email-icon facebook-icon Line-icon

รบกวนทุกท่านด้วยนะคะ ><

Wolf Glamour - EP 09 ลองของ (1)

ชื่อตอน : Wolf Glamour - EP 09 ลองของ (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2564 19:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Wolf Glamour - EP 09 ลองของ (1)
แบบอักษร

เวอชั่นเต็มจิ้มค่า 

 

จิ้ม
0
0
0
.

 

ฉันหลับตาปี๋แบบตกใจ แต่ดีที่คว้าเอาอะไรบางอย่างเอาไว้ได้ทันเลยรั้งไว้ไม่ให้ร่างทั้งร่างหล่นลงไปบนพื้น แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็น ‘อก’ แน่นๆ ของใครบางคนที่แค่เห็นตราตรงอกฉันก็มั่นใจแล้วว่าใคร แถมเห็นรอยสักได้แบบชัดแจ๋วเพราะกระดุมที่หลุดออกจากแรงกระชากของฉันเอง 

พอเงยหน้าขึ้นไปก็พบกับสายตาเหวอๆ ของผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา 

คมเข้ม แต่นัยน์ตาเฉี่ยวดุฆ่าคนตายได้ ฉันเลยเผลอเอ่ยปากขอโทษแบบกลัวความผิด 

“ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจ คือ ขอโทษนะคะ”   

“คุณ… ปล่อยมือจากเสื้อผมก่อนเถอะครับ” 

“อุ้ย! ขอโทษค่ะ!”  

โอยยยยย อายยยย ฉันเม้มปากแน่นแบบขัดใจตัวเอง ก็เข้าใจว่า 

เขาหล่อ เขาแซ่บ น่าแทะมาก แต่ฉันเป็นสาวเป็นนางก็ไม่ควรทำตัวเอ๋อขนาดนี้มั้ยยย 

ฉันเลยเบี่ยงประเด็นไปที่เรื่องกระดุมแทน ตอนนี้สติสตังก็เปิดเปิง 

หมดละ  

“เสื้อคุณขาดเลย เดี๋ยวฉันพาคุณออกไปซื้อเสื้อใหม่ข้างนอกดีกว่าค่ะ” 

“เอ่อ ไม่เป็นไรครับ แค่กระดุมหลุดหายไปสามสี่เม็ดเอง”  

เขาส่งยิ้มแบบแหะๆ มาให้ฉัน แต่ดวงตาคมวาบวับที่มองมาแบบพยายามมองฉันนี่ชวนให้ใจหวิวๆ ชอบกล ทำไมยิ่งมองใกล้ๆ ออร่าของพวกสัตว์ดุร้ายมันฉายออกมาชัดขึ้นกันนะ เขาคงไม่คิดจะกินฉันใช่ไหม ฮือ 

ฉันพยายามคิดหาหนทางที่จะลองใช้คาถาในตำรานั่นกับตราเขา แต่จะทำแบบนั้นได้ต้องลากเขาออกจากที่นี่ก่อนสินะ 

 “ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ” ฉันว่าพร้อมคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเขา ก่อนจะออกแรกดึงเพื่อจะลากเขาออกไปจากผับ “เดี๋ยวฉันซื้อให้ใหม่เลยดีกว่า เดินโชว์แบบนี้คงดูไม่ดีนะคะ” 

“แต่ผมรีบอยู่อ่ะครับ… ผมว่าอย่า...” 

“เฮ้ย! มึง เมื่อกี้มึงใช่มั้ยที่เมียกูไปนั่งตัก” แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีผู้ชายร่างยักษ์คนหนึ่งที่เดินตรงเข้ามาหาเรื่องพี่ไวล์ด เขามาพร้อมลูกน้องอีกสองสามคนและผู้หญิงไปที่โต๊ะพี่เขาเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนจะเริ่มมีปากเสียงกันจนฉันทำอะไรไม่ถูก 

 

รู้ตัวอีกทีก็ถูกพาออกมาวิ่งทั้งๆ ที่ใส่ส้นสูง ฉันได้แต่วิ่งสาวเท้าตามเขาไปจนไปถึงลานจอดรถแบบงงๆ ปนเหนื่อยแทบขาดใจ แถมเมื่อกี้ไปกระแทกไปเกี่ยวอะไรบ้างก็ไม่รู้ ปวดแสบปวดร้อนไปหมด 

“เฮ้ยยย คะ… คุณ จะ จะบ้าหรอ...  พาฉันวิ่งมาด้วยทำไมเนี่ย”  

ฉันพยายามเค้นเสียงว่าเขาแบบโกรธๆ แต่โอย ฉันเหนื่อยจนแบบแทบหายใจไม่ทัน แต่พอหันไปดูคนตัวโตที่ลงไปนั่งหอบแล้วบ่นอะไรคนเดียวกับพื้นก็ไม่รู้ ก่อนจะหันควับมามองจนฉันเกือบหันหลบแทบไม่ทัน 

ทำไมฉันรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อย่างบอกไม่ถูกกับสายตาที่เขามองมา มองขนาดนี้เดี๋ยวปั๊ดจับกินเลยนี่ 

 “เพิ่งรู้นะคะว่าคุณเนี่ย มีกล้ามเอาไว้ประดับเฉยๆ แต่เอาไปต่อกรกับใครไม่ได้”  

ฉันพูดขัดบรรยากาศแปลกๆ ขึ้นมาแก้เก้อ หลังจากเริ่มกลับมาหายใจเป็นปกติแล้ว ก่อนในสมองจะเริ่มคิดประมวลผลว่าจะต้องใช้อะไรบ้างในการใช้คาถากับตราสัญลักษณ์ 

เอาจริงๆ ในนั้นบอกแค่วิธีทำที่ทำง่ายมาก ก็คือ ใช้เลือดของผู้ท่องคาถา ประทับไว้ยังตราสัญลักษณ์พร้อมเอ่ยคาถาที่บัญญัติกำกับไว้ตามแต่ละสัญลักษณ์ ซึ่งในเล่มนั่นมีแค่ตราสามแบบเอง แถมไม่มีบอกไว้ด้วยว่ามันทำอะไรได้เนี่ยสิ 

เพราะแบบนี้ไง วันนี้ ฉันถึงจะมาลองมัน! 

“อย่าได้พูดไปแบบนั้นซิคนสวย ถ้าคุณไม่อยู่แล้วนั้นด้วยแค่พวกนั้นไม่คณามือผมหรอก” พี่ไวล์ดพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ ฉันรู้สึกจั๊กจี๋กับคำเรียกของเขาจัง ยิ่งรู้แบบนี้ฉันจะทำเป็นไม่รู้จักเขามาก่อนน่าจะดีกว่า 

“อ๋อเหรอ”  

ฉันเอ่ยรับแบบยิ้มๆ แต่สายตาเหลือบลงต่ำไปมองตรงอกเขาที่ยังติดกระดุมไม่เรียบร้อย พอเขามองตามฉันก็เบี่ยงหน้าไปมองตรงอื่นแทน… เกลียดสายตากรุ้มกริ่มนั่นจังเลย 

“ก็ใช่ไง... ว่าแต่เธอ ไปโดนอะไรมาที่มือน่ะ เลือดออกแล้วนั่น” 

“หา จริงเหรอ” ฉันสะดุ้งตกใจทำหน้าเหวอๆ ก่อนจะก้มลงดูตามที่เขาบอก… เออแฮะ เลือดออกจริงๆ ด้วย 

‘อุ้ย ก็ดีแฮะ แบบนี้ไม่ต้องทำแบบในหนังที่ต้องกัดนิ้วตัวเองให้เลือดออกแล้วอ่ะสิ’ 

ฉันคิดในใจ ก่อนจะแอบเค้นเลือดตัวเองออกมาให้ปริ่มๆ ไว้เพื่อเตรียมความพร้อม 

 “สงสัยตอนวิ่งฉันไปปาดเข้ากับป้ายไม้อ่ะ” 

“อ๋อ โอเค” เขาว่ามาแบบนั้น ท่าทางหลุกหลิกเหมือนกระอั่กกระอ่วนไม่รู้จะทำอะไรนั่นทำให้ฉันลอบยิ้ม พอฉันจะพูดอะไรชวนคุยเขาก็ดันพูดขัดขึ้นมาก่อน  

“งั้นผมว่าเราแยกกันตรงนี้ดีกว่า คุณกลับเองได้หรือเปล่า?” 

เขาว่าพร้อมลุกขึ้นยืนสะบัดฝุ่นที่เกาะตามกางเกงเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือมาหวังช่วยให้ฉันลุกขึ้น ฉันเงยหน้ามองตามฝ่ามือหนาใหญ่นั่นด้วยความรู้สึกลังเล ก่อนจะตัดสินใจแน่วแน่ในเดี๋ยวนั้น 

เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ไม่ลองก็ไม่รู้วุ้ย 

“อ่า ได้ค่ะ”  

ฉันยกมือขึ้นไปคว้ามือเขาไว้ ก่อนร่างทั้งร่างจะถูกกระตุกให้ลอยขึ้นมายืนเคียงข้างเขา แต่ฉันแสร้งทำขาอ่อนแรงแล้วเอนตัวไปผลักเขาให้ล้มลงไป โดยมีฉันที่ทิ้งร่างลงไปทับเขาเต็มๆ ด้วย!! 

สายตาเหรอหราตกใจของเขามองมา จนทำให้ฉันลอบขอโทษเขาในใจร้อยกว่ารอบ  

เอาน่า… สละตัวเองเพื่อให้ฉันทดลองนิดเดียวเอง 

“ฉันขอโทษนะคะ”  

ฉันรีบอาสัยจังหวะที่เขาเผลอยกมือข้างที่เปื้อนเลือดมาแปะลงบนตรงตราเขา แล้วท่องพึมพำคาถาที่จำมาจากในหนังสือ “มานนาซ โอธิลาซ นาอูธิซ”  

“อ่าว เฮ้ยย นี่เธอจะทำอะ… เอ๋ง?”  

เขาตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแบบมีน้ำโหเมื่อฉันทำอะไรแปลกๆ ใส่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขามันทำให้ฉันอึ้งจนอ้าปากค้าง เผลอทิ้งตัวไปด้านหลังแล้วเขยิบร่างออกห่างจนไปชนกับกำแพง 

ฉันมองกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่ส่วนหัวเริ่มหดเล็กลงแล้วมีหูงอกออกมาพร้อมปากที่ยื่นยาวแบบมีเขี้ยวคมครบสี่ซี่ เรือนร่างกำยำคุ้มงอมีขนหนานุ่มสีดำเทาปกคลุมทั่วร่างแทนที่ผิวเนื้อสีขาวสุขภาพดี ดวงตาคมกริบขยายกว้างขึ้นยาวรีเป็นดวงตาของสัตว์ป่าสะท้อนแสงสีน้ำเงินเข้มเรืองรองดูสวยแปลกตา หางฟูฟ่องสีเดียวกับขนบนตัวงอกยาวสะบัดไปมาเป็นพวงน่าสัมผัสนั่นดันให้กางเกงเขาหลุดออกมาจากกายที่เปลี่ยนไป 

“อ่ะ ว๊าย ตายแล้ว หมา!?”  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว