ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 49 เป็นเพราะตะวัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 49 เป็นเพราะตะวัน

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 558

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 พ.ค. 2564 17:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 49 เป็นเพราะตะวัน
แบบอักษร

เหมือนมีน้ำเย็นๆ สาดเข้าที่หน้า อัยย์ทั้งเจ็บและอาย แต่ก็ต้องเก็บอาการเพราะคุณอำภามองอยู่ 

“ถ้าเขากลับมาก็ดีแล้ว อัยย์ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ” 

เธอหอบหน้าร้อนผ่าวเดินกลับขึ้นชั้นบนพร้อมกับก่นด่าตัวเอง กล้าดียังไงถึงได้คิดว่าเขาจะมานอนกับเธอ?  

จะไปนอนที่ไหน...ก็ตามใจเถอะ 

 

เที่ยงคืน 

ในห้องนอนที่มืดสนิท 

ตะวันนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง.........ยิ่งควานมือไปแล้วเจอกับความว่างเปล่า เขาก็ยิ่งหงุดหงิด 

ไม่มีเธอเขานอนไม่หลับ คืนก่อนเขาก็ไม่ได้นอนทั้งคืน กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เกือบเช้าแล้ว 

ตั้งแต่ล้มตัวลงนอน เขาก็ผุดลุกผุดนั่งอยู่บนเตียงนี่มาหลายรอบแล้ว  

ตะวันลุกขึ้นไปดื่มไวน์หนึ่งแก้วแล้วเดินกลับมานอนบนเตียง เขาข่มตาลง หวังว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์จะทำให้เขาหลับได้เสียที 

 

เที่ยงคืนครึ่ง 

“แม่ง” ตะวันที่ลืมตาขึ้นในความมืดสบถออกมาเบาๆ แล้วลุกขึ้นจากเตียง 

ไม่ได้...เขานอนไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ......... 

หลังจากหยิบชุดคลุมมาสวมเขาก็เดินออกจากห้องนอนตัวเอง  

ตะวันเอื้อมมือไปที่ลูกบิดประตู แล้วค่อยๆ หมุนเบาๆ 

ล็อก....... 

เธอล็อกประตูอย่างนั้นเหรอ?......... 

ได้................. 

ตะวันหันหลังกลับแล้วเดินกลับไปที่ห้องนอน 

ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็กลับมายืนที่เดิม  

ตะวันหยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมแล้วยิ้มในความมืด  

เธอล็อกได้ เขาก็ไขได้.... 

เขาไขกุญแจ แล้วค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปในห้อง  

ภายในห้องนอนที่มืดสลัว คนที่เป็นสาเหตุให้เขานอนไม่หลับกลับนอนหลับอย่างสบายอยู่บนเตียง 

จู่ๆ เขาก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา...ทำไมเธอถึงหลับสบายทั้งๆ ที่ไม่มีเขานอนอยู่ข้างๆ? 

เธอไม่คิดจะโทรตามให้สามีกลับบ้านเลยสินะ? 

หลังจากยืนงอนอยู่คนเดียวในความมืด เขาก็ยอมแพ้ แพ้ให้หัวใจตัวเอง 

เขาไม่มีเธอ........ไม่ได้จริงๆ 

สายตาที่เคยเย็นชาและหมางเมินในตอนกลางวันกลับเผยความรู้สึกในใจออกมา 

น่าเสียดาย........เสียดายที่อัยย์ไม่ได้เห็นมัน 

ตะวันทรุดตัวลงไปนอนข้างๆ แล้วดึงเธอเข้าไปกอดไว้  

ตะวันกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นแล้วพลิกตัวไปจูบเบาๆ บนหน้าผากของอัยย์ 

เมื่อมีเธอในอ้อมกอดเขาก็นอนหลับได้อย่างสงบ..... 

 

วันรุ่งขึ้น อัยย์ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น เธอนอนหลับสนิททั้งคืน 

เธอบิดขี้เกียจแล้วอัยย์ก็ต้องขมวดคิ้ว เธอนอนดิ้นเหรอ?  

เธอก็ใส่ชุดนอนผ้าไหมแบบนี้นอนทุกคืน แล้วทำไมเช้านี้มันถึงได้หลุดลุ่ยแบบนี้ล่ะ? 

อัยย์คิดว่าเป็นเพราะเธอนอนดิ้นเองจึงไม่ได้ให้ความสนใจ เธอรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและลงไปที่ชั้นล่าง 

แน่นอนว่ามีแต่คุณอำภาที่รอเธออยู่  

ตะวันไปทำงานแล้วแต่สั่งไว้ว่าให้เธออยู่แต่ที่บ้าน ห้ามออกไปไหน 

อัยย์ถอนหายใจ....นี่เธอจะต้องถูกขังให้อยู่แต่ในบ้านไปอีกเจ็ดเดือนเลยเหรอ? 

เธอใช้เวลาช่วงกลางวันไปกับการนั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับการตั้งท้อง  

ตลอดหลายวันหลังจากนั้น ทุกอย่างก็ดำเนินไปในรูปแบบเดิมๆ  

เธอไม่เคยได้เจอหน้าตะวันเลย เขาจะออกจากบ้านในตอนเช้า กว่าจะกลับเข้ามาก็ค่ำมืดแล้ว 

แม้จะบังเอิญเดินสวนกันในตอนค่ำ เขาก็ไม่เคยเหลือบแลหรือทักทายเธอเลย 

 

เช้านี้ก็เหมือนเดิม อัยย์นอนหลับสบายทั้งคืนแต่ก็เหมือนเช่นเคย ที่ชุดนอนของเธอนั้นหลุดลุ่ยจนแทบจะปิดตัวเธอไม่มิด  

อัยย์ลูบเบาๆ ที่หน้าท้อง “ตัวเล็ก....หนูนอนดิ้นเหรอลูก”  

เธอทึกทักเอาว่าลูกชายที่อยู่ในท้องคงจะเป็นเด็กซนๆ ทำให้คนเป็นแม่อย่างเธอนอนดิ้นไปด้วย 

ขนาดยังอยู่ในท้อง ยังร้ายขนาดนี้ สมแล้วที่เป็นลูกของตะวันร้ายเหมือนพ่อไม่มีผิด 

กว่าอัยย์จะลงไปข้างล่าง ตะวันก็ไปทำงานแล้ว หลังกินข้าวเธอก็เดินออกกำลังกายเหมือนทุกวันแต่ที่ไม่เหมือนเดิมก็คือ 

“อิงอิงถูกเฌอแตมตบที่กองถ่าย” 

อิงอิงไม่ใช่คนบอบบางหรืออ่อนแอ ถ้าบอกว่าเธอเป็นคนตบเฌอแตมยังจะมีความเป็นไปได้มากกว่า 

แต่ถ้าเธอไม่ยอมสู้กลับก็น่าจะมีเหตุผลเดียว ก็คือเธอไม่อยากทำให้กองถ่ายมีปัญหานั่นเอง 

ข้อความสั้นๆ จากคนในกองถ่ายทำเอาอัยย์แทบนั่งไม่ติด เธอพยายามโทรหาอิงอิงแต่ก็ติดต่อไม่ได้ 

ผ่านไปราวชั่วโมงเพื่อนของเธอถึงได้ติดต่อกลับมา 

“อิงอิงเป็นยังไงบ้างได้ข่าวว่า........” 

“เออ...ฉันถูกยัยนางงามเก่านั่นตบ แต่เรื่องมันยาว ไว้พรุ่งนี้เราเจอกันดีไหม? ไม่ได้เห็นหน้าเห็นตามาหลายวันแล้วนะเธอ”  

“เอ่อ.........เดี๋ยวคืนนี้เราให้คำตอบนะ” 

“ทำไม....ต้องถามสามีก่อนเหรอ?” 

“อือ” 

 

คืนนั้น 

ตะวันต้องตกใจเมื่อเดินเข้าไปในบ้านแล้วเจออัยย์นั่งรออยู่ในห้องรับแขก  

“ทำไมยังไม่นอนอีก” ทั้งๆ ที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่ยอมพูดกับเธอก่อนแต่สุดท้ายตะวันก็อดถามออกมาไม่ได้ 

ถึงจะปวดใจกับท่าทีหมางเมินของเขา แต่อัยย์ก็กลั้นใจถามออกไป “พรุ่งนี้อัยย์ขออนุญาตออกไปหาเพื่อนได้ไหมคะ?” 

“ใคร...คุณมีเพื่อนด้วยเหรอ?” 

อัยย์ที่หน้าเสียอย่างเห็นได้ชัดทำให้ตะวันอยากจะตบปากตัวเองที่เผลอพูดจาร้ายๆ ใส่เธอ 

“จะไปกี่โมง” หน้าซีดๆ ของคนตรงหน้าทำให้น้ำเสียงเขาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว 

“บ่ายๆ ค่ะ” 

“ไหนๆ จะออกไปแล้วก็ไปหาซื้อชุดราตรีมาด้วยแล้วกัน” 

“ชุดราตรีเหรอคะ?” 

“อืม...ผมเคยบอกคุณไปแล้วไงว่าจะมีงานเลี้ยง จำไม่ได้สินะ?”  

หงุดหงิดอีกแล้ว เมื่อกี้เขายังรู้สึกผิดต่อเธออยู่เลย แต่เมื่อคิดว่าเธอไม่ใส่ใจคำพูดของเขา ตะวันก็อดหงุดหงิดไม่ได้ 

“ขอโทษค่ะ”  

“ไปได้แต่ต้องไปกับรถที่ผมจัดให้” 

“ค่ะ” 

 

คืนนั้นกว่าตะวันจะไขกุญแจเข้าไปในห้องนอนก็ดึกมากแล้ว ในความมืดเขายืนมองเธอที่หลับใหลก่อนจะลงไปนอนข้างๆ เธอเหมือนเช่นเคย 

เขาออกไปแล้วเช่นเคย แต่วันนี้เขาได้ฝากบัตรเครดิตใบใหม่พร้อมกับสั่งผ่านคุณอำภาว่าให้เธอซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ต้องการมาได้เลย... 

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงดีใจที่ได้เงินทองหรือข้าวของจากเขา แต่หลังจากตั้งท้อง ความรู้สึกของอัยย์ก็เปลี่ยนไปทีละน้อย ทีละน้อย เธออ่อนไหวและกังวลเกี่ยวกับลูกน้อยมากขึ้น  

เมื่อก่อนเธอเคยคิดว่าเงินเป็นคำตอบและเป็นทางออกให้กับชีวิต แต่ตอนนี้.......ยิ่งได้เห็นการเจริญเติบโตของลูก ยิ่งทำให้เธอไม่มั่นใจในตัวเองว่าเมื่อครบกำหนดหนึ่งปีแล้ว เธอจะทนแยกจากลูกได้หรือ แล้วถ้าทิ้งลูกไว้กับพ่ออย่างตะวัน ลูกเธอจะโตมาเป็นแบบเดียวกับเขาไหมนะ? 

จะดีกว่าไหม ถ้าพวกเขาได้อยู่เป็นครอบครัว?......... 

แต่ถ้าตะวันยังหมางเมินเธอแบบนี้ก็คงไม่มีทาง?........ 

 

วันต่อมา 

“ชั้นดีใจที่ได้เจอเธอนะ” อิงอิงที่เดินควงแขนเธออยู่หันมาสบตาอัยย์  

“แต่สงสัยอยู่อย่างเดียว.......ตายักษ์สองคนข้างหลังนั่นมาทำไม?”  

อัยย์หันไปมองผู้ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำท่าทางน่าเกรงขามสองคนที่เดินอยู่ข้างหลังเธอ 

“ตะวันเขาให้มาเป็นเพื่อน” 

“มาคุมตัว หรือมาช่วยยกของ?”  

คำถามแทงใจของอิงอิงทำเอาอัยย์หลุดขำออกมา อย่าว่าแต่อิงอิงเลย แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังคิดเหมือนกัน 

แต่ไม่เป็นไรหรอก แค่ได้ออกมาจากบ้านบ้าง เธอก็รู้สึกสดชื่นมากแล้ว.... 

“ช่างเรื่องนั้นเถอะ ว่าแต่เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นเหรอ?” 

“ก็จะอะไร...คราวก่อนก็เอาแต่กะพริบตาจนผู้กำกับต้องเปลี่ยนให้ใส่แว่นกันแดดทุกฉาก แต่คราวนี้มาบอกว่าอยากใส่ส้นสูง แล้วเธอลองนึกภาพสิ จะใส่ส้นสูงบนรถเข็นไปทำไม มันเมคเซนส์ไหม?” 

อัยย์หัวเราะออกมา “แล้วยังไงต่อ” 

“ฉันก็ฉุนขาดเลยด่าไปชุดใหญ่นะสิ” 

“เลยโดนเขาตบน่ะเหรอ” 

“อือ...โดนด่าแทงใจดำว่าใช้เต้าไต่ไง เลยถลามาตบ ถ้าไม่ห่วงงานนะ ฉันตบคืนไปแล้ว” 

“แล้วยังไงต่อ เธอแก้ปัญหากันยังไง?” 

“จะยังไงล่ะ แม่นั่นก็แล่นไปฟ้อง ฉันก็เลยถูกเรียกเข้าไปด่า” 

อัยย์หันไปมองหน้าเพื่อน “คุณซันน่ะเหรอ?” 

อิงอิงเบ้ปากแล้วพยักหน้ารับ “แม่นั่นไปนั่งร้องไห้ร้องห่ม หาว่าฉันด่าเขาสาดเสียเทเสีย” 

“อ้าว......” 

“ก็อ้าวน่ะสิ.....เป็นคนก่อเรื่องแต่กลับหาว่าถูกรังแก ทำไมตอนอยู่ในกองถ่าย เขาไม่แสดงเก่งแบบนี้วะ” 

อัยย์หลุดหัวเราะออกมาเมื่อคิดตามเพื่อน  

“เธอเข้าใจใช่มั้ย วันนั้นเธอก็เห็น คนตาบอดอะไรทำตาหวานใส่พระเอกขนาดนั้น” 

เมื่อได้ระบายให้ใครสักคนฟัง ความเครียดที่มีก็ลดลง  

ทั้งคู่เดินดูข้าวของไปเรื่อยๆ โดยมีคนของตะวันเดินตามหลังไม่ห่าง 

อิงอิงที่สังเกตเห็นสายตาคนที่มองสวนมา เอนตัวไปกระซิบเบาๆ “รำคาญไหม”  

“รำคาญอะไรเหรอ?” 

“ก็สองคนข้างหลังไง” อิงอิงพยักพเยิดไปทางสองคนที่เดินตามหลังมาห่างๆ 

“แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ? ถ้าไม่ยอมก็คงไม่ได้ออกมา” 

“เขายังไม่เลิกทำสงครามเย็นใส่เธออีกเหรอ?”  

อัยย์พยักหน้าอย่างเหนื่อยหน่ายทำให้คนถามต้องส่ายหัวเลยทีเดียว 

“นี่เธอต้องทนให้ยักษ์สองตนนี่ตามไปเรื่อยๆ จนกลับบ้านเลยเหรอ?” 

อัยย์พยักหน้าเบาๆ “ถ้าทำให้อึดอัดก็ขอโทษนะ” 

“เดี๋ยวฉันจัดการเอง” อิงอิงหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับสองคนที่เดินตามหลังมาทำเอาพวกเขาตกใจ 

อัยย์ไม่ได้ยินว่าเธอพูดอะไรกับพวกเขา แต่เห็นเธอชี้ทางให้ยักษ์ใหญ่ทั้งสองคนดู พวกเขาหันมามองหน้ากันอย่างลำบากใจ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินออกไปตามทางที่เธอบอก 

“ทำได้ยังไงเหรอ?”   

“ไม่บอก” อิงอิงทำท่ามีลับลมคมใน แล้วยิ้มให้เพื่อน เธออยากจะเดินซื้อของอย่างอิสระ โดยไม่มีผู้คุมตามอยู่แบบนี้ 

อัยย์ทั้งรู้สึกทึ่งและขอบคุณในคราวเดียวกัน เธอยิ้มแล้วก้าวเข้าไปควงแขนเพื่อนเอาไว้ 

“ไปช็อปปิ้งกันเถอะ เธอต้องซื้อชุดราตรีใช่ไหม” 

ทั้งคู่เดินเข้าไปในร้านที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ร้านนี้จะรวบรวมเสื้อผ้าจากแบรนด์หรูหลายๆ แบรนด์มาจำหน่าย  

อัยย์แทบไม่กล้าพลิกดูราคาและก็คงไม่กล้าเดินเข้ามาคนเดียวด้วย 

“อัยย์ชุดนี้สวยดีนะ” อิงอิงเลือกชุดราตรีสีเหลืองที่มีแขนเล็กๆ ดูแล้วเหมือนชุดในการ์ตูนเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร  

คำว่าเจ้าชายอสูรทำให้อัยย์ยิ้มออกมาเพราะคนที่เธออยู่ด้วยตอนนี้ก็ไม่ต่างจากอสูรเท่าไหร่หรอกนะ... 

เธอเอื้อมมือไปรับชุดนั้นมาทาบกับตัว ต้องยอมรับว่ารสนิยมของอิงอิงนั้นดีไม่น้อย ชุดนี้เป็นสีเหลืองที่ไล่ระดับอย่างสวยงาม ผ้าชีฟองผสมผ้าไหมมีลายปักดอกไม้เล็กๆ ที่ส่วนปลายของกระโปรง ชุดนี้ทำให้เธอรู้สึกสดใส 

“สวยจังเลย แต่ว่า......” 

“แต่อะไร?” 

“ข้างหลังมันจะไม่โป๊ไปหน่อยเหรอ?” แม้ว่าด้านหน้าจะเป็นคอปาด แต่ด้านหลังของชุดกลับแฝงความเซ็กซี่ไว้ ด้วยการคว้านลึกไปถึงบั้นเอว 

“ไม่โป๊หรอกอัยย์ ถ้าไม่มั่นใจก็ไปลองก่อน” 

“ลองได้นะคะคุณผู้หญิง” พนักงานที่คอยดูแลอยู่ยิ้มให้ลูกค้าหน้าใหม่อย่างใจดี โดยปรกติแล้วลูกค้าที่นี่ก็จะเป็นกลุ่มคนหน้าเดิมๆ เป็นกลุ่มไฮโซที่ล้วนแล้วแต่มีหน้ามีตาและมีเงิน เงินที่หนาพอจะซื้อเสื้อผ้าราคาเรือนแสนได้โดยไม่กะพริบตา 

แม้ผู้หญิงสองคนนี้จะเป็นลูกค้าหน้าใหม่ แต่เสื้อผ้ารุ่นลิมิเต็ดที่อยู่บนตัวพวกเธอก็ทำให้มั่นใจว่ามีกำลังซื้อแน่นอน ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้รับการเสนอให้ลองแน่นอน 

อัยย์นั้นหลงดีใจคิดว่าพนักงานใจดีโดยไม่รู้เลยว่ามันเป็นเพราะเธอผ่านการประเมินทางสายตาแล้วต่างหาก เธอเข้าไปลลองชุดโดยมีพนักงานเข้าไปคอยให้ความช่วยเหลือ สีหน้าแปลกๆ ของพนักงานที่ได้เห็นร่างเกือบเปลือยของเธอ ทำให้อัยย์สะกิดใจเล็กน้อย แต่ก็คิดว่าเป็นเพราะเธออยู่ในสภาพเกือบโป๊ เธอค่อยๆ สวมชุดนั้นลงไป และพบว่านอกจากมันจะพอดีกับรูปร่างของเธอแล้ว มันยังไม่รัดช่วงท้องของเธออีกด้วย 

เธอรีบเปิดผ้าม่านออกไปเพื่อให้อิงอิงช่วยติชม 

“เป็นยังไงบ้าง?” 

“สวย....เราว่าแล้วว่าอัยย์ต้องใส่สีนี้ขึ้น มันขับผิวเธอมากเลย”  

อัยย์ยิ้มรับคำชม แล้วหมุนตัวให้เพื่อนดูด้านหลัง ซึ่งเป็นส่วนที่เธอกังวลที่สุด 

“ข้างหลังโป๊ไปไหม?” 

“เฮ้ย”  

เสียงอุทานทำเอาอัยย์ตกใจ เธอหันกลับไปมองอิงอิงที่ตอนนี้ลุกจากสตูลแล้วเดินตรงมาดูชุดของเธอใกล้ๆ 

อิงอิงเดินเข้ามากระซิบใกล้ๆ หูเพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยิน “เธอบอกว่าสามีทำเย็นชาใส่ไม่ใช่เหรอ?” 

“ก็ใช่น่ะสิ เราแยกห้องนอนกันด้วยซ้ำ” 

“ฉันว่ามันไม่ใช่แล้วล่ะ” 

สีหน้ามีเลศนัยของอิงอิงทำเอาเธอระแวงไปหมด  

“ทำไมเหรอ?”  

อัยย์ถูกเพื่อนลากแขนกลับเข้าไปในห้องลองชุด หลังจากปิดม่านแล้วอิงอิงก็จับเธอหมุนตัวจนหันหลังให้กระจก 

“เนี่ย...ดูสิว่ามันคืออะไร”  

อัยย์ที่ยืนหันหลังให้เพื่อนขมวดคิ้วแล้วค่อยๆ เอี้ยวตัวกลับไปมองกระจก 

“เฮ้ย...” อัยย์หลุดปากร้องออกมาเสียงดังและหน้าแดงก่ำ  

เมื่อได้เห็นอย่างที่เพื่อนของเธอเห็น 

มิน่าเล่า...พนักงานถึงได้ทำท่าอายแล้วมองเธอแปลกๆ มันไม่ใช่เพราะเธอโป๊ แต่มันเป็นเพราะว่า.... 

ตะวัน............ 

 

……………………………………………………….. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว