facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

7. ความหล่อเป็นเหตุสังเกตได้ 100%

ชื่อตอน : 7. ความหล่อเป็นเหตุสังเกตได้ 100%

คำค้น : หล่อ

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 158

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มิ.ย. 2564 22:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
7. ความหล่อเป็นเหตุสังเกตได้ 100%
แบบอักษร

เขานอนดึกเพราะหลายครั้งนั่งวาดแบบเครื่องประดับเพลิน

“ปวดไหล่ด้วยใช่ไหม? ”

คราวนี้คนหนุ่มเบิ่งตาเล็กน้อยก่อนจะตอบ

“ครับ”

ทำเอาอ้าปากค้างกันไปทั้งวงข้าว

แม้ฉายาหมอเทวดาของนายเพ้งจะเป็นที่เลื่องลือในวงการแพทย์แผนจีน แต่ไม่ว่ากี่ครั้งที่เขามองอาการป่วยของคนได้ทะลุก็จะสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับผู้คนได้เสมอ

นายเพ้งวางตะเกียบกับถ้วยข้าวก่อนจะเดินอ้อมไปทางด้านหลังของเฉินเฉียวอิง จากนั้นวางมือลงบนไหล่ชายหนุ่มแล้วใช้นิ้วโป้งออกแรงกดบริเวณไหล่ด้านหลัง

“อ๊ะ! ”

เฉินเฉียวอิงสะดุ้งและร้องออกมาคราหนึ่ง

แต่นาทีนั้นชิดชญาได้เห็นชัด ๆ

บอสมีฟันกระต่ายจริง ๆ ด้วย!

ในขณะที่อากงเดินกลับไปนั่งที่เดิมแล้ววิเคราะห์อาการให้ฟัง

“ลื้อนั่งทำงานท่าเดิมนานเกินไปใช่ไหม? ”

“ครับ”

“แต่พี่อิงก็ออกกำลังกายนะอากง”

คนพูดคือวายุ เขาจำได้ว่าตอนเข้าไปในห้องคอนโดของเฉินเฉียวอิงมีลู่วิ่งและดัมเบลอยู่ในห้องทำงาน พอไถ่ถามเจ้าตัวก็บอกว่าไม่อยากไปออกกำลังกายที่ห้องฟิตเนสจึงซื้อเครื่องออกกำลังกายมาไว้ที่ห้อง

แต่ถ้าให้วายุเดา...

พี่อิงคงไม่อยากให้ชะนีตนใดมาวอแวมากกว่า

หน้าตาหล่อระดับฆ่าวัวควายตายได้ทั้งตำบลอย่างนี้ มีหรือชะนีจะไม่รุม

คืนนั้นที่เรโทรบาร์ถ้าไม่ได้ฮวงช่วยไว้ มีหวังพี่อิงตกเป็นเหยื่อแน่ ๆ

นายเพ้งอธิบายต่อไปว่า

“นั่งทำงานแปดชั่วโมง เลือดมันคั่ง เส้นก็ยึด แต่ช่วงนี้ก็ไม่ได้ออกกำลังกายด้วยใช่ไหม? ”

“ครับ สองอาทิตย์นี้งานยุ่ง บางทีกลับบ้านดึก” ชายหนุ่มยอมรับ

“กลัวเข็มรึเปล่า? ”

คราวนี้เฉินเฉียวอิงมองหน้าผู้อาวุโสแบบงง ๆ

“อั๊วฝังเข็มให้เดี๋ยวก็หาย ว่างวันไหนนัดมาเลย”

“พรุ่งนี้ก็ได้ครับ” เฉินเฉียวอิงตอบ

“ว้า..” วายุร้องออกมา

“เป็นไร” ชิดชญาถาม

“พรุ่งนี้ฮวงไม่อยู่ ต้องออกไปหาลูกค้าแต่เช้า อย่างนี้ก็อดเห็นพี่อิงถอดเสื้อน่ะสิ”

“แหม...อิฮวง อิคนคลั่งรัก” ชิดชญาหมั่นไส้ในมุกปัญญาอ่อนของน้องชายที่ทำเอาฮาครืนไปทั้งวง

ความจริงก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าห้องฝังเข็มนั้นจะมีฉากกั้นแต่ละเตียงและไม่ให้คนนอกเข้าไปอยู่แล้ว

 “พรุ่งนี้จะได้รับเฟิร์นกลับคอนโดด้วย” บอสหนุ่มกล่าว

“งั้นคืนนี้พี่อิงไม่ต้องกลับก็ได้ นอนกับฮวงก็ได้นี่ฮะ คืนนี้จะได้นอนคุยกัน”

“ไว้วันหลัง วันนี้กลับบ้านดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยมา”

“อาฮวง ลื้อเจียะปึง(กินข้าว)ได้แล้ว อาเฮียจะได้เจียะ ลื้อชวนอีคุยอย่างนี้ อีจะไม่ได้เจียะ ” นางเตียงร้องเตือนหลานชายด้วยภาษาไทยปนภาษาแต้จิ๋วอันเป็นความเคยชินมาแต่ไหรแต่ไร

“เอ้า...พี่อิง กินเยอะ ๆ ”

วายุคีบอาหารใส่เต็มจานของเฉินเฉียวอิง แต่ฝ่ายนั้นกลับคีบแบ่งใส่จานของคนเป็นน้อง

“เยอะเกินไป กินไม่หมด”

นายเพ้งเห็นดังนั้นก็พยักพเยิดให้บอสหนุ่มซึ่งกำลังหันไปเติมน้ำชา

“ลื้อน่ะ กินเยอะ ๆ ยังหนุ่มยังแน่น ปล่อยให้ผอมแห้งอย่างนี้เดี๋ยวจะปีนขึ้นเตียงทำลูกไม่ไหวนะ”

เท่านั้นเอง...เฉินเฉียวอิงที่กำลังดื่มน้ำชาก็สำลักพรวดออกมาทันที!

วายุกลั้นหัวเราะไว้ได้รีบลูบหลังคนพี่ที่กำลังไอติด ๆ กันจนหน้าแดงก่ำน้ำหูน้ำตาไหล

ส่วนชิดชญาระเบิดหัวเราะลั่นออกมาแล้ว

เฮ้อ...อิเจ๊ ...วายุคิดอย่างอนาถใจ

จะ keep look หน่อยล่ะไม่มี พ่นหัวเราะซะข้าวเต็มปากอย่างนั้น

ไม่รู้พี่อิงไปชอบมันได้ยังไง

“อ้าว...คุณนภัทร จะมาก็ไม่เห็นบอกกันเลย”

ชิดชญาร้องทักเมื่อเห็นนภัทรมานั่งคุยกับพ่อเธอตั้งแต่เช้า

จะว่าไปก็ไม่เช้าเท่าไหร่ นี่ก็สิบโมงแล้ว

“ไม่เป็นไรครับ ผมมีนัดฝังเข็มกับอากงนะครับเลยแวะมาคุยกับคุณพ่อหน่อย แล้วนี่คุณฮวงยังไม่ลงมาเหรอครับ”

“ฮวงออกไปธุระแต่เช้าแล้วค่ะ และคงเลยกลับคอนโดเลย คุณนภัทรมาก็ดีเหมือนกัน เดี๋ยวบอสก็จะมาฝังเข็มเหมือนกันนะคะ”

“โอ้...งั้นดีเลยครับ ที่จริงผมก็พอจะมีความคืบหน้าเรื่องที่ดินที่เชียงใหม่มาด้วยเหมือนกัน คืออย่างนี้ครับผมหาไว้ 4-5 ที่ ถ้าคุณอิงสะดวก ผมว่าเดือนหน้าก็ขึ้นไปดูได้เลยนะครับ ไปวันลอยกระทงก็ได้ เผื่อไปลอยกระทงด้วยกัน มีลอยโคมด้วยนะครับ คุณอิงน่าจะชอบ”

“ต้องถามบอสดูก่อนนะคะว่าสะดวกวันไหน”

“ยังไงชวนคุณฮวงไปด้วยนะครับ อยากเชิญไปดูผ้าที่ร้านหน่อย เผื่อมีไอเดียดี ๆ มาแลกเปลี่ยนกัน”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวบอกฮวงให้ อ้อ...บอสมาแล้วค่ะ”

ชิดชญาพยักพเยิดไปทางเฉินเฉียวอิง

ร่างบางของชายหนุ่มเรียกสายตาของคนที่กำลังซื้อของอยู่ในร้านได้ทุกครั้งที่เดินเข้ามา

แม้จะอยู่ในชุดลำลองแค่เสื้อยืดสีขาวธรรมดาสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตกับกางเกงยีนส์ก็ตาม

บอกได้เลยว่าถ้าไม่ใช่เฉินเฉียวอิงบอสใหญ่ของเธอเป็นคนสวมใส่ล่ะก็ ต่อให้เอาสปอร์ตไลท์มาฉายก็ยังไม่แน่ว่าจะมีใครมอง

ลินดาเคยบอกว่าทุกครั้งที่เขามา สายตาทุกคู่ของลูกค้าจะพุ่งมาที่เขาทั้งสิ้น โดยเฉพาะลูกค้าสาว ๆ

จนถึงขั้นที่บางคนมาบ่อย ๆ เพื่อที่จะถามถึงหนุ่มหล่อหน้าใสคนนั้น

“ยืมตัวพี่อิงมาทำเป็นสแตนดี้ตั้งไว้หน้าร้านเลยดีไหมมาม้า” วายุเคยกล่าวเช่นนี้ 

เออ...ไอ้ฮวงมันก็ตลกของมัน

ชิดชญานึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างน้องชายเธอกับบอสแล้วต้องยอมรับว่าวายุเก่งจริงที่สามารถเจ๊าะแจ๊ะเฉินเฉียวอิงได้

ที่จริงให้บอสเป็นน้องเขยเราก็ไม่เลวเหมือนกันนะ

“วันลอยกระทงเหรอ? ”

เจิ้งสิงฝานกระตุกยิ้มอย่างพอใจ เมื่อได้รับข่าวจากพานลั่วเฉิง

ทั้งคู่กำลังเพลิดเพลินอยู่ในห้องส่วนตัวของร้านอาหารญี่ปุ่น

พานลั่วเฉิงยื่นกระดาษโน้ตที่มีข้อมูลของรีสอร์ทซึ่งเฉินเฉียวอิงและผู้ติดตามจะไปพัก

นั่นคือรีสอร์ทที่นภัทรเป็นหุ้นส่วนนั่นเอง

แน่นอนว่านภัทรได้จองที่พักล่วงหน้าไว้แล้วเป็นเดือนแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นช่วงเวลาใกล้วันลอยกระทงอย่างนี้ก็ไม่มีห้องพักเหลือแล้ว

“ผมเปิดเว็บไซด์ดูแล้วที่นี่ช่วงลอยกระทงห้องเต็ม คุณอาจต้องไปจองที่อื่นที่ใกล้เคียงบริเวณนี้” พานลั่วเฉิงแนะนำ

“ขอบคุณมาก เรื่องอื่นเดี๋ยวผมจัดการเอง”

เจิ้งสิงฝานยิ้มอย่างเยือกเย็น

ไอ้บอสหนุ่มนั่นไม่เคยออกงาน มีแต่ให้เลขากับฝ่ายพีอาร์ออกหน้าแทนตลอด

ถ้าพานลั่วเฉิงไม่ได้ถ่ายรูปในงานเลี้ยงเปิดตัวมาให้ดู

บวกกับคนที่เขาจ้างวานให้ปลอมเข้าไปสมัครงานที่นั่นสอดแนมมาให้

เขาแทบไม่เชื่อว่าผู้บริหารเจินเป่าที่นำพายอดเข้าบริษัทได้เพิ่มขึ้นจะเป็นเด็กหนุ่มวัยละอ่อน

มีดีขนาดนี้ต้องขอทำความรู้จักซะหน่อยแล้ว

“บอสเคยลอยโคมไหมคะ? ”

ชิดชญาเอ่ยถามขณะอุ้มเจ้าเถียนเถียนเดินชมนกนางนวลบนสะพานสุขตาสะพานซึ่งทอดยาวไปตามผืนน้ำทะเลของสถานตากอากาศบางปู

ฤดูนี้เป็นช่วงที่นกนางนวลนับหมื่นตัวอพยพมารวมตัวกันที่นี่

พวกมันพากันร่อนไปมาท่ามกลางผู้คนอย่างสนิทสนม

“อือม์”

บอสตอบแค่นี้คือเรื่องปกติ

“แล้วเคยถูกลอยแพไหมคะ? ”

คราวนี้คนเป็นบอสหันมามองหน้าหญิงสาว

ชิดชญารู้ว่าเขางง เธอหัวเราะคิก

“ฮิ ฮิ ลอยแพก็หมายถึง ถูกเอาไปปล่อยไง เหมือนแบบ...เดี๋ยวฉันจะลอยแพเจ้าเถียนเถียน”

“แง้วววว!!!!”

เจ้าแมวน้อยโวยวายทันที

“พูดเล่นน่า ถ้าฉันเอาแกไปลอยแพ พี่อิงของแกต้องลอยแพฉันแน่”

‘พี่อิง’ ทำท่าเหมือนจะยิ้ม แต่กลับยกกล้องถ่ายรูปขึ้นมาหันไปส่องนกแทน

ชิดชญาห้ามปากไว้ บอกตัวเองว่าอย่าเพิ่งแซวให้บอสยิ้ม เดี๋ยวเขาจะเขินจนไม่กล้ายิ้มมากกว่านี้

บอสก็เหลือเกิน แค่ยิ้มนี่มันยากนักรึไง

“นกนางนวลพวกนี้มันมาจากไซบีเรียและจีนนะคะ มันบินมาเองเลย เหมือนบอสนี่แหละค่ะ มาไกลมากเลย แต่บอสต้องจ่ายค่าเครื่องบินมา ไม่ได้บินฟรีเหมือนนก”

บอสลั่นชัตเตอร์ที่นกตัวหนึ่งซึ่งเกาะอยู่บนปลายไม้ที่ปักอยู่กลางทะเล ก่อนจะหันมาหาชิดชญา

บางอย่างทำเอาเธอฉงนใจ

เป็นเพราะแสงของตะวันที่ใกล้ลับฟ้าจึงทำให้แววตาของผู้ชายตรงหน้าดูละมุนเกินจริงอย่างนั้นหรือ?

“ไปกินข้าวเย็นกัน”

เขาบอกสั้น ๆ ก่อนจะเดินนำไปช้า ๆ

ชายหนุ่มผินหน้ากลับมาเล็กน้อยเพื่อพยักหน้าให้เธอเดินตามให้ทัน

“อุ๊ย...แมวน่ารัก”

เด็กหญิงตัวจ้อยวิ่งเข้ามาหาชิดชญา

เด็กหญิงวัยประมาณห้าขวบมีจุดหมายอยู่ที่แมว เมื่อวิ่งเข้ามาแล้วจึงพยายามเอื้อมมือมาจับเจ้าเถียนเถียน ชิดชญาจึงย่อตัวลงไปนั่งให้เสมอเด็กน้อย

เด็กหญิงลูบหัวเจ้าเถียนเถียนอย่างถูกใจพลางถาม

“น้องชื่ออะไร? ”

“น้องชื่อเถียนเถียนค่ะ” ชิดชญาตอบ

“เถียนเถียนเหรอ? อายุกี่ขวบ? ”

“อายุยังไม่ถึงหนึ่งขวบเลย”

“งั้นเถียนเถียนก็เป็นน้องหนู”

“ใช่จ้า”

“เถียนเถียนมีพี่น้องกี่คน? ”

“เอ...ไม่รู้สิ เพราะว่าพี่คนนี้...” ชิดชญาชี้ไปที่เฉินเฉียวอิง “เขาเจอเถียนเถียนอยู่ตัวเดียว เขากลัวเถียนเถียนเหงาก็เลยเอามาเลี้ยง”

เด็กหญิงตากลมเงยหน้ามองร่างสูงของเฉินเฉียวอิงแล้วชี้

“งั้นพี่คนนี้ก็เป็นพ่อเถียนเถียน ส่วนพี่...” ชี้มาที่ชิดชญา “ก็เป็นแม่”

เท่านั้นเองหญิงสาวหุบยิ้มแทบไม่ทัน

ขณะเดียวกันก็มีเสียงเรียก

“ดาด้า ไปกินข้าวได้แล้วลูก”

แม่ของเด็กน้อยนั่นเอง เธอรีบวิ่งเข้ามาจูงแขนลูก พร้อมกับส่งยิ้มให้ชิดชญากับเฉินเฉียวอิงอย่างเกรงใจ ในขณะที่เด็กน้อยยังคงหันมาโบกมือบ๊ายบายไปจนไกล

พอชิดชญาเห็นว่าเด็กเดินไปไกลพอแล้ว เธอก็ย่นจมูกเบะปากแล้วว่า

“เรียกเป็น ‘แม่’ เรียกซะแก่เชียว เรียก ‘พี่’ ก็พอมั้ง ใช่ไหมเถียนเถียน”

ประโยคท้ายยังหันไปขอความเห็นจากแมวอีก

ส่วนบอส...

หน้าแดงตั้งแต่ถูกเรียกให้เป็น ‘พ่อ’ แล้ว

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว