facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

ตอนที่ 36 : ผ้าเช็ดหน้าสีขาวและกำไลข้อมือสีเงิน

ชื่อตอน : ตอนที่ 36 : ผ้าเช็ดหน้าสีขาวและกำไลข้อมือสีเงิน

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.7k

ความคิดเห็น : 90

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2559 21:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 36 : ผ้าเช็ดหน้าสีขาวและกำไลข้อมือสีเงิน
แบบอักษร

            วันนี้พี่เมษาทำต้มจืดให้กินหน่อย กวินจะออกไปซื้อของมาให้

                “ได้สิ ใส่เต้าหู้มั้ย

                “ใส่ๆ แล้วอยากกินอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า

                “ไม่เป็นไรพี่ไม่ค่อยหิว

                “งั้นวินไปก่อนนะ เจอของน่ากินจะซื้อมาฝาก

                มันคงถึงเวลาแล้วที่เมษาต้องบอกถึงความในใจที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นการกระทำจนทุกอย่างผลิกผลันซะคิมหันต์ตกอยู่ในสถานะคนรู้จัก มันเป็นโอกาสสำคัญในเมื่อกวินออกไปข้างนอกจึงขอใช้เวลาทั้งหมดที่มีอธิบายถึงเหตุผลให้อีกคนฟัง เดินไปถึงใจกลางบ้านหน้าทีวีเห็นร่างสูงกำลังคุยโทรศัพท์ สีหน้าของเขาไม่ค่อยดีนักก่อนเอ่ยชื่อของบุคคลปลายสาย

                แค่นี้แหละหน้าฝน ฉันจะรีบไปเก็บกระเป๋า ค่ำๆน่าจะถึง

                หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อได้ยินชื่อของบุคคลดังกล่าว เมษายืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่กล้าเดินเข้าไป คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเตรียมตัวเก็บเสื้อผ้ากลับกรุงเทพตามที่นัดกับหน้าฝนอดีตแฟนสาวคนสนิทที่ตอนนี้ยังคงคุยและติดต่อกันอยู่ รวบรวมความกล้าได้ เมษาคว้าจับฝ่ามือคิมหันต์ไว้ทำให้เขาหันมาเลิกคิ้วใส่สงสัยในสิ่งที่ทำ

                มีอะไร

                “มานี่หน่อยสิ

                “ฉันจะไปเก็บกระเป๋า

                “เก็บของหรอจะจะไปไหน

                “กลับไปหาหน้าฝน

                “ผู้หญิงสวยๆ แฟนเก่านายคนนั้นน่ะหรอ

                “คนนั้นแหละ

                ได้ยินอย่างนั้นขาสองข้างอ่อนแรงเหมือนทรงตัวยืนไม่ไหว เมื่อรู้อยู่แก่ใจว่าสำหรับหญิงสาวผมยาวตากลมโตอกตูม เธอเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง ไม่ว่าจะด้วยรูปลักษณ์ความงามของหน้าตาและฐานะสังคมทางครอบครัว ไลพ์สไตล์การใช้ชีวิตคงเหมาะสมกับคิมหันต์ที่สุด คิมหันต์กล่าวทั้งที่ใบหน้าเรียบนิ่งไม่มองหน้าเมษาแม้แต่น้อยทำให้ใบหน้าและดวงตาคู่หวานมีน้ำตาเอ่อคลอสองมือยกขึ้นปัดเช็ดและฝืนพูดไม่ให้เสียงสั่น

                “ป ไปทำไมหรอ

                “ยัยนั่นหืดหอบกำเริบ ฉันจะกลับไปเฝ้าไข้ซักอาทิตย์แล้วค่อยกลับมา

                “ไม่ไปได้มั้ย

                “ไม่ได้

                “ทำไมไม่ได้…”

                “เพราะฉันคนเดียวเท่านั้นที่ดูแลเธอได้ดีที่สุด เคยเป็นหนักจนชักต้องพาส่งโรงบาล เดินไปไหนไกลๆก็ไม่ได้ ยิ่งดึกยิ่งต้องคอยดูว่าจะกำเริบรึเปล่า

                “แต่ฉันมีเรื่องจะพูดกับนาย

                “ยังไม่ใช่ตอนนี้

                “ช่วยฟังฉันก่อนไปได้มั้ยคิมหันต์

                “หน้าฝนกำลังรออยู่

                “คิมหันต์….”

                “บอกว่าไม่ใช่ตอนนี้

                “แต่….”

                “ตอนนี้หน้าฝนต้องการฉันที่สุด

                เมษา Said.

                ฉันก็ต้องการนายเหมือนกัน

                พูดจบจึงเดินผ่านไปโดยที่เมษาไม่ได้ตอบอะไร คิมหันต์นั่งลงสองมือเก็บของจำเป็นลงกระเป๋า สายตากวาดมองรอบห้องและฟูกนอนธรรมดาราคาถูก ครั้งแรกที่ได้พบกับมันเขาจำได้ขึ้นใจว่ายังไงก็ทำใจไม่ได้ที่จะนอนในที่แบบนี้ด้วยซ้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับกลายเป็นผูกพันและรักห้องนอนไม้กะดานกลั้นเสียแล้ว ถอนหายใจยิ้มให้กับมันและรูปถ่ายของเขาและเมษาที่ตั้งวางไว้บนหัวนอน ส่ายหัวซ้ำๆถึงเวลาแล้วที่ต้องไปจากที่นี่โดยไม่รู้ว่าจะกลับมาในสถานะคนรักคนเดิมได้รึเปล่า

                ลุกขึ้นยืนสองขาก้าวเดินอย่างช้าๆออกจากตัวห้องจนมาหยุดอยู่หน้าประตูแต่ก่อนออกนอกบ้าน เมษาวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าทั้งก้มหน้าหนีและถอดกำไลข้อมือออก มันทำจากเงินแท้ซึ่งคิมหันต์สั่งทำให้พิเศษเป็นของขวัญวันเกิดสลักคำว่า You can trust me ร่างสูงเบิกตากว้างเพียงนิดเมื่อเมษายังคงยื่นซ้ำๆใส่มือเขา

                ฝากไว้ก่อน…”

                “………………”

                “ขอฝากไว้ที่นายก่อนได้มั้ย

                “ทำไมไม่เก็บไว้กับตัวเองล่ะ

                “ฝากไว้ที่นาย แล้วพอนายกลับมาก็เอามันกลับมาให้ด้วยรีบกลับมานะ อย่าลืมล่ะ ว่าฉันมีเรื่องจะพูดด้วย

                “จะเอาอย่างนั้นก็ได้

                “แค่หนึ่งอาทิตย์แล้วก็จะกลับมาใช่มั้ยใช่มั้ยคิมหันต์

                “อืม

                คิมหันต์รับกำไลเงินมาเก็บมันไว้ในกระเป๋ากางเกง ยืนนิ่งท่ามกลางสายลมและใบไม้พัดผ่านหน้าลานกว้างบริเวณหน้าบ้าน ทันใดนั้นเมษาคว้ากอดเอวร่างสูงซุกหน้าไว้ใต้อก ทนไม่ไหวจึงสะอื้นออกมาหมดไม่คิดปกปิด คิมหันต์ก้มมองใบหน้าหวานเปื้อนน้ำตา เขายิ้มให้กับเมษาที่กำลังร้องไห้อยู่ เงื้อมมือขึ้นจะกดศรีษะอีกคนแล้วกอดไว้แต่สุดท้ายเขากำมือตัวเองแน่นและเลือกที่จะลดมือลงก่อนผละเมษาออกเบาๆ

                เช็ดน้ำตาซะ…”

                “ฮึก ฮืออ!!!”

                “รับไว้ซะสิ

                พยักหน้าตอบรับมันมากอดไว้ในอก เมษาสะอื้นหนักกว่าเก่าขณะที่คิมหันต์ต้องทนฝืนมองคนรักเสียน้ำตาต่อหน้า อยากกอดอยากลูบผมอยากทำให้หายร้องไห้ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนซึ่งเคยทำไห้ แต่มันเหมือนมีเส้นบางๆกลั้นไว้ไม่ให้สองคนสามารถเข้าหากันได้ คิมหันต์เดินผ่านไปหยุดที่เจ้าน้ำตาล หมาน้อยยืนกระดิกหางเอียงหัวใส่ส่งเสียงครางในคอสงสัยในพฤติกรรมว่าเพื่อนซี้แต่งตัวหล่อออกไปไหนแต่เช้า เมื่อนั่งลงมันท้าวขาหน้าไปบนอกกระดิกหางเลียหน้าไม่หยุด

                ไม่เอาน่า น้ำลายแกเหม็นจะตาย ฮ่าๆ

                น้ำตาล Said.

                ไปไหน จะไปไหน แต่งตัวหล่อแต่เช้าเลย ซื้อเค้กมาฝากด้วยๆๆ

                ฉันจะกลับกรุงเทพซักอาทิตย์ ห้ามดื้อ โอเคมั้ย เฝ้าบ้านด้วย อย่าวิ่งกวดรถเดี๋ยวเค้าจะวางยาเอา ถ้าทำตัวดีจะซื้อเค้กกับอาหารมาฝาก

                ความเฉลียวฉลาดทำให้มันเข้าใจในสิ่งที่คิมหันต์พูด น้ำตาลรีบดีดตัวเข้าหาโถมตัวทับงับคอเสื้อกระชากดึงไม่ให้ไปไหน คิมหันต์ขำเขาตบหัวมันเบาๆพร้อมออกคำสั่ง จนมันต้องหยุดและยอมคลายคมเขี้ยวออก

                ปล่อยได้แล้ว เสื้อยับไปหมดแล้ว อย่าดื้อ…”

                น้ำตาล Said.

                ไม่ไปได้มั้ยเพื่อน….

                งื้ดดดด…..”

                ลูบหัวไปมาแล้วลุกขึ้นยืนเดินไปยังตัวรถ เข้าไปนั่งสตาร์จเครื่องยนต์ปิดประตูรถมองกระจกหลังแทนที่จะมองหน้าเมษาที่ยืนอยู่หน้าบ้าน ไม่รู้ว่าร้องไห้อะไรแต่คิมหันต์คงไม่ได้อยู่ในสถานะที่พอจะถามไถ่ได้ เกลียวล้อหมุนอย่างช้าๆเขาตีโค้งหักพวงมาลัยบังคับรถออกจากตัวบ้าน เมษารอให้ BMW M5 พ้นสายตาไปไกลเขาเห็นมันกำลังทะยานสู่ท้องถนน สองมือกุมอกตัวเองไว้ร้องไห้สะอื้นพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

                เดินทางปลอดภัยนะคิมหันต์ ฮ ฮึก ฮืออฉันจะรอนายเอากำไลมาให้ และนายต้องกลับมาทวงผ้าเช็ดหน้าคืนด้วย รีบกลับมา มาหากัน ฮึก!!! ฮือ…..”

                ทำได้แค่รอเวลาให้อีกคนกลับมาตามสัญญา และพร้อมบอกความจริงทุกอย่างเกี่ยวกับสาเหตุของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสอง เมษาเป็นเพียงคนเดียวที่รู้และเชื่อว่าสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่นั้นดีที่สุดเพื่อรักษาคนที่เขารักไม่ให้ตกเป็นของใครอื่น ไม่มีใครเข้าใจถึงจิตใจอันบริสุทธิ์ของเด็กบ้านนอกคนหนึ่งซึ่งไม่เคยคิดทรยศหักหลังหรือทำให้คิมหันต์คนรักคนแรกและหวังว่ามันจะเป็นรักครั้งสุดท้ายช้ำใจเพียงนิด คิมหันต์เองก็เช่นกันที่ย้อนคิดพูดกับตัวเองว่าอะไรที่ทำให้เขาสองคนต้องตกอยู่ในสถานะที่ยากจะอธิบาย ทั้งอยากหมุนเวลาให้มันไวเพื่อกลับมาหาคนรักตามที่สัญญา กำไลข้อมือของเมษาและผ้าเช็ดหน้าของคิมหันต์ถูกเป็นตัวแทนของกันและกันระหว่างที่ทั้งสองต้องแยกจากกัน

                ด้านคิมหันต์

                19.24

                รถคันหรูเปิดระบบที่ปัดน้ำฝนขับเคลื่อนกลางถนนซึ่งขนาบข้างด้วยทุ่งหญ้าและท้องนา คิมหันต์หรี่ตาเปิดไฟหน้ารถสูงเมื่อพายุฝนชักโหมกระหน่ำจนมองแทบไม่เห็นทาง เขาจำเป็นต้องลดความเร็วลงและค่อยประคองพวงมาลัยอย่างใจเย็น มันเหน็บหนาวทั้งอากาศด้านนอกซึมลึกไปจนถึงก้นบึ้งของหัวใจเมื่อเม็ดฝนสาดกระทบกับตัวรถและกระจก เป็นเวลาหนึ่งทุ่มกว่าๆที่เขายังไม่ออกจากถนนเส้นนี้ เสียงเพลงยังคงคลอเบาๆเข้ากับบรรยากาศพาให้คิดถึงสิ่งที่ตนเป็นอยู่

                อย่าเสียใจไปเลย มันจะยิ่งทำให้ฉันดูน่าสงสาร อย่าพูดด้วยริมฝีปากที่น่ารักนั้น ได้โปรดรีบฆ่าฉันให้ตายไปซะ ฉันไม่เป็นไร…”

                ความหมายของเนื้อเพลงมันเข้ากับสิ่งที่คิมหันต์กำลังรู้สึก อยู่ดีๆก็ปวดรอบดวงตาภาพที่เห็นพร่ามัวไปหมดเมื่อหยาดน้ำตาไหลรินอาบแก้มไม่ต่างกับเม็ดฝนที่ไหลย้อนลงหน้ากระจกรถ มันเงียบสงบไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่เปียกปอนไปด้วยเม็ดฝน การกระทำของเมษาไม่ต่างจากคมมีดที่กำลังทิ่มแทง ใช่อยู่หากเกิดอะไรขึ้นคำว่าเลิกลาไม่มีทางหลุดออกจากปากเมษาแน่ แต่คนตัวเล็กคงบีบบังคับทำให้คิมหันต์นั้นอึดอัดจนสุดท้ายแล้วต้องปลีกตัวออกไปเอง แต่ด้วยเพราะความรักนั้นทำให้เขายังคงตัดสินใจจะอยู่ที่เดิมและไม่ไปไหน จากนิสัยหยิ่งยโสไม่สนใจอะไรใครทั้งนั้นนอกจากสิ่งที่ทำให้ตัวเองสบายกลับกลายเป็นชายหนุ่มผู้อ่อนแอแพ้ในความน่ารักและลมปากคำพูดคำจาหวานหูของเด็กบ้านนอกธรรมดาๆคนหนึ่ง

                ยกมือขึ้นปาดน้ำตาพยายามฝืนกลั้นแต่เป็นไปได้ยากเมื่อใบหน้าหวานๆ รอยยิ้ม น้ำเสียง และริมฝีปาก ดวงตาคู่สวย ทุกภาพมันวนย้อนอยู่ในหัว เมษายังไม่ไปไหนยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของคิมหันต์ ความน่ารักและคำสัญญาดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เมื่อความสัมพันธ์และอนาคตที่วาดไว้มันชักจะเลือนลางจนกลายเป็นจุดเล็กๆ คิมหันต์ไว้ใจหวังฝากชีวิตไว้กับเด็กคนนี้โดยที่ไม่ต้องการรักใครอีกคนที่เปลี่ยนเขากลายเป็นคนใหม่ คนที่ทำให้ชีวิตไม่ต้องการอะไรอีกไม่ว่าจะเป็นสังคมหรือเงินทองมากมาย รวมทั้งทำให้เขาสามารถเสียใจได้ขนาดนี้ แปลกที่รู้ว่าการเดินทางของทั้งสองนั้นต้องมาถึงจุดจบ แต่ความเสียใจนี้มันคืออะไร

                สายตายังคงจดจ้องไปบนท้องถนน คิมหันต์ยิ้มให้กับมันเป็นการบอกลาและหวังว่าเราจะได้เจอกันอีก ไม่ว่าจะเป็นทุ่งนาและต้นไม้ เจ้าน้ำตาลและคนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดนั่นคือเมษา เงื้อมมือขึ้นปาดน้ำตาซ้ำๆจนรอบดวงตาช้ำแดงไปหมด สะอื้นออกมาอย่างน่าอาย มือซ้ายล้วงเข้ากระเป๋ากางเกงหยิบกำไลเงินที่เมษาเคยสวมใส่ขึ้นดูหวังว่ามันจะเป็นตัวแทนแห่งความคิดถึงได้บ้าง

                เจ็ดวันเท่านั้นรอฉันหน่อยนะเมษา

                พูดคนเดียวส่งยิ้มให้กำมันไว้แล้วจูบลงเบาๆบนคำว่า You can trust me. แต่ทันใดนั้นก็มีแสงไฟสว่างวาบส่องผ่านเข้ามาในตัวรถ ดวงตาคู่เฉี่ยวเบิกออกกว้างเห็นรถสิบล้อคันใหญ่วิ่งสวนเลนส์เข้ามาใกล้ในระยะประชิดในวันที่ฝนตก คนขับบีบแตรดังลั่นร้องตะโกนไม่เป็นคำ สมองฉับไวสั่งการให้คิมหันต์หักพวงมาลัยรถไปทางซ้ายตีโค้งจนตัวโก่งกัดฟันแน่นหวังให้ตัวรถหลุดออกจากเลนส์ ความแรงทำให้ท้ายรถสะบัดล้อปาดบนพื้นถนนจนเกิดเสียง ต้องอาศัยใช้เบรคเป็นตัวช่วยในการหยุดรถไม่ให้เหวี่ยงเสียการทรงตัวไปมากกว่านี้ โชคดีที่รถสิบล้อเองก็หักลบไปอีกทางเช่นกันทำให้ทั้งสองไม่ต้องประสานงากัน แต่คิมหันต์ไม่ได้โชคดีเสมอไปเพราะต่อให้เขาเหยียบเบรคซักเท่าไรมันยิ่งไม่ทำงาน กดปลายเท้าลงลึกแต่ BMW M5 ลูกชายสุดที่รักกลับไม่มีกำลังเบรคเพียงพอที่จะหยุดรถได้ มันหมุนคว้างหลุดการควบคุม ทุกอย่างไวจนจำแทบไม่ได้ ภาพที่เห็นมันสลับกลับกันไปหมด ก่อนที่ร่างสูงจะสลบหมดสติไปเพราะศรีษะกระแทกเข้ากับกระจกรถ เส้นผมปลิวไหวไปตามลมเพราะกระจกแตกกระจายเป็นเสี่ยงทั้งสี่ด้าน เศษกระจกกระเด็นบาดตามใบหน้าและมือทั้งสองข้าง ไม่รู้สึกเจ็บปวดเพียงนิดเพราะตอนนี้เขาได้หลับสนิทร่างกายแน่นิ่งไม่ไหวติงมีเพียงสายเข็มขัดนิรภัยคอยประคองร่างไว้ รถสีครามน้ำเงินเข้มของคิมหันต์เอนไปทางซ้าย ล้อข้างขวาลอยขึ้นก่อนตัวรถจะถลาออกไปไกลไม่หยุด แรงเหวี่ยงทำให้รถพลิกคว่ำล้อหงายอยู่ด้านบนส่งผลให้หลังคารถถูไปบนพื้นถนน มันหยุดตัวลงได้เพราะรถไปชนติดกับต้นไม้ใหญ่ข้างทาง เลือดสีแดงสดไหลย้อนออกจากหน้าผากและใบหน้าผสมกับน้ำฝนตามพื้นถนน ฟ้าร้องคำรามดังกึกก้องแต่หูทั้งสองข้างอื้ออึงไม่ได้ยินเสียงอะไร

                พ่อหนุ่มๆ!!!! พอมีสติอยู่มั้ย!!!ไอ้เปี๊ยก โทรเรียกตำรวจกับรถโรงบาลเร็ว กูไม่หนี กูทิ้งไอ้เด็กคนนี้ไม่ได้

                ลุงคนขับสิบล้อลงจากรถวิ่งตรงมาหาพร้อมกระบอกไฟฉายในมือ ก้มลงนั่งกลางสายฝนตบมือข้างบานประตูซ้ำๆเรียกคิมหันต์ให้ตื่นขึ้น ไม่เป็นผลจึงส่องไฟฉายเข้าไปในตัวรถเห็นกระเป๋าตังค์ตกอยู่จึงหยิบขึ้นดูเห็นรายชื่อบนบัตรประชาชน

                นาย คิมหันต์….พิพัฒนภูวดล

                อ่านเพียงชื่อเท่านั้นใบหน้าคุณลุงถอดสี เพราะชื่อและสกุลดังกล่าวเป็นลูกชายของเจ้าของคอนโดชื้อดังที่ต่างเป็นที่รู้จัก รวมทั้งคดีเก่าที่ผ่านมานั้นยังไม่ทันหายซาไปจากกระแสสังคม ทรุดลงนั่งกับพื้นเกรงว่าตัวจะคร่าชีวิตคนเพียงเพราะความประมาทและความเห็นแก่ตัวที่ขับรถสวนเลนส์

                ลุง!!!ตำรวจกับรถพยาบาลกำลังมา มาหลบฝนก่อนเร็ว

                ด้านป้าแหม่ม

                ป้าไม่รู้หรอกค่ะว่าคุณหนูกับหนูเมษาทะเลาะอะไรกัน วันนี้โทรมาบอกว่าจะกลับมาน่าจะถึงประมาณทุ่มกว่าๆ เห็นบอกว่าจะมาเฝ้าคุณหน้าฝนด้วยแล้วอาการหอบของเธอเป็นไงบ้างคะ

                “ไอ้ฝนมันก็กำเริบแบบนี้เป็นปกติแหละป้า แต่ครั้งนี้หนักสุด มันชักเลยอ่ะดิดีที่ไอ้สิไปทันไม่งั้นตายๆ รถโรงบาลยังช้ากว่าตีนพวกผมเลย ฮ่าๆ

                วสันต์พูด วันนี้ทั้งเขาและสิระมารวมตัวกันพร้อมหน้าเพื่อรอรับคิมหันต์กลับบ้านร่วมกับป้าแหม่ม เป็นเวลาเกือบสองทุ่มแต่ไม่มีวี่แววที่ BMW M5 จะจอดรอให้คนในบ้านเปิดประตูให้

                กริ้งงงงงง!!!! กริ้งงงงงงงง!!!!

                โทรศัพท์บ้านดัง ป้าแหม่มแปลกใจคิดว่าเป็นคิมหันต์แต่ทำไมเขาไม่กดสายตรงเข้าหาเธอซะล่ะ ยกหูขึ้นรับเสียงจากปลายสายทำให้หญิงวัยชราทรุดตัวล้มลงกับพื้น สิระรีบวิ่งไปประคองพร้อมรับสายไว้เองในใจคิดว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่

                ฮัลโหลครับ บ้านพิพัฒนภูวดลครับ!!!”

                “ค คุณหนู ฮือคุณหนู คุณวสันต์คะ คุณหนู

                “ญาติของคุณคิมหันต์ พิพัฒนภูวดลใช่มั้ยครับ ตอนนี้ตัวเขาและรถทะเบียน ก 1111 ประสบอุบัติเหตุอยู่ที่ถนนสาย 34 ทางเราต้องการให้ญาติมาที่ประสบเหตุด้วยครับ

                “ครับ!! วสันต์ไอ้คิมรถคว่ำอยู่ถนนสาย 34 ไปเร็ว!!!”

                “ไอ้คิม!!!....”

                ทั้งสามคนถึงที่เกิดเหตุในเวลาเร็วไว ความเป็นห่วงป้าแหม่มวิ่งลงจากรถสองขาอ่อนแรงแทบไม่มีแรงเดินแต่ด้วยความเป็นห่วงทำให้ฝืนเดินต่อไปโดยมีสิระโอบกอดประคองตัวไว้และกางร่มกันฝนให้ วสันต์วิ่งนำหน้าฝ่าฝนไปหารถ BMW M5 ที่หงายท้องอยู่ แหวกผู้คนมากมายไปหาคิมหันต์ที่ทางทีมตำรวจหน่วยกู้ภัยและพยาบาลกำลังให้ความช่วยเหลือกลางสายฝน ประตูรถล็อคแน่นมันพับผิดรูปทำให้นำร่างของเขาออกมาได้ยาก

                ไอ้คิม!!!!ตื่น ไอ้คิม!!!! ได้ยินมั้ยวะ ตื่นดิไอ้คิม!!”

                “คุณหนู ฮือฮึก!! ช่วยคุณหนูของดิฉันด้วยค่ะ อย่าให้เขาเป็นอะไร นะคะคุณพยาบาล ฮือออ ช่วยคุณหนูของป้าด้วย

                “เรายังนำร่างของเขาออกมาจากซากรถไม่ได้ค่ะ ต้องใช้เวลาซักหน่อยแต่ทางเราจะรักษาให้อย่างด่วนและไวที่สุด คุณป้าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ

                พยาบาลหันมาพูดทั้งที่กำลังเตรียมกล่องเครื่องมืออยู่ด้านข้าง เธอครอบเครื่องช่วยหายใจไปที่จมูกของคิมหันต์ทั้งที่ทีมหน่วยกู้ภัยกำลังช่วยกันงัดประตูรถ ส่วนตำรวจกำลังจดและคาดเดาสถานการณ์ผลออกมาเป็นว่าสายเบรคเสียหายจากของมีคมทำให้น้ำมันเบรครั่วจนกระทั่งเบรคไม่ทำงาน

                ผลออกมาแล้วนะครับ น้ำมันเบรครั่วทำให้เบรครถไม่ทำงาน เบื้องต้นคู่กรณีรับในข้อกล่าวหาและพร้อมรับโทษ ไม่ทราบว่าคุณเป็นคนเดียวกับที่รับสายเมื่อครู่รึเปล่า ขอทราบชื่อด้วยครับ

                “สิระ อธิพัฒน์ภาคิน เป็นเพื่อนกับผู้ประสบเหตุครับ

                “ค่าความดันต่ำผิดปกติ เร่งมือให้เร็วกว่านี้ได้มั้ย!!!!”

                “ก็ผมงัดประตูรถไม่ออกอ่ะ!!!!”

                “ทางนี้ก็ไม่ออก!!! ขาหักสามท่อนเราลากเค้าออกมาไม่ได้นะพี่

                พยาบาลและหัวหน้ากู้ภัยตะโกนดัง ป้าแหม่มได้ยินอย่างนั้นถึงกลับหมดสติเป็นลมล้มพับ สิระรับไว้ทันพาร่างหญิงชราไปพักที่รถโรงบาล ถัดมาที่วสันต์รนรานทำอะไรไม่ถูก ร้องไห้ตะโกนเรียกชื่อเพื่อนคุมสติไม่อยู่ ยิ่งเห็นคิมหันต์หน้าซีดหายใจแผ่วลงเรื่อยๆพร้อมกับตัวเลขแจ้งค่าความดันที่ต่ำลงจนหน้าใจหาย ฝนที่ตกลงมาซ้ำยิ่งทำให้ร่างกายของคิมหันต์แย่ลงทนพิษบาดแผลแทบไม่ไหว

                ไอ้คิม!!!ฮืออออ ห้ามตายนะเว่ย!! พี่ครับผมขอคีมตัดเหล็กหน่อย!!!”

                แย่งคีมตัดเหล็กในมือของหน่วยกู้ภัย วสันต์ปาดน้ำตาร้องไห้หนักสูดลมหายใจเข้าลึก ยังไงก็ไม่ยอมให้คิมหันต์มาทิ้งชีวิตไว้บนถนนแห่งนี้เป็นแน่ ความเศร้าและความกลัวทำให้รู้สึกมีกำลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ยันขาไปที่ประตูรถรวบรวมแรงก่อนหักข้อมือใช้เข่าช่วยดันตัดเหล็กจนประตูรถเปิดออกอ้า ผู้คนร้องเฮดังรีบพาร่างคิมหันต์ออกมาอย่างรวดเร็ว วสันต์ดีใจเช็ดน้ำตาซ้ำๆ เดินตามเพื่อนที่ถูกหามขึ้นเปลทั้งร่างที่เปียกโชกไปด้วยเลือดและน้ำฝน ดูท่าตอนนี้คนที่มีสติที่สุดคงจะเป็นสิระเพราะเขากำลังเจรจากับทางตัวรวจเพื่อดำเนินคดีความ

                โรงพยาบาล

                ไอ้คิม…. ไอ้คิม อย่าเป็นอะไรนะเว่ย หมอ!!หมอต้องช่วยเพื่อนผมนะ พวกผมมีเงิน พ่อมันก็มีเงิน รักษาให้ถึงที่สุด เข้าใจมั้ยหมอ ฮือออ ไอ้คิม!!”

                วสันต์วิ่งตามเวรเปลซึ่งขนาบข้างไปด้วยทีมหมอและเครื่องวัดระดับความดัน เครื่องช่วยหายใจและสายระโยงระยาง คิมหันต์หลับสนิทร่างของเขาเย็นเฉียบซึ่งวสันต์สัมผัสได้เพราะเขากุมมือเพื่อนมาตลอดทางไม่ปล่อย

                ญาติรอด้านนอกนะคะ

                ประตูห้องฉุกเฉินปิดลงพยาบาลสะบัดกลั้นม่านใส่ วสันต์ทำได้แค่นั่งรออยู่หน้าห้องร้องไห้กลั้นน้ำตาไม่ไหว สิระเมื่อเสร็จธุระจากทางตำรวจจึงรีบตรงมาหา เขานั่งลงข้างๆโอบกอดวสันต์ให้ซบหัวลงไหล่ห่มผ้าให้กับคนที่ร่างกายเปียกปอนแปลกที่ผู้ชายร่างกายกำยำกลับอ่อนแอทันตาเห็น

                “ฮือออ!!! ไอ้คิม มันจะตายมั้ยวะ ข้ากลัวมันตาย ฮือออ ฮึกๆ !!”

                “มันต้องไม่เป็นอะไร มันไม่เป็นไร ใจเย็นก่อน

                “เออไอ้สิยืมโรศัพท์หน่อยจะโทรบอกเมษา ของข้าเปียกฝนดับไปแล้ว

                “โทรไปแล้ว แต่ไม่ติด โทรไปเป็นสิบๆสายก็ไม่ติด

                “ทำ ทำไมวะเอ็งโทรไปตอนไหนบ้าง

                “ทุกๆห้านาที

                สิระทำใจเย็นทั้งที่ในใจว้าวุ่นไม่ต่างกัน พอรู้บ้างว่าทั้งสองมีเรื่องทะเลาะกันแต่ไม่คิดว่าเมษาจะติดต่อไม่จนถึงตอนนี้ ไม่นานนักผู้เป็นพ่อทิ้งงานทันที่ที่ทราบเรื่อง คุณพ่อวิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดยืนหน้าประตู เห็นวสันต์ร้องไห้นึกแปลกใจที่คนร้องไห้กลับเป็นคนที่เข้มแข็งที่สุดในกลุ่ม

                ประตูห้องเปิดออกสองบาน ทั้งสามคนหันมองเป็นตาเดียวกัน ทีมหมอเดินนำหน้าทุกคนดีใจคิดว่าช่วยคิมหันต์ได้เรียบร้อย แต่เปล่าเลยอาการคิมหันต์ชักแย่ลงทำให้ต้องย้ายห้องในการปฏิบัติการและรักษา

                “อาการทรุดหนักมากครับ เราต้องย้ายเขาไปห้อง ICU”

                คิมหันต์ คิมหันต์ได้ยินพ่อมั้ยลูก หนูต้องตื่นมาหาพ่อนะ คิมหันต์…”

                พูดข้างเตียงทั้งที่คิมหันต์ยังคงหลับสนิท ผู้เป็นพ่อทำใจดีกลั้นน้ำตาไว้ นางพยาบาลเดินตามมาพร้อมยื่นถุงซีนใสใส่กำลังเงินไว้ในนั้นแล้วยื่นให้

                เขากำมันไว้ตลอดเลยค่ะคุณพ่อ

                คิมหันต์ลืมตาไม่ไหวเลยพ่อ ฝากเอากำไลไปคืนให้เมษาแทนผมที

                หลับตาสนิทพูดอยู่ในใจ มันเป็นสิ่งที่คิมหันต์ฝากไว้ก่อนโดนนำร่างย้ายไปห้อง ICU ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

               

 

 

 1 โหวต 1 ถูกใจ 1 Comment เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนได้เยอะเลย http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00021.gif

 

ปีนี้ปีชงพระเอกเรารึไง http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon000211.gif

 

ทั้งโดนแทง ทั้งรถคว่ำ เอาเลยๆ เป็นคิมหันต์ของไรท์ต้องอดทน

เพราะก่อนหน้านี้ผู้อ่านด่าพระเอกเราไว้เยอะ

คราวนี้แหละถึงเวลาแล้วที่ต้องเอาใจช่วยพระเอกเยอะๆเพราะพี่แกดวงซวยละเกิน

เอาเป็นว่า ขอให้สนุกไปด้วยกันนะจ๊ะ

 

อ๊ะๆๆๆ อย่าลืมหยอดกระปุกกันคนละ 10 บาท รอซื้อนิยายไรท์

 

 

2016-06-16

 

 

               

 

                

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว