ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 4 หนังสือ

คำค้น : ทิน , พี่ลม , นิยาย yaoi , นิยาย y , นิยายวาย , ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2559 16:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4 หนังสือ
แบบอักษร

4 หนังสือ

     “ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยนะที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานนี้จนเสร็จ ไว้ลอยกระทงพวกพี่จะพาไปเลี้ยงหมูกระทะกันน้ะจ้ะ!

      “ไม่เลี้ยงปีใหม่ไปเลยล่ะครับพี่!!

      “ฮ่าๆๆๆ”

     เสียงหัวเราะของสมาชิกชมรมรวมถึงผมร้องดังลั่นในห้องกันใหญ่ เป็นเพราะมุขของพี่ประธานคนสวยกับกับการเล่นโต้มุขกลับของรุ่นพี่ปีสองจอมกวนของคณะกันซะตลกโปกฮา ก็แหงล่ะ นี่มันเพิ่งเดือนกันยาเองนะ อีกสามอาทิตย์ก็วันเกิดผมด้วย แถมลอยกระทงมันเกือบๆ ปลายพฤศจิกายน แล้วที่สำคัญทำไมต้องวันลอยกระทง? เหอๆ

      “เออๆ เอางั้นก็ได้นะ ไม่เปลืองงบดี” สมาชิกแทบร้องโห่กันเมื่อพี่แกเล่นตอบมา “ไปๆๆ กลับบ้านกันแล้ว”

      “เฮฮฮฮฮ~” ต่างคนต่างเดินแยกออกจากแถวกันไป ผมก็เดินแยกมากับพี่รหัสของผมเพื่อไปเอากระเป๋าที่วางไว้ด้วยกัน

      “เหนื่อยจังเลยนะ”

      “นั่นสิครับ” พี่โยธินบ่นเบาๆ เหมือนแค่พูดลอยๆ ผมก็เหนื่อยเหมือนกัน ตั้งแต่ไหล่จนแขนนี่ปวดจี้ดๆ ยกของหนักๆ มาสองวันซึ่งปกติผมแทบจะไม่ได้ทำอะไรแบบนี้ในชีวิตประจำวันเลย งานนี้ก็ต้องมีระบมกันไปข้างล่ะ

     พี่โยธินก็คงปวดด้วยแหงๆ ...

      “แล้วเดี๋ยวนี่...” พี่โยเอื้อนคำก่อนจะมองไปที่อะไรสักอย่างของหลังผม “กลับกับเพื่อนหรอ”

      “อ๋อ... ครับ วันนี้ผมมีธุระกับเขาน่ะครับ” ผมหันไปก็เห็นพี่ลมที่นั่งมองพวกผมยืนคุยกันอยู่

      “เฮ้อออ เสียดายจัง วันนี้พี่กะจะชวนน้องทินไปเลี้ยวข้าวในฐานะพี่รหัสสักหน่อย แต่วันนี้คงไม่ได้แล้วสินะ” พี่โยทำหน้าเสียดาย จนผมรู้สึกผิดนิดๆ

      “อ่า ขอโทษนะครับพี่โย”

      “ไม่เป็นไรๆ ไว้วันหลังก็ได้” คำพูดที่ไม่ถือสาพร้อมยกมือขึ้นมายีหัวผมเล่นพลางปลอบ ผมก็ยืนส่งยิ้มแห้งๆ “พี่ไปละ ไว้วันไหนว่างๆ พี่จะพาไปเลี้ยง”

      “ครับ” ผมฉีกยิ้มเบาๆ โบกมือลาพี่รหัสที่คล้ายพี่ชาย

      “เสร็จรึยัง?”

      “พี่ลม! โฮ่...” ผมสะดุ้ง พี่ลมมาอยู่ข้างหลังผมตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ยืนกอดอกมองผมเซ็งๆ?

      “ไปได้รึยัง กูรอมึงนานมากละเนี่ย คุยอะไรอยู่ได้...” พี่มันบ่นอะไรพึมพำเบาๆ แต่ปมได้ยินนะ เดี๋ยวปัดก็โกรธอีกหรอก

      “ไปๆๆ อะ...” ผมจะเดินนำ แต่อยู่ๆ ไหล่มันก็แปล้บๆ เพราะสะพายกระเป๋าหรออาการระบมเลยกำเริบ

      “เป็นไร? เจ็บไหล่หรอ?”

      “อือ” ผมพยักหน้าบีบไหล่เบาๆ หน้านิ่วตามความเจ็บ ตั้งนานทำไมเพิ่งมาปวดนะ...

      “มา เดี๋ยวกูถือให้” พี่มันแย่งกระเป๋าไปถือโดยที่ไม่รอผมพูดเพราะยังปวดๆ อยู่

      “ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้ปวดมาก...”

      “เออน่า กระเป๋ามึงก็ไม่ได้หนักอะไรมาก” พี่มันกระชับกระเป๋าเป้ของผม ผมมองอย่างก้ำกึ่ง

     ในใจผมแทบอยากจะประท้วง ในนั้นมันมีหนังสือเรียน 4 สมุด 3 แฟ้มชีท 5-6 ชุด กระเป๋าปากกาเกือบ 10 แท่ง น้ำอีกขวดอีก นี่ไม่หนักจริงหรอวะ... ขนาดผมยังนึกว่าตัวเองมาเรียนม.ปลายหรือไง พกหนังสือประมาณนี้เลย

      “มัน... หนัก”

      “กูบอกไม่หนักก็ไม่หนักดิวะ ไปๆ เดี๋ยวก็เย็นพอดี” ผมถอนหายใจ พี่มันเดินนำไปแล้ว ห้ามอะไรพี่มันไม่เคยได้เลยจริงๆ

     แล้วอย่ามาบ่นผมอีกล่ะ แม่จะโกรธข้ามชาติคอยดู!

[ห้าง... 2Pxx]

      “พี่ลม...” ผมถอนหายไปหลายสิบเฮือก เดินตัวปลิวตามพี่ลมที่เดินแวะนู่นแวะนี่แวะอย่างอื่นไม่ถึงร้านหนังสือมาเกือบชั่วโมงได้

     ผมทำงานก็เหนื่อยแล้วนะโว้ยยยยย จะให้เดินตามไปไหนมาไหนอยู่ได้ ห๊าาาาาาา!

      “กูหิวอ่ะ กินข้าวร้านนี้กันแล้วเดี๋ยวไปซื้อหนังสือเลย” พี่มันว่าแล้วเดินเข้าร้านฝรั่งร้านหนึ่ง เดินตามไปนั่งโต๊ะคู่ริมกระจกตามที่พี่เขานั่ง

     ตอนแรกผมก็ไม่อยากเข้าตามพี่ลมเลย ร้านมันดูหรูๆ อาหารที่นี่แพงแน่ๆ

      “มึงจะกินอะไรก็สั่งเลย”

      “เอ่อ...”

     แม่ง... แพงจริงด้วย หลักร้อยทั้งนั้น ผมไม่ได้รวยเหมือนพี่นะเห้ยยยย

      “เอ้า เอาอะไร” พี่มันสั่งเสร็จสรรพแล้ว รอผมสั่งต่อ

      “เอ่อ... ไม่กินได้ไหม”

      “เดี๋ยวเหอะ จะให้กูกินคนเดียวหรือไง เดี๋ยวกูสั่งให้ เอา...” พี่มันสั่งปาวๆ ไม่รอผมตอบหรือให้ห้ามอะไรเลย ตามไม่ทัน ตังค์ในกระเป๋าแฟบอีกแล้ว

      “พี่อ่ะ เฮ้ออออ”

      “อะไร กูออกให้มึงจะถอนหายใจทำไม?”

      “ห้ะ! จริงดิ?”

     นี่หูผมไม่ฝาดใช่ไหมมมมม

     อาหารที่สั่งวางอยู่ตรงหน้า จะว่าเกรงใจก็เกรงอ่ะ แต่ถ้าให้ห้ามพี่ลมมันอีกก็คงห้ามไม่ได้อยู่ดี ใช่ม้า

      “ขอบคุณครับ พี่ลม”

      “ห้ะ? เออๆ” ผมเงยไปมองพี่มันแล้วยิ้มกว้างให้ชนิดที่ดีใจสุดๆ หัวเราะนิดๆ กับท่าทางที่เสมองไปทางอื่นของคนตรงข้าม

     ทำมาเป็นแกล้งเมิน เขินอยู่ชัดๆ น่ะ...

      “กินเยอะๆ มึงน่ะ ตัวมึงจะใกล้เคียงกับไม้เสียบผีแล้ว”

      “เว่อร์แล้วพี่ ผมก็ไม่ได้แห้งขนาดนั้น” แทบจะหงุดหงิดกับคำเปรียบเปรยของพี่มัน ผมผอมก็จริงแต่ไม่ใช่อย่างที่พี่ลมพูดแน่ๆ

     ใช่สิ! ผมไม่ได้หุ่นดีหุ่นงามกล้ามเป็นหมัดๆ เหมือนพี่ลมนี่

      “มึงเป็นอย่างนั้นทิน อย่ามาแก้ตัว วันๆ มึงกินอะไรบ้าง ห้ะ?”

      “ข้าวครับ! กินข้าววันละ 3 มื้อทุกวัน พี่น่ะไม่ต้องห่วงหรอก”

      “อะ... กูไม่ได้พูดอย่างนั้นสักหน่อย...” อีกคนพูดเสียงอ่อยเมื่อผมพูดน้ำเสียงติดรำคาญ หน้าก็หงอยลงเหมือนผิดหวัง

     ผมพูดอะไรผิดไปงั้นหรอ?

      “แล้ว... หนังสือที่พี่บอกมันหนังสืออะไรหรอ” ผมเปิดประเด็นกับความสงสัยที่คิดไว้นาน

      “เดี๋ยวก็รู้แหละ” ผมนั่งเงียบขมวดคิ้ว ไม่บอกอะไรทำให้ยิ่งน่าสงสัยไปอีก

     เข้ามาในร้านหนังสือที่กว้างมากไปด้วยหนังสือหลายร้อยเล่มหลายหลายแนวจนผมลายตาไปหมด ผ่านไปก็เห็นหนังสือวิชาการมากตัวอักษรจนน่าปวดหัว ผ่านไปก็เห็นหนังสือนวนิยายรักใสๆ หน้าปกน่ารักๆ จนน่าเอามาเปิดอ่านเล่น แต่เสียดายผมชอบอ่านแนวแฟนตาซีเสียมากกว่า

     พี่ลมยังเดินไปเรื่อยๆ ผ่านไปหลายแถวหลายชั้น ผมก็เดินตามแต่ตามองหนังสือรอบข้าง ก็ไม่รู้ว่าทำไมพี่ลมถึงยังไม่เลือกหนังสือสักที แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

      “มึงชอบอ่านหนังสือแบบไหน” ผมหันไปมองคนข้างหน้าอย่างงงๆ นึกคำตอบที่จะพูด

      “ก็นิยายแฟนตาซีน่ะครับ” พี่ลมพยักหน้ารับพลางเดินไปมุมหนังสือแนวที่ผมว่า “ตกลงพี่จะให้ดูหนังสืออะไรหรอ?”

      “อืมมมม” คนตอบครางรับ ผมขมวดคิ้วสงสัยเมื่อพี่มันไม่ตอบตรงๆ

     พี่ลมเลือกหยิบหนังสือสองสามเล่มตรงหน้าขึ้นมาดู เป็นแถวบนบ้างไม่ก็กลางบ้าง ทั้งหมดเป็นแนวแฟนตาซีที่ทางร้านจำแนกเอาไว้แต่ต่างเรื่องราว พลันนึกสงสัยว่าพี่ลมอ่านหนังสือแนวนี้ด้วยหรอ

      “มึงว่าเล่มไหนดี” พี่ลมชูหนังสือที่ว่านั่นมาตรงหน้าให้เลือก ผมก็เพ่งมองพิจารณาตามมือ

     เล่มแรกหน้าปกสีสันสวยงามกับเด็กผู้หญิงสวมหมวกยาวเด่นอยู่กลางเล่ม เรื่องราวคงจะเป็นความอัศจรรย์ของแม่สาวจอมเวทย์ตัวเล็กน่ารักกับโลกในจินตนาการ

     เล่มต่อมามีตัวเอกเป็นอัศวินเกราะสีแดงขึ้นปก ตัวหนังสือพิมพ์เอียงคล้ายกับเป็นเรื่องแต่งภาษาจีนที่เกี่ยวกับการผจญภัยของนักรบผู้กล้าหาญกับสงครามครองแคว้นทั้งสี่

     เล่มสีเรียบที่ดูไม่มีอะไรมากแต่กลับโดดเด่นที่ตัวเอกเป็นหนุ่มชาวญี่ปุ่นในสมัยเก่าท่าทางราวกับนักปราชญ์รูปงามที่น่าเกรงขาม ภายในเรื่องก็คงจะเป็นการไขปริศนาที่มากเล่ห์กลของเขาคนนี้

     เล่มสุดท้ายที่ไปกว่าเล่มอื่น สีปกออกจะโทนสว่างไปทางขาวโพลน มีตัวละครสามสี่คนเรียงบนนั้น สีตัวหนังสือออกไปทางมืดแดงตัดกับพื้นหลัง ถึงไม่ได้อ่านเนื้อเรื่องก็ดูออกว่าเป็นเรื่องสุดระทึกขวัญของเด็กหนุ่มมัธยมที่พบเจอกับความโชคร้ายในโลกที่แสนบิดเบี้ยวนี่

     ผมสนใจอยู่นานมากกับหนังสือที่ชอบ จนเกือบลืมคำถามที่ว่านั่น “พี่ชอบอ่านแบบไหนล่ะ?”

      “เอาอย่างที่มึงอ่านอ่ะ” ผมขมวดคิ้วซ้ำอีกกับคำตอบส่งๆ

     ตกลงให้มาช่วยเลือกหนังสือแบบนี้น่ะหรอ? ไอ้เราก็นึกว่าพวกหนังสือเรียนหรืออะไรที่มีสาระกว่า

     แล้วถ้าผมเลือกไปแล้วพี่จะชอบอ่านอย่างที่ผมชอบหรือป่าวน่ะ...

      “เล่มนี้” ผมหยิบเล่มขาวโพลนขวาสุดมาถือ เป็นเรื่องที่สี่ที่ผมเกริ่น

      “มึงอ่านแบบนี้หรอวะ”

      “อื้อ เป็นหนังสือนวนิยายของการ์ตูนที่ผมกำลังติดตามอยู่น่ะ นี่ก็เพิ่งออกมายังไม่ได้ตามซื้อเลย” เผลอสาธยายความชอบให้อีกคนฟัง จนนึกขึ้นได้ “อ้ะ แต่เรื่องนี้ก็น่าสนุกนะ น่าอ่านดี”

      “หึ เอาเล่มนี้แหละ” พี่มันยื้อเก็บสามเล่มที่เหลือแล้วดิ่งไปเคาน์เตอร์

     ผมมองอย่างงงๆ ท่าทางที่น่าสงสัยของพี่มันทำผมขมวดคิ้วสงสัยไปหลายรอบของวัน อยู่ๆ จะให้อ่านหนังสือเล่มนั้นโดยที่ไม่ได้อ่านมังงะหรืออนิเมะก่อนเลยมันจะไปสนุกหรือไง

      “พี่จะเอาเล่มนี้จริงดิ”

      “เออ ซื้อแล้วเนี่ย” ยังสงสัยพี่ลม ก่อนจะถอนหายใจปลงกับความคิด

     พี่เขาอยากจะลองอ่านละมั้ง จะซื้ออะไรก็ช่างเขาเถอะ คิดมากทำไม...

      “เสร็จแล้วใช่ไหม” ผมพูดเหนื่อยๆ อยากจะกลับบ้านไปอาบน้ำนอนให้หายเหนื่อยสักที

      “อือ เดี๋ยวกูไปส่ง” พี่ลมอาสาเหมือนเดิมโดยที่ผมไม่ประท้วง

     เดินกลับเงียบๆ ไปที่รถ ทั้งผมและพี่ลมต่างไม่พูดอะไรกันเลย ผมกะชักแปลกใจมองคนตรงหน้าที่เดินนำไปนิดเดียว เหลียวลงมามองถุงหนังสือในมือของอีกคน ก็พลางนึกเสียดาย

     ว่าจะตามซื้ออยู่แต่ช่วงนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาซื้อของสุลุ่ยสุหร่ายหรอกนะไอ้ทิน ยังไม่เตรียมใจจะเสียตังค์...

      “อ่ะ” พี่ลมยื่นถุงที่ว่านั่นมาตรงหน้า ชะงักให้เราทั้งสองคนต้องหยุดเดิน

     อะไร? ให้ผมถือหรอ?

      “กูให้”

      “หือ?” ยืนนิ่งแทบจะอ้าปากค้าง ฟังไม่ผิดใช่ไหม?

      “กูบอกว่าให้ไง” พี่มันยัดใส่มือผมที่รับมาอย่างงงๆ “ของขวัญวันเกิด...”

      “เอ้ะ?” ผมมองของในมือสลับกับหน้าพี่ลมที่ไม่ยอมสบตา “วันเกิดผม?”

      “อะ เออ” ผมยืนอึ้งอยู่ตรงหน้า ปากแทบขยับไม่ออก

     จะอึ้งเรื่องที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ของขวัญจากพี่ลมมาก่อนก็อึ้งพอแล้ว แต่วันเกิดผมมันอีกตั้งเกือบเดือนเชียวนะ!

      “อีกตั้งสามอาทิตย์...”

      “ก็... อยากเป็นคนแรกที่ให้ของขวัญ”

     ใจมันเริ่มเต้นแรง คำพูดที่เหมือนพูดยากมากๆ ส่งเสียงออกมาเบาๆ แต่กลับได้ยินจนก้องหัว กระเด้งกระดอนวนกลับไปมาได้ยิน ความรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้าทำให้ต้องก้มหน้าลงมองหนังสือในมือ ไม่รู้จะทำยังไงต่อดีในเมื่อทั้งหน้าทั้งหัวใจมันแสดงอาการแปลกๆ ออกมา

      “ขะ ขอบคุณครับ” กลั่นคำพูดออกมาได้โดยที่ไม่เงยหน้ามอง

     อาจจะเข้าใจความรู้สึกของตัวเองได้ที่ว่าอาการแบบนี้อาจจะเป็นเพราะเราเขินอยู่...

      “เออ กูให้ของขวัญมึงเป็นคนแรก เพราะงั้นมึงก็ต้องให้กูเป็นคนแรกด้วยล่ะ อย่าลืม!” คำพูดที่ดูเอาแต่ใจทำให้กลบความเขินที่ว่านั่นลงได้บ้างจนเงยหน้าปะทะกันได้

      “อื้อ เข้าใจแล้ว” ผมพยักหน้าตอบกลับ พี่ลมก็เดินนำไปก่อนที่ผมจะเดินตาม

     เดินกอดหนังสือในมือด้วยความอิ่มใจ...

 

      “ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมไปรับนะ...”

     พอเปิดประตูห้องเข้าไปก็ได้ยินเสียงหวานแสบแก้วหูอย่างที่ผมไม่เคยได้ยินจากปากของตนเป็นเพื่อนมาก่อน

     แฟนเหรอไง?

      “ฝันดี ฝันถึงผมด้วยล่ะ... ครับ”

     ท่าทางที่แทบจะยิ้มจนปากจะฉีกของไอ้พันทำผมเลิกคิ้วสูงพร้อมกับกอดหนังสือถอนหายใจอย่างเหนื่อยหู “ครั้งแรกนะเนี่ยที่เห็นมึงพูดออเซาะกับคนอื่นแบบนี้”

      “กูใช้เฉพาะกับแฟนกูเท่านั้นแหละวะ ฮ่าๆๆๆ”

      “เออ ไม่เคยเห็นมึงเล่าให้ฟังเลย คนไหนวะ กูรู้จักไหม? บอกมา”

      “มึงไม่รู้จักหรอก เขาอยู่ปีสองคณะนิเทศน์ แล้วก็น่ารักมากเลย...”

     โฮ่... ไอ้นี่มันเล่นคนแก่กว่าเลยหรอ

      “โห...” ผมอึ้งกับท่าทางล้องละลอยเพิ้ไปหาแฟนมัน คงจะน่ารักอย่างที่มันว่า

      “นอนดีกว่า พรุ่งนี้กูไปเดทกับเขา ต้องหล่อเข้าไว้ เดี๋ยวเขาไม่รัก...” มันหลับตาพริ้มนอนยิ้มพูดพร่ำอะไรของมันอยู่นั่น เห็นแล้วก็ขำออกมานิดๆ

     ดูมีความสุขจังนะ... คนมีความรักมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

     อาบน้ำเสร็จก็แทบจะล้มตัวนอนบนเตียงล่างตามพัน ดีนะที่วันนี้ไม่มีการบ้าน ได้นอนหลับสบายสักวันหน่อยก็ดี

     เหลือบไปเห็นหนังสือเล่มใหม่ที่เพิ่งได้มา สันปกเรียบใหม่เอี่ยมจนไม่กล้าเปิด แต่เพราะความอยากอ่านทำให้ต้องหยิบแว่นสายตาขึ้นมาใส่อ่านเนื้อเรื่องย่อ

     ผมนอนท้าวหาววอดๆ ให้กับความเหนื่อยล้าของวันทั้งวัน ขยับแว่นแล้วเพ่งมองตัวหนังสือที่ร่ายเรียง จะว่าง่วงก็ง่วงแต่ก็ยังพยายามที่จะอ่านเรื่องราวของบทนำต่อ ยิ้มให้กับหนังสือตรงหน้าแม่จะยังไม่ถึงเนื้อหาแรกๆ ด้วยซ้ำ

     เพราะคิดว่ากำลังจะได้อ่านหนังสือที่อยากได้มานาน หรือเพราะว่าได้มันมาจากใคร...

     วันเกิดพี่ลมวันที่เท่าไรเดือนอะไรนะ?

     ถ้าไปถามตรงๆ จะยอมตอบดีหรือเปล่าพี่ลมน่ะ...

     แล้วถ้าซื้อของขวัญให้จะซื้ออะไรดีล่ะ?

     พี่เขาชอบอะไรบ้างนะ เราไม่เคยค่อยรู้เลย...

     เสื้อ ซีดีเพลง หรือหนังสืออย่างที่พี่ลมซื้อให้ดี?

     คืนนี้ทั้งคืนผมตั้งใจอ่านมันมากเลยล่ะ แต่กลับไม่เข้าใจเนื้อเรื่องที่อ่านเลยสักนิด

     จนเผลอทนไม่ไหวหลับคาหนังสือไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้...

 

2BeCon

ความคิดเห็น