ขอบคุณทุกคอมเม้นน้า ทุกแรงใจน้า ขอบคุณมากจริงๆ : 3

ชื่อตอน : CH. 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2559 02:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CH. 7
แบบอักษร

7

 

                แอ๊ด ปัง!

                เสียงประตูห้องผมเปิดออกพร้อมกับปิดลงในคราวเดียวกัน ร่างสูงเดินเข้มาในห้องด้วยสีหน้าและอารมณ์ที่ผมอธิบายไม่ถูก

                ผมแกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยการนั่งกินนมอยู่ที่โต๊ะกินข้าว

                ร่างสูงเดินมานั่งที่โต๊ะกินข้าวฝั่งตรงข้ามผม

                “ได้เสียกันหรือยังหล่ะ” คำถามแรกที่หลุดออกจากปากร่างสูงตรงหน้าตั้งแต่เขาเดินเข้ามา

                ผมมองหน้าร่างสูงนิ่งๆ ก่อนจะตอบอย่างลองใจคนตรงหน้า “ถ้าผมตอบว่าผมได้กับน้องพี่แล้ว พี่จะเลิกยุ่งกับผมไหมครับ?”

                “มึงเป็นของเล่นของกู ถ้ามันได้เล่นมึงแล้ว.. กูก็ไม่จำเป็นต้องเล่นมึงเหมือนของเล่นใหม่อีกต่อไป” ร่างสูงพูดเสียงดังก่อนจะทุบโต๊ะทำให้เอาผมสะดุ้งแล้วลุกขึ้นมาฉุดแขนผมก่อนเหวี่ยงผมลงเตียง

                ตอนนี้ผมแน่ใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น.. เขาเพียงแค่ต้องการความสนุก.. เขาเลยต้องหาของเล่น ซึ่งนั้นคือผม..

                ผมรู้อยู่แล้วว่าผมต้องเจออะไรแบบนี้.. ผมคงหลีกเลี่ยงการเจ็บตัวครั้งนี้ไม่ได้

                ร่างสูงเห็นผมนิ่ง เขาตบผมอย่างแรงหนึ่งทีเหมือนกับเรียกสติของผม ผมได้รสเลือดในปากของผม ถ้าคาดการณ์ไว้ไม่ผิดปากผมคงแตก

                เขาฉีกเสื้อนักศึกษาผมขาดจนกระดุมกระเด็นไปคนละทิศทางก่อนจะถอดกางเกงที่ติดกับกางเกงชั้นในผมออกไป เขาจับขาผมขึ้นพลาดบ่าแล้วสอดใส่ส่วนนั้นของเขาที่ทั้งแข็งทั้งร้อนและฝืดมากเข้ามาในทีเดียวโดยที่ผมไม่ได้ตั้งตัว ผมจุกจนแทบตัวงอได้แต่กำผ้าปูที่นอนไว้แล้วกอบโกยอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด

                “...” ผมนิ่งไม่ร้องอะไรออกมา

                ขณะที่ร่างสูงกระแทกเอวเข้าออกใส่ผม เขาก็ก้มหน้าลงมาทั้งขบทั้งกัดผมไปตามตัว หนำซ้ำยังกัดปากผมอีกด้วย

                “อ้าาา!” เขาสบถสัญชาตญาณดิบออกมาก่อนจะชักส่วนนั้นของเขาออกมาแล้วปล่อยน้ำสีขาวขุ่นรดบนหน้าท้องของผม

                ตลอดทั้งคืนมีแค่เพียงเสียงครางของร่างสูงดังตลอดคืน เขากระทำผมอย่างโหดร้ายและทารุณ ผมได้แต่นอนแน่นิ่งรับชะตากรรมอย่างเงียบๆ ทุกครั้งที่เขาเสร็จเขาจะเอาออกมาหลั่งไว้บนตัวผม ทุกครั้งที่ผมเหมือนจะสลบไปเขาก็ตบหน้าผมอย่างแรงเพื่อเรียกสติให้ผมตื่น

                เจ็บ.. ผมเจ็บ.. เจ็บจนต้องตั้งคำถามกับตัวเอง.. ผมตายได้หรือยัง?

                ผมนอนตาค้าง.. ภาพที่เห็นมีเพียงใบหน้าของร่างสูงที่ขยับขึ้นลงขณะกระแทกเอวเข้าออกใส่ผม

                แก้มผมชาด้วยแรงตบไม่รู้กี่ที.. ผมแสบตามเนื้อตามตัวที่เขาทั้งขบทั้งกัด.. แต่แปลก.. ผมกลับไม่รู้สึกอะไรเลยถึงแม้ว่าเขาจะกระแทกเข้ามาแรงแค่ไหน.. ขาของผมไม่มีเรี่ยวแรง

                เจ็บ.. ผมเจ็บใจ.. ผมเจ็บใจที่ทำได้แค่นี้.. ถ้าผมทำอะไรได้มากกว่านี้คงจะดี.. ผมคงไม่ต้องมารู้สึกผิดแบบนี้ต่อลี

 

                ‘ที่นั่งตรงนี้.. นั่งด้วยได้ไหมเอ่ย’ ผู้หญิงร่างบางผมยาวสลวยถามผมขึ้นอย่างยิ้มๆ ผมได้แต่พยักหน้าเบาๆ

                ‘ชื่ออะไรหรอ’ ผู้หญิงคนนี้ถามผมทันทีที่เธอนั่งลงข้างผม

                ‘ไอ’ ผมตอบกลับไปสั้นๆ

                ‘ฉันชื่อมาลีนะ เรียกฉันว่า ลี’ ผู้หญิงคนนั้นแนะนำตัวเองก่อนจะยื่นมือมาให้ผม ผมยื่นมือไปจับมือเธออย่างงงๆ

                ‘เรารู้จักกันแล้วนะ เราเป็นเพื่อนกันแล้วใช่ป่ะ’ ผู้หญิงคนนั้นพูดอย่างอารมณ์ดี ทำเอาผมงงได้แต่พยักหน้าตอบ

 

                ‘เป็นอะไร ทำไมดูเครียดจัง’ ลีถามผมก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะข้างๆ

                ‘อ่านหนังสือเยอะจนเครียดหน่ะ’

                ‘ก็เพลาๆ ลงบ้างสิ พักหัวสมองสักสองสามวัน ความรู้มันคงไม่หนีไปไหนหรอก’ ลีพูดก่อนจะเอามือตบไหล่ผมเบาๆ

 

                ‘ฮึก.. ฮือ’ เสียงลีก้มหน้าร้องไห้คนเดียวอยู่ในห้องเรียนที่ยังไม่มีคนมา ผมเดินไปนั่งข้างๆ เธออย่างสงสัยก่อนจะถามออกไป ‘เป็นอะไรรึเปล่า’

                ‘ฉันโดนทิ้งเพราะเหตุผลเดิมอีกแล้ว ฮือออออออออ’ ลีร้องไห้เหมือนเด็กที่พ่อแม่ไม่ซื้อของเล่นให้

                พวกผู้ชายนี้ก็แปลก ไม่ชอบผู้หญิงดีๆ กัน ต้องรอให้ผู้หญิงไปวางเพลิงบ้านตัวเองก่อนหรือไงถึงจะชอบเขา

                ผมเอามือลูบหลังลีเบาๆ ก่อนจะปลอบ ‘ไม่เป็นไรน่า อย่างน้อยเราก็ไม่ได้แสร้งว่าเราเป็นใคร’

                ลีฟังผมอย่างตั้งใจก่อนจะหยิบกระดาษขึ้นมาเช็ดทั้งน้ำตาน้ำมูกที่มันไหลเปรอะหน้าของเธอ

                ‘ขอบคุณพระเจ้าที่เธอทามาสคาร่ากันน้ำมา’ ผมพูดติดตลกจนทำให้คนตรงหน้าหัวเราะออกมา

 

                ‘กรี๊ด! กระเป๋าใบนี้เจ็ดหมื่นห้า นายว่าสวยไหม’ เสียงลีกรี๊ดก่อนจะเอาหน้าไปแนบกับกระจกอย่างไม่แคร์สายตาคนอื่นที่มองมาทางเราอย่างประหลาดๆ ผมมองคนอื่นอย่างเลิ่กลั่กก่อนจะไปดึงเสื้อของลีเบาๆ

                ‘ฉันว่าเธอเอาหน้าออกมาก่อนเถอะ’ ผมพูดแล้วลีก็รับฟังโดยดีก่อนจะเอาหน้าที่แนบกระจกนั้นออกมาก่อนจะมองกระเป๋าด้วยสายตาละห้อย

                ใบละเจ็ดหมื่นห้า! ฉันจะเอาเงินนั้นไปเข้าคอร์สหุ่นเฟิร์มให้มีซิกแพ็คยังจะดีกว่าอีก

                กระเป๋าที่ซื้อแล้วทำให้จนในทันทีทันตาเห็นมันดีตรงไหน ผมคิดในใจ

                ‘อยากได้จังงง’

                ‘ฉันว่าอย่าเลย ตามสัจธรรมของโลกแล้วถ้ามันผ่านไปสามสี่เดือนมันต้องเซลแน่ๆ ตอนนั้นเธอค่อยมาซื้อน่าจะดีกว่า’ ผมบอกกึ่งตลกกึ่งจริงจนทำให้ลีทำหน้าประหลาดใจก่อนจะหัวเราะออกมา

                ‘นั้นสินะ มันต้องเซลแน่ๆ ฮะๆๆ’

 

                ‘เป็นอะไร!!’ ผมร้องตะโกนถามคนตรงหน้าทันทีที่พบว่าคนที่มาเคาะประตูห้องตอนกลางดึกเป็นเพื่อนของตัวเอง

                ตัวเธอเปียกโชกไปด้วยน้ำฝนที่กำลังกระหน่ำเทลงมาจากท้องฟ้า ตาเธอแดงและเธอก็กำลังร้องไห้..

                เธอวิ่งเข้าสวมกอดผมทันทีที่พบว่าผมเปิดประตูห้องให้

                ‘ฮือ.. ฉัน.. ฉันทะเลาะกับพ่อ’ เธอกึ่งพูดกึ่งร้องไห้เลยทำให้คำพูดดูติดขัด

                ผมถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอามือลูบหัวของเธอก่อนจะพูดปลอบโยน ‘คนเป็นพ่อ.. โกรธลูกได้ไม่นานหรอก’

                ‘มานอนที่นี้ก็ได้ เตียงฉันกวางพอสำหรับเธออยู่แล้ว’ ผมพูดยิ้มๆ ก่อนจะปิดประตูห้องลงแล้วโอบไหล่เธอที่กำลังสั่นไปทั้ง ผมหยิบผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าของให้ลี ก่อนจะต่อเสียบปลักเครื่องเป่าผมแล้วนั่งเป่าผมให้ลี

                เป่าผมเสร็จเธอก็ลุกเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อก่อนจะมานั่งลงที่เตียงฉันไม่รบกวนนายใช่ไหม’

                ‘รบกวนสิ.. รบกวนมากด้วย.. แต่ฉันเป็นเพื่อนของเธอ ฉันยินดีให้รบกวนเสมอ’ ผมพูดยิ้มๆ

                ตลอดทั้งคืนนั้นเราก็เล่าชีวิตเรื่องราวของกันและกันให้กันฟังราวกับว่ารู้จักกันมานาน เสียงหัวเราะของเราสองคนดังกึกก้องภายในห้องแคบๆ นั้น..

 

                ผมลืมตาขึ้นด้วยความอ่อนล้า.. เวลากี่โมงไม่รู้.. ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่

                มองเห็นแค่เพียงร่างสูงซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใครกำลังนั่งเท้าคางอยู่โต๊ะกินข้าว ผมพยายามหรี่ตามอง แต่ตาของผมก็พล่ามัวเกินกว่าจะมองเห็นได้

                ผมพยุงตัวลุกขึ้นแต่ก็ไม่เป็นผล เรี่ยวแรงผมมีไม่พอที่จะทำแบบนั้น.. ร่างสูงมองมาทางผมก่อนจะพยุงผมลุกขึ้นนั่ง น้ำเสียงที่แผ่วเบาจนผมแทบไม่ได้ยิน ไม่รู้ว่าเขาพูดเบาหรือหูผมอื้อจนไม่ได้ยินอะไร

                “เป็นยังไงบ้าง”

                “...” ผมส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เข้าใจ ผมไม่ได้ยินที่เขาพูด คนตรงหน้าเหมือนจะถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะพูดเสียงดังจนทำให้ผมแน่ใจว่าคนตรงหน้าเป็นใคร

                “กู!! ถาม!! ว่า!! เป็น!! ไง!! บ้าง!!” พี่ยูตะคอกใส่ผม

                ทำไมเขายังอยู่ที่นี้.. เขายังไม่หมดธุระกับผมหรือยังไง..

                “ผะ.. ผม.. หะ.. น้ำ” ผมพยายามจะพูดออกมา แต่ก็พูดไม่ออกเหมือนมีอะไรมาคาคอ ร่างสูงเหมือนจะเข้าใจที่ผมพูดว่าผมต้องการอะไร ร่างสูงเดินที่ไปที่ตู้เย็นก่อนจะเทน้ำมาให้ผม ผมรับมาด้วยมือสั่นๆ เหมือนไม่มีแรง ร่างสูงตรงหน้าเห็นแล้วก็ถอนหายใจยาวพรืดก่อนจะเอามือมากุมมือของผม ก่อนจะออกแรงประคองมือผมให้ผมดื่มน้ำได้ง่ายขึ้น

                ผมดื่มน้ำเสร็จก็ยื่นแก้วให้พี่ยูเอาไปเก็บ ก่อนจะก้มลงดูสภาพตัวเอง พี่ยูเขาคงเช็ดตัวทำความสะอาดให้ผมสินะ

                “ดีขึ้นยัง” เสียงร่างสูงถามขึ้นห้วนๆ

                แค่น้ำแก้วเดียว.. มันจะช่วยให้ร่างกายผมหายดีได้เลยหรือยังไงนะ.. นั้นน้ำเปล่านะไม่ใช่ยาวิเศษ ผมคิดในใจ

                “ก็นิดหน่อยครับ” ผมตอบร่างสูงออกไป

                “ทำไมต้องโกหกกู”

                “เรื่องอะไรครับ”

                “เรื่องที่มึงมีอะไรกับไอ้เอส มันเป็นไปไม่ได้..” ร่างสูงพึมพำเบาๆ

                “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ครับ”

                “ไอ้เอสมันไม่ใช่คนดี.. อย่ายุ่งกับมันจะดีกว่า” ร่างสูงพูดก่อนเบือนหน้าหนีผมราวกับมีความลับ

                ถ้าเอสไม่ใช่คนดี แล้วคนอย่างพี่เขาเรียกว่าอะไรครับ? มันยังเรียกว่าคนได้อยู่หรือเปล่า..

                “เอสเขาก็ไม่ได้แย่นี่ครับ” ผมตอบพี่ยูออกไปตามความเป็นจริงที่ผมเห็น

                ร่างสูงหันมามองผมด้วยดวงตาเขียวปัดก่อนจะคว้าหมับเข้าที่มือของผมแล้วบีบแรงๆ

                “อย่าทำเป็นรู้ดีจะดีกว่า มันไม่ใช่คนดีอย่างที่มึงคิด กูเตือนมึงด้วยความหวังดี” พี่ยูพูดเสียงรอดไรฟันราวกับว่ากำลังกั้นอารมณ์โกรธของตัวเองไว้

                “โอ้ยพี่ครับ ผมเจ็บมือ” ผมร้องโอดโอยออกมาอย่างเจ็บปวด ร่างสูงสะบัดมือผมออก

                ผมลูบปากตัวเองนิดหน่อย เมื่อกี้เผลออ้าปากเลยทำให้แผลที่ปากเหมือนจะเจ็บขึ้นมา..

                “เจ็บมากไหม” ร่างสูงถามขึ้นเบาๆ

                “ไม่เจ็บมั้งครับ” ผมตอบแบบประชดประชันกลับไป ร่างสูงหันมามองผมตาเขียวปัดราวกับว่าเขากำลังจะตีผม

                “เจ็บครับ ผมเจ็บ” ผมร้องก่อนจะหลับตาปี๋แล้วเอามือป้องกันตัวเองโดยอัตโนมัติ

                ผมยกมือป้องกันอยู่นานแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น..

                “กูรู้กูทำมึงเจ็บมาก.. กู.. เฮ้อ.. กูขอโทษ” พี่ยูพึมพำเบาๆ ก่อนจะดึงผมไปสวมกอดเบาๆ

                ผมไม่ได้ใจง่ายใช่ไหมที่ผมจะรู้สึกแบบนี้.. ความรู้สึกผิดต่อลีไม่ได้อยู่ในหัวสมองของผมเลยตอนนี้

                คำพูดขอโทษของพี่ยู.. ไม่ใช่คำพูดที่ผมอยากได้ยิน.. ที่ผมอยากได้ยินคือ ‘ฉันจะเลิกยุ่งกับนายอีก’ แต่ทำไม.. ทำไมผมกลับดีใจเมื่อได้ยินคำขอโทษ เหมือนกับว่าคำแค่คำเดียวของเขาลบล้างเรื่องที่เขาเคยทำกับผมทั้งหมดได้

                พี่ครับ.. พี่ทำแบบนี้ทำไม.. พี่ทำไมต้องอ่อนโยนกับผมด้วย.. ผมไม่เข้าใจพี่.. พี่ต้องการอะไรครับ

                อ้อมกอดของพี่มันอบอุ่น.. อบอุ่นเสียเกินกว่าผมจะทำใจไม่ให้อภัยพี่ไม่ได้.. ล่าสุดที่ผมได้รับอ้อมกอดที่อบอุ่นแบบนี้มันเมื่อไหร่กันนะ? มันอบอุ่นเหมือนกับว่าพี่คือเตาผิงไฟเตาเดียวที่สามารถจุดไฟได้ในฤดูหนาว

                ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างกาย.. ความรู้สึกหลายๆ อย่างตีกันในใจของผม.. ลีจะโกรธไหม.. มันถูกต้องหรือเปล่า?.. มันดีแล้วจริงๆ หน่ะหรอแบบนี้?..

                แต่แล้วความคิดของผมก็แพ้ใจตัวเองอย่างราบคาบ..

                มือที่ไร้เรี่ยวแรงของผมค่อยๆ สวมกอดตอบร่างสูงตรงหน้าอย่างแผ่วเบา ก่อนจะซบหน้าไปที่ไหล่ของเขาก่อนจะร้องไห้ออกมาโดยหาเหตุผลไม่ได้

                ไม่รู้ว่าร้องไห้เพราะเจ็บ.. หรือว่าร้องไห้ที่คนตรงหน้ากอดผมอย่างอ่อนโยนกันแน่

                อ้อมกอดของเขา.. ทำให้ผมคิดถึง.. คิดถึงที่ๆ ผมจากมา.. พ่อกับแม่

                ผมโหยหาอ้อมกอดที่อบอุ่นแบบนี้มานานเหลือเกิน..

 

                หลังจากที่ผมกับพี่ยูกอดกัน เราก็เผลอหลับไปด้วยกันทั้งคู่จนกระทั่งผมตื่นมาอีกทีผมก็ไม่พบร่างสูงแล้ว พบเพียงกระดาษแผ่นนึงที่แปะติดไว้ที่ตู้เย็น

                ผมพยุงตัวขึ้นอย่างยากลำบาก แต่ผมก็พยุงตัวขึ้นสำเร็จ.. อาจจะเป็นเพราะผมได้พักผ่อนมาเต็มอิ่มแล้ว

                ผมเดินไปที่ตู้เย็นก่อนจะดึงกระดาษแผ่นนั้นออก ข้อความบนกระดาษทำเอาผมหลุดหัวเราะออกมา

                ‘เดี๋ยวมา ไปข้างนอกแปปนึง’

                ผมหุบยิ้มก่อนจะคิดได้.. เขาทำกับเราถึงขนาดนั้นแล้วทำไมเราถึงยังยิ้มออกมาได้นะ ผมไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองจริงๆ

                หรือว่าผมจะชอบเขา.. ชอบพี่ยู.. ชอบแฟนเพื่อนตัวเอง..

                ก๊อก ก๊อก ก๊อก

                เสียงเคาะประตูทำให้ผมหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเอง ผมขย้ำกระดาษแผ่นนั้นไว้ในกระเป๋าเสื้อนอนของตัวเองก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้อง ทันทีที่ประตูห้องของผมง้างออกเพราะผมออกแรงดัน ภาพตรงหน้าก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น

                “!!” ผมตกใจนิดหน่อยก่อนจะปั้นสีหน้าให้เป็นปกติ

                “อ้าว ว่าไงลี” ผมทักทายลีที่ยืนอยู่ข้างนอกสั้นๆ

                “เข้าไปได้ไหม”

                “ได้สิ ทำไมจะไม่ได้หล่ะ ถามแปลกๆ ฮะๆ” ผมพูดก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเผยมือให้ลีเดินเข้าห้อง

                ลีพยักหน้าเหมือนสื่อว่าขอบคุณก่อนจะเดินเข้าไปในห้องผม ผมปิดประตูลงก่อนจะเดินตามเข้าไป

                ลีนั่งลงที่โต๊ะกินข้าวของห้องผม ผมเลยนั่งลงอีกฝั่งซึ่งนั้นคือตรงหน้าของเธอ

                “มีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า” ผมถามขึ้นขณะที่ลีเอาแต่เงียบ

                ลีส่ายหัวเป็นพลันวัน.. ผมมองออก ลีต้องการจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เธอไม่กล้า..

                “พูดมาเถอะ เราเป็นเพื่อนกันนะ” ผมบอกเธออย่างยิ้มๆ

                “นายได้..” ลีพูดเว้นวรรคก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดใหม่อย่างชัดเจน “นายได้ยุ่งกับพี่ยูหรือเปล่า”

                “!!!” ผมอึ้งกับคำถามของคนตรงหน้า เหมือนโดนสาดน้ำกรดใส่หน้า

                ผมรู้ว่าเธออยากถามผม.. แต่ผมไม่คิดว่าเธอจะกล้าถามผมตรงๆ แบบนี้

                “จะบ้าหรอ.. ฉันจะไปยุ่งกับแฟนของเธอได้ยังไง” ผมพูดก่อนหัวเราะแห้งๆ ออกมา

                “เราเป็นเพื่อนกัน.. เราต้องพูดความจริงให้กันฟังใช่ไหม” ลีถามก่อนจะจ้องเข้ามาที่ดวงตาที่ไร้ซึ่งแว่นตาของผม

                “ฉัน..” ผมนิ่งเงียบอย่าหมดทางที่จะพูด.. ผมกัดปากตัวเองก่อนจะเบือนสายตาหนีดวงตาของลี

                “ฉันขอเขาได้ไหม.. นายก็รู้ว่าความรักในแบบของพวกนายมันเป็นไปไม่ได้” ลีพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง

                ผมอยากจะตอบลีกลับไป ได้สิลี ทำไมจะไม่ได้ ขอแค่เรามีเชื่อใจกันและกัน แค่นั้นก็เกินพอ แต่มันติดอยู่อย่างเดียว.. อย่างเดียวจริงๆ.. นั้นคือเขาเป็นของเธอ

                “นายเลิกได้ไหม.. ที่แอบไปเจอเขา แอบไปทำอะไรลับหลังฉัน เลิกได้ไหม.. ฉันขอร้อง ฉัน.. ฉัน.. ฉันไม่รู้จะทำยังไง ฉันรู้ว่ามันน่าอายที่ต้องมาขอร้องเรื่องแบบนี้กับนาย.. ตะ.. แต่.. แต่ฉัน ฮึก.. ฮือ ฉันรักเขา.. รักเขาแทบบ้า.. รักเขาทั้งๆ ที่ไม่รู้จักเขาดี.. รักเขาซะจนแทบตายแทนเขาได้”

                ลีรู้เรื่องทุกอย่าง!! ผมรู้สึกเหมือนมีมีดพุ่งมาปักเข้าที่อกของผม

                ผมเห็นใจเธอ.. ถ้าเป็นผม.. ถ้าไม่รักมากผมคงไม่หน้าด้านถึงกับต้องมาขอร้องอ้อนวอนแบบนี้

                “...” ผมได้แต่นิ่งเงียบมองดูลีร้องไห้.. ผม.. ผมสับสน.. ผมพูดได้ไม่เต็มปากว่าผมอยากจะปล่อยพี่ยูให้ลี

                ผม.. ผมเป็นอะไรไม่รู้.. ความรู้สึกโหว่งๆ เหว่งๆ ในใจนี้

                “ได้โปรด ฉันขอร้อง” ลีพูดก่อนจะจับมือผมไปกุมไว้อย่างแน่นหนา มือของลีเย็นเฉียบ มือของลีกำลังสั่น.. ไม่เพียงแค่มือของเธอที่กำลังสั่น.. แต่เธอกลับสั่นไปทั้งตัว สายตาคู่นั้นที่จ้องมองผม.. สายตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา

                ผมกัดริมฝีปากตัวเองจนได้รสเลือด.. รสเลือดที่ขื่นข่ม.. ผมไม่รู้จะต้องตอบยังไงดี

                อีกใจรู้สึกผิดที่ยุ่งกับของของคนอื่น แต่อีกใจกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นของอ้อมกอดที่พี่ยูได้มอบให้เมื่อเร็วๆ นี้

                คำพูดของพี่ยูเริ่มแล่นเข้ามาในสมองของผม

                ‘มึงเป็นของเล่นของกู ถ้ามันได้เล่นมึงแล้ว.. กูก็ไม่จำเป็นต้องเล่นมึงเหมือนของเล่นใหม่อีกต่อไป’

                พี่ครับ.. ถ้าที่พี่บอกผม.. พี่บอกผมเป็นแค่ของเล่น.. พี่ไม่ได้รู้สึกใดๆ ต่อผมใช่ไหมครับ คำขอโทษของพี่เมื่อกี้พี่แค่ขอโทษที่กระทำกับผมรุนแรงเฉยๆ ใช่ไหมครับ อ้อมกอดที่อบอุ่นเมื่อกี้พี่แค่กอดปลอบผมให้ผมหายเจ็บเฉยๆ ใช่ไหมครับ

                ผมกำลังใจเข้าใจถูกใช่ไหมครับ.. ว่าสิ่งที่เริ่มรู้สึกเมื่อเร็วๆ นี้.. ว่าความรู้สึกดีๆ เมื่อกี้นี่.. มันเป็นแค่สิ่งที่ผมคิดเองเออเองไปคนเดียว พี่แค่กอดของเล่นเฉยๆ ใช่ไหมครับ.. ทำไมผมเจ็บแบบนี้..

                พี่ครับ.. พี่ไม่น่ามาขอโทษผมเลย เพราะคำขอโทษคำเดียวของพี่.. มันทำให้ผมลืมไปเลยว่าพี่ทำอะไรกับผมมาบ้าง คงเป็นเพราะพี่ไม่เคยอ่อนโยนและไม่เคยพูดกับผมแบบนี้

                ผมรู้สึกดีมากในตอนนั้น.. แต่ตอนนี้ความรู้สึกที่ผมมีให้พี่กลับลอบมาทำร้ายผมซะเจ็บเจียนตาย

                ผมโง่เองที่มีความรู้สึกดีๆ ให้กับคนที่เจ้าของแล้ว

                ผมกัดปากแน่น ข่มตาลงเพื่อไม่ให้น้ำตาเอ่อล้นก่อนจะให้คำตอบแก่ร่างบางตรงหน้าที่ตั้งหน้าตั้งใจฟังคำตอบของผมอยู่

                “ได้สิลี.. ฉันจะทำตามที่เธอขอแต่โดยดี”

 

ความคิดเห็น