ศรีมณีเองจ้า

ชื่อตอน : Back to square one 3

คำค้น : เมียหลวง,คอส ,ครูส,มิเกล,เบล,Back to square one 3

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 35k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มิ.ย. 2559 00:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Back to square one 3
แบบอักษร

 

 

 

 

หลายครั้ง...ความดี

ก็ไม่มีผล

ต่อความรัก...

 

 


ทำไมยังทน?

ทั่งๆที่จะตัดสินใจปล้อยมันไปก็ได้ ทำไมถึงไม่ปล้อย จะทนไปถึงไหน เขารักมึงบ้างไหมเขาเคยเห็นความดีของมึงบ้างรึป่าว 

กูรู้ว่ามึงเสีย มึงกำลังร้องไห้อยู่นะ กูรู้ว่าวันนึงมึงต้องปล้อยเขาออกไปจากชีวิตมึงได้ อาจจะอิก 1 ปี 2ปี หรือ 10ปี ถ้ามึงเหนื่อยตอนไหนมึงก็พัก 

หยุดที่จะดึงเชือก หยุดที่จะรั้งเชือกที่มึงพยามดึง แต่ มึงก็ดึงมันกลับมาไม่ได้อยู่ดี 

 

 

เขาไม่รักมึง 

 


ผมค่อยๆวางกระจกลงบนโต๊ะหัวเตียงมันไม่ใช้ครั้งแรกหรือครั้งที่สองที่ผมต้องมานั่งระบายความรู้สึกทุกอย่างผ่านบานกระจก 

แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึนเลยแม้แต่น้อยสักนิดนึงก็ไม่มี 

 

 

" ฮึก.. " 

 

ผมกลินก้อนสะอึกลงคอก่อนที่น้ำตาจะค่อยไหลออกมา 

 

เสียใจ?

 

ผมไม่แน่ใจว่าผมจะเรียกความรู้สึกตอนนี้ว่าผมกำลังเสียใจได้ไหม มันเจ็บแต่ในขณะเดียวกันมันก็ชินชาเหมือนผมไม่รู้สึกอะไรแต่ข้างในลึกๆมันจุกแน่นเหมือนหัวใจกำลังถูดบี้บ

แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ผมไม่อยากรู้สึกแบบนี้เลยจริงๆ... 

 

" มาม๊า.. " 

" ครับผม " 

 

ผมมองมิเกลที่กำลังขยี้ตาและมองมาที่ผม 

 

" มาม๊า ขึนมาตอนไหนฮับ " 

" มาม๊าขึนมาตอนที่มิเกลหลับไงครับ " 

 

ผมอุ้มมิเกลขึนมานั่งที่ตักของตัวเองก่อนที่จะก้มลงไปฟัดแก้มนุ่มๆทั่งสองข้างของมิเกล 

 

" มาม๊า.. " 

" ว่าไงคนเก่ง ? " 

" คอ คอของมาม๊า ฮึก ไปโดนอะไรมา " 

 

ผมนั่งนิ่งหยุดชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินคำถามของมิเกล 

เมื่อมิเกลเห็นผมเงียบดวงตากลมโตของมิเกลก็เริ้มสั่นระริกอิกครั้งจนใจของผมกระตุกวูบ ผมจึงส่งยิ้มไปให้มิเกล

 

" มาม๊า ถูกมดกัดครับมาม๊าคันมากๆก็เลยเกา " 

" มดนิสัยไม่มีดีเลยมาม๊า " 

 

ผมส่งยิ้มให้มิเกลอิกครั้งเมื่อมิเกลใช้นิ้วเล็กๆมาลูบรอยช้ำที่คอไปมา 

 

แต่แทนที่ผมจะสนใจรอยช้ำที่คอของผม แต่ผมกลับเป็นห่วงคนๆนึงมากกว่า ตอนนี้ไม่รู้ว่าไปหาหมอรึยังหรือยังนั่งอยู่ที่เดิม แต่ก็นะ

คนสันดานแบบนั้นปล้อยให้เลือดไหลชั่วไหลออกบ้างก็ดี

 

 

" เฮ้อ " 

 

ผมถอนหายใจออกมาอย่างสุดกลั้น

 

" มาม๊าเป็นอะไรฮับ "

" ป่าวครับ ว่าแต่คนเก่งของมาม๊าทำการบ้านรึยังครับ " 

" จริงด้วย! มิเกลลืมทำเลยมาม๊า " 

 

เมื่อมิเกลพูดจบก็ลุกขึนออกไปจากตักของผมวิ่งดุ้กดิ้กๆไปนั่งทำการบ้านที่โต๊ะทันที 

ผมดีใจที่มิเกลเป็นเด็กดี มิเกลไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งหรือต้องเด่นไปกว่าใครผมขอแค่มิเกลเป็นเด็กดีแบบนี้ตลอดไป 

 

" มิเกลเดี๋ยวมาม๊าจะลงไปข้างล่าง มิเกลจะเอานมไหมครับ "

" เอาฮับ " 

 

เมื่อผมได้ยินคำตอบของมิเกลผมก็ลุกขึนออกไปทันทีโดนที่ไม่ลืมที่จะหยิบ ปฐมพยาบาล ออกไปด้วย 

 

เมื่อผมเดินลงบันไดลงมาจนถึงขั้นสุดท้ายกลิ่นยาล้างแผลก็ลอยเข้ามาแตะจมูกมันฉุนมากจนผมต้องยกมือขึนมาขยี้จมูกตัวเอง 

 

" ตายรึยัง " 

 

นี้คือคำพูดคำแรกของคนที่กำลังใช้ผ้าก๊อซกดปิดไปที่แผลบนหัวใกล้ๆกับหย้าผาก

ผมมองภาพตรงหน้าด้วยสานตาที่เอือมระอา...

รอยเลือดที่หยดอยู่ตามพื้นเป็นจุดๆ ไหนจะผ้าที่ใช้เช็ดเลือดที่หยดลงมาจากหัว ขวดยาที่ใช้ล้างแผลหกเละเทะไปหมดบางขวดตกแตกอยู่ข้างๆโต๊ะที่ตัวมันกำลังนั่งอยู่

 

นี้มึงนั่งทำแผลหรือนั่งทะเลาะกับขวดยาว่ะ

 

" มองเหี้ยอะไรนักหนา " 

" ให้... "

" ให้? ให้อะไรของมึง " 

" ให้กูทำแผลให้ไหม " 

 

ผมก้มหน้าก้มตากลั้นใจถามออกไป ถามว่าผมกลัวไหมก็กลัว แต่มัน ห่วง มากกว่า...

 

" ... " 

 

ผมเง้ยหน้าขึนมองครูสที่เงียบไม่ยอมตอบคำถามของผมเอาแต่หันหน้ามองไปทางอืน

 

 

" จะวางไว้ตรงนี้แล้วกัน " 

 

ผมตัดสินที่จะเดินออกมา เมื่อเขาไม่อยากให้ทำจะหน้าด้านยืนอยู่ทำไมปล้อยให้มันนั่งโง่เลือดอาบหน้าต่อไปเถอะ 

 

" เดี๋ยวก่อน " 

 

ระหว่างที่ผมกำลังเดินออกจากห้องรับแขกก็มีเสียงดังขึนมารั้งผมไว้ซะก่อน 

 

" อะไร!? " 

 

ผมเอ่ยตอบเสียงห้วนกลับไปโดนที่ลืมที่จะส่งสายตาที่ไม่สบอารมณ์ไปให้มัน 

 

" มึง... จะมาทำแผลให้กูก็ได้นะ " 

 

ผมจ้องมองหน้ามันนิ่งไม่ขยับไปไหนจนมันเริ้มขมวบคิ้วเป็นปม

 

" ฮึ แล้วเมื่อกี้ทำปากดี " 

 

ครูสมองผมตาขวางแต่ก็ยอมสงบปากสงบคำเพื่อที่จะให้ผมเดินไปทำแผลให้ 

 

ผมค่อยๆเปิดกล่องปฐมพยาบาลขึนมาแล้วหยิบผ้าสีชาวขึนมาชุ้บน้ำเกลือเพื่อล้างแผล 

 

ระหว่างที่ผมนั่งทำแผลให้ครูส ผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่กำลังรัวรินอยู่แถวๆหน้าผากของผม ผมจึงช้อนตาขึนไปมองสายตาของผมกับครูสประสานเข้าหาหันด้วยความบังเอิญ 

เสียงหัวใขของเผมกำลังเต้น

ตึก ตึก ตึก!

มันดังมากดังจนผมกลัวของครูสจะได้ยิน นี้มันผ่านมานานเท่าไหร่แล้วนะที่เราไม่ได้ใกล้กันแบบนี้

 

อบอุ่นจัง... 

 


" ขอโทษ " 


" !!!? " 

 

ผมผละตัวออกมาด้วยความตกใจ หัวใจที่เต้นเร็วอยู่แล้วกลับเต้นเร็วขึนไปอิก 

 

" มะ เมื่อกี้ ??? " 

 

ผมมองครูสอย่างไม่เชื่อสายตาถ้อยหลังออกมาไกลกว่าเดิม 

มันไม่ได้กำลังจะคลั่งใช่ไหม ? 

 

" กูบอกว่าขอโทษไงว่ะ!!! ขอโทษ " 

 

ครูสมันตะโกนใส่ผมเสร็จก็ลุกขึนออกไปทันทีทั่งๆที่ผมยังทำแผลไม่เสร็จด้วยซ้ำ 

แต่ไม่รู้เพราะอะไรมันกับทำให้ผมหลุดยิ้มออกมาทันทีหลังจากที่ครูสเดินออกไป 

 

ผมไม่ได้ยิ้มแบบนี้มานานมาก ผมเลยทำให้ผมอารมณ์ดีอารมณ์ดีมากพอที่จะวิ่งตามครูสออกไป 

 

" ครูส จะไปไหน! " 

 

ถ้าให้ผมเดาผมบอกได้เลยว่าเสียงตอนนี้ของผมกำลังร่าเริงแค่ไหนพร้อมกับรอยยิ้มบ้าๆนี้อิกทำไมไม่ถึงไม่หุบไปสักทีนะ 

 

" ไปหา เบล 

 

คำตอบของครูสทำให้รอยยยิ้มของผมหุบลงไปทัน เหมือนมีคนกดรีโมทสั่งให้ผมหยุดร่างกายของผมหยุดชะงักอยู่กับที่ทันที

เหลือเพียงแค่สายตาที่สามารถกรอกตาไปมาได้ 

 

แต่มันทำได้เพียงมอง มองรถชองครูสที่ขี่ออกไป...

 

มือของผมกำเข้าหากันแน่นแน่นจนเล็บของผมจิกเข้าไปที่เนื้อของตัวเอง

ผมน่าจะรู้ตั้งแต่แรกว่าผมไม่ควรที่จะวิ่งตามออกมา ไม่ควรเลยสักนิด

ทำไมผมถึงหลงดีใจกับแค่คำ ขอโทษโง่ๆ ของครูส เพราะผมไม่เคยได้มัน มันนานมากมากจนเลือนลาง 

 

นี้ผมกำลังหวังอะไรอยู่...? 

แต่ได้โปรดเถอะขอให้ผมหวังได้ไหมถึงแม้ความหวังของผมจะมีแค่ 0.2 เปอร์เซนก็ตาม

 

.

.

.

.

 

 

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ตอนที่ 3 มาแล้ว แฮร่!! มันสั้นเหลือเกิน5555 แต่ไรท์ได้แค่นี้จริๆค่ะ 

 

ปล. ไรท์ยังไม่ตรวจคำผิดนะ

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/eta.gif

 

อิมเมจ : เบลล่า 

#

 

 

 

ความคิดเห็น