email-icon facebook-icon Line-icon

รบกวนทุกท่านด้วยนะคะ ><

Wolf Glamour - EP 06 แอดเฟซ

ชื่อตอน : Wolf Glamour - EP 06 แอดเฟซ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ค. 2564 13:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Wolf Glamour - EP 06 แอดเฟซ
แบบอักษร

 

จิ้มมมม
0
0
0
.

 

Wild’s Talk 

เมื่อคืนก่อน มีสาวแอดเฟซบุ๊กผมเข้ามาคนนึงล่ะ 

เอาจริงๆ ไม่ใช่แค่คนเดียวหรอก ทุกวันนี้ก็มีแอดเข้ามาวันละ 5-10 คนอยู่แล้ว แต่บังเอิญคนที่แอดมาเป็นเด็กมหาวิทยาลัยเดียวกันกับผม แถมคณะเดียวกันอีก สงสัยเป็นพวกรุ่นน้องอีกตามเคย ผมเลยรับแอดไปเมื่อวานแล้วเข้าไปส่องรูปแปบๆ …  

ละให้ตาย น้องเขาใส่ชุดบิกินี่ถ่ายรูปโชว์หุ่นเด็ดชิบหาย จนผมเผลอเซฟมาเก็บในเครื่องจนได้ 

“เฮ้ยๆ มาเที่ยวกับเพื่อนทั้งที มัวแต่เล่นโทรศัพท์ได้ไงวะ ปิดๆๆ”  

รักเอามือมาบังเต็มจอมือถือผมจนต้องยอมล็อกเครื่องแล้วใส่กระเป๋า แต่พอหันไปเจอไอ้เทนที่เล่นมือถือเหมือนกันก็อดโวยใส่ไม่ได้ 

“ทีกูละบอกให้ปิดมือถือ แล้วในมือไอ้เทนมันอะไรวะ” 

“เออน่า อันนั้นมันข้อยกเว้น เจ้าเทนมันกำลังแอ๊วสาวอยู่ คนนี้มันจริงจังนะเว้ย” 

“มันมีคนที่อยากจริงจังกับเขาด้วยเหรอวะ” เคที่ฟังอยู่นานตะโกนถาม เนื่องจากนั่งไกลกว่าชาวบ้านเขา แล้วเสียงในผับก็ดังระเบิดระเบ้อ 

“ก็ลองไปส่องมันพิมพ์กระหนุงกระหนิงดิ พวกเอ็งจำไอ้ตี๋หล่อๆ เพื่อนสมัยมัธยมของมันได้ป่าว” รักป้องปากคุยแข่งกับเสียงดนตรี แต่ไอ้คนหูดีอย่างโอมเพี้ยงที่เอาหัวมามุงฟังด้วยก็พูดแทรกขึ้นมา 

“อะไรตี๋ๆ หล่อๆ กูใช่มะ?” 

“โอ้ย ไม่ใช่มึง” รักเหลือบตามองบนแบบเอือมๆ ก่อนจะว่าต่อ “คนนั้นชื่อคิงโว้ย เพื่อนสมัยเด็กของเทนมัน คือคิงมีน้องสาวน่ารักๆ อยู่คนนึงชื่อควีน เจ้าเทนของเรามันปลื้มน้องคนนั้นมานานแล้ว” 

“อ้าวเหรอ ทำไมกูไม่รู้เลยล่ะ ซ่อนซะมิดดดดด เชียว”  

ผมบ่นกระเซ้าแบบขำๆ ก็คนลมเพลมพัดแบบเทนเวลาควงสาวทีก็เปิดเผยตลอด แต่ถ้าปิดเงียบขนาดนี้สงสัยคนนี้จะชอบมาก ไม่ก็น่ารักมากเลยหวงจนแม้แต่เพื่อนยังไม่อยากให้รู้จัก 

“เอาเป็นว่ากูรู้คนนึงละกัน พอดีบังเอิญไปเห็นตอนมันคุยโทรศัพท์กับน้องเขา กูเลยเข้าชาร์จมันแล้วบังคับให้บอกไม่งั้นกูจะจีบ” 

รักพูดแบบภาคภูมิใจมาก มีการคอนเฟิร์มเพิ่มเติมในตอนท้าย  

“แล้วน้องเขาน่ารักมากเลยด้วย แถมยังเป็นเด็กคณะเราอีก เคยเห็นเดินอยู่กับเด็กคณะเราอีกสองคนที่น่าจะเป็นเพื่อนน้อง สวยยยย กันทั้งกลุ่มจนอยากกินเด็กเลยว่ะ” 

ถ้าถึงขั้นเทพรักเปรยแบบนี้ แสดงว่างานดีพรีเมี่ยมจริงๆ เสียดายอย่างที่กลุ่มผมไม่ชอบการถูกผูกมัด แล้วการคบกับคนในคณะเดียวกันชอบทำให้เกิดปัญหาทุกที เลยตัดปัญหาด้วยการกิน ‘ของนอก’ กันแทน 

จังหวะที่กำลังจะแฉเรื่องของเทนต่อ เหมือนคนโดนนินทาจะรู้ตัว เลยพักแชทแล้วหันมาโวยใส่รัก  

“ถ้าจะนินทาก็ไปไกลๆ กูก็ได้นะไอ้รัก เสียงมันดังก็จริงแต่กูเห็นสายตาพวกมึงนะโว้ย”  

เทนว่าก่อนจะขอออกไปคุยโทรศัพท์ก่อนด้วยสีหน้าฉีกยิ้มบานแฉ่ง… เห็นท่าทางแบบนั้นแล้วน่านินทาไหมล่ะ 

“คุยอะไรกันวะพวกมึง ไม่ออกไปเต้นรึไง”  

เคที่ออกไปแดนซ์กับสาวที่มันออกไปอ่อยเดินกลับเข้ามากระดกแก้วเหล้าทีเดียวหมดแก้ว พวกผมส่ายหน้าแบบเบื่อๆ ช่วงนี้ยังไม่ค่อยอยากกันเท่าไหร่ แค่ลุยแก้งานค้างก่อนไปทำธีสิสตอนเทอมสองก็เต็มกลืนแล้ว ไม่ได้พลังเหลือล้นแบบเจ้าเคมัน 

“ช่วงนี้ยังไม่พร้อมว่ะ ไม่มี’รมณ์ ว่าจะบอกพวกมึงอยู่ว่ากูจะกลับบ้านก่อนซักสองสัปดาห์อ่ะ” เป็นโอมเพี้ยงที่พูดขึ้นมาแล้วหาววอดๆ แล้วผมก็ทำหน้าเหมือนนึกอะไรได้ขึ้นมา 

“เออว่ะ กูก็ลืมกลับบ้านไปหาแม่เลย” ชิบหายแล้ว ลืมไปว่าพรุ่งนี้มีบินไปบ้านที่เชียงใหม่ด้วย ถ้ายังไม่กลับอีกผมตื่นไปขึ้นเครื่องไม่ไหวแน่ๆ 

“งั้นกูว่าหลังจากนี้แยกย้ายกันก่อนก็ได้ กูจะไปดูกิจการของบ้านด้วย แล้วใกล้เปิดเทอมค่อยมาเจอกันอีกที” รักพูด ซึ่งผมก็เห็นด้วย ความจริงพวกเราอยู่กันคนละคณะ มีแค่ผมกับเทนที่เรียนคณะเดียวกัน พวกเราเช่าบ้านไว้ร่วมกันหลังหนึ่งแล้วอยู่ด้วยกันเกือบตลอดเปิดเทอม ทั้งๆ ที่มีคอนโดกันทุกคน 

แต่ก็นั่นแหละ อยู่คนเดียวแล้วมันเหงาเปล่าเปลี่ยวใจ  

“เออ ดีล!” 

 

 

15:00 น.  

ผมเดินทางมาสนามบินแล้วเข้าเกตเพื่อรอขึ้นเครื่อง แต่ระหว่างนั่งรอไฟลท์บินก็มีหญิงวัยซัก 30 ปลายๆ หน้าตาดูเหมือนมีเชื้อสายทางฝั่งยุโรปเดินยิ้มเข้ามาหาทักผม 

“อ้าว นั่นน้องไวล์ดรึเปล่าจ๊ะ??” 

ผมเงยหน้าขึ้นจากมือถือแบบงงๆ ก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักเออออไปเมื่อเธอเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างผม 

“อ่า… ใช่ครับ ไม่ทราบว่าคุณคือ…” 

“แหม น้าเองไงคะ น้าเซลีนค่ะ” ผมยังทำหน้านึกจนน้าคนสวยต้องเฉลย  

“ไม่แปลกหรอกที่น้องจะจำน้าไม่ได้ เรื่องมันตั้งนานหลายปีแล้วนี่เน้อะ ซัก 10 กว่าปีได้แล้ว” 

คุณน้าที่แนะนำตัวเองว่าชื่อเซลีนหัวเราะคิกๆ แล้วว่าต่อ  

“ตอนนั้นน้าพาครอบครัวไปพักที่โรงแรมของครอบครัวหนูที่เชียงใหม่ไงคะ แล้วไปสร้างเรื่องวุ่นๆ ใหญ่โตเลย ทุกวันนี้น้ายังติดต่อกับคุณแม่ของน้องไวล์ดอยู่ แม่เคยเห็นรูปน้องช่วงปัจจุบันที่คุณแม่น้องโพสไว้เลยลองมาทักดูจ้ะ” 

ผมทำหน้านึกอยู่แปบนึง ก่อนจะอ๋อขึ้นมาแบบพอจะจำได้บ้างแล้ว 

“อ๋อออ ครับคุณน้า ผมจำได้นิดๆ ละครับ ที่ลูกสาวคุณน้าหลงป่าแถวโรงแรมใช่ไหมครับ ตอนนั้นผมยังเด็กมากเลยจำหน้าคุณน้าเซลีนไม่ได้ ขอโทษจริงๆ ครับ” 

“ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่เป็นไร ตอนนั้นคิดแล้วก็อดใจหายวาบไม่ได้ นี่ถ้าไม่ได้ ‘พวกหนู’ ช่วยนี่คงหาน้องเซนไม่เจอแน่ๆ” คุณน้าคนสวยสบตามองผมอย่างมีเลศนัยแล้วหัวเราะเบาๆ ขัดกับประโยคที่กล่าวออกมา แต่ผมถึงกับเอะใจในคำบอกเล่านั้น  

ตอนนั้นผมไม่ได้ออกตัวว่าช่วยเด็กคนนั้นนี่ ทำไมพูดเหมือน ‘รู้’ อะไรซักอย่างเลย 

“อ่ะ ได้เวลาแล้ว น้าต้องไปขึ้นเครื่องแล้ว ถ้ายังไงเดี๋ยวไว้เจอกันอีกนะจ้ะน้องไวล์ด”  

น้าเซลีนผุดลุกขึ้นแล้วคว้ากระเป๋าเดินทางเตรียมจะออกเดิน แต่เหมือนเพิ่งนึกอะไรได้เลยหันมาพูดกับผมอีกรอบทิ้งท้าย  

“จะว่าไป น้องไวล์ดอยู่คณะอักษรศาสตร์ใช่ไหมจ๊ะ ถ้าเจอน้องเซนลูกสาวน้า ก็ฝากดูแลน้องหน่อยนะคะ” แล้วขยิบตาใส่ผมก่อนเดินจากไป จนผมนี่ตั้งรับอะไรไม่ทันเลย 

“อะไรหว่า นี่แม่เป็นเพื่อนกับคุณน้าคนนั้นตั้งแต่ตอนนั้นเลยรึไง”  

ผมเปรยแบบงงๆ ถ้าถึงขั้นส่งรูปลูกชายไปอวดด้วยนี่ คงจะเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทคุณแม่จริงๆ นั่นแหละ แต่ผมไม่ได้กลับบ้านมานานมากเกือบสิบปีแล้ว ตั้งแต่ควบคุมการแปลงร่างของตัวเองได้ พ่อก็เฉดหัวผมออกมาเผชิญโลกข้างนอกเพื่อหัดทำตัวให้กลมกลืนกับคนปกติ เหมือนพี่ชายของผมที่ตอนนี้ไปเรียนต่อโทที่ออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว  

ครอบครัวผมมีลูกชายรวมทั้งผมเป็นสามคนด้วยกัน ซึ่งผมเป็นลูกคนกลาง เอาจริงๆ ครอบครัวของเผ่าพันธุ์มนุษย์หมาป่ามักจะมีลูกเป็นชายซะส่วนใหญ่ น้อยมากที่จะเกิดเป็นทารกเพศหญิง เปอร์เซ็นต์ของทายาทนั้นมีสิทธิ์ที่จะเป็นมนุษย์หมาป่ามีประมาณ 25% ดังเช่นครอบครัวผม ที่คุณพ่อผมเป็นมนุษย์หมาป่า และคุณแม่ที่เป็นมนุษย์ธรรมดา 

โชคไม่ดีที่ทั้งลูกสามคนเป็นหมาป่ากันหมดเลย 

ดังนั้น การสืบทอดวิธีลงอาคมอย่าง ‘ตราหมาป่า’ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะมันจะทำให้เราไม่แปลงร่างในคืนพระจันทร์เต็มด้วง และไม่ว่าจะเกิดการกระตุ้นใดๆ ให้อารมณ์สัญชาตญาณพลุ่งพล่าน นอกจากเราอยากเปลี่ยนร่างด้วยตัวเอง 

ผมนั่งรอจนกระทั่งเสียงประกาศไฟลท์บินดังขึ้นมารอบแรก ร่างสูงก็ลุกขึ้นเตรียมออกเดินทางทันที 

รอบนี้กลับบ้านสิบกว่าวัน จะได้ไปถามแม่ด้วยว่าแอบเอาลูกชายคนนี้ไป ‘เผา’ ให้ใครฟังอีก 

End Wild’s Talk 

------------------ 

ใกล้แล้วค่ะ เดี๋ยวใกล้จะมาเนื้อหลักแล้ววววว 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว