ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 53 ปมที่ต้องแก้เอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 53 ปมที่ต้องแก้เอง

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 468

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มิ.ย. 2564 17:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 53 ปมที่ต้องแก้เอง
แบบอักษร

“ไม่ต้องกลัวนะ ที่นี่มีแต่คนของผม คุณจะปลอดภัย” สีหน้าของตะวันนั้นเรียบเฉยจนเกือบจะเย็นชา เขาค่อยๆ ดึงมือของนาราที่เกาะกุมแขนของเขาอยู่ออก แล้วสอดมันเข้าไปไว้ใต้ผ้าห่ม  

ตะวันยืนขึ้นแล้วหันไปพูดกับแม่ของนารา “คุณน้าจะนอนกับนาราในห้องนี้หรือว่าจะนอนในห้องนอนแขกครับ ผมจะได้ให้คนจัดการให้”  

แม่ของนารามองตะวันสลับกับมองลูกสาว เธอรู้ดีว่าคนที่ลูกอยากจะให้อยู่ด้วยก็คือตะวัน แต่มันก็ชัดเจนแล้วว่าฝ่ายชายจะไม่นอนเฝ้าเธอ  

เธออยากจะตอบว่าห้องนอนแขกเพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็กลัวว่านาราจะถูกเขาทิ้งให้อยู่ภายในห้องนี้อย่างโดดเดี่ยว  

ความรักของคนเป็นแม่ทำให้เธอตัดสินใจอยู่เคียงข้างลูก “น้าจะนอนกับนารา” 

ตะวันพยักหน้า “ครับเดี๋ยวผมให้คนเอาเตียงเล็กมาจัดให้ที่มุมห้อง” ห้องนี้มีพื้นที่เหลือเฟือเสียจนไม่ต้องกังวลว่าเตียงเล็กที่เอาเข้ามาเพิ่มจะทำให้ห้องดูคับแคบไป  

เขาพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว พยายามจะให้ในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเธอ ตะวันหมุนตัวกลับแล้วก้าวเดินออกจากห้อง แต่เสียงร้องไห้คร่ำครวญที่ดังมาจากข้างหลังก็ทำให้เขาต้องหันกลับไปมอง 

สีหน้าของเขาที่บ่งบอกว่ารำคาญเต็มที ทำเอาแม่ของนาราชะงัก เธอไม่กล้าพูดอะไรออกมาเพราะกลัวว่าเขาจะรำคาญพวกเธอแม่ลูกมากกว่าเดิม 

“คุณร้องไห้ทำไม?”  

นอกจากจะไม่ตอบแล้วนารายังร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม ทำเอาตะวันต้องสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์ เขาพร้อมจะพูดคุยและรับฟังทุกอย่างจากนารา แต่ต้องไม่ใช่การคร่ำครวญอย่างไม่มีที่สิ้นสุดแบบนี้ 

นาราค่อยๆ เงยหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาขึ้นมามองหน้าเขา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงปนสะอื้นที่หากใครได้ยินแล้วคงอดสงสารเธอไม่ได้  

“นารา...ได้ยินว่าคุณจะจัดงานเลี้ยงแนะนำว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นภรรยาของคุณ ตะวัน...นารารู้ว่านารามันไร้ประโยชน์ คนป่วยกระเสาะกระแสะแบบนารา มันไม่คู่ควรเป็นภรรยาคุณ แต่ว่า....แต่ว่า” 

ตะวันยืนนิ่ง เธอรู้ได้ยังไงว่าเขาตั้งใจจะทำอะไร ขนาดอัยย์ยังรู้แค่ว่าต้องไปงานเลี้ยงกับเขาเท่านั้น ประมาทไม่ได้เลย เขาประมาทนาราไม่ได้เลยจริงๆ 

แม่ของนาราเองก็ตะลึงที่ได้ยินว่าตะวันจะเชิดชูผู้หญิงคนอื่นให้เป็นเมีย แล้วลูกสาวของเธอล่ะ? 

“จริงเหรอตะวัน เธอจะยกผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาเป็นเมียเหรอ” อารมณ์ที่ปั่นป่วนภายในใจทำให้แม่ของนาราเผลอ ขึ้นเสียงใส่กับตะวัน เขาจะทำอย่างนี้ได้ยังไง จะยกย่องคนอื่นขึ้นมาแทนลูกสาวที่ล้ำค่าของเธออย่างนั้นเหรอ? 

“ไหนนาราบอกว่าผู้หญิงคนนั้นถูกจ้างมาให้ตั้งท้องลูกเท่านั้นไง ตะวันเธอจะเอาผู้หญิงคนนั้นไปแนะนำให้คนนอกรู้จักในฐานะอะไร” 

เธอเชื่อ เชื่อในสิ่งที่ลูกสาวบอกเธอมาตลอดว่าตะวันนั้นรักนารา แต่เพราะสุขภาพอันอ่อนแอของนาราที่ไม่อาจมีทายาทให้กับตะวันได้  

ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจหาผู้หญิงคนอื่นมาตั้งท้องแทนเธอ แค่รู้ว่าเขาจดทะเบียนกับผู้หญิงคนนั้นเธอก็ตกใจมากแล้ว แต่ก็ยังเชื่อ เชื่อในคำที่นาราบอกว่าตะวันทำไปเพื่อให้ลูกได้เกิดอย่างถูกต้องเท่านั้นเอง 

“ตอบมาสิตะวัน ผู้หญิงคนนี้ถูกจ้างมาเป็นตัวแทนของนาราไม่ใช่เหรอ?” 

“อัยย์ไม่ใช่ตัวแทนของใคร” 

ความหนักแน่นของตะวัน ทำเอาสองแม่ลูกถึงกับนิ่งงัน แววตาของเขายามที่พูดชื่อของผู้หญิงคนนั้นบ่งบอกว่ามีอะไรบางอย่างระหว่างคนทั้งคู่ 

แม่ของนาราหันไปมองหน้าลูกสาวที่ตอนนี้มันหมองหม่นเสียจนคนเป็นแม่อยากโผเข้าไปกอดปลอบ จู่ๆ ขาทั้งสองข้างก็หมดแรง แม่ของนาราค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆ ลูกสาวแล้วเอื้อมมือไปแตะไหล่นาราเบาๆ 

ตะวันยืนนิ่งสบตาพวกเธออย่างไม่สะท้าน “อัยย์เป็นภรรยาของผม เธอไม่ได้เป็นตัวแทนของใคร แต่ผมจะไม่มีวันผิดสัญญา” เขาหันไปมองนาราที่กำลังร้องไห้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย “สิ่งที่คุณจะต้องทำตอนนี้ก็คือ รักษาตัวให้หาย แล้วหลังจากนั้น ทุกๆ คำสัญญาที่ผมเคยให้คุณไว้ มันจะกลายเป็นเรื่องจริง” 

น้ำเสียงของตะวันนั้นหนักแน่น บ่งบอกถึงความจริงจังในทุกๆ คำพูด เพราะถ้านารามั่นใจแล้วว่าเขาจะทำตามคำพูด เธอก็คงไม่คิดจะทำอะไรให้อัยย์ต้องเจ็บปวด  

ในเมื่อเธอต้องการตำแหน่งภรรยา เขาก็จะให้มันกับเธอ  

ตะวันทำใจไว้แล้วว่าสักวันความสุขระหว่างเขาและอัยย์จะถูกขโมยไป แต่แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าทุกอย่างจะต้องจบลง เขาก็อยากจะเก็บเกี่ยวความสุขในช่วงเวลาที่ยังมีกันและกันให้มากที่สุด 

เพราะถึงแม้จะไม่มีนารามาขวางก็ใช่ว่าเรื่องของเขากับอัยย์จะสามารถคงอยู่ได้ตลอดไป... 

สีเลือดหายไปจากใบหน้าของนารา เธอพึมพำออกมาด้วยแววตาที่เหม่อลอย “คุณใช้เงินจ้างเธอมาไม่ใช่เหรอ แล้วทำไม?...............” 

เห็นลูกเป็นแบบนี้ คนเป็นแม่ก็หันไปทุ่มโทษตะวัน “ตะวัน....เธอลืมไปแล้วเหรอว่านาราทำเพื่อเธอมากแค่ไหน ถ้าเธอควงผู้หญิงคนนั้นออกหน้าออกตาในฐานะภรรยา แล้วหลังจากนี้ คนอื่นๆ เขาจะคิดกับนารายังไง?” 

แน่นอนว่าเธอกลัว กลัวตะวันมาตลอด แต่ในฐานะของคนเป็นแม่ เพื่อปกป้องลูกแล้ว ต่อให้ตรงหน้าเป็นเสือเป็นสาง เธอก็พร้อมจะสู้เพื่อนารา 

คนเป็นแม่หันไปลูบหน้าลูบหลังลูกสาวด้วยความสงสาร “นาราของแม่ แสนดีขนาดนี้ จะให้ใครมานินทาหรือทำให้เสื่อมเสียได้ยังไง?” 

แสนดี? 

เสื่อมเสีย? 

สองคำที่ทำเอาตะวันต้องเบือนหน้าหนี ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาก็คงเห็นด้วยว่าผู้หญิงที่กำลังร้องไห้อยู่ตรงหน้าเป็นนางฟ้าแสนดี 

เมื่อได้เห็นเนื้อแท้ของนาราแล้ว ตะวันก็รู้แล้วว่า เขาไม่สามารถรักนาราได้อย่างผู้หญิงคนหนึ่ง 

แต่สัญญาที่เขาพร่ำบอกเธอมานานหลายปี มันต้องเป็นไปตามนั้น  

ตะวันไม่คิดจะโทษใคร ทั้งหมดมันเป็นเพราะเขาเอง ปมที่เขาผูก เขาก็ต้องเป็นคนแก้ ต่อให้ต้องเฉือนหัวใจทิ้ง เขาก็ต้องทำ 

“สัญญาการแต่งงานระหว่างผมกับอัยย์มีแค่หนึ่งปี หลังจากนี้อีกสิบเดือน ผมจะหย่ากับเขาและหลังจากนั้น ผมจะแต่งงานกับคุณ”  

น้ำตาของนาราเหือดแห้ง ดวงตาของเธอจับอยู่ที่ใบหน้าของตะวันตลอดเวลา 

น้ำเสียงของตะวันที่เอ่ยถึงการแต่งงานที่จะเกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอนั้นราบเรียบ ไม่มีความรักปนอยู่ในน้ำเสียงของเขาเลย 

“อย่างที่ผมบอกไป สิ่งที่คุณควรจะทำตอนนี้คือการรักษาตัวเองจนแข็งแรง ผมสัญญาไว้แล้วว่าจะแต่ง ผมก็ต้องแต่ง” 

ตะวันแทบจะกัดฟันพูดประโยคสุดท้ายออกมา  

นั่นทำให้นาราและแม่ รู้แล้วว่าเขารู้สึกอย่างไร 

เขาจะทำตามหน้าที่ ไม่ใช่หัวใจ 

ตะวันหันหลังกลับแล้วก้าวขาเดินจากไป........... 

 

นารามองตามแผ่นหลังของตะวันที่เดินพ้นประตูออกไป เธออยากจะตะโกนเรียกเขา แต่ก็หยุดตัวเองเอาไว้ 

เขาไม่ได้รักเธอ ตะวันไม่ได้อยากอยู่กับเธอ เขาจำใจแต่งงานกับเธอ  

นาราฝังใบหน้าเล็กๆ ลงบนฝ่ามือทั้งสองข้าง แล้วร้องไห้ออกมาอย่างคนที่หัวใจสลาย 

หลายปีที่อุตส่าห์สร้างสมความผูกพันต่อกันมา ที่สุดแล้วกลับไร้ความหมาย 

“นารา...อย่าร้องไห้ลูก หยุดร้องเถอะ ยิ่งลูกร้องมากเท่าไหร่ แม่ยิ่งปวดใจมากเท่านั้นนะลูก”  

เธอเอื้อมมือไปโอบกอดลูกสาวไว้แนบอก ชีวิตของลูกบุญธรรมคนนี้ช่างน่าสงสารยิ่งนัก 

ก่อนที่จะได้มาเป็นครอบครัวเดียวกัน นาราต้องใช้ชีวิตวัยเด็กอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่แทนที่จะได้เติบโตมาอย่างสดใสและมีความสุข เธอก็ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพ พ่อบุญธรรมก็ไม่มาดูดำดูดี แล้วตอนนี้ผู้ชายคนเดียวที่นาราปักใจมาตลอดกลับไปรักคนอื่นเสียอย่างนั้น 

 

แม่ของนารากอดลูกสาวเอาไว้แล้วถอนหายใจออกมา เธอจะทำอย่างไรดี  จะมีอะไรที่เธอสามารถทำให้ลูกคนนี้ได้บ้าง เธออยากให้นาราได้สุขสมหวังในชีวิตเสียที  

คนเป็นแม่ได้แต่พยายามคิดหาหนทางช่วยลูก แต่จะหันไปหาสามีหรือเขาก็คงจะไม่ยอมช่วย ขนาดรู้ว่าลูกมีภาวะแทรกซ้อน เขายังไม่แม้แต่จะโทรมาหาเลยสักนิด  

เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมสามีถึงได้เมินเฉยกับนารามากถึงเพียงนี้  

ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งกลัว กลัวว่าถ้าไม่มีเธอแล้ว ลูกสาวของเธอจะเป็นยังไง 

“แม่คะ” เสียงเรียกอย่างอ่อนแรงของลูกสาว “แม่จ๋า ตะวันเขาอยากอยู่กับคนอื่น เขาไม่ได้อยากอยู่กับหนู.......” พูดได้แค่นั้นนาราก็ร้องไห้ออกมาอีก ทำเอาคนเป็นแม่น้ำตาซึมด้วยความสงสาร 

“ตะวันเขาบอกแล้วไงลูก ว่าหลังครบสัญญาหนึ่งปี เขาจะหย่ากับผู้หญิงคนนั้น มาแต่งงานกับหนูไงลูก” 

“แต่แม่คะ ถ้าตะวันแนะนำผู้หญิงคนนั้นว่าเป็นภรรยา ต่อให้เขาหย่ากันแล้ว ลูกแม่ก็จะได้ชื่อว่าเป็นเมียคนที่สองของเขา เด็กก็จะรู้ว่าหนูไม่ใช่แม่เขา หนูไม่ต้องการให้ผู้หญิงคนนั้นมีชื่อหรือตัวตนอยู่ในชีวิตตะวัน” 

“อย่าร้องลูกอย่าร้อง ยังไงสุดท้ายตะวันก็จะเป็นของหนูอยู่ดี” 

นาราที่อยู่ในอ้อมกอดของแม่ กำลังคิดหาวิธีที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอต้องการ 

เธอรู้ดีว่าแม่บุญธรรมทั้งรักทั้งห่วงเธอสุดหัวใจ ถ้าเห็นเธอเจ็บปวดมากๆ เข้า แม่ต้องหาทางช่วยเธอแน่ๆ 

สิ่งที่เธอต้องทำก็เพียงแค่ทำตัวให้น่าสงสารเป็นนางฟ้าผู้บริสุทธิ์ เป็นดอกไม้สีขาวน่าทะนุถนอมในสายตาของคนเป็นแม่ เท่านี้แม่ก็จะเอาทุกอย่างมาให้เธอเอง 

“แม่คะ...หนูกลัว” 

“กลัวอะไรลูก” คนเป็นแม่ลูบหน้าลูบหลังพยายามปลอบลูกสาวผู้อ่อนแอให้คลายความโศกเศร้า 

“ผู้หญิงคนนั้นน่ากลัวเหลือเกิน ตะวันอยู่กับเธอแค่ไม่กี่เดือนก็เปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้ ต่อให้หนูแข็งแรงได้แต่งงานกับเขา แต่ถ้าลูกรู้ว่าเธอเป็นแม่แท้ๆ แล้วหนูกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นส่วนเกิน” 

นารานั้นฉลาดหลักแหลม เธอผูกสัมพันธ์กับลูน่ามานานหลายปี แล้วคอยหลอกถามความเป็นไปของตะวัน  

จนได้รู้ว่าเขาวางแผนจะจัดงานเลี้ยงเปิดตัวภรรยา นั่นเป็นเรื่องที่เธอยอมไม่ได้ 

เธอจะต้องเป็นคนเดียวที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของตะวัน.... 

นอกจากจะพยายามดิ้นทุกครั้งที่หมอเข้ามาเจาะเลือด ยามที่อยู่ตามลำพังเธอยังพยายามตีไปที่แขนตัวเองเพื่อให้แผลนั้นช้ำมากกว่าเดิม 

เขาจะต้องสำนึกว่าไม่ควรจะทิ้งเธอไว้คนเดียว ตะวันต้องอยู่กับเธอ ต้องเป็นของเธอ........คนเดียว 

“ไม่ต้องกลัวนะลูก แม่อยู่นี่แล้ว แม่จะช่วยลูกเอง จะไม่มีผู้หญิงคนไหนเข้ามาแทนลูกสาวของแม่ได้แน่นอน” 

นาราผละออกจากอ้อมกอดของแม่ เธอจับแขนเสื้อของแม่เอาไว้แล้วก้มหน้าลงราวกับท้อใจ  

“แต่......ผู้หญิงคนนั้น......เขาท้อง”  

ท่าทางของนารานั้นดูเหมือนว่าเป็นห่วงและกลัวว่าแม่จะทำร้ายเด็กในท้องของอัยย์ แต่จริงๆ แล้วเธอต้องการให้แน่ใจว่าลูกของตะวันจะถูกเก็บไว้ ในขณะที่คนเป็นแม่ถูกกำจัดไป.... 

แม่ของนาราลูบผมของลูกสาวอย่างเอ็นดู ลูกหนอลูก ขนาดตัวเองเจ็บแบบนี้ ต้องเจ็บปวดแบบนี้ ยังมีแก่ใจนึกถึงคนอื่นอีก 

นาราของแม่นั้นอ่อนโยนและใจดีกับทุกคน แล้วแบบนี้ลูกของเธอจะไปต่อกรกับผู้หญิงแบบนั้นได้อย่างไร 

ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา นาราค่อยๆ ใส่ข้อมูลของอัยย์ให้กับคนเป็นแม่ แม้เธอจะพูดถึงอัยย์อย่างอ่อนโยนและเข้าใจ แต่ก็ไม่ลืมสอดแทรกประวัติชีวิตอันแหลกเหลวของอัยย์ให้คนเป็นแม่ได้รู้ 

ผู้หญิงของตะวันคนนี้เป็นแม่ม่ายที่ถูกสามีทิ้งเพราะมีชู้ มิหนำซ้ำยังโกงเงินมาจากอดีตสามีอีกด้วย 

ก่อนหน้านี้แม่ของนาราไม่ได้สนใจเรื่องราวของอัยย์มากนักเพราะคิดว่าเป็นผู้หญิงที่ผ่านมาแล้วก็จะผ่านไป แต่คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายผู้หญิงคนนี้จะกลายมาเป็นหนามยอกใจของลูกสาวเธอ 

“นารา...หนูไม่ต้องกังวลนะลูก หนูแค่รักษาเนื้อรักษาตัวให้หายดี พยายามทำจิตใจให้แจ่มใสเพื่อที่จะเป็นเจ้าสาวที่เพียบพร้อมของตะวัน ส่วนเรื่องผู้หญิงคนนั้นกับลูกในท้อง แม่จะจัดการให้เอง” 

ภายใต้ม่านผมที่ปรกหน้า นารายิ้มอย่างสมใจ หลังจากนี้ก็แค่รอ รอให้แม่จัดการทุกอย่างให้เธอ 

 

ทันทีที่เห็นตะวันเดินออกมาจากห้องของนารา เกริกก็รีบเดินเข้าไปหา 

“คุณตะวันครับ”  

เกริกพูดเบาเสียจนเกือบจะกลายเป็นการกระซิบ บ่งบอกความสำคัญของเรื่องที่เขากำลังจะพูด 

“หมอกับพยาบาลบอกว่า ทุกครั้งที่พวกเขาพยายามเจาะเลือดหรือเอาเข็มเข้าไปใกล้ๆ คุณนารา เธอจะ....” 

“จะอะไร?” 

เกริกขมวดคิ้วเพราะตัวเขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินมาและกำลังจะพูดออกไป  

“เธอจะพยายามทำให้ตัวเองเจ็บตัว มีครั้งหนึ่งที่พยาบาลแอบเห็นว่าเธอตีเข้าที่ข้อพับของตัวเองเสียด้วยซ้ำ” 

ตะวันเบิกตากว้างแล้วหันไปจ้องหน้าเกริก  

ทำเอาเจ้าตัวต้องรีบยืนยันคำพูดของตัวเอง “เรื่องจริงครับ คุณนาราเธอ.......” 

พูดยังไม่ทันจบประโยค เกริกก็ถอนหายใจแล้วก้มหน้าลง เขาเองก็คิดไม่ถึงว่านาราจะทำเรื่องแบบนั้นได้ 

ใบหน้าของตะวันเปลี่ยนจากเคร่งเครียดไปเป็นเย็นชา เขาคิดไว้แล้วว่านาราจะต้องวางแผนเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่คิดไม่ถึงว่าจะถึงขั้นทำร้ายตัวเอง 

ยิ่งได้รู้เห็นธาตุแท้ของเธอ ตะวันก็ยิ่งรังเกียจนารา.............. 

 

………………………………………………………………. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว