้วล่ะ

     ...

     ..

     .

     แต่...

     ไม่ใช่...

     ทุกอย่างที่ผมคิดมันเป็นเรื่องโป้ปดทั้งสิ้น

     ตลอดเวลาที่ผมคบกับพี่ฝ้าย ผมมีความสุขก็จริง แต่มันเป็นความสุขที่ไม่เต็มร้อย แทบจะไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำเหมือนมีอะไรติดขัดกับหัวใจว่านั่นมันไม่ใช่ความสุขที่เราต้องการ

     กลายเป็นว่ากลับมีช่องโหว่ในหัวใจ เหมือนมีอะไรมันหลุดลอยไป

     รอยยิ้มที่แสนหวาน คำพูดที่แสนสดใส การกระทำที่แสนน่ารัก หัวใจผมกระตุกทุกครั้งที่ได้รับ เศษของความสุขมันปลิวหายไปทีละน้อย

     ความสุขที่ว่านั่นมันเป็นของปลอม

     ความสุขที่แท้จริงมันเริ่มหายไป

     หลังจากที่ผมได้เปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง

     แต่ผมกลับนึกสิ่งนั้นไม่ออก มันคืออะไรกันนะ สิ่งที่มันได้เปลี่ยนแปลงจากเดิม ผมได้ทำอะไรที่เผลอพลาดไปหรือเปล่า มันติดอยู่ในใจผมจนนอนไม่หลับ

     ผมจะเอาสิ่งที่ติดอยู่ในใจที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกลับมาได้ไหม

     ผมโหยหามันเหลือเกิน...

 

     “วันนี้จะไปหาแฟนอีกป่าวเนี่ย?” เพื่อนสนิทตัวดีทำหน้าหน่ายๆ ถามผมทันทีที่เลิกคลาสสุดท้าย

     “ไม่อ่ะ แฟนกูเขาเลิกดึกเลยเป็นห่วงไม่อยากให้กูรอนานๆ” พูดยอตัวเองแกล้งเพื่อนตัวดีให้อิจฉาเล่น เพราะไอ้ทินมันยังไม่มีแฟน อยากแกล้งมัน 555

     “เออ ดีเนอะ” ว่าแล้วมันก็ส่ายหัว “แล้วมึงจะไปตึกวิศวะกับกูไหม”

     ผมชะงัก คำถามที่มีคำ “วิศวะ” แฝงมา มันทำให้ผมนึกได้

     ไม่ได้ไปมาหลายวันแล้วแหะ... จะเป็นยังไงบ้างนะ เขาน่ะ...

     เอ้ะ..?

     “พัน จะไปป่าว?”

     “อะ เออๆ ไปๆ” ผมพยักหน้าหงกๆ อย่างลนลานเมื่อถูกเพื่อเรียกถามเป็นครั้งที่สอง

     นี่ผมใจลอยไปหาใคร?

     ผมกำลังคิดถึงใครงั้นหรอ?

     “ไงไอ้แสบบบบบ เดี๋ยวนี้มึงไม่มาหาพวกกูเลยนะ”

     “ติดแฟนจนลืมพวกกูเลยนะมึง”

     “ช่วยไม่ได้นี่พี่ ก็คนมีแฟนอ่ะ ห่างกันแล้วใจจะขาดดดด” ผมยิ้มเย้ยใส่พี่แฝดทั้งสองที่นั่งหน้าจะกืนเลือดกินเนื้อตัวผมเพราะตอบโต้คำแซวได้อย่างเจ็บแสบ ผมรู้นะว่าพวกพี่มันยังไม่มีแฟน

     รวมถึงใครอีกคนที่นั่งหันข้างอยู่ด้วย

     ไอ้พี่ฟ้าครามมันหันมามองด้วยหางตาก่อนจะหันกลับไป

     อ่า... ผิดคาดแหะ

     “กูอยากรู้จริงๆ ว่าหน้าอย่างมึงจะหาแฟนน่ารักได้อย่างที่เพ้อหรือป่าว”

     “พูดงี้ด็สวยสิพี่ จะดูรูปไหมล่ะ”

     “ไหนๆๆ” ในเมื่อพี่แบงค์มันกัดไม่ปล่อย ผมก็เลยต้องจัด เปิดรูปพี่ฝ้ายให้ดูเป็นขวัญตา

     “โห ไม่เลวเลยนี่หว่า” คำชมของพี่เคนทำให้อดยิ้มไม่ได้ แต่หางตายังมองคนที่นั่งนิ่งอยู่

     ก่อนจะคลายลง

     ทำไม?

     “น่ารักแบบนี้สินะมึงถึงไม่ยอมมาหาพวกบ้างเลยน่ะ”

     “แน่นอนพี่ รักมากกกก” ผมแกล้งเหล่ไปมองคนที่นิ่งอยู่นาน และก็นิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่ตอบโต้อะไรเหมือนเดิม

     ทำไมล่ะ?

     ทำไมถึงนิ่งเงียบล่ะ จะไม่เถียง ไม่แขวะอะไรสักหน่อยหรอ ปกติไม่เป็นแบบนี้นี่ ยอมแพ้หรอ? หรืออะไร? ไม่ได้การ แบบนี้ต้องกระตุ้น

     “เงียบแบบนี้แสดงว่าอิจฉาใช่ไหมล่ะ” ผมเค่นยิ้มใส่ไอ้พี่ฟ้าคราม แกล้งเย้ยใส่ให้เกิดอาการอยากตอบโต้แบบที่พี่มันเคยทำ แต่...

     พี่มันเงียบ ไม่สิ เมินเลยก็ว่าได้

     จะไม่พูดกับผมสักหน่อยหรอ...

     “อย่าได้ใจไปหน่อยเลยไอ้พัน พวกกูอ่ะมีสาวให้ควงเพียบเว้ย แค่ไม่ได้เอามาอวดเหมือนอย่างมึงหรอก” ไอ้พี่แบงค์มันไม่ยอม ทำให้ผมหันไปสนใจแทน

     “แล้วพี่ควงเป็นตัวเป็นตนป้ะละ สู้คนรักเดียวใจเดียวอย่างผมได้ไหมล่ะ”

     ฟึบ!

     การสนทนาหยุดชะงัก เพราะมีบุคคลที่นั่งเงียบมานานลุกขึ้นแล้วเดินออกไป

     “เห้ยไอ้ฟ้า! ไปไหนวะ?”

     “เป็นอะไรของมัน?” พี่แฝดทั้งสองต่างสงสัยไม่แพ้คนบนโต๊ะที่นั่งมองถึงความผิดปกติ

     นั่นสิ พี่มันเป็นอะไร...

 

     “น่ากินจัง เอาอันนี้เนอะพัน”

     “...”

     “พัน?”

     “อะ ครับ?”

     “เป็นอะไรหรือเปล่า ใจลอยไปไหนกัน หือ?”

     “อ่า เปล่าครับ แค่คิดอะไร... นิดหน่อย” ผมยิ้มให้คนตรงหน้าแล้วเบี่ยวหัวข้อมาเป็นรายการขนม

     กลบเกลื่อนความคิดภายในหัว

     ช่วงสองวันที่ผ่านมาผมไปตึกวิศวะกับทิน ที่ไปได้ก็เพราะพี่ฝ้ายต้องอยู่ซ้อมอะไรของพี่เขานั่นแหละ เลยทำให้ผมต้องไป...

     ไปเจอกับปัญหา ปัญหาชวนสงสัย

     ไม่เหมือนเดิม ไอ้พี่ฟ้าครามมันไม่เหมือเดิม...

     ทำไม? ทำไมต้องนิ่ง ไม่สิ เขาแทบจะเมินผมด้วยซ้ำ ไม่สนใจ ไม่แขวะ ไม่ด่า เหมือนที่ผ่านๆ มา ทำไมถึงเป็นแบบนี้กัน?

     เหนื่อยกับการที่ต้องมาทะเลาะกับผมแล้วหรอ...

     “พัน”

     “อะ ครับ”

     “เหม่ออีกแล้ว เค้กมาแล้วเนี่ย เห็นไหม” พี่ฝ้ายบ่นพลางชี้เค้กกาแฟที่อยู่ตรงหน้า “คิดอะไรอยู่น่ะ”

     “ก็... เรื่องเรียนนะครับ กินกันดีกว่า” ผมรีบตัดประโยคลงมือกินเค้กแล้วคุยกันไปเรื่อยเปื่อย

     แต่ในหัวไม่ได้จดจ่อกับเรื่องที่คุยเลย กลับคิดถึงใครอีกคนที่เคยเกลียดขี้หน้า

     เคย? เคยงั้นหรอ? เราคิดอะไรอยู่กันเนี่ย

     ในหัวชะงักความคิดต่างๆ ที่ผสมปนเป มือที่ใช้ช้อนเขี่ยเค้กเล่นก็ต้องหยุด ดวงตาเบิกกว้างเพียงนิดกับปากที่เผยอเพราะความอึ้ง

     อึ้งกับภาพ... ที่เผอิญไปเห็นเข้า

     ใบหน้าของหญิงสาวหน้าสวยหุ่นดีที่ยิ้มแย้มดูมีความสุข เธอคนนั้นกำลังเดินควงชายที่น่าจะเป็นคนรักของเขา และผู้ชายคนนั้นก็ไม่ใช่ใครเลย

     เขาเป็นคนในความคิด คนที่ผมกำลังคิดอยู่...

     พี่ฟ้าคราม...

     เหมือนหัวใจจะหยุดเต้น...

     ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน ทั้งชาไปทั่วใบหน้า ทั้งปวดหนึบๆ ที่ก้อนเนื้อข้างซ้าย

     เหมือนโดน... หักหลัง?

     ในตอนนี้ ผมกำลังมองเขาที่คู่อยู่และดูเหมือนเขาจะรู้ตัว พี่ฟ้าครามมองมาที่คู่ของผม ใบหน้าเรียบนิ่งไม่มีปฏิกิริยาอะไรเมื่อมาเลยสักนิด และหันกลับไปเหมือนมองไม่เห็นผม

     อีกแล้ว... เมินกันอีกแล้ว...

     จะบอกว่าตัวเองก็มีแฟนแล้วเหมือนกันงั้นหรอ จะบอกว่าไม่ได้ขี้อวดเหมือนผมใช่ไหม

     จะบอกว่ายังไงก็เหนือกว่าใช่ไหม...

     “ผมขอกลับก่อนนะ”

     “อ้าว ทำไมล่ะ ยังกินเค้กไม่หมดเลย”

     “ผมนึกได้ว่ามีงานต้องเคลียร์ ขอโทษนะครับ เดี๋ยวผมจะโทรหานะ” ว่าจบก็เดินออกมาจาก ความคิดที่ผสมอารมณ์ต่างแล่นให้ขาของผมนำพามาจนได้

     ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ไม่อยากเก็บเอาไว้แบบนี้อีกแล้ว

     เดินตามมายังร้านเสื้อผ้าที่ๆ พี่มันอยู่ มองเข้าไปก็เห็นผู้หญิงสวยกำลังเลือกเสื้อผ้าของเธออยู่ ส่วนอีกคนกยินรออยู่อีกมุมหนึ่ง เป็นจังหวะดีที่ผมจะเดินเข้าไปหา แต่ขามันยังไม่ขยับ...

     จะเข้าไปคุยจริงๆ หรอพัน?

     ไม่... เราต้องทำ วันนี้ต้องคุยให้รู้เรื่อง

     กึก!

     พอเดินเข้าไปหา ผมก็แทบหยุดเดิน เพราะพี่ฟ้าหันมาพอดี และนั่นก็ทำตาของเราสบกัน

     เวลาแทบหยุดนิ่ง...

     แต่ที่น่าใจหายคือพี่มันหลบสายตาก่อน หันกลับไปเหมมือนมองไม่เห็นผมอีกครั้ง อารมณ์ของผมเริ่มคุกรุ่น

     จะเมินผมสักกี่รอบกัน!

     “เรามีเรื่องต้องคุยกัน!” ผมประกาศเสียงชัดให้คนตรงหน้าได้ยิน และมันก็ได้ผล เขาหันมามองผมแล้ว

     “กูไม่มีอะไรจะคุยกับมึง” เขาพูดเสียงนิ่ง หันกลับไปไม่สนใจนเสียงที่จริงจังและโกรธเกรี้ยวของผมเลย

     “แต่ผมจะคุย วันนี้ต้องคุยให้ได้ด้วย!” ผมตวาดเสียงดัง การกระทำที่นิ่งเฉยมันทำให้เริ่มโมโห

     “ฟ้า มีอะไรกันหรอคะ?” เพราะเสียงที่ค่อยข้างดังทำให้ผู้หญิงที่พี่มันควงมาได้ยินจนสงสัย “ใครหรอคะฟ้า”

     “ไม่มีอะไร...”

     “ผมมีเรื่องต้องคุยกับคนๆ นี้ ขอพวกผมคุยเป็นการส่วนตัวได้ไหม” ผมพูดเสียงเรียบ สายตามองไปที่พี่ฟ้าอย่างแข็งกร้าว

     บอกแล้วว่าวันนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง

     “ฟ้า...”

     “ผมขอตัวแปบนึงนะ” พี่มันยอม บอกกับผู้หญิงคนนั้นแล้วเดินนำออกมานอกร้าน ไปที่มุมทางเดินที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน

     พี่มันยินนิ่ง มองผมด้วยท่าทางที่หยิ่งทะนง

      “จะพูดอะไรก็พูดมา” ผมแทบสะอึกกับน้ำเสียงที่เยือกเย็น ไม่มีความกวนตีน ไม่มีน้ำเสียงที่เคยพูดใช้กันเหมือนที่เคยพูดมา นั่นทำให้ผมยิ่งพูดยากออกไป

     แต่ผมต้องพูดให้ได้...

     สิ่งที่เขาทำกับผม ผมอยากรู้เหตุผล อยากรู้ว่าทำไมถึงทำแบบนั้น...

     ต้องถามให้ได้ อะไรที่สงสัย อะไรที่ไม่เข้าใจ ผมต้องถามเขา...

     อย่าให้ผมต้องคิด ต้องเข้าใจไปเอง ว่าที่เป็นแบบนี้เป็นเพราะพี่เหนื่อยที่จะต้องมานั่งทะเลาะกับเด็กขี้โวยวาย เด็กที่ชอบเอาชนะอย่างผม เหนื่อยที่จะต้องมาพูดคุยกับผมแล้ว

     ถึงผมจะเป็นอย่างนั้น ก็อย่าทำแบบนั้นเลยได้ไหม...

     ไม่ชอบเลย แบบนั้นน่ะ...

     กลับมาเป็นเหมือนเดิม เป็นไอ้รุ่นพี่ปากเสียที่ชอบแขวะผมชอบด่าผม ชอบแกล้งผมคนนั้นเหมือนเดิมยังจะดีซะกว่าอีก

     เอาพี่ฟ้าครามคนนั้นคืนมา

     อย่าเมิน อย่าเฉยชาใส่ผมจะได้ไหม...

     “พี่...”

     ...

     ..

     .

     หัวใจของผมกลายเป็นช่องโหว่ที่กว้างกว่าเดิม...

     สุดท้าย สิ่งที่ผมคิดมันก็เป็นเรื่องจริงสินะ

     ผมมักจะด้อยกว่าพี่เสมอ มักจะเป็นฝ่ายโดนต้อนจนแพ้ไปซะทุกครั้ง

     ขนาดตอนนี้ ที่กระวนวายเพราะพี่มากขนาดนี้ ผมก็ยังเป็นคนแพ้

     เข้าใจแล้วล่ะ...

     การที่เราได้มาคุยกันครั้งนี้ มันจะทำให้พวกเราเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ...

 

 

2BeCon

ความคิดเห็น