facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามซ่อนรัก 26 : เริ่มทดลอง

ชื่อตอน : ฉลามซ่อนรัก 26 : เริ่มทดลอง

คำค้น : ฉลามซ่อนรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มิ.ย. 2564 17:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามซ่อนรัก 26 : เริ่มทดลอง
แบบอักษร

ฉลามซ่อนรัก 26 : เริ่มทดลอง 

#ฉลามซ่อนรัก 

 

           ซีวานยิ้มหยอกเย้าผิดกับผมที่ใจหล่นวูบไปรอบนึงเพราะคิดว่าผลที่จะตามมามันต้องร้ายแรงแน่ๆ แต่เขากลับบอกว่าผมจะกลายเป็นแม่ที่ไม่แน่ใจว่าหมายถึงแง่ไหน แต่ดูจากที่ยิ้มกวนแบบนั้นคงเป็นการเย้าแหย่ เนื่องจากสิ่งที่เขากำลังจะทำคือการฉีดเลือดแม่เข้ามาในร่างกายผม

 

           นั่นจะทำให้ผมมีเลือดแม่เยอะขึ้น พี่เลยเปรียบว่าผมจะกลายเป็นแม่คนที่สอง

 

           ให้ตายสิ ผมใจหายใจคว่ำหมดเลย

 

           “เราไม่ได้หมายถึงจะโคลนร่างน้องหรอกใช่ไหม อาเจออะไรพวกนั้นมาเยอะเลยต้องการคำยืนยัน” อาโนเอลถามให้เพื่อที่เราจะได้เคลียร์กัน “ซึ่งบอกเลยว่ามันไม่ตลกแน่”

 

           “ไม่ใช่แบบนั้นแน่นอนครับอา เราแค่จะกระตุ้นยีนส์มนุษย์น้องให้ทำงานแบบเก่าและกระตุ้นยีนส์ฉลามไปพร้อมๆ กันเพื่อที่น้องจะได้คุมร่างได้ทั้งสอง” พี่อธิบายกลับ “คราวนี้ก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าจะกลายร่างแบบควบคุมไม่ได้หรือว่าจะคืนร่างไม่ได้ ถึงผมจะไม่มั่นใจว่าจะทำให้น้องกลายร่างเป็นฉลามได้สมบูรณ์ไหม แต่ที่มั่นใจคือช่วยน้องคืนร่างมนุษย์ได้แน่”

 

           “อัตราเสี่ยงมีเยอะไหมซิล”

 

           “อาจจะมีบ้าง แต่ผมจะพยายามให้มันน้อยที่สุด” พี่หันไปสบตาพ่อ “และถ้าให้ดีผมจำเป็นต้องใช้ไขกระดูกสันหลังของพ่อกับแม่ด้วย เผื่อว่าเลือดยังไม่ดีพอ”

 

           “แบบนั้นพ่อกับแม่ต้องเจ็บมากแน่ๆ”

 

           “พวกเรายินดีเจ็บ”

 

           “แม่...”

 

           “ถ้ามันช่วยให้ลูกดีขึ้น เรายอมทุกอย่างลูกรัก” เราหันไปมองคนที่พูดขึ้นจากด้านหลัง แม่ยกยิ้มหวานมาแต่ไกลโดยมีพ่อดีแลนโอบไหล่อยู่ข้างกายราวกับประคองไม่ให้แม่ล้ม ดูท่าเมื่อคืนจะหนักอยู่ ผมเห็นขาแม่สั่นนิดหน่อยเพราะผมอยู่ต่ำกว่าคนอื่น

 

           ทำเอาผมพองลมในแก้ม หรี่ตาจับผิดพ่อดีแลนกึ่งคาดโทษที่เขารังแกแม่หนักขนาดนี้

 

           อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วยังไม่แผ่วกันอีก ถ้าแม่กระดูกหักขึ้นมาผมจะตีพ่อให้ตายเลย

 

           ตีด้วยหางผมเนี่ยแหละ ไม่ใช่มือ ฮึ่ย !

 

           “ดีใจที่ยังเห็นคุณรอดนะโซล นึกว่าคุณจะตื่นเที่ยงซะอีก”

 

           “ผมก็นึกว่าจะตายแล้วเหมือนกันโนเอล ฉลามแถวนี้หื่นชะมัด” แม่พึมพำพร้อมกลอกตาใส่ ผิดกับพ่อดีแลนที่ยิ้มภูมิใจในเรื่องนั้น “อายุอานามก็ปาไปจะห้าสิบแล้ว ยังแรงเยอะไม่มีตก”

 

           “ฉลามยิ่งโตยิ่งแรงเยอะคุณไม่รู้เหรอ”

 

           “ก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะใส่แรงกับเอวผมขนาดนั้น ผมต้องรับสองคนนะเผื่อคุณลืม”

 

           “แต่เมื่อคืนคุณเป็นคนเริ่ม”

 

           “ดีแลน”

 

           “ใครกันนะที่ขึ้นมาบนตัวผมแล้วบอกให้เราทำต่อกันจนเช้าน่ะ :)” พ่อดีแลนยักคิ้วกวนประสาท ตั้งใจยียวนให้แม่หยิกแขนเขาให้เนื้อเขียว เหมือนเขาจะลืมไปแล้วว่าตรงนี้มีคนอื่นอยู่ ขนาดพ่อดายยังหลุบตาอายแทน อาเลยต้องกระแอมเรียกสติกลับมา

 

           “อะแฮ่ม เข้าเรื่องต่อเถอะซีวาน” อาตอบกลับ “ต้องใช้ไขกระดูกสันหลังกับเลือดของโซลและพ่อฉลามเหรอ”

 

           “ใช่ครับ เพราะพ่อกับแม่เป็นยีนส์เริ่มต้นที่สร้างเราสามคนขึ้นมา” ซีวานพยักหน้า “และผมเริ่มการผ่าตัดได้เลยถ้าพ่อแม่พร้อม”

 

           “เราพร้อมอยู่แล้วลูกรัก อยากให้ใครเริ่มก่อนก็บอกได้” แม่ยิ้มให้ “ขอแค่ช่วยน้องให้ดีขึ้นได้ แม่ก็โอเคแล้ว”

 

           “ผมไม่อยากให้พ่อกับแม่เจ็บเลย”

 

           “มันจำเป็น”

 

           “…”

 

           “แม่ยอมเจ็บดีกว่าเห็นลูกเจ็บอีกนะซีน” ผมทำหน้าเศร้าถึงจะรู้ว่านี่เป็นทางเดียวที่จะช่วยผมได้ แต่ก็ไม่อยากให้พ่อแม่ต้องมาทรมาน “ให้แม่เริ่มก่อนก็ได้ซีวาน ลูกบอกว่าต้องใช้เลือดแม่เยอะสุดสินะ”

 

           “ใช่ครับ” พี่พยักหน้า “แต่อาจจะต้องให้แม่พักสักหน่อยเพราะแม่เพิ่งใช้แรงมา”

 

           “ขอแค่ลูกสั่งมา แม่พร้อมทำให้ทุกอย่าง”

 

           “งั้นผมขอเจาะเลือดพ่อกับแม่ก่อนแล้วกันครับ ส่วนเรื่องเจาะไขสันหลัง ผมจะบอกรายละเอียดอีกที” พี่นัดแนะให้ทุกคนได้ยิน “เดี๋ยวพ่อกับแม่ตามผมลงไปที่ห้องทำงานเลยนะครับ”

 

           “โอเค ฝากคุณทำอะไรให้ซีน่อนกินด้วยนะโนเอล”

 

           “ได้เลย ไม่มีปัญหา” อารับคำทันที ไม่รอช้า “คุณก็อย่าฝืนตัวเองมากล่ะ”

 

           “ผมไม่ฝืนหรอกน่า”

 

           “…”

 

           “เดี๋ยวพ่อกับแม่มานะซีน”

 

           “ครับแม่” ผมตอบเสียงแผ่ว อยากจะกอดแม่ให้กำลังใจทว่าทำได้แค่มองเศร้าๆ เท่านั้น แม่ที่เห็นแบบนั้นเลยเดินเข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมาให้ผมกอด นาทีนั้นผมฝังหน้าลงกับบ่าแม่ สูดกลิ่นกายหอมหวานปลอบประโลมความกังวลที่แผ่ซ่านอยู่ในร่าง

 

           แม่หอมหัวผมสลับกับหอมแก้ม ช่วยปัดเป่าเรื่องที่คิดมาก

 

           “ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย แม่สัญญา”

 

           “ผมขอให้แม่ไม่เจ็บมาก”

 

           “ความเจ็บเดียวที่ทำร้ายแม่คือการเห็นลูกเจ็บ ซีน่อน”

 

           “แม่ครับ”

 

           “ส่วนอย่างอื่นน่ะมันไม่คณามือแม่หรอก” เขาผละออกมา เกลี่ยเส้นผมที่ลงมาปรกหน้าไปทัดหูให้ “แม่ให้กำลังใจลูกผ่านกอด เพราะงั้นลูกต้องเข้มแข็งนะซีน”

 

           “ผมจะเข้มแข็งให้ได้ครึ่งนึงของแม่ครับ”

 

           “ไม่จำเป็น”

 

           “หืม ?”

 

           “ลูกเข้มแข็งในแบบตัวเอง”

 

           “…”

 

           “จงเป็นตัวเองลูกรัก จงรักในสิ่งที่ตัวเองเป็นและจงเข้มแข็งในแบบของตัวเอง เพราะนี่คือชีวิตที่ลูกสร้างมา” แม่ยิ้มกว้าง “และแม่ภูมิใจมากที่ลูกเกิดมาเป็นลูกแม่ ไม่ว่าลูกจะหมดศรัทธาในตัวเองแค่ไหน แม่ก็จะเชื่อมั่นในตัวลูกเสมอ”

 

           “แม่ครับ”

 

           “ลูกคือซีน่อน อิลเดนสัน ลูกชายคนเล็กของแม่ที่มีพี่ชายสุดเท่และพ่อฉลามทั้งสอง” แม่มองลึกเข้ามาในดวงตาผม “ลูกคือคนเก่ง ลูกผ่านเรื่องร้ายมาได้หมดแล้ว และกำลังเติบโตตามกาลเวลา ไม่ต้องรีบเร่งให้ตัวเองเข้มแข็งตอนนี้ก็ได้ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปเพื่อให้ทุกก้าวมันมั่นคงแข็งแรง”

 

           ผมรู้สึกเหมือนจะร้องไห้ตอนได้ยินคำพูดของแม่

 

           “แล้วลูกจะภูมิใจในตัวเองที่ผ่านเรื่องพวกนั้นมาได้”

 

           “แม่จะทำผมร้องไห้”

 

           “ลูกร้องออกมาได้ถ้ามันไม่ไหว คนเราไม่จำเป็นต้องเก็บทุกอย่างไว้เพื่อให้ตัวเองดูเข้มแข็ง” แม่ลูบแก้มผมเบาๆ “การร้องไห้ช่วยให้เราสบายใจขึ้น มันไม่ได้ทำให้เราดูอ่อนแอ กลับกันมันจะช่วยให้เราหลุดพ้นจากความรู้สึกแย่ๆ เร็วขึ้น”

 

           “ผม...”

 

           “แล้วค่อยเช็ดน้ำตา กลับมายืนด้วยขาของตัวเอง ถ้าลูกจะล้ม แม่กับทุกคนจะประคองลูกไว้” แม่ยิ้มให้ “เราจะช่วยกันประคับประคองกันไปเพราะเราคือครอบครัวเดียวกันไง”

 

           “ผมดีใจที่ได้เกิดเป็นอิลเดนสัน”

 

           “แต่ลูกคงจะดีใจกว่านี้ถ้าอาใช้นามสกุลเรา”

 

           “...!!!”

 

   “ไว้จบเรื่องนี้ค่อยมาคุยเรื่องงานแต่งกันนะ ซีน :)” 

 

           “มันจะไม่ใช่เร็วๆนี้แน่” พ่อดีแลนขัดทันทีก่อนจะหันไปหรี่ตาจับผิดอาโนเอลที่ยิ้มแห้ง “อย่าหวังว่ามันจะง่ายอย่างที่คิด เรายังต้องพิสูจน์กันอีกเยอะ”

 

           “ไม่ต้องข่มขวัญผมขนาดนั้นก็ได้ ผมรู้ว่าคุณไม่ยอมผมง่ายๆหรอก” อาตอบพร้อมถอนหายใจนิดๆ “แต่เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกันทีหลัง ยังมีเวลาอีกมากให้เราคุยกันหนิจริงไหม”

 

           “แค่เกริ่นไว้ก่อนเผื่อคุณได้ใจ”

 

           “งั้นผมซ้อมเรียกคุณว่าพ่อตาดีไหม”

 

           “!!!”

 

           “แค่เกริ่นไว้ก่อนให้คุณทำใจ”

 

           “โนเอล...!”

 

           “ที่รัก” แม่ย่นคิ้วปรามพ่อดีแลนที่ทำท่าจะเข้าไปกระชากคอเสื้ออาที่ยียวนเขาแบบนั้น ปกติอาไม่ค่อยหาเรื่องใส่ตัวนะ ทว่านี่กลับเอาความกล้าไปกวนประสาทพ่อ แถมยังเป็นเรื่องที่พ่อหงุดหงิดอยู่ก่อนแล้วด้วย ดีที่แม่ห้ามไว้ก่อนไม่งั้นอาได้กลายเป็นไม้จิ้มฟันฉลามแน่

 

           ส่วนอาที่โดนมองแรงก็ทำเป็นยิ้มให้ จากนั้นก็ขยับมาใกล้ๆ ผมราวกับอาที่พักพิงใจ

 

           “อาจะไม่ถูกขบหัวใช่ไหม”

 

           “อาไม่รอดแน่”

 

           “แง” ผมหัวเราะตอนเขาแกล้งทำเป็นจะร้องไห้ ขณะที่แม่ต้องกอดพ่อดีแลนไว้ ไม่ให้เขาเข้าใกล้ว่าที่สามีผม

 

           จะเรียกแฟนก็ไม่ถูก ก็วางแผนแต่งงานกันแล้วนี่นา

 

           ต้องเรียกว่าว่าที่สามีจริงไหมล่ะครับ

 

           ต้องซ้อมเรียกไว้ก่อนจะได้ชิน :)

 

           “แม่ว่าเราไปกันเถอะซิล อย่ามัวแต่ช้าเลย เดี๋ยวฉลามจะคลั่งมากกว่านี้” แม่พยายามเบี่ยงประเด็น “เริ่มจากพ่อดีแลนก่อนแล้วกัน เขาดูพร้อมที่จะเจอเข็มแล้ว”

 

           “งั้นมาทางนี้เลยครับ”

 

           “ไปกันที่รัก เลิกมองแรงได้แล้ว”

 

           “ผมจะกลับมาเคลียร์กับคุณต่อแน่”

 

           “โชคดีนะครับดีแลน บ๊ายบาย” อาโนเอลโบกมือให้ซึ่งมันยิ่งเพิ่มความหงุดหงิดให้พ่ออีกสิบเท่า ชนิดที่พ่อดายต้องเข้ามาช่วยลากน้องชายลงไปยังห้องใต้ดิน อันเป็นสถานที่ทำงานของซีวาน เพื่อที่บนบ้านเราจะได้ไม่เกิดสงครามซะก่อน

 

           แม่หันมาส่ายหัวให้อาเล็กน้อยเหมือนเหนื่อยหน่ายที่อาทำแบบนั้น

 

           “พอรู้ว่ารักก็เอาใหญ่เลยนะคุณน่ะ”

 

           “ผมแค่อยากให้เขาเตรียมใจไว้บ้าง อีกอย่างคุณก็เปิดโอกาสให้ขนาดนี้แล้วไม่ใช่หรือไง” อาเลิกคิ้วใส่ “มาถึงขั้นนี้แล้วผมไม่คิดว่าต้องเหนียมอาย มันจะดีกว่าถ้าพูดความรู้สึกออกไปตรงๆ”

 

           “ถ้าทำแบบนี้ตั้งแต่แรกป่านนี้ก็คงจบไปแล้ว”

 

           “ขอโทษแล้วกันที่ผมเพิ่งรู้ใจตัวเอง”

 

           “หึ”

 

           “และผมจะไม่เปลี่ยนใจไปไหนอีกแล้ว” เขาหันมายิ้มให้ “จะอยู่แค่ที่เจ้าจิ๋วคนเดียว จะไม่ยอมให้หายไปไหน”

 

           “คุณคลั่งรักกว่าที่ผมคิด รู้ตัวไหม”

 

           “เพราะผมตกหลุมรักลูกชายคุณไง”

 

           “อา”

 

           “ถ้าไม่ใช่เขา ผมก็ไม่รักใครอีกแล้ว” หัวใจผมเต้นแรงไม่เป็นส่ำ เผลอหลุดยิ้มกว้างฉายชัดถึงความสุข “เพราะงั้นถือว่าบอกไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าผมขอลูกชายคุณ ไม่ว่าจะต้องพิสูจน์ตัวเองแค่ไหน ผมก็ยินดี”

 

           “สำหรับผมการได้คุณมาเป็นครอบครัวเดียวกันถือว่าเป็นเรื่องดี”

 

           “โซล”

 

           “แค่ให้เวลาคุณพ่ออีกนิด”

 

           “…”

 

           “คุณรู้จักดีแลนดี เขาต้องใช้เวลา” แม่ถอนหายใจนิดหน่อยคล้ายหนักใจ แต่ผมเชื่อว่าเราจะผ่านมันไปได้ พ่อดีแลนไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น “เอาเป็นว่าค่อยคุยกัน ตอนนี้ต้องจัดการเรื่องซีน่อนก่อน ฝากคุณดูแลลูกผมด้วยนะ”

 

           “ได้เลย ไม่มีปัญหา”

 

           “โอเค แล้วผมจะรีบกลับมา”

 

           “...”

 

           “เข้มแข็งนะซีน”

 

           “ครับแม่” ผมพยักหน้าให้ก่อนที่แม่จะเดินมาหอมหัวผมอีกครั้ง ไม่นานก็ผละออกไปแล้วเดินตามพวกพ่อๆ ไปชั้นใต้ดินทิ้งให้เราสองคนอยู่ด้วยกัน อามองหน้าผมเช่นเดียวกับผมที่มองหน้าเขา สักพักอีกฝ่ายก็ทิ้งตัวลงนั่งริมสระ

 

           ผมเลยขยับเข้าไปใกล้ๆ เอนหัวซบบ่าอาพร้อมกับจับมือเขา ให้เขาบีบตอบกลับมาเบาๆ

 

           “ร้ายจังนะครับที่ไปพูดกับพ่อเขาแบบนั้น”

 

           “ยังไงก็ต้องคุยเรื่องนี้ในสักวัน”

 

           “นึกว่าอาจะกลัวพ่อว่าซะอีก”

 

           “อากลัวเสียเราไปมากกว่า” ผมยิ้มรับ “บอกแล้วไงว่าจะไม่ปล่อยให้หนีไปไหนอีกแล้วน่ะ อาจะทำทุกทางเพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกัน”

 

           “ถึงกับท้าทายจ้าวแห่งท้องทะเล ผมก็เชื่อแล้วครับว่าอาทำได้ทุกอย่าง”

 

           “เพื่อเราทั้งนั้น”

 

           “…”

 

           “แค่เราคนเดียว” ผมไม่สามารถหยุดยิ้มได้ รู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองกำลังจะระเบิด เราสองคนสบตากันในระยะประชิดก่อนที่เราจะจูบกันอย่างดูดดื่มท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่อาบไล้จากด้านหลัง ผมมองเห็นตัวเองในดวงตาของเขา แหวกว่ายอยู่ในความรักที่เขามอบให้

 

           รวมถึงความอบอุ่นที่เขาโอบกอดผมไว้

 

           มันทำให้ผมดีใจมากกว่าอะไร

 

           “ผมชอบอาตอนนี้มากเลยรู้ไหม” ผมใช้นิ้วเขี่ยจมูกเขา “ถ้าผมเป็นมนุษย์ปกติ ผมคงลากอาขึ้นเตียงไปแล้ว”

 

           “แบบนั้นพ่อแม่เราก็รู้น่ะสิว่าเราแอบทำอะไรกัน”

 

           “แต่ถ้าเราทำกันตอนนี้พ่อแม่ก็จะไม่รู้นะครับ”

 

           “ซีน”

 

           “ผมว่ามันก็ตื่นเต้นดีนะ”

 

           “…”

 

   “แค่มือกับปากก็เสร็จแล้ว :)” 

 

           “ทะลึ่ง” อาบีบจมูกผมโทษฐานที่คลั่งรักเกินจะต้าน ก่อนหน้านี้ยังงอแงที่พ่อแม่ต้องเจ็บปวดอยู่เลย ตอนนี้กลับเต๊าะเขาไม่รู้จบ จะว่าผมคนเดียวไม่ได้นะ อาเริ่มก่อนเองมันเลยส่งผลกับผม “ไว้หลังทุกอย่างจบลงค่อยมาว่ากัน”

 

           “อาอยากทำกับผมหรือเปล่าครับ หรือแค่อยากจูบเท่านั้น”

 

           “ทำไมเราตรงจังนะ อายบ้างหรือเปล่า”

 

           “ผมอยากรู้มากกว่า” ผมยู่ปาก “เพราะเราไม่เคยไปไกลกว่านั้น ผมเลยไม่แน่ใจว่าอาจะโอเคหรือเปล่า”

 

           “อาโอเคถ้าเป็นเรา”

 

           “อาครับ”

 

           “แล้วก็เรื่องนั้นน่ะ...”

 

           “หืม ?”

 

           “เซกส์มันเป็นเรื่องปกติของคนรักกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” เขาพูดเสียงแผ่วก่อนจะยกมือมาปิดหน้าตัวเองเพราะเขินไม่ไหว หูเขานี่แดงไปหมด แดงไปทั้งตัวจนผมอดหัวเราะไม่ได้ เมื่อกี้ยังพูดเหมือนผมไม่รู้จักอาย แต่ดูตอนนี้สิ ตัวเองกลับแสดงออกมาหมดเลยว่าคิดอะไร

 

           แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาได้ไง

 

           “ไว้เรามายันเช้าแบบพ่อแม่กันนะครับอา”

 

“ซีน.

 

“ผมสัญญาว่าจะรับทุกท่วงท่าของอาเอง :)” 

 

แล้วเราจะได้รู้ว่าเลือดแม่ในตัวผมน่ะมันเยอะแค่ไหน

 

จะเอาให้จุใจไปเลย หึ :)

 

 

เราคุยกันอยู่พักใหญ่หรือที่เรียกว่าเต๊าะจนอาอายแทบบ้าก็ได้ จากนั้นเขาก็ไปทำอะไรให้ผมกิน ดีที่ผมยังกินอาหารแบบมนุษย์ได้ ไม่ได้รู้สึกว่าอยากกินเนื้อวาฬ กินเนื้อโลมาเท่าไหร่ ถ้าให้ผมไปล่าในสภาพแบบนี้ ผมคงโดนวาฬชนจนตัวตาย

 

มันใหญ่กว่าผมหลายเท่า ผมทำได้แค่กัดมันให้คันๆ เท่านั้น เว้นเสียแต่ว่าผมจะเรียกพรรคพวกไปด้วยก็พอจะมีสิทธิ์ชนะอยู่บ้าง

 

แต่เลือกได้ผมก็ไม่อยากกินพวกมันหรอกนะ

 

เก็บไว้ให้พ่อดีแลนล่าคนเดียวก็พอแล้ว

 

“ซีน”

 

ตึก !

 

           “ตานายแล้ว” หลังผ่านไปพักใหญ่ซีวานก็เดินกลับขึ้นมาในช่วงบ่ายของวัน ที่ผมยังไม่เห็นพ่อกับแม่ขึ้นมาเลยสักคน แต่ก่อนหน้านี้แดเนียลลงไปดูให้แล้วและบอกว่าพ่อแม่นอนพักอยู่ เขากับออสตินมาถึงที่นี่เมื่อคืนแล้วก็เพิ่งตื่นกันช่วงเที่ยงที่ผ่านมา

 

           ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งเล่นเกมกันให้ผมดู ออสตินเป็นห่วงผมมากเลยมานั่งอยู่ใกล้ๆ เป็นครั้งแรกเลยที่ผมเห็นแดเนียลให้เขาอยู่ไกลจากตัวเองขนาดนี้

 

           เขาคงรู้ว่าถ้าผมอยู่กับพี่ออสตินผมจะรู้สึกดี ผมชอบที่ได้อยู่กับพี่เขามากๆ

 

           ซีวานเดินมาหยุดตรงหน้าผม รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้น

 

           “พี่ต้องพานายลงไปข้างล่างนะ เผื่อว่ามีอะไรจะได้ดูอาการง่ายขึ้น”

 

           “งั้นเดี๋ยวอาอุ้มซีน่อนไปเอง”

 

           “ผมอุ้มน้องเอง อาน่ะรออยู่ที่นี่เถอะครับ” พี่ชายคนโตขัดก่อนจะถือวิสาสะลงน้ำมาอุ้มผมโดยการช้อนตัวขึ้น ท่าเดียวกับที่เขาพาผมขึ้นจากทะเลมาปล่อยที่สระน้ำนี่ “ขาอายังไม่หายดี เดินไปเดินมาแบบนี้มันจะยิ่งแย่เอา”

 

           “แต่อาอยากไปดูด้วย อาอยากอยู่ใกล้ๆ ซีน”

 

           “ไว้ผมจะมาตามอาลงไปอีกที”

 

           “ซิล”

 

           “ฝากดูอาหน่อยนะแดน”

 

           “รับทราบ” แดเนียลขานรับแบบทหารแม้ว่าจะไม่ได้ละสายตาจากเกมก็ตาม ซีวานไม่รอช้าเขาพาผมลงไปข้างล่างที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์การแพทย์มากมาย มันจะมีห้องหนึ่งที่ถูกสร้างไว้สำหรับผ่าตัด ที่นั่นปลอดเชื้อและมีแค่ซีวานที่เข้าได้

 

           ส่วนอีกห้องเป็นห้องพักฟื้นที่ผมเห็นพ่อทั้งสองกับแม่นอนหลับอยู่ ไม่ได้ดูน่ากลัวอะไร

 

           “อีกนานไหมครับว่าพ่อกับแม่จะตื่น”

 

           “ใกล้แล้วล่ะ” เจ้าตัวตอบ “พี่สกัดเอาไขสันหลังกับเลือดเขามา พวกเขาเลยเพลียนิดหน่อย ยิ่งรวมกับเรื่องเมื่อคืนนี้ก็ยิ่งเพลียหนัก”

 

           “พี่ก็ดูเพลียนะครับ เหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน”

 

           “ไม่ต้องห่วง พี่ยังสติดีอยู่และพอช่วยให้นายดีขึ้น เราทั้งบ้านจะหลับสนิทกว่านี้” พี่พาผมมาว่าในอ่างน้ำที่เปิดน้ำไว้เต็มที่ มันล้นออกนิดหน่อยตอนที่เขาวางผมลงไป ยอมรับว่ามันอึดอัดเนื่องจากอ่างมันค่อนข้างเล็ก หางผมจึงเลยขอบออกมาค่อนข้างเยอะ

 

           แต่ผมก็ทนได้เพื่อให้เขาทำการทดลองครั้งสุดท้าย

 

           “หัวใจและชีพจนเต้นปกติ” เขาพึมพำหลังตรวจเช็คร่างกายผม จากนั้นก็หยิบเข็มเข็มนึงออกมา ในนั้นมีของเหลวสีใสที่ผมไม่รู้ว่าคืออะไรใส่อยู่ “นี่คือวัคซีนกระตุ้น พี่สกัดเอายีนส์เฉพาะของพ่อแม่มารวมกัน”

 

           “มันจะมีผลยังไงบ้างครับ”

 

           “มันอาจทำให้นายรู้สึกหนักๆ ในร่างกายสักหน่อยหรือถ้ามันไม่ได้ผล มันก็จะเป็นเหมือนพี่ฉีดน้ำเข้าไปในตัวนาย” เขาอธิบาย “แต่พี่เชื่อว่ามันจะได้ผล แค่นายต้องยอมรับ อย่าต่อต้านและเชื่อว่ามันจะช่วยนายได้”

 

           “ผมกลัวจังเลย ถึงผมจะโดนทดลองมาเยอะก็เถอะ”

 

           “พี่เข้าใจ แต่นี่เป็นทางเดียวที่จะช่วยนาย” เขาลูบหัวผมพร้อมยิ้มให้ “และมันคือความรักจากพ่อแม่ที่เขามอบให้นายด้วยนะ”

 

           “พ่อแม่...” ผมพูดเสียงแผ่วหลุบตามองวัคซีนเข็มนั้นที่อัดแน่นอยู่ มันมาจากเลือดเนื้อของพ่อแม่ที่เสียสละเพื่อผม ถ้าผมมัวแต่กลัวก็เท่ากับปล่อยให้พวกเขาต้องรอและเสียเวลามากขึ้น “พวกเขาทำเพื่อผม”

 

           “ใช่ พวกเขาทุกคนทำเพื่อนาย” ซีวานย้ำคำให้ “แต่นายไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองรู้ไหม พี่จะให้เวลานายทำใจ”

 

           “ผมทำใจมามากแล้วครับ และผมอยากดีขึ้นไวๆ”

 

           “…”

 

           “ฉีดมาเลยซิล อย่าปล่อยให้เวลามันเสียไป”

 

           “นายพร้อมแล้วใช่ไหม”

 

           “ผมพร้อมยิ่งกว่าอะไร”

 

           “…”

 

           “มาจบเรื่องนี้กัน” 

 

เหลืออีกไม่กี่ตอนแล้วนะคะ ใครยังไม่ได้พรีหนังสือ รีบพรีเลยน้า ภาพประกอบ + ตอนพิเศษในเล่มคือจุใจมากเว่อ ! 

ของมันต้องมีนะแม่ ไปเปย์กันเลยยย > https://www.readawrite.com/c/f24e289619a54b9e9efbea9a781a44bf  

*ฝากส่งฟีดแบ็ก #ฉลามซ่อนรัก ด้วยน้า เปิดพรีวันที่ 21 พค – 23 กค นาจา* 

LOADING 100 PER 

เริ่มการทดลองครั้งสุดท้าย แม้ว่าชีวิตก็คือการทดลองเช่นกัน 

ชีวิตคือการทดลองเพราะเราต้องลองใช้ชีวิตในหลายรูปแบบ 

และปัญหาที่เกิดขึ้นก็เป็นบททดสอบของชีวิตให้ผ่านพ้น 

ตอนนี้คิดวิธีแก้ไขได้แล้วก็ถึงเวลาลงมือเพื่อเปลี่ยนคน 

เตรียมพร้อมเพื่อหยุดปม และเตรียมพร้อมส่งไม้ต่อให้พี่ชายคนโตของตัวเอง :) 

หวีดลงแท็กด้านล่างเมื่อพูดถึงความแซ่บของนิยายเรื่องนี้ 

#ฉลามซ่อนรัก 

Follow Me 

Twitter : ael_2543 

PAGE : Avery Pie 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว