email-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กุญแจแห่งโซโลมอน(4)

ชื่อตอน : กุญแจแห่งโซโลมอน(4)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 605

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 31 พ.ค. 2564 22:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กุญแจแห่งโซโลมอน(4)
แบบอักษร

ส่วนใหญ่บอกไม่ยำงั้นไรท์ก็จะไม่ยำแต่ไรท์จะขอเพิ่มสเกลละกันน่ะ ปล.อาจมีตัวละครocหรือของโกงๆที่ไรท์เพิ่มเข้ามาเองบ้างจากแรงบันดาลใจของเรื่องอื่นๆ ดังนั้นถ้าไม่ชอบก็ขอโทษด้วยน่ะ 

. 

. 

. 

ภายในอาคารของรัฐบาลแห่งหนึ่งตอนนี้นั้นได้มีภาพการต่อสู้ของหนึ่งปีศาจค้างคาวและหนึ่งปีศาจแห่งเงามืดอยู่ ทั้งสองนั้นมีสีและรูปร่างที่คล้ายคลึงกันแต่ก็ต่างกันอย่างชัดเจน 

ปีศาจค้างคาวนั้นถึงจะดูน่ากลัวแต่ก็สมส่วนและดูปลอดภัย หากแต่ปีศาจอีกตัวนั้นแม้ร่างกายจะไม่ได้มีอะไรน่ากลัวแบบปีศาจค้างคาว กลับกันตัวของปีศาจเงานั้นดูแล้วไม่ต่างจากมนุษย์ในชุดรัดรูปสีดำที่มีแค่ส่วนดวงตาเท่านั้นที่เรืองแสงสีขาว 

หากแต่ดวงตาสีขาวและท่าทางของปีศาจเงานั้นกลับเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งอันตราย ขณะที่ปีศาจค้างคาวนั้นกลับดูสุขุมและมีสติปัญญา 

ก็สมควรเป็นเช่นนั้นเพราะปีศาจค้างคาวนั้นความจริงก็เป็นแค่มนุษย์(จอมเวท)ที่ใช้ปรสิตต่างดาวปกคลุมร่างกาย ต่างกับปีศาจอีกตัวที่ 

'ถูกกลืนกินโดยสมบูรณ์แม้แต่สติสัมปชัญญะก็ไม่เหลือแล้วสินะ' 

บรูซในชุดซิมไบโอตได้แต่จ้องมองไปยังร่างตรงหน้าด้วยความสมเพชเวทนา แม้จะไม่รู้ว่าทำไมปีศาจตรงหน้านั้นถึงคล้ายซิมไบโอต 

แต่เขาก็ไม่คิดจะสนใจ เขาขอปลดปล่อยเจ้าของร่างที่กำลังบ้าคลั่งนี้ให้ไปสบายก่อนเพราะยังไงเขาก็ไม่อาจทำให้อีกฝ่ายกลับมาเหมือนเดิมได้ 

อาการที่อีกฝ่ายเป็นตอนนี้นั้นคือการถูกปีศาจหรือวิญญาณร้ายสิงสูจนเกินเยียวยา ปีศาจนั้นได้กลืนกินตัวตนของผู้ที่ถูกสิงไปจนสิ้นแล้ว แม้จะไม่รู้ว่าปีศาจตนใดสิง 

แต่เขาก็ไม่อาจเรียกหรือฟื้นฟูตัวตนของอีกฝ่ายได้แน่แม้เขาจะมีพลังของมณีวิญญาณอยู่ก็ตาม แต่สุดท้ายสิ่งที่อีกฝ่ายเสียไปนั้นคือจิตใจ หาใช่วิญญาณหรือร่างกาย 

เขาอาจรักษาอีกฝ่ายได้ถ้ามีมณีแห่งจิตใจที่ถูกฝังอยู่ในไม้คฑาของเทพแห่งการหลอกลวงจากตำนานนอร์สที่เขาได้พบเห็นผ่านการส่องอนาคต 

"จงไปสู่สุขคติเสียเถิด มนุษย์ผู้ถูกสิงสู" 

บรูซพูดด้วยนํ้าเสียงเวทนาต่อตัวตนของปีศาจที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเข้าด้วยความบ้าคลั่ง พลังชี่สีม่วงนั้นก่อตัวตามร่างของเขา ร่างของเขาตั้งท่าตามสไตล์ของเหล่าชาวยุทธแดนมังกร(จีน) 

เขานั้นนอกจากจะผจญกับโลกของผู้วิเศษสายจอมเวทแล้วเขายังผจญกับโลกของเหล่าชาวยุทธอีกด้วย  

สไตล์การต่อสู้ของเขานั้นไม่ใช่ทั้งจอมเวทหรือจอมยุทธ หรือแม้แต่เทพเซียนสไตล์การต่อสู้ของเขานั้นคือสไตล์การต่อสู้ที่ผสมผสานทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกันไม่ต่างกับเส้นทางแห่งพลังที่เขาครอบครอง 

หมัดเสริมพลังชี่นั้นถูกซัดไปยังหัวของปีศาจเงาทมิฬตรงหน้า แต่สิ่งที่น่าแปลกประหลาดก็เกิดขึ้นหมัดเสริมพลังชี่ของบรูซนั้นทะลุผ่านหัวของสัตว์ประหลาดตรงหน้าไปราวกับอากาศ 

ไม่มีทั้งแรงต้านหรือแรงใดๆเลยที่สัมผัสกับหมัดของเขา ไม่สิ หมัดของเขานั้นต่อยโดนเพียงอากาศเลยต่างหากแต่ทำไมกันร่าวตรงหน้าของเขาไม่ใช่ทั้งภาพลวงตาหรือภาพติดตาที่เกิดจากความเร็วใดๆ 

แต่ตอนนั้นเองก่อนที่เขาจะได้คำตอบอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น แขนของปีศาจเงาก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นใบมีดเหมือนกับความสามารถเปลี่ยนแปลงร่างกายเป็นอาวุธของซิมไบโอต 

แขนใบมีดเงานั้นแทงเข้ามาหาร่างของบรุซในชั่วพริบตา น่าเสียที่ด้วยความเร็วของเขาที่ถูกเสริมด้วยพลังชี่นั้นมันรวดเร็วเกือบเทียบความเร็วเสียง 

การหลบใบมีดนั้นมันช่างง่ายแสนง่าย 

"การโจมตีทะลุผ่านตัวโดยสมบูรณ์แถมยังเปลี่ยนร่างกายตัวเองเป็นอาวุธได้อีก งานหยาบแล้วสิ" 

บรูซวิเคราะห์ความสามารถของปีศาจตรงหน้าอย่างเบื่อหน่าย ปีศาจเงาตรงหน้าเขานั้นหากให้พูดจากการประเมิณดูคร่าวๆมันนั้นไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลยแต่มันนั้นน่ารำคาญสุดๆ 

แม้ความสามารถทางร่างกายจะเหนือกว่ามนุษย์แต่ก็ไม่มากเกินไปคงเทียบได้กับกัปตันอเมริกาในสงครามโลกที่เขาเคยเห็น 

ซึ่งสำหรับเขาแล้วค่อนข้างอ่อนแอ่เลย อย่างน้อยเขาก็มีพลังกายมากกว่ากัปตันอเมริการ้อยคนรวมกันในกรณีที่ใช้ซิมไอโอตกับพลังชี่เช่นตอนนี้ละน่ะ 

แต่เมื่อเจอกับศัตรูที่ไม่ได้รับความเสียหายทางกายภาพแบบนี้แล้วก็ค่อนข้างน่ารำคาญน่าดู 

เขาไม่เคยมีข้อมูลของปีศาจตรงหน้ามาก่อนนั้นทำให้เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายแพ้อะไร แต่จากที่ดูร่างกายของอีกฝ่ายที่ไม่ต่างอะไรกับซิมไบโอตแล้ว 

อีกฝ่ายจะแพ้คลื่นเสียงหรือความร้อนไหมน่ะ? 

"ขอลองหน่อยละกัน" 

ในมือของบรูซนั้นปรากฏขลุ่ยสีดำที่ถูกสร้างจากหยกชั้นดี แต่ไม่ใช่แค่นั้นตัวขลุ่ยนั้นถูกลงทั้งอาคมเวทและอาคมปราณของเหล่าเซียนยุทธในอดีตของแดนโบราณด้วย 

ริมฝีปากสีชมพูอ่อนที่ไร้การปกปิดจากปรสิตสีดำที่เลื่อนตัวออกจากส่วนหัวทั้งหมดของบรูซเผยให้เห็นถึงดวงหน้าและเรือนผมสีดำยาวราวอิสตรีของเขานั้นสัมผัสกับขลุ่ย พลังชี่นั้นไหลผ่านตัวขลุ่ยผ่านปลายนิ้วเปิดการทำงานของอาคมทั้งหมด 

เพียงเขาเปาขลุ่ยเบาๆมันก็สร้างคลื่นเสียงอันดังกังวาลซัดใส่ร่างของปีศาจเงาแล้ว แถมคลื่นเสียงนี้นั้นไม่ใช่คลื่นเสียงธรรมดาแต่มันคือคลื่นเสียงที่สามารถสร้างความเสียหายได้ยันวิญญาณของเป้าหมายตามพลังวิเศษที่ไหลผ่านขลุ่ย 

หากขลุ่ยนี้ไม่ได้รับพลังอะไรไปมันก็อาจเป็นแค่ขลุ่ยคุณภาพสูงธรรมดา แต่ถ้าได้รับพลังวิเศษเข้าไปก็อย่างที่เห็น 

'ว่าแล้วเชียว' 

มุมปากของเขานั้นยกยิ้มขึ้นหลังเห็นอาการของปีศาจเงาตรงหน้าที่กำลังดิ้นทุรนทุรายเมื่อได้รับคลื่นเสียงความถี่สูงที่ถูกสร้างขึ้นจากขลุ่ยของเขา 

ซึ่งนี้นั้นเรียกได้ว่าไม่ต่างกับซิมไบโอตของเขาเลย ต่างก็แค่ซิมไบโอตของเขานั้นแทบจะได้รับความเสียหายด้านนี้น้อยกว่าคนธรรมดาเสียอีก 

ไม่ว่าจะไฟหรือคลื่นเสียงซิมไบโอตของเขาก็วิวัฒนาการจนสามารถทนมันได้สบายๆ หากแต่ก็ยังอยู่ในระดับการทนของมนุษย์เท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็ยังดูดีกว่าซิมไบโอตทั่วไปที่เทียบจะทนไม่ได้เลยไปมากมายนัก 

"เอาล่ะข้าจะปลดปล่อยเจ้าเดียวนี้แหละ" 

ชั่วพริบตาบอลไฟสองลูกก็ได้ปรากฏอยู่เบื้องหลังของบรูซ บอลไฟนั้นราวกับดวงอาทิตย์จำลองที่พร้อมจะแผดเผาได้ทุกสิ่ง ทางปีศาจเงาที่กำลังดิ้นทุรนทุรายจากคลื่นเสียงอยู่นั้นเมื่อได้รับความร้อนแห่งเปลวเพลิง 

เสียงกรี้ดร้องและท่าทางเจ็บปวดนั้นก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเสมือนกำลังถูกลงทัณฑ์จากแดนนรก 

บอลเพลิงสองลูกนั้นค่อยๆขยับเคลื่อนหาร่างของปีศาจเงาทีละนิด ทันทีที่บอลเพลิงนั้นได้สัมผัสกับผิวของปีศาจเสียงกรีดร้องของมันก็ดังระงมราวกับสัมภเวสีไร้ศาล 

จวบจนบอลเพลิงทั้งสองนั้นได้กลืนกินร่างของปีศาจเงาจนหมด เสียงร้องนั้นถึงจะเงียบลง ก่อนที่บรูซนั้นจะเก็บขลุ่ยลงในเข็มขัดสารพัดประโยชน์พร้อมกับสลายบอลเพลิงทั้งสองลง 

"อืมม จุดอ่อนเดียวกับซิมไบโอตอย่างที่คิด" 

บรูซพูดพรางมองไปที่พื้นหินที่ปีศาจเงาอยู่เมื่อครู่ด้วยสายตาครุ่นคิดเกี่ยวกับตัวตนของเจ้าปีศาจนี้ แต่ก็ครู่เดียวเท่านั้นเขาก็เอาเรื่องนี้ออกจากหัวไปก่อน 

วันนี้เขามาเพื่อสมบัติของโซโลมอน ไม่ใช่มาสืบเรื่องคดีสัตว์ประหลาด 

"หวังว่าจะไม่มีใครได้สมบัติไปก่อนข้าหรอกนะ ฟุๆๆ" 

บรูซพูดพรางหัวเราะอย่างชั่วร้ายก่อนจะให้ซิมไบโอตนั้นกลับมาปกปิดใบหน้าของเขาตามเดิมยกเว้นส่วนปาก นั้นทำให้สภาพของเขาตอนนี้ไม่ได้ต่างอันใดกับตัวเขาเมื่อก่อนเลยแม้แต่น้อย 

จะเปลี่ยนไปก็แค่ส่วนดวงตานั้นดูชั่วร้ายกว่าเดิมนิดหน่อยและเสื้อผ้าก็เคลื่อนไหวได้ราวกับสิ่งมีชีวิต 

ตัวของเขานั้นค่อยเลือนหายไปดุจดั่งภูติพรายยามคํ่าคืน ไร้ซึ่งการคงอยู่หรือหลักฐานใดๆ มีเพียงแต่ตำนานเท่านั้นที่ขับขานถึงการมีตัวตนอยู่ของเขา 

. 

. 

. 

ภายในชั้นที่สามของตึก 

ตอนนี้ในห้องที่น่าจะเป็นห้องประชุมนั้นกำลังเต็มไปด้วยข้าวของที่ล้มระเนระนาด ตามตัวห้องนั้นเต็มไปด้วยความเสียหายจากการอาละวาดของปีศาจเงาเหมือนกับที่บรูซเจอตัวก่อน 

แต่คราวนี้ผู้ที่ต้องรับมือกับมันนั้นหาใช่ตัวตนระดับเหนือมนุษย์เช่นบรูซ แต่เป็นแค่สายลับสาวคนหนึ่งเท่านั้น 

เรือนผมสีนํ้าตาลแดงงดงาม ใบหน้าและรูปร่างของเธอนั้นอยู่ระดับเดียวกับนางแบบชั้นนำของโลก แต่ใบหน้างามนั้นกลับมีบาดแผลอยู่หลายจุด แต่นั้นก็ไม่อาจสะกดความงามของเธอได้เลย 

"นี้ฉันต้องมาเจอตัวบ้าอะไรวะเนี้ย" 

สายลับสาวพูดสบถออกมาด้วยความหวาดกลัว แววตาของเธอนั้นจับจ้องไปยังภาพของปีศาจตรงหน้าที่พึ่งได้ฆ่าล้างเหล่าสายลับ ทั้งพวกที่ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่และพวกที่แอบลอบเข้ามาอย่างน่าสยดสยอง 

สองมือที่เธอกุมปืนเอาไว้นั้นสั่นอย่างรุนแรง รอยยิ้มสีขาวดูน่ากลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของปีศาจที่กำลังลากหัวของสายลับคนหนึ่งอยู่ 

ราวกับว่ามันต้องการเล่นกับจิตใจของเธอ สายลับสาวแห่งสถาบันห้องแดง หนึ่งในหน่วยงานลับของสหภาพโซเวียต 

เธอคือเจ้าของโค้ดเนม:แม่ม่ายดำ(แบล็ควิโดว์) แต่ตอนนี้เธอผู้เป็นสายลับชั้นนำของโลกที่มีศิลปะการต่อสู้หรือไพ่ลับในการต่อสู้มากมายนั้นกำลังหวาดกลัวต่อปีศาจตรงหน้าอย่างช่วยไม่ได้ 

ต่อให้เธอจัดว่าเป็นคนเก่งแต่นั้นก็สำหรับมนุษย์ธรรมดาสามัญเท่านั้น แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นคืออะไร? 

มันคือปีศาจ ปีศาจอย่างแน่นอน เธอเห็นภาพของสายลับหลายคนที่ได้ใช้ปืนยิงมันแต่กระสุนนั้นกลับทะลุผ่านตัวของมันราวกับอากาศ 

พลังกายของมันนั้นแค่หมัดเดียวก็พอจะทำให้กำแพงหินหนาหนึ่งเมตรนั้นแตกกระจุยจากแรงหมัดอันมหาศาลของมัน 

กว๊ากกกกก 

ร่างของปีศาจเงานั้นฉีกยิ้มกว้างพุ่งเข้ามาหาสายลับสาวอย่างบ้าคลั่งและดูวิกลจริต แสดงให้เห็นเลยว่าปีศาจตนนี้นั้นบ้าคลั่งยิ่งกว่าที่บรูซเจอซะอีก 

แข้งขาของสายลับสาวนั้นสั่นเทา หญิงสาวทำได้เพียงเอี้ยวตัวหลบก่อนจะใช้ปืนที่ทำอะไรเจ้าปีศาจนี้ไม่ได้ยิงออกไปอย่างหมดหนทาง 

และก็เป็นดั่งที่คิดกระสุนนั้นผ่านตัวของปีศาจเงาไปดั่งตัวมันนั้นเป็นอากาศธาตุ มือทั้งสองของมันนั้นแปรเปลี่ยนเป็นใบมีดเตรียมสับสังหารร่างของสายลับสาวเป็นชิ้นๆเช่นเดียวกับเหยื่อคนก่อนๆของมัน 

สายลับสาวที่เห็นเช่นนั้นก็ทำใจสะกดข่มความกลัวหลบเลี่ยงมือมีดของเจ้าปีศาจเงานี้ในทันทีก่อนจะวิ่งออกไปจากห้องที่มีพื้นที่ในการหลบจำกัดมายังโถงทางเดินที่กว้างขวาง 

หากแต่ไม่ว่าเธอจะวิ่งเร็วเท่าไหร่ หลบหลีกหรือใช้สิ่งกีดขวางให้เป็นประโยชน์ได้แค่ไหน หรือมีใจที่แข็งสู้เท่าใด มันก็ไม่ได้ทำให้เธอนั้นสลัดเจ้าปีศาจนี้พ้น 

มันนั้นได้วิ่งตามเธออย่างบ้าคลั่ง ไม่สิถ้าดูจากพลังกายของมันนั้นดูเหมือนตอนนี้มันกำลังเล่นสนุกกับการหนีของเธอมากกว่า 

สุดท้ายเธอก็วิ่งมาถึงทางตัน และเจ้าปีศาจนั้นก็กำลังเดินเข้ามาหาเธอราวกับฆาตกรโรคจิตในหนังที่เธอเคยเห็นผ่านๆตา 

'นี้ชีวิตเราต้องมาจบแค่นี้สินะ' 

สายลับสาวหลับตารอรับความตายที่กำลังจะเข้ามาหาเธอ เธอไม่อาจหลบหนีจากปีศาจตรงหน้านี้ได้สิ่งที่ทำได้คือเผชิญหน้ากับความตายแล้วภาวนาว่าเจ้าปีศาจนี้จะฆ่าตัวเองอย่างไม่เจ็บปวด 

แต่ไม่รู้ว่าเธอหลับตาไปนานแค่ไหน แต่สิ่งที่เธอรับรู้มีเพียงแค่กลิ่นไหม้ของเปลวเพลิง 

เปลือกตาของเธอเปิดออกด้วยความสงสัยใคร่รู้ แต่สิ่งที่เธอเห็นนั้นคือภาพของมนุษย์ในชุดค้างคาวแนบเนื้อสีดำกำลังสลายกองไฟเบื้องหน้าของตนด้วยการสะบัดมือ 

แววตาสีขาวนั้นแม้จะไม่สามารถเห็นได้แต่ก็รู้ได้ทันทีว่ามันจับจ้องมาที่เธอ 

ร่างของสายลับสาวนั้นสั่นกลัวอีกครั้ง แม้จะไม่เหมือนไปทั้งหมดแต่อีกฝ่ายก็มีรูปลักษ์ไม่ต่างกับปีศาจเงาที่เธอพบไปมากนัก 

แต่ทันทีที่อีกฝ่ายนั้นมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ เธอที่หลับตาปี๋ด้วยความกลัวนั้นก็ได้รู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด ความรู้สึกเจ็บปวดนั้นค่อยๆหายไปจากร่างกายของเธอแม้แต่ความเหนื่อยล้าก็ค่อยๆหายไป 

เธอลืมตาอีกครั้งก่อนจะพบภาพของฝ่ามือสีดำที่กำลังค้างอยู่เบื้องหน้าเธอพร้อมออร่าของแสงสีเขียวแปลกประหลาดที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น 

ก่อนที่เธอจะพบว่าบาดแผลต่างๆตามร่างกายของเธอนั้นค่อยๆหายไป ไม่สิถูกรักษาคงถูกกว่า 

"สวัสดีสาวน้อย เฮ้ อย่าทำหน้าเหมือนคนเห็นผีแบบนั้นสิ ฉันไม่ได้เป็นปีศาจน่ากลัวแบบเจ้าเงาบ้านั้นซะหน่อย" 

เสียงทักทายอันแสนอบอุ่นและอ่อนโยนแต่ยียวนกวนประสาทนั้นคือสิ่งแรกที่เธอได้ยินจากปากอันดูชุ่มชื้นไม่ต่างจากผู้หญิงนั้นของชายในชุดค้างคาวตรงหน้า 

. 

. 

. 

+++ 

เฮ้อ~ แต่งเสร็จสักที แล้วก็ขอพูดอีกรอบเผื่อใครไม่อ่านตอนต้นตอน ไรท์จะไม่ยำแต่แค่อัพสเกลจักรวาลมาเวลเท่านั้น แต่ไรท์มีเรื่องสงสัยอีกอย่างคือ 

เมื่อก่อนไรท์เห็นมาเวลเอามาสไรเดอร์หรืออุลตร้าแมน แม้แต่ก็อตซิล่ากับพาวเวอร์เรนเจอร์มาเขียน จะว่าอะไรไหมถ้าไรท์จะขอยำไอพวกนี้มาในเรื่องสักนิด(พอดีไรท์เป็นคนที่ชอบไอพวกนี้พอสมควร โดยเฉพาะมาสไรเดอร์เนี่ยถ้ายำได้ไรท์จะยำไรเดอร์แม่งให้หมดเลย) 

ถ้าทุกคนไม่ว่าอะไรเตรียมเห็นบรูซใช้เข็มขัดมาสไรเดอร์ไนท์จากซีรี่ย์ริวคิได้เลย 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว