ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่9แก้แค้น(ดื่มน้ำไหม)

ชื่อตอน : ตอนที่9แก้แค้น(ดื่มน้ำไหม)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 481

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2564 16:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่9แก้แค้น(ดื่มน้ำไหม)
แบบอักษร

ระหว่างทางที่เดินกลับเรือนเฟิงเย่พยายามแงะมืออีกฝ่ายที่จับมือตนอยู่ออกตลอดทางแต่มืออีกฝ่ายเหนียวยังกะปลาหมึกแกะเท่าไหร่ก็แกะไม่ออกจนต้องเอ่ยบอกปากบอกอีกฝ่ายให้ปล่อยมือตน

 

"ปล่อยมือได้แล้วท่านจะจับไปถึงเมื่อไหร่"เขาเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนเหมือนไปวิ่งมา

 

ส่วนคนที่กำลังหลอกกินเต้าหู้อีกฝ่ายก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ พร้อมกับพูดว่า

 

"พี่กลัวเจ้าหลงทาง"ตอบออกมาหน้าตาเฉยทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายเข้าป่าพฤกษาเป็นว่าเล่น

 

เฟิงเย่ได้แต่คิดและเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ

 

'หลงทางบ้านท่านสิ!ป่านี้ข้าเดินเข้าออกยิ่งกว่าสวนหลังบ้าน!'​​​​​​

 

แต่เขาก็ไม่กล่าวออกไปเพราะกลัวความลับแตก

 

"ไม่หลงหรอกข้าเดินเองได้"น้ำเสียงเริ่มงอแงเมื่อเห็นอีกคนไม่ยอมปล่อยมือตน

 

องค์รัชทายาทหลีไป่หลงมองท่าทางนั้นอย่างเอ็นดูพร้อมตอบไปแบบหน้าตายว่า

 

"พี่อยากเดินจับมือเจ้า"พูดด้วยใบหน้านิ่งเฉยแต่ใบหูภายใตผมที่ปิดไว้กลับแดงระเรื่อ 

 

ทางด้านเฟิงเย่ที่ตอนนี้อ้าปากค้างกับความตรงไปตรงมาของอีกฝ่าย พอได้สติใบหน้าก็ซับสีแดงเรื่อ แล้วเงียบไปเพราะไม่รู้จะทำยังไงกับความหน้าหนาของด้านข้างดี

 

พอเห็นร่างบางเงียบไปเขาจึงหันไปมองจึงได้เห็นอีกคนกำลังเขินอายอยู่เขาจึงแสดงสีหน้าพึงพอใจแล้วชวนอีกคนกลับ

 

"เรารีบกลับกันเถอะเดี๋ยวจะมืดค่ำเอา"เขาคิดว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อนเพราะมีเรื่องต้องไปทำก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาหาเฟิงเอ๋อร์ของเขา(?)แต่เช้า 

 

พอมาถึงหน้าเรือนอีกฝ่ายเขาก็เจอคนที่หน้าจะเป็นยายของร่างบางที่กำลังตากปลา

 

"ท่านยาย"เฟิงเย่เรียกท่านยายของเขาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าออดอ้อดพร้อมกับเอามือที่ร่างสูงจับอยู่ออกแล้วรีบเดินไปหายายทันที

 

พอยายได้ยินเสียงของหลานรักตนจึงหันไปมอง แล้วกล่าวอย่างอ่อนโยน

 

"กลับมาแล้วรึ"ยายถามพร้อมกับยิ้มให้หลานตนแล้วพึ่งสังเกตุเห็นชายหนุ่มที่มากับหลาน

 

"อ้าว แล้วนั้นใครเพื่อนรึหน้าตาหล่อเหลาเชียว"ยายเอ่ยถาม 

 

พอได้ยินเช่นนั้นเฟิงเย่กำลังจะปฎิเสธว่าคือผู้มีพระคุณแต่ร่างสูงกลับพูดชิงตัดหน้าไปก่อน

 

"ใช่ขอรับพวกเราเป็นเพื่อนกัน"เขากล่าวเน้นที่คำว่าเพื่อนหนักๆแล้วคิดในใจ'เดี๋ยวก็ได้เลื่อนขั้น'

 

เฟิงเย่ได้แต่อ้าปากพะงาบๆค้างเติงอยู่ในท่ากำลังจะพูด 

 

"ถ้าเช่นนั้นก็เรียกยายเหมือนกันกับอาเย่ก็ได้ลูก"ไม่ใช่ยายไม่รู้ว่าชายหนุ่มคิดอันใดกับหลานตนแต่ก็ไม่คิดจะขัดขวางปล่อยให้เป็นเรื่องของพวกเขาตัดสินใจกันเอง

 

ขณะที่เฟิงเย่กำลังจะเอ่ยแย้งเสียงตอบรับของร่างสูงก็ดังตัดเขาอีกครั้ง

 

"ขอรับ ท่านยาย"ตอบรับด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่นัยตาเป็นประกายอย่างเห็นได้ชัด

 

"เจ้ากินข้าวกินปลามารึยังเล่ามาๆมากินข้าวด้วยกัน"ยายเอ่ยชวน

 

คราแรกเขาคิดจะตอบรับอยู่แต่พอคิดได้ว่ามีเรื่องต้องไปทำเขาจึงปฎิเสธอย่างไม่เต็มใจนัก

 

"ไม่เป็นไรขอรับ "

 

พอเห็นหน้าตาที่แสนเสียดายของอีกฝ่ายเฟิงเย่ก็พลันเกิดความสงสารขึ้นมาจึงกล่าวออกไป

 

"เช่นนั้นข้าทำขนมไว้เดี๋ยวข้าไปเอามาให้ท่านกินเวลาหิว"พูดเสร็จก็วิ่งเข้าไปในบ้านแล้วออกมาพร้อมกับโหลคุกกี้ที่ทำยามว่างและกาแฟที่เอาออกมาจากในมิติของตนมาให้อีกฝ่าย

 

พอองค์รัชทายาทหลีไป่หลงเห็นว่าร่างบางวิ่งออกมาพร้อมสิ่งของประหลาดที่ยื่นมาให้ตน จึงรับมาด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับและหัวใจที่พองโตพร้อมเอ่ยถาม

 

"สิ่งนี้คืออันใดรึ"ถามอีกคนอย่างสนใจเมื่อได้เห็นสิ่งที่ร่างบางนำมาให้

 

"นี้คือขนมที่เรียกว่าคุกกี้เอาไว้ทานเล่นหรือทานคู่กับน้ำชาส่วนนี้คือกาแฟเอาไว้ทานกับคุกกี้หรือเวลาที่เหนื่อยหรือง่วงจากการทำงานแต่ก็ทานเยอะไม่ได้ข้าจึงแบ่งให้ท่านทานแค่นี้"อธิบายยาวเหยียดเพื่อให้อีกคนเข้าใจ 

 

ได้ยินเช่นนั้นรัชทายาทหลีไป่หลงก็ดีใจเป็นอย่างมากที่ร่างบางเอาสิ่งที่ตนทำมาให้เขา

 

"ขอบใจเจ้ามาก แล้วพี่จะมาหาเจ้าอีก ลาขอรับท่านยาย"พูดเสร็จก็ยิ้มให้อีกเฟิงเย่อย่างอ่อนโยนแล้วกล่าวลายายของเฟิงเย่เสร็จสรรพก็หายตัวไปทันทีปล่อยให้คนที่โดนรอยยิ้มอ่อนโยนที่ไร้หน้ากากของอีกฝ่ายโจมตีเข้าอย่างจังจนใบหน้าแดงฉาน

 

"หลานยายมีความรักกับเขาแล้วรึเนี่ยอีกสักพักคงลืมคนแก่ๆอย่างยายแน่เลย"ยายของเฟิงเย่พูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อแกมหยอกล่อในทีแล้วเดินเข้าไปในเรือน

 

พอได้ยินคำพูดของท่านยายหน้าที่แดงอยู่แล้วก็แดงขึ้นไปอีกจนเหมือนลูกตำลึงสุกแล้วรีบพูดแย้งแก้เขิน

 

"มิใช้เสียหน่อยท่านยายก็"พูดเสร็จก็วิ่งตามยายตนเข้าไปในเรือน 

 

ทางด้านรัชทายาทหลีไป่หลงที่ไปตรวจสอบเหตุไอมารเสร็จก็คิดว่าจะอยู่เมืองนี้อีกสักพักแต่มีสารจากฝ่าบาทเรียกตัวกลับวังด้วยเรื่องเดิมๆที่เกี่ยวกับขุนนางต่างๆที่แย้งเรื่องที่พระองค์ไม่ค่อยอยู่วังและเรื่องที่ไม่รับชายาหรืออนุเข้าวัง

 

'หึ! พวกตาแก่ชอบยุ่งเรื่องของผู้อื่นนักก็เตรียมตัวรับผลไว้ได้เลย '

 

คิดในใจพร้อมแสยะยิ้มอย่างเยือกเย็นจนองครักษ์เงาที่เห็นต่างขนลุกไปตามๆกันพร้อมกับไว้อาลัยให้กับเหล่าขุนนางในราชสำนัก

 

องค์รัชทายาทหลีไป่หลงทำสัญญาณมือเรียกองครักษ์เงาแล้วส่งจดหมายที่ตนเขียนให้ 

 

"เอาจดหมายไปส่งใว้ในห้องเฟิงเอ๋อร์"

 

"พะย่ะค่ะ"

 

พรึ่บ!!

 

พอองครักษ์เงาไปแล้วองค์รัชทายาทก็ถอนหายใจแล้วมองขนมที่ตนได้มาจากร่างบางด้วยสีหน้าอ่อนโยน

 

"เมื่อไหร่พี่จะได้เจอเจ้าอีก เฟิงเอ๋อร์"พอกล่าวกับตนเสร็จก็หยิบขนมคุกกี้เข้าปาก 

 

พอขนมเข้าปากแล้วตาก็เป็นประกายวิบวับทันที

 

'อร่อยมากไม่เคยกินขนมที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน '

 

รสที่ไม่หวานเกินไปของคุกกี้ผสมกับรสขมนิดๆจนติดปรายลิ้นถ้าทานคู่กับน้ำชาคงจะเข้ากันได้ดีทีเดียว 

 

กลับมาทางด้านเฟิงเย่ 

 

ตอนนี้เฟิงเย่และตากับยายกำลังทานอาหารเย็นอยู่ เขาก็รู้สึกได้ว่ามีคนเข้ามาในเขตห้องของเขาแล้วแล้วออกไปอย่างรวดเร็วและไม่มีจิตสังหารถ้ามีก็จะเข้ามาในเขตบ้านของเขาไม่ได้เขาจึงสรุปไปว่าเป็นคนของรัชทายาทที่มาทำอะไรบางอย่าง

 

และก็เป็นไปตามคาดเมื่อเขาทานข้าวเสร็จกลับมาถึงห้องก็เจอแผ่นจดหมายแผ่นหนึ่งวางอยู่ ใจความในจดหมายเขียนไว้ว่า 

 

'ถึงเฟิงเอ๋อร์ของพี่ 

 

พรุ่งนี้พี่คงไปหาเจ้าไม่ได้เพราะถูกเสด็จพ่อเรียกกลับวังด่วนเจ้าคงจะคิดถึงพี่มากถ้ามีเวลาว่างเดี๋ยวพี่จะเขียนจดหมายมาให้เจ้าและจะรีบกลับมาหาเจ้า

 

                  จากพี่ไป่หลงของเฟิงเอ๋อร์ '

 

พออ่านเนื้อความในจดหมายเสร็จเฟิงเย่ก็รีบพูดโต้แย้งแก้ความเขินอายของตนทันที

 

"เฟิงเอ๋อร์ของพี่อะไรกันยังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย"พูดพร้อมกับเอาหน้าแดงๆของตนซุกกับหมอน

 

พออาการเขินอายจากจดหมายที่คนตัวสูงกว่าเขียนมาให้หายก็คิดเรื่องที่ตนจะทำคืนนี้ออกทันที 

 

"อะ-จริงด้วยวันนี้มีเรื่องต้องไปทำนี่น่า"พอพูดถึงเรื่องที่ต้องไปทำก็แสยะยิ้มเย็นออกมาทันที ก่อนจะวาปหายไป

 

พรึ่บ!!

 

มาโผล่อีกที ที่ตรอกแคบๆที่เขาเคยมาและเป็นจุดที่อยู่ใกล้จวนของเจ้าเมืองมากที่สุดเขาจึงจัดการใช้เวทมนต์เปลี่ยนชุดตนเองเป็นชุดสีดำทั้งตัวทันทีพร้อมใส่หน้ากากจิ้งจอกสีขาวสดุดตาไปด้วย

 

แล้วเดินหลบหลีกเวรยามเข้าไปในจวนเจ้าเมืองอย่างชำนาญและกวาดจิตสัมผัสไปทั้วบริเวณในจวนเจ้าเมืองแล้ววาปไปห้องที่จิตสัมผัสของเขาเคยรับรู้ของลูกสาวเจ้าเมืองและวาปไปห้องนั้นทันที

 

พอมาถึงแล้วเขาจึงใช้เวทมนต์หลับไหลและพูดว่า

 

"เห็นแก่ที่เจ้าเมืองเป็นคนดีคนขยันข้าจะเมตตาเจ้าลงสักนิดก็แล้วกัน"พูดเสร็จก็ใช้เวทมนต์ที่ทำให้อีกฝ่ายฝันเกี่ยวกับเรื่องที่กลัวที่สุดในชีวิตและใช้ต่อด้วยเวทมนต์แห่งความโชคร้าย(เวทมนต์นี้จะคล้ายๆกับคำสาปแต่ไม่สะท้อนกลับไปหาผู้ใช้และมีวิธีถอนโดยการให้ผู้ใช้ถอนและต้องกลับตัวกลับใจเป็นคนดีเวทมนตร์ถึงจะถอนเองแต่ถ้าไม่ถอนในชีวิตก็จะมีแต่ความโชคร้ายเข้ามาไม่หยุดและมันคือเวทมนต์ที่เฟิงเย่คิดขึ้นมาเอง)

 

นี้คือเขาเมตตาที่สุดแล้วเพราะโดยปกติเขาจะเอาคืนคนที่หมายเอาชีวิตด้วยการกรีดใบหน้าให้เสียโฉมต่อด้วยเวทมนต์แห่งความโชคร้าย

 

"เสร็จแล้วรอฟังข่าวพรุ่งนี้ดีกว่า"พูดเสริมก็วาปกลับห้องของตน 

 

พอกลับมาถึงห้องเฟิงเย่ก็รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนอาภรณ์เพื่อเข้านอนทันทีแต่พอคิดถึงจดหมายที่คนร่างสูงส่งมาให้เขาก็นอนอมยิ้มอยู่คนเดียวจนหลับ

 

 

          เช้าวันต่อมา 

 

เขาไปเข้าครัวทำอาหารให้ตากับยายทานในยามเช้าและไปเก็บสมุนไพรในป่ากับท่านตาเพื่อไปขายในเมืองเช่นเดิม

 

และได้ยินข่าวลือจากชาวบ้านมาว่าลูกสาวเจ้าเมืองถูกม้าที่หลุดออกจากคอกของโรงฝากม้าชนจนล้มบาดเจ็บแล้วมือก็ไปถูกต้นไม้ประดับที่มีหนามทิ่มมือจากหน้าร้านขายดอกไม้ เลยถูกส่งไปที่โรงหมอแล้วตอนนี้กำลังพักรักษาตัวอยู่ถึงเขาจะไม่ได้ยินคนพูดถึงเรื่องในโรงหมอแต่เขาก็รู้ว่ามีเรื่องเกิดขึ้นอีกแน่นอน

 

ฟังข่าวลือถึงความโชคร้ายของลูกสาวเจ้าเมืองเสร็จเขาก็ชวนท่านตาไปขายสมุนไพรต่อทันที

 

ทางด้านองค์รัชทายาทหลีไป่หลง 

 

ตอนนี้เขาขี่ม้ากลับเมืองหลวงอย่างไม่รีบร้อนชมนกชมไม้ด้วยสีหน้าเรียบเฉยในขณะที่คนที่รออยู่ที่เมืองหลวงเช้านี้กำลังฟังการปะทะฝีปากขุนนางที่พูดเรื่องรัชทายาทอย่างร้อนแรงแล้วคิดว่า

 

'เมื่อไหร่ลูกรักจะมาถึงวังเสียที '

 

 

 

 

 

 

          ตัดตัดตัดตัด 

 

เอาแค่นี้ละเนอะทุกคนคิดว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้างไรท์คิดไม่ออกว่าจะแก้แค้นยังไงเลยใช้วิธีเรียบง่านยแต่โหดร้ายแทนและไรท์ก็จะพยายามเขียนให้ได้เยอะแล้วคะ

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว