facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Let me be yours : Part 13 [50%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 988

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มิ.ย. 2564 22:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Let me be yours : Part 13 [50%]
แบบอักษร

Let me be yours 13 

 

นาธานบิดตัวน้อยๆ ภายใต้กองผ้าห่มผืนหนา ก่อนขาเรียวยาวเปลือยเปล่าจะถีบมันออกด้วยอากาศอบอุ่นยามสายของวัน ร่างกายส่วนบนห่อหุ้มด้วยเสื้อยืดสีเทาตัวโคร่งของเจ้าของบ้านช่วงล่างมีเพียงชั้นในตัวจิ๋วสีขาวปิดบังไว้ ยามชายเสื้อเลิกขึ้นตามแรงขยับจึงเผยขาอ่อนขาวนวลประดับแต้มสีชาดหลายจุดวับๆ แวมๆ 

แพขนตากระพือเปิดออก ภาพแรกที่เห็นคือแผงอกกว้างของใครอีกคน เพราะนอนซบอยู่กับหัวไหล่เขา เด็กแสบเงยหน้าขึ้นมองใครคนนั้นด้วยรอยยิ้มเกียจคร้านจึงได้รับสายตาอบอุ่นราวกับแสงตะวันทอดมองมา 

"อรุณสวัสดิ์" 

"อรุณสวัสดิ์เด็กขี้เซา" 

เด็กขี้เซาที่ว่าถูไถใบหน้ากับแผงอกอุ่น เขาชอบความรู้สึกยามลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบโจเซฟเป็นคนแรก ได้กอดก่ายแนบผิวกายกันและกัน คงดีไม่น้อยหากเรื่องแบบนี้ควรเกิดขึ้นในทุกวัน 

"กี่โมงแล้ว" 

"เกือบเที่ยงแล้วล่ะ หิวหรือยัง" 

"หิวมาก แต่ว่า...." 

โจเซฟเลิกคิ้วรอฟัง รู้ดีกว่าเจ้าเม่นแคระของเขากินจุยิ่งกว่าอะไร กระเพาะน้อยๆ นี้ว่างเปล่านานไม่ได้ และตอนนี้คงได้เวลาให้อ่านแล้ว ทว่านาธานกลับปีนขึ้นมาบนตัวเขาเสียอย่างนั้น ใบหน้าเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ และโจเซฟไม่ปฏิเสธว่าเขารักมัน 

"มื้อแรกของวันเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้ให้ฉันป้อนอย่างอื่นนายก่อน" 

เด็กแสบโน้มตัวลงมาในขณะที่ฝ่ามือใหญ่สอดเข้าใต้ชายเสื้อยืด บีบขยำสะโพกเนียนเบามือ เมื่อคืนตรงนี้เพิ่งรับศึกหนัก เขาไม่อยากให้นาธานหักโหมกับเรื่องนี้เกินไป 

"หายเจ็บแล้วเหรอ" โจเซฟกระซิบถามกับริมฝีปากนุ่ม 

"หายแล้ว" ปลายลิ้นเล็กสอดแทรกเข้าสำรวจภายใน 

อันที่จริงมันไม่ได้เรียกว่าเจ็บด้วยซ้ำ อาการที่หลงเหลือมีเพียงเคล็ดขัดยอกซึ่งแก้ได้ด้วยการทำซ้ำให้ร่างกายคุ้นชิน 

และมื้ออาหารหลักก็ถูกเลื่อนให้รอไปก่อน เพราะมื้อเรียกน้ำย่อยสุดเร่าร้อนดำเนินต่อไปอีกเกือบชั่วโมง 

 

ตอนนี้นาธานหิวจนใกล้หน้ามืดเต็มทีแล้ว 

เด็กแสบมองทุกการเคลื่อนไหวของโจเซฟยามเขาเทไข่ดาวและไส้กรอกกองพูนขนาดย่อมใส่จานให้ตัวเอง แถมด้วยขนมปังทาเนยปิ้งอีกสองชิ้น 

"อืมม พ่อบ้านที่ดี" 

โจเซฟคว้ามือนาธานที่กำลังจะหยิบขนมปังควันฉุยไว้ได้ทัน 

"มันร้อน เพิ่งออกจากเตา ดื่มนมให้หมดแก้วก่อนสิ" ไม่ต่างจากเลี้ยงเด็กเล็กๆ คนหนึ่งเลย ไม่รู้เอาเจ้าเม่นจอมยั่วเมื่อชั่วโมงที่แล้วไปทิ้งไว้ไหน 

นาธานหน้ามุ่ยคว้าแก้วนมมากระดกดื่มอึกๆ จนหมด ก่อนจะค่อยๆ จัดการมื้อเช้าตอนเที่ยงของตัวเองพร้อมกับโจเซฟ 

"พูดจริงๆ นะ ฉันอยากย้ายมาอยู่กับนาย" ไม่รู้ว่าหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว และทุกครั้งหากไม่บ่ายเบี่ยงโจเซฟก็จะเอาโยลันดาขึ้นมาเป็นหัวข้อในการปฏิเสธทุกทีไป และครั้งนี้ก็เหมือนเดิม 

"แม่นายล่ะ" 

"แม่อยู่คนเดียวได้ ดีซะอีก เธอจะได้ไม่ต้องเหนื่อยดูแลฉัน" 

"นายจะบอกแม่นายเรื่องเรา? " 

"ถึงบอกแม่ก็คงไม่แปลกใจหรอก ดูสิว่าทุกวันนี้เราปฏิบัติต่อกันยังไง ฉันว่าแม่รู้เรื่องดีอยู่แล้วแค่ไม่พูดออกมาเท่านั้นเอง เป็นแบบนี้เสมอแหละผู้หญิงใจดีคนนั้นน่ะ และฉันรู้ว่าเธอก็ชอบนายเหมือนกัน เธอรู้ว่านายปราบพยศฉันได้" 

"หึ รู้ด้วยหรือไงว่าตัวเองพยศ" 

เด็กแสบทำหน้าทะเล้น แต่สำหรับโจเซฟเขาคิดว่าเรื่องนี้ยังเร็วเกินไป อะไรหลายๆ อย่างยังไม่ลงตัวมากพอ "เอาไว้เราคุยเรื่องนี้กันทีหลัง" 

"ทีหลังทุกที เอาเหอะ เล่นตัวมากๆ ถึงเวลาฉันไม่ยอมย้ายมาอยู่ด้วยแล้วอย่ามาง้อนะ" 

มือใหญ่ขยี้ผมเจ้าเด็กแสบด้วยความมันเขี้ยวจนยุ่งฟู ไม่ใช่ไม่อยากให้มาอยู่ด้วยกัน การมีเจ้าเม่นแคระบนเตียงของเขาทำให้โจเซฟรู้สึกวางใจ ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะไปก่อเรื่องเกเรที่ไหน แต่เกรงใจโยลันดาก็เรื่องหนึ่ง ส่วนอีกเรื่องเขายังไม่มั่นใจว่าที่นี่ปลอดภัยสำหรับเม่นน้อยของเขามากพอ หากเกิดอะไรขึ้นกับเขาก็ยังอุ่นใจได้ว่านาธานปลอดภัยอยู่ที่บ้าน นี่เป็นตัวเลือกสองฝั่งที่โจเซฟต้องชั่งน้ำหนักตัดสินใจ 

ซึ่งมันไม่ง่ายเลย 

เด็กแสบเพียงเลื่อนสายตาลงมองจานว่างเปล่าตรงหน้า เอ่ยปากเปลี่ยนเรื่องด้วยตัวเอง 

"บ่ายนี้ไปส่งบ้านแรนด์หน่อยสิ ไม่ได้เจอหมอนั่นนานแล้ว น่าจะกำลังเตรียมตัวเก็บของอยู่มั้ง อยากไปช่วยสักหน่อย" 

"ช่วยป่วน? " 

"อืม ช่วยป่วนนั่นแหละ หมั่นไส้" 

โจเซฟหัวเราะให้กับความสัมพันธ์ประหลาดของสองเพื่อนซี้เบาๆ "เอาสิ" 

 

บ้านของแรนดี้เป็นบ้านสองชั้นขนาดกลาง มีสมาชิกอยู่ด้วยกันทั้งหมดสามคนพ่อแม่ลูก เขามีพี่ชายอายุห่างกันสามปีอีกหนึ่งคนแต่ตอนนี้แยกตัวออกไปอยู่คนเดียวในละแวกใกล้เคียงกัน แต่ยังคงมาช่วยกิจการของครอบครัว นาธานสนิทสนมกับทุกคนเป็นอย่างดีจนแทบกลายมาเป็นลูกชายบ้านนี้อีกคนหนึ่งแล้ว 

ยังไม่ทันได้เดินเข้าไปกดกริ่งด้วยซ้ำ ประตูบ้านก็เปิดออกมาต้อนรับเสียก่อน นาธานกอดอกมองเพื่อนตัวดีส่งยิ้มยียวนกวนประสาทมาให้แต่ไกล 

"นึกว่ามีเพื่อนใหม่จนลืมทางมาที่นี่แล้วซะอีก" 

"เหอะ นายล่ะ นึกว่าบ้านฉันย้ายตัวเองหนีไปแคนาดาแล้วหรือไงถึงไม่เคยแวะไป" 

"นายเคยอยู่บ้านดีๆ ให้ฉันแวะไปหาสักวันไหมล่ะ แล้วนี่ย้ายไปอยู่ด้วยกันแล้วหรือไง" แรนดี้พยักพเยิดหน้าไปทางที่โจเซฟเพิ่งขับรถออกไป 

"ยัง! " 

แน่นอนว่าคำตอบนี้ใส่ความไม่พอใจไว้เต็มเปี่ยมทีเดียว 

สมาชิกคนอื่นๆ ไม่อยู่บ้าน คนพ่อน่าจะอยู่หน้างานที่ไหนสักแห่งกับลูกชายคนโต ส่วนคนแม่จัดการเอกสารอยู่ในสำนักงานเล็กๆ ใกล้ตัวเมือง 

นาธานเดินตรงขึ้นห้องนอนของเพื่อนสนิทบนชั้นสองราวกับเป็นบ้านของตัวเอง ภายในห้องเริ่มมีกล่องปิดเทปวางอยู่ให้เห็นบ้างแล้ว 

"เริ่มเก็บของแล้วนี่ อยากรีบไปขนาดนั้นเลย" 

"ช่วยไม่ได้ สาวๆ ในแคมปัสรอฉันอยู่ แทบอดใจรอไม่ไหวแล้ว" 

"เฮอะ! " 

เด็กเกเรเตะกล่องสัมภาระของเพื่อนเบาๆ หนึ่งทีด้วยท่าทางอันธพาล หันมากอดอกหน้ามุ่ยเดินไปยืนพิงกรอบหน้าต่างที่เปิดอยู่ มองลงไปด้านล่างเห็นถนนตัดผ่านและเพื่อนบ้านข้างเคียง 

เห็นแค่นี้แรนดี้ก็รู้แล้วว่าเพื่อนมีเรื่องบางอย่างในใจ 

"เป็นอะไรไป ความสัมพันธ์ไม่ราบรื่นหรือไง" 

คนถูกตั้งคำถามถอนหายใจเสียงแผ่ว ก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจทุกอย่างให้แรนดี้ฟัง เรื่องราวต่างๆ พรั่งพรูออกมาราวกับเขื่อนแตก ทั้งเรื่องงานของโจเซฟและความไม่สบายใจทั้งหลายแหล่ที่สะสมมาเป็นเวลานาน 

 

"นายสงสัยว่าเขาไม่จริงจัง? " แรนดี้ถามเพื่อนสนิทซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ หลังจากฟังเรื่องราวความสัมพันธ์ทั้งหมดจากนาธานแล้ว เขาไม่เข้าใจว่าโจเซฟมีปัญหาที่ตรงไหน "เท่าที่ฉันเห็นคือเขาหลงนายหัวปักหัวปำนะ" 

"แต่เขาไม่ยอมให้ฉันไปอยู่ด้วย เราพูดเรื่องนี่กันหลายครั้งแล้วนะ หรือเขายังไม่อยากบอกเรื่องนี้กับแม่ฉันเพราะเขายังไม่มั่นใจ" 

"เพราะเรื่องงานของเขาหรือเปล่า นายควรรู้ไว้ว่าความลับจริงๆ ไม่มีในโลก รอยแผลเป็นบนตัวเขาก็บอกนายได้แล้ว เขาอาจคิดว่าที่นั่นไม่ปลอดภัย" 

"งั้นฉันชวนเขามาอยู่ที่บ้านฉันดีกว่าไหม แบบนั้นก็น่าจะปลอดภัยสำหรับเราทั้งคู่" 

"ฉันว่าอันตรายไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่หรอก แต่มันอยู่ที่ตัวคน อยู่ที่ว่าเขาอยู่ที่ไหนและอยู่กับใครด้วย นายคิดดูสิว่าเพราะอาชีพของเขาจะสร้างศัตรูไว้เยอะมากแค่ไหน และตอนนี้เท่ากับว่านายคือจุดอ่อนเดียวของเขาแล้วนะ สำหรับใครที่กำลังมองหาช่องโหว่ของโจเซฟก็จะต้องเป็นนาย ให้ตายสิ เรื่องนี้มันมากเกินกว่าที่ฉันคิด" 

และมันมากเกินกว่าที่นาธานจะจินตนาการถึงเช่นกัน แต่เขายังมั่นใจในตัวโจเซฟว่าจะดูแลเขาให้ปลอดภัย "เขาบอกว่าเขาเลิกแล้ว ตอนนี้เขาเป็นแค่เจ้าของบาร์" 

"และฉันภาวนาขอให้บรรดาลูกค้าเก่าของเขาเข้าใจเรื่องนั้นด้วย" 

นาธานเพียงยืนพิงขอบหน้าต่างโดยไม่พูดอะไร เพราะเขาเองก็ภาวนาเช่นนั้นเหมือนกัน ทอดสายตามองลงไปเบื้องล่างก่อนจะสะดุดเข้ากับใครบางคน 

"นั่นครูซนี่" 

"บ้านเขาอยู่ข้างฉันนะ เพื่อนายลืม จะเห็นเขาแถวนี้ก็ไม่แปลกหรอก" 

จริงด้วย!!  

นาธานหันขวับมามองแรนดี้ด้วยสายตาแห่งความหวัง อีกฝ่ายเพียงเลิกคิ้วมองตอบกลับมาด้วยความไม่เข้าใจ "อะไร" 

"ช่วงนี้ได้คุยกับครูซบ้างหรือเปล่า" 

"เปล่า ฉันยุ่งๆ เกี่ยวกับเรื่องย้าย มีอะไร" 

ตอนนั้นเองที่แรนดี้เริ่มจับสังเกตบางอย่างได้ เขาลุกขึ้นจากปลายเตียงเดินไปยืนขนาบข้างเพื่อนสนิท ถือโอกาสมองอีกฝ่ายใกล้ๆ ก่อนจะเหล่สายตาลงไปยังเบื้องล่าง เห็นครูซยืนอยู่ริมทางเท้า 

"พักหลังมานี้นายสนิทกับพวกที่ทะเลสาบ" 

"อืม" นาธานรับคำเบาๆ ขณะสังเกตท่าทางของครูซไปด้วย เหมือนเขากำลังรอใครบางคน 

"นาท" 

"ทำไม" 

"ไม่ได้แอบเล่นยาตอนที่ฉันไม่รู้ใช่ไหม" 

นาธานหันขวับมองเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กทันควัน ดวงตาสีน้ำตาลจ้องแรนดี้ด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ "เปล่าสักหน่อย! " 

คนถูกจ้องระบายลมหายใจ ละสายตาจากคนด้านล่างมาหาเพื่อนสนิท "นายดู....เหนื่อยๆ ฉันบอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่นายเริ่มเหมือนคนพวกนั้นเข้าไปทุกทีแล้ว เคยส่องกระจกดูตัวเองบ้างไหม" 

"ฉันทำงานนะเพื่อนายไม่รู้ บาร์ปิดตีสองแล้วคิดว่าฉันกลับถึงบ้านกี่โมงล่ะ ร่างกายฉันมันกำลังอยู่ในช่วงปรับตัว นายก็รู้ดีที่สุดว่าฉันไม่ยุ่งเกี่ยวกับของไร้ประโยชน์ทำลายสุขภาพพวกนั้น" นาธานสะบัดใบหน้ากลับมายังบานหน้าต่างอีกครั้ง และตรงนั้นที่ครูซยืนเมื่อครู่มีรถเอสยูวีสีดำเข้ามาจอดเทียบ กระจกฝั่งคนขับเปิดออก ครูซกำลังชะโงกหน้าคุยกับคนด้านใน เขาพยายามเพ่งมองว่าคนคนนั้นคือใคร แต่อุปสรรคคือระยะทาง นาธานมองเห็นไม่ชัด เห็นเพียงใบหน้าด้านข้างวับๆ แวมๆ ตอนนั้นเองที่ขนกายลุกชันขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ให้ความรู้สึกเหมือนมันเคยเกิดขึ้นมาก่อน ทว่ากลับนึกไม่ออกว่ามันคืออะไร 

ใครกันนะ 

"แน่ใจนะ" 

"ถ้านายรู้จักฉันดีพอ นายจะไม่จำเป็นต้องถามคำถามนี้เลย" 

แรนดี้เม้มปากแน่น มองเพื่อนสนิทด้วยสายตาชั่งใจก่อนจะล้มเลิกความคิดเหลวไหลของตัวเอง เขาอาจกังวลมากไป นาธานดูแลตัวเองดีมากมาโดยตลอด เขาอาจสูบกัญชาดื่มเหล้าดื่มเบียร์จนเมาหัวราน้ำไปบ้าง แต่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับของที่ถลำลึกมากกว่านั้น 

"โทษที" 

"ครูซคุยกับใครอยู่ นายเคยเห็นไหม" 

แรนดี้มองตามสายตาของเพื่อนสนิทไปยังเป้าหมายบนรถเอสยูวีสีดำ กระจกติดฟิล์มทึบกำลังเลื่อนขึ้นปิดทำให้เขาคลาดกับใบหน้าที่ควรเห็น แต่เขาจำทะเบียนรถคนนั้นได้ 

"เคยเห็นครั้งสองครั้ง แต่ไม่ได้สนใจ" 

"ครูซรับห่ออะไรบางอย่างมาจากคนบนรถ" 

"พ่อค้ากัญชาหรือเปล่า ไม่ก็พวกขนมทำลายสุขภาพเล็กๆ น้อยๆ ของเขา" 

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองรถคันนั้นขับแล่นออกไป สังเกตท่าทางลับๆ ล่อๆ ของครูซก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินกลับเข้าบ้านตัวเอง นาธานไม่คิดว่ามันเป็นของเล่นเล็กๆ น้อยๆ 

ห่อกระดาษใหญ่เมื่อครู่อาจเป็นเครื่องดื่มชนิดผง.....ยกตัวอย่างเช่นโค้ก 

กะน้ำหนักจากขนาดห่อแล้ว ไม่อยากคิดถึงมูลค่าของมันเลย 

นาธานให้แรนดี้ไปส่งเขาที่บ้านโดยส่งข้อความบอกโจเซฟเรียบร้อยแล้ว อีกฝ่ายตอบกลับมาว่าจะแวะรับเขาไปบาร์พร้อมกันช่วงเย็น นาธานจึงมีเวลาสำรวจกล่องไม้ใต้เตียงซึ่งเขาเก็บสะสมเงินสดจากค่าขนมรายเดือนและค่าจ้างจากงานพิเศษที่เคยทำเอาไว้ เพราะนาธานไม่มีทางไปยุ่งกับเงินในธนาคารที่โยลันดาฝากไว้ให้เขาเด็ดขาด 

โคเคนหนึ่งกรัมราคาประมาณหนึ่งร้อยดอลลาร์ ปริมาณที่นาธานเคยได้รับจากครูซสองครั้งรวมกันคงราวๆ สักสองกรัมได้ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาต้องทุ่มทุนขนาดนี้ นาธานแทบจะต้องใช้เงินเก็บของเขาทั้งหมดเพื่อมันด้วยซ้ำ 

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นโทรหาครูซ กรอกเสียงพูดลงไปทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย 

"ฉันอยากได้อีก" 

"เท่าไหร่" 

"ห้ากรัม" 

ปลายสายเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะจะลอยมาให้ได้ยิน และค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนได้ฟังเรื่องถูกใจ "หักโหมไปหรือเปล่านาท นี่แค่ไม่กี่วันเองนะ" 

"นายบอกว่าถ้าฉันอยากได้ก็แค่ไปหานาย" 

"ตอนนี้ไม่มีของหรอก ฉันกระจายไปหมดแล้ว ต้องรออีกสักสองสามวัน" 

หมดแล้ว?!! ห่อกระดาษที่เขาเห็นน่าจะสักครึ่งกิโลกรัมได้ แต่ครูซกลับบอกว่าระบายของออกไปหมดแล้ว ดูท่าว่าเส้นสายจะกระจายออกไปไวกว่าที่เขาคิด 

"แต่ฉันรอไม่ได้! นายก็รู้นี่ว่ามันจะเป็นยังไง" 

"ติดแล้ว? " 

"ไม่ได้ติด ฉันแค่ต้องการของ! " 

แม้จะพูดไปอย่างนั้นแต่นาธานมั่นใจว่าอีกฝ่ายเข้าใจ จะมีเหตุผลสักทีข้อล่ะที่ทำให้คนเสพยาร้อนรน "เอางี้ พรุ่งนี้ว่างไหมล่ะ มากับฉันสิ เพื่อนฉันอาจจะหาของให้นายได้" 

"เพื่อน? " 

"ใช่" 

สักทีสิหน่า!!  

"พรุ่งนี้ตอนกลางวันฉันว่าง นายนัดเวลามาได้เลย" 

 

 

 

50% 

>>>> 

ไม้เรียวไม่น่าจะพอแล้วนะคะ สำหรับเด็กดื้อคนนี้ 

โซ่แซ่กุญแจมือต้องมาแล้วล่ะค่ะ (。ŏ﹏ŏ) 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจเช่นเคยค่า 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว