facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 : คนนี้...พ่อผมฮะ

ชื่อตอน : บทที่ 2 : คนนี้...พ่อผมฮะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2564 07:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 : คนนี้...พ่อผมฮะ
แบบอักษร

 

บทที่ 2 

คนนี้...พ่อผมฮะ  

  

เสียงเพลงดังออกจากลำโพงสี่เหลี่ยมสีขาวบนโต๊ะทำงานภายในห้องนอน มือเลื่อนปรับลดระดับความดังของเสียงให้เบาลงอย่างกลัวว่าลูกชายตัวน้อยที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงจะตื่นขึ้น 

ปากฮัมเพลงเบา ๆ ด้วยอารมณ์สุนทรีย์ขณะนั่งเตรียมแผนการสอนที่จะใช้ในวันรุ่งขึ้น ตอนทำงานผมมักจะเปิดเพลงที่ถูกคัฟเวอร์จากช่องของศิลปินคนโปรดในยูทูบ ผมไม่เคยเห็นหน้าคนร้อง เพราะทุกครั้งที่วิดีโอถูกอัปโหลดก็จะมีแค่ภาพของผู้ชายคนหนึ่งนั่งหันหลังร้องเพลงดีดกีตาร์อย่างมีความสุข และผมรู้สึกหลงรักเสียงนุ่มละมุนของผู้ชายคนนั้น 

“แม่วีร์ฮะ ผมนอนไม่หลับ” 

ร่างเล็กของไรวินท์เดินเข้ามากอดขาของผมที่นั่งทำงานอยู่บนเก้าอี้ ก่อนหัวทุยมีกลิ่นแชมพูเด็กติดอยู่จะซบลงบนหน้าขา หรือว่าผมเปิดเพลงเสียงดังเกินไปจนเจ้าตัวเล็กตื่นกันนะ 

“แม่เปิดเพลงเสียงดังไปใช่ไหม ขอโทษนะ” 

ผมยิ้มกับท่าทางงัวเงียของไรวินท์ที่ยืนโอนเอนจนแทบจะลงไปนอนกับพื้น ผมลุกขึ้นอุ้มไรวินท์กลับไปนอนบนเตียงดังเดิมพลางลูบ 

กลุ่มผมสีดำสนิทเบามือ ผมชอบมองไรวินท์ตอนเขานอนหลับ เขาดูเป็นแค่ผีน้อยธรรมดาตนหนึ่งไม่ได้มีพิษมีภัยกับใคร แต่อย่าได้ให้ตื่นก็แล้วกัน เจ้าตัวเล็กนี่ร้ายใช่เล่น ร้ายจนผมตามแทบไม่ทันกับความเจ้าเล่ห์เจ้ากล 

“แม่ฮะ เมื่อไหร่แม่จะท้องสักที ผมอยากเกิดเป็นคนแล้ว” 

เกือบจะดีอยู่แล้วนะไรวินท์ บอกไปกี่ครั้งแล้วว่าผมท้องไม่ได้ ไอ้อยากมีลูกก็อยากมี แต่ประเด็นคือผมโสด โสดแบบโสดสนิท หรืออาจเป็นเพราะผมยังไม่ยอมเปิดใจให้ใครเข้ามาในชีวิต 

“ผมรู้ว่าแม่วีร์จะพูดอะไร แต่โชคชะตากำหนดมาแล้ว แม่จะเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้หรอกฮะ” 

แววตาจริงจังของไรวินท์มันไม่เหมือนกับเด็กอายุสามขวบกว่าเลยสักนิด หรือว่าผีเจ้าแม่จะเข้าสิงลูกของผมวะ 

“โชคชะตาอย่างนั้นเหรอ?” 

“ในอดีตชาติพ่อกับแม่เคยสัญญากันไว้ว่า ขอให้เกิดมารักกัน และครองคู่กันทุก ๆ ชาติไป” 

น้ำเสียงของไรวินท์เปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่เสียงของไรวินท์คนเดิม หากแต่กลับกลายเป็นเสียงเย็นยะเยือกของหญิงสาว 

ผมตั้งท่าจะเขยิบตัวออกห่างแต่มือเล็กกลับคว้าหมับเข้าที่แขนของผมอย่างแรง เหงื่อเริ่มผุดไปทั่วร่างกายจนแทบจะชโลมชุดนอนลายหมีให้เปียกชุ่ม 

“พระพรหมท่านลิขิตเอาไว้แล้ว ไม่ว่าอย่างไร เจ้าก็ไม่อาจฝืนชะตาตัวเองได้” 

  

กริ๊งงง! กริ๊งงง! 

ร่างกายที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก นี่ผมฝันอีกแล้วเหรอ แต่ทำไมความฝันครั้งนี้มันถึงแตกต่างจากทุกครั้ง น้ำเสียงเยือกเย็นกับคำพูดพวกนั้นทำเอาผมคิดไม่ตก 

ผมยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้าออก แอร์ก็ยังคงทำงานปกติ แต่ทำไมเหงื่อถึงไหลออกมามากมายขนาดนี้ 

“บ้าน่า! คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง” 

ผมส่ายหน้ารัวเรียกสติ พลางเหลือบไปมองไรวินท์ที่ยังคงนอนหลับสนิท ผ่านมาแค่สามวัน แต่ทำไมผมถึงรู้สึกผูกพันกับเด็กคนนี้แปลก ๆ ชาติที่แล้วอย่างนั้นเหรอ ในอดีตผมเคยไปสัญญาอะไรกับใครไว้อย่างนั้นเหรอ 

“น้องวินตื่นได้แล้วครับ” 

ผมสลัดความคิดทั้งหลายทิ้งไปก่อนก้มลงไปปลุกเจ้าตัวเล็ก มือเขย่าแขนไรวินท์เบา ๆ ร่างเล็กพลิกไปมาก่อนลุกขึ้นนั่งกอดตุ๊กตาหมีที่พี่ตั้งโอ๋คนสวยของเขาซื้อให้เมื่อวันก่อน มือเล็กยกขยี้ตาก่อนโผเข้ากอดผมแน่น 

“ต้องไปโรงเรียนใช่ไหมฮะ” 

ผมพยักหน้าก่อนอุ้มคนขี้เซาเดินเข้าห้องน้ำ เจ้าตัวเล็กชอบอาบน้ำมาก กว่าจะออกจากห้องน้ำได้ก็ปาไปเกือบครึ่งชั่วโมง ไม่ได้อาบอะไรนักหนาหรอกครับแต่ไรวินท์ใช้เวลาคุยกับตุ๊กตาเป็ดยางสีเหลืองในอ่างอาบน้ำต่างหาก 

ผมล่ะกลุ้มใจ 

หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่นานนักเราทั้งคู่ก็เดินเข้ามาในห้องครัว ผมทำอาหารเมนูง่าย ๆ อย่างไข่ตุ๋นกับต้มจืดให้เจ้าตัวเล็ก วันนี้ก่อนไปโรงเรียนผมกะว่าจะแวะใส่บาตรที่หน้าคอนโดของผมสักหน่อย เพราะไรวินท์บอกว่าที่เขาปรากฏตัวได้เป็นเพราะบุญกุศลที่คนทำส่งมาให้ ตอนนี้ผมว่ามีไรวินท์อยู่ในชีวิตก็ไม่เหงาดีนะครับ กวนประสาทเก่งขนาดนี้ ผมนี่อย่างชอบ 

“อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง” 

หลังจากใส่บาตรเสร็จ ผมก็พนมมือไหว้รับพรจากหลวงพ่อ พระท่านมองผมอย่างแปลกใจ 

“หลวงพ่อมีอะไรหรือเปล่าครับ” เป็นผมเองที่เอ่ยถามท่านก่อน 

“โชคชะตาถูกลิขิตมาแล้วสินะ ดูแลเขาให้ดีนะโยม เขารอโยมมานานมากเลยรู้ไหม” 

โชคชะตาลิขิตอีกแล้วเหรอ? 

ผมพยักหน้ารับก่อนยกมือสาธุใส่หัว หลวงพ่อเดินจากไปแล้ว แต่ผมก็ยังอดคิดถึงประโยคแล้วประโยคเล่าที่ผมได้ยินมาตั้งแต่เมื่อคืนไม่ได้ ผมหันกลับไปมองไรวินท์ที่นั่งคุกเข่าพนมมืออยู่ข้าง ๆ ร่างกายของเขาเหมือนมีแสงสีทองเปล่งประกายออกมา บุญที่ผมตั้งใจทำให้ เขาคงได้รับแล้วสินะ 

“ไปโรงเรียนกันฮะแม่วีร์” 

น้ำเสียงตื่นเต้นดังขึ้นทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ ผมยิ้มรับก่อนลุกขึ้นอุ้มเจ้าตัวเล็กเดินไปยังรถยนต์คันเก่งที่จอดอยู่ในลานจอดรถใต้คอนโด 

ถ้าอย่างนั้น...ให้โชคชะตาเป็นผู้กำหนดชีวิตของผมก็แล้วกัน 

  

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมไม่รู้ว่ามันเป็นวันซวยอะไร เมื่อสองวันก่อนก็ถูกท่านผู้อำนวยการเรียกเข้าพบ เมื่อวานก็รถแบตเตอรี่หมดกลางทาง กว่าจะกลับถึงคอนโดก็เล่นเอาเกือบสามทุ่ม สงสารก็แต่ไรวินท์ที่นอนหลับบนเบาะอย่างไม่สบายเนื้อสบายตัว แล้วมาวันนี้ เด็กนักเรียนห้องที่ผมเป็นครูประจำชั้นดันเกิดอุบัติเหตุตกจากบันไดจนผมต้องพามาส่งโรงพยาบาลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียน 

“ลูกชายฉันเป็นยังไงบ้างคะครู” 

หญิงวัยกลางคนในชุดเสื้อยืดกางเกงเลวิ่งเข้ามาถามผมที่ยืนอุ้มไรวินท์รออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยสีหน้าและท่าทางตกอกตกใจ ใบหน้าคล้ำแดดของเธอยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิดมาก คนที่นี่ส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมง กว่าเธอจะขึ้นจากเรือได้และตรงมายังโรงพยาบาลก็ใช้เวลานานโข 

“ตอนนี้คุณหมอกำลังรักษาอยู่ครับ” 

ผมก้มหัวทักทายผู้ปกครองเพราะในอ้อมแขนของผมมีไรวินท์กำลังนอนหลับซบไหล่ผมอยู่ และดูท่าแล้วจะไม่ยอมตื่นง่าย ๆ ก็วันนี้เจ้าตัวเล็กดันไปวิ่งเล่นกับพวกพี่ ๆ นักเรียนตลอดช่วงพักกลางวันที่ผ่านมา ไม่หมดแรงก็ให้มันรู้ไป 

“ฉันตกใจแทบแย่ตอนที่ครูโทรมาบอก ดีที่เรือกำลังจะเทียบชายฝั่งฉันเลยมาที่นี่ได้เร็ว” 

“ผมขอโทษนะครับที่ดูแลไม่ดี” 

“ฉันรู้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ครูไม่ผิดหรอกค่ะ” 

ผมยิ้มบาง ในใจผมรู้สึกผิดมากที่ไม่สามารถดูแลนักเรียนให้ดี มันเป็นความผิดของผมเอง 

“ขอบคุณครับ ถ้ายังไงผมจะรออยู่แถว ๆ นี้นะครับคุณแม่ มีอะไรเรียกผมได้ตลอดเลยนะครับ” 

“ไม่เป็นไรค่ะครู เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการต่อเอง” 

ผมพยักหน้ารับ แต่จะให้กลับเลยก็ไม่ได้เพราะผมก็เป็นห่วงเด็กนักเรียนอยู่เหมือนกัน ผมจึงได้ไปหาที่นั่งหลบมุมรอที่ข้างตึก แขนผมที่อุ้มไรวินท์อยู่นานก็เริ่มจะล้าเสียแล้ว ผมจึงจับเจ้าตัวเล็กมานั่งหลับซบอกผมแทน 

ปวดแขนชะมัด! 

  

“มึงมาทำอะไร” 

เสียงของตั้งโอ๋ดังขึ้น ผมหันไปมองมันที่อยู่ในสภาพพร้อมจะหลับตลอดเวลา มันเดินเข้ามาจิ้มแก้มนุ่มนิ่มของไรวินท์ด้วยความเอ็นดู เด็กชายขยับตัวลืมตาตื่นขึ้นเพราะถูกรบกวน แต่เมื่อพอเห็นหน้าคนที่กวนเขาแล้ว ไรวินท์กลับอ้าแขนออกกว้างแทน 

หมั่นไส้! 

ตั้งโอ๋ยกไรวินท์ไปอุ้มก่อนใช้ปลายจมูกโด่งฟัดแก้มนิ่ม ทุกวันนี้หลังจากลงเวร มันก็มักจะแวะซื้อข้าวซื้อขนมมาให้เจ้าตัวเล็กที่อ้อนพี่สาวคนสวยให้ซื้อขนมมาให้เสมอ ถ้ามันยกเซเว่นขึ้นมาตั้งบนห้องได้มันคงทำไปแล้ว 

เจ้าผีน้อยน่ะขี้อ้อนจะตาย 

“เด็กนักเรียนตกบันไดว่ะ ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉิน เครียดเลยกู” 

“อ๋อออ เด็กคนนั้นนั่นเอง ถึงว่าชุดนักเรียนคุ้น ๆ วันนี้เวรหมอไอศูรย์ ไม่ต้องห่วงหรอกมึง หมอเก่งมาก” 

“ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง พอกูเห็นหน้าแม่เด็กแล้วกูรู้สึกไม่ดีเลยว่ะ” 

“น่าจะแขนหัก ก่อนกูออกมาเห็นเขาเตรียมอุปกรณ์กัน” 

“ขออย่าให้เป็นอะไรมากด้วยเถอะ” 

“มึงอย่าคิดมาก มึงเชื่อกูดิ หมอไอศูรย์เก่งระดับเทพ เด็กมึงหายเร็วแน่นอน” 

“เออ มึงรีบไหม กูฝากไรวินท์หน่อยดิ กูลืมเอากระเป๋าลงมาจากรถ” 

“ได้ ๆ กูลงเวรแล้ว เดี๋ยวกูดูลูกให้” 

“มึงพาไรวินท์ไปรอกูที่ร้านกาแฟก็ได้ เดี๋ยวกูตามไป” 

ตั้งโอ๋พยักหน้าก่อนเดินอุ้มไรวินท์ที่ทำท่าทางออดอ้อนเพื่อนผมอย่างน่ารักน่าเอ็นดูไปยังร้านกาแฟตามที่ผมบอก 

มือเปิดประตูรถที่จอดอยู่ลานจอดรถด้านข้างตึกผู้ป่วยฉุกเฉิน ก่อนรีบหยิบกระเป๋าสตางค์มาใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง บรรยากาศอันแสนวังเวงของโรงพยาบาลยามเย็นมันทำเอาผมขนลุกเกรียวไปหมด 

ผมเดินกลับมาตามทางเดินเพื่อจะไปร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ทางด้านหลังของโรงพยาบาล โรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ว่าจะวันเวลาไหน ๆ คนก็เยอะเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง สงสารก็แต่บุคลากรทางการแพทย์ที่มีจำนวนไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วย ทำให้พวกเขาต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า 

“กูสั่งชาเขียวปั่นให้มึงอะ” 

“เออ ขอบใจ” 

“อือ...อ้าวเฮ้ย! ไรวินท์หายไปไหน” 

ตั้งโอ๋อุทานเสียงดัง หัวใจของผมหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม ผมหันมองไปทั่วร้านกาแฟแต่ก็ไม่พบร่างเล็กของไรวินท์ 

ลูกผมหาย! 

ผมกับตั้งโอ๋รีบลุกออกจากร้านเดินตามหาไรวินท์ไปทั่วทุกที่ที่คิดว่าไรวินท์จะสามารถไปได้ แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอสักที 

อยู่ไหนนะไรวินท์? 

ผมรู้สึกเป็นห่วงไรวินท์เอามาก ๆ เด็กนั่นเคยมาที่นี่เสียที่ไหนกัน ผมเดินไปดูที่ศาลท่านพระภูมิเจ้าที่ก็ไม่มี ใจผมโคตรร้อนรน 

ผมเดินมาจนสุดทางก็ได้ยินเสียงเด็กหัวเราะสนุกสนาน ผมเลยเดินตามเสียงนั้นไป สุนัขพันธุ์โกลเด้นตัวใหญ่กำลังหยอกล้อกับเด็กคนหนึ่งในรั้วสีขาวที่ดูเหมือนจะเป็นบ้านพักแพทย์ของใครสักคน เพราะมันดูแตกต่างจากแฟลตพยาบาลที่ตั้งโอ๋เคยอยู่ เมื่อผมเดินเข้าไปใกล้ ๆ เด็กคนนั้นคือไรวินท์ลูกชายของผมเอง 

เฮ้อ! ไอ้เราก็เป็นห่วงแทบแย่ 

“ไรวินท์!” 

ผมถือวิสาสะเดินเข้ามาภายในอาณาเขตของบ้านสีขาวสองชั้น ไรวินท์กำลังนั่งลูบขนสีน้ำตาลของสุนัขตัวใหญ่อย่างเอ็นดู 

“ไปไหนมาไหนทำไมไม่บอก รู้ไหมว่าเป็นห่วง” 

ไรวินท์ไม่ได้ฟังที่ผมถามเลยแม้แต่น้อย แต่กลับส่งสายตาออดอ้อนมาให้ผมอีกแล้ว ผมลืมเรื่องที่จะดุเขาไปทั้งหมด เจ้าตัวเล็กดูสนใจสุนัขตัวโตตรงหน้าเป็นพิเศษ 

“แม่วีร์ฮะ ผมอยากได้เจ้านี่” 

ถ้าเป็นอย่างทุกครั้งที่เขาขอ ผมคงจะหาให้เขาได้ แต่ครั้งนี้ผมไม่สามารถเอาเจ้าโกลเด้นตัวนี้กลับไปให้ไรวินท์ได้ 

“ไม่ได้ครับ เราออกไปจากที่นี่กันเถอะ เดี๋ยวเจ้าของบ้านเขาจะดุเอา” 

ไรวินท์ไม่ได้สนใจในสิ่งที่ผมพูด เอาแต่หันไปเล่นกับเจ้าโกลเด้น พูดกับคนว่ายากแล้วพูดกับผียากกว่าอีก 

เวรกรรมอะไรของผม 

  

ประตูรั้วไม้ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ผมหันกลับไปมองยังต้นเสียงก็พบเข้ากับร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อเชิ้ตสีกรมท่าทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตากับกางเกงสแล็กสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาได้รูปกับผมสีน้ำตาลเข้มยิ่งทำให้คนตัวสูงดูโดดเด่นยิ่งกว่าใครที่ผมเคยพบเจอมา 

คนบ้าอะไรโคตรหล่อ ขนาดผมเป็นผู้ชายยังไม่อาจละสายตาได้ 

ฮือออ ทำไมใจผมมันบางขนาดนี้ 

“ขอโทษครับพอดีว่า...” 

“แม่วีร์ฮะ ผมอยากได้เจ้าหมาตัวนี้” 

เจ้าลูกชายตัวแสบเดินเข้ามาดึงชายเสื้อทำงานของผม หากแต่ดวงหน้าเล็กกลับถูกหน้าหล่อก้มลงมองอย่างอ่อนโยน 

ตายกูตาย 

“ชอบมันเหรอ” 

น้ำเสียงนุ่มชวนฝันเอ่ยถามเด็กชายตรงหน้า ทำไมผมถึงรู้สึกคุ้นเคยกับคุณหมอคนนี้เหมือนเคยเจอที่ไหนสักที่หนึ่ง แต่ผมกลับคิดไม่ออก 

“สวัสดีครับพ่อ” 

โอ๊ยยย! จะมีวันไหนบ้างที่ไรวินท์ไม่ทำให้ผมประสาทแดก ไปทักคนอื่นแบบนั้นได้ยังไงกันเล่า ท่าทางของคุณหมอดูจะตกใจกับการทักทายของเจ้าตัวเล็ก ตั้งแต่ที่ไรวินท์เรียกผมว่าแม่จนมาถึงเรียกคุณหมอว่า 

พ่อ คิ้วเข้มของคุณหมอเอาแต่ขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย 

“พ่อเหรอ?” 

“ขอโทษนะครับ ลูกผมคงจำคนผิด” 

ผมรีบแก้ตัวก่อนที่ไรวินท์จะถูกมองไม่ดี เจ้าตัวเล็กเดินไปจับกางเกงสีดำสนิทของคุณหมอหนุ่มไว้แน่น 

“ไม่ผิดฮะแม่ เจ้าแม่เคยให้ผมดูรูป คนนี้แหละพ่อของผม ผมจำได้!” 

เจ้าตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยท่าทางมั่นใจว่านี่แหละคือพ่อของตัวเอง แต่ผมกลับรู้สึกแย่ที่ลูกทำกิริยาไม่น่ารักแบบนั้นใส่คนอื่น 

“ไรวินท์ขอโทษคุณหมอเดี๋ยวนี้นะ” 

“โอ้โห! พ่อของผมเป็นคุณหมอด้วย โคตรเท่เลยฮะ” 

ให้ขอโทษโว้ยยย! ไม่ได้ให้มาทำท่าทางดีใจราวกับถูกรางวัลที่หนึ่ง 

“ฮ่า ๆ ถ้าวันหลังอยากมาเล่นกับเจ้าถังทองก็มาได้นะ” 

ฮื้อออ...ชื่อหมามีตั้งเยอะตั้งแยะ ดันมาตั้งชื่อคล้ายเจ้าถังเงินของผมเนี่ยนะ แถมน้ำเสียงอ่อนโยนของคุณหมอทำใจผมบางเกินไปแล้ว 

“บ้านผมก็มีหมาเหมือนกันนะฮะ ชื่อถังเงิน มันชอบแย่งผมกินขนมอยู่เรื่อยเลยฮะ” 

ได้ข่าวว่าตัวเองนั่นแหละที่ชอบยัดเยียดให้เจ้าถังเงินกินขนมที่ตัวเองกินไม่หมด แล้วมาบอกว่าถังเงินแย่ง 

เดี๋ยวปั๊ดดด! 

ไรวินท์คุยจ้อกับบุคคลที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ลูกชายของผมช่างมีมนุษยสัมพันธ์ดีอะไรขนาดนั้น 

“แม่วีร์ ผมขอเล่นกับถังทองก่อนไม่ได้เหรอฮะ” 

“ไรวินท์ แม่ต้องไปดูนักเรียนนะ ไม่รู้ป่านนี้หมอทำแผลเสร็จหรือยัง” 

ผมเดินไปนั่งย่อตัวลงข้าง ๆ ไรวินท์ที่เอาแต่ทำหน้าหงอย ตอนนี้ผมชักรู้สึกว่าเราออกมานานมากแล้ว และที่สำคัญป่านนี้ตั้งโอ๋มันไม่ประกาศตามหาคนหายแล้วหรือไง 

“เด็กนักเรียนโรงเรียนอนุบาลทางช้างเผือกใช่ไหม เรียบร้อยแล้วล่ะ ผู้ปกครองรับกลับบ้านไปแล้ว” 

สายตาของผมเหลือบมองชื่อที่ปักอยู่บนเสื้อกาวน์ ‘นพ.ไอศูรย์ เวชพิสิฐ’ คุณหมอคนนี้เองสินะที่ตั้งโอ๋บอกว่าเป็นหมอที่รักษาเด็กนักเรียนของผม 

“เอ่อออ...ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” 

“วันหลังผมมาเล่นกับเจ้าถังทองอีกได้ใช่ไหมฮะ” 

ไรวินท์ส่งสายตามองอ้อนคุณหมอ ร่างสูงย่อลงก่อนยกมือลูบหัวทุยของเจ้าตัวเล็กเบามือ ตาคู่คมมองเด็กชายด้วยความอ่อนโยน แต่กลับมองผมที่นั่งตรงข้ามราวกับจะกลืนกิน 

ผมไม่ได้มองผิดไปจริง ๆ นะครับ สายตาของเขาเหมือนพร้อมจะกินผมทุกเมื่อ 

“ได้สิ วันหลังค่อยให้แม่พามานะ” 

เด็กชายยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูของคุณหมอ รอยยิ้มถูกใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อ ปล่อยให้ผมนั่งมองอย่างงง ๆ ว่าพวกเขากระซิบ 

กระซาบอะไรกัน 

“ไรวินท์ไปกันได้แล้ว คุณหมอจะได้พักผ่อน” 

“ผมไปก่อนนะฮะพ่อ” 

คุณหมอไอศูรย์จับแก้มไรวินท์บีบอย่างเอ็นดู เจ้าตัวเล็กก็ได้แต่ยิ้มแฉ่ง ผมล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่าสองคนนั้นคุยอะไรกัน 

“ผมขอตัวก่อนนะครับ แล้วก็ต้องขอโทษด้วยที่เข้ามาในบ้านของคุณหมอโดยไม่ได้ขออนุญาต” 

“ไม่เป็นไร วันหลังก็พาลูกมาเล่นกับถังทองบ่อย ๆ ล่ะ” 

ผมยิ้มบางพลางรีบอุ้มไรวินท์เดินออกจากบ้านของคุณหมอ ตลอดทางที่เราสองคนเดินกลับไปยังรถ ผมถามไรวินท์ว่าเขาคุยอะไรกันกับคุณหมอแต่ไรวินท์ก็ไม่ยอมบอกผมสักที 

“แม่ไม่ชอบคนที่มีความลับกับแม่” 

“ผมไม่ได้มีความลับนะฮะ แต่พ่อเขาบอกว่าอย่าบอกแม่” 

“แล้วเชื่อเขามากกว่าอย่างนั้นเหรอ” 

“ใช่ฮะ ผมเชื่อพ่อ” 

เอ็งเป็นลูกใครกันแน่ไรวินท์! 

  

‘ผมรู้นะฮะ ว่าคุณหมอชอบแม่วีร์ของผม’ 

‘แล้วไรวินท์อยากได้หมอเป็นพ่อไหมล่ะ’ 

‘อยากฮะ มีพ่อเป็นหมอเท่จะตาย’ 

‘งั้นก็ช่วยพาแม่ของเรามาเจอพ่อบ่อย ๆ สิ’ 

‘จัดไปฮะ!’ 

 

 

----------------------------------------- 

ฝากสกรีมในทวิตเตอร์ #ไม้เรียวเสื้อกาวน์ ด้วยนะคะ 

 

ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ 

ฝากกดติดตาม กดหัวใจ และคอมเมนท์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ❤🙏 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว